หน้าแรก Forward Magazine

สมัครสมาชิก(Register)ค้นหาช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้เข้าสู่ระบบ(Log in)

ตอบ

แม่-เมียร้องสื่อ อดีตนักมวยถูก หลานตำรวจ ยิงไส้แตก
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ แม่-เมียร้องสื่อ อดีตนักมวยถูก หลานตำรวจ ยิงไส้แตก 


แม่-เมียร้องสื่อ อดีตนักมวยเมืองคอนถูกคู่กรณีหลานตำรวจ ยิงไส้แตก 10 นัด หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

โหนกระแสวันที่ 15 มิ.ย. เป็นเรื่องของอดีตนักมวยชื่อดังทางภาคใต้ ฉายา "สามเหลี่ยมน้อย"ถูกวัยรุ่นก่อเหตุใช้ปืนขนาด 9มม. กระหน่ำยิงหน้าร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง เป็นจำนวน 10 นัด ในเขตเทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จนมีอาการสาหัส "หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย" ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.20 น. ทางช่อง 28ได้เปิดใจสัมภาษณ์?"คุณถาวร ภักดีชน" คุณแม่ผู้บาดเจ็บ "คุณอมรรัตน์ สุขศรี"ภรรยาผู้บาดเจ็บ รวมทั้ง "ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์"กรรมการปฎิรูปกระบวนการยุติธรรม

เหตุเกิดเมื่อไหร่?
อมรรัตน์ : "เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. หนูกับแฟนไปเที่ยวผับประมาณตีหนึ่ง ใกล้ตีสอง เดอะเบสท์คลับ เราเข้าไปในผับไม่ได้สั่งอะไรเลย เข้าไปถึงก็นั่นแฟนหนูบอกว่าปวดฉี่ ให้เดินไปเป็นเพื่อนเข้าห้องน้ำหน่อย ในร้านคนแน่น เขาก็บอกว่าให้ไปหน้าร้านดีกว่า จะไปคุยกับจ่าวิทย์เป็นตร.ในพื้นที่ เขาน่าจะอยู่ประจำ เข้าร้านไปก็เห็นเขานั่งอยู่"

แฟนไม่ได้เมา?
อมรรัตน์: "ก็มึนๆ ค่ะเดินไปที่หน้าร้านแฟนหนูก็ไปคุยกับจ่าวิทย์ คุยเรื่องทั่วไป ทีนี้มีวัยรุ่นคร่อมมอเตอร์ไซค์เบิ้ลมอเตอร์ไซค์แฟนก็หันไปพูดเป็นภาษาใต้ว่าดูมันทำ จ่าย้อยที่อยู่กับวัยรุ่นคนนั้นหันมาตลาดแฟนหนูเสียงดัง หนูยืนอยู่ใกล้ๆ ทีนี้แฟนหนูก็เดินเข้าไปหาจ่าย้อย ก่อนเดินไปมีการ์ดของร้านล็อกตัวแฟนหนูออกไปด้วยแฟนหนูถามว่ามีอะไร แล้วจ่าย้อยก็พุ่งมาต่อยหน้าแฟนหนูเลยค่ะ"

จ่าวิทย์อยู่ไหน?
อมรรัตน์ : "นั่งอยู่หน้าร้านค่ะ เขาเป็นเพื่อนกันมั้ยหนูไมรู้ค่ะ พอจ่าย้อยต่อยแฟนหนู แฟนหนูก็สวนกลับ แต่จังหวะสวนกลับ การ์ดของร้านเดอะเบสท์ก็มัดแฟนหนูไว้ แล้วปืนก็ลั่นมา"


เสียงปืนมาจากไหน?
อมรรัตน์ : "มาจากด้านหน้า คนที่คร่อมมอเตอร์ไซค์อยู่ เป็นคนที่ยิงค่ะ ยิงนัดหนึ่งก่อน แฟนหนูรู้ว่าเขามีปืนก็หันหลังกลับ แล้วปืนก็ลั่นมาเรื่อยๆ หนูเห็นแล้วว่าแฟนหนูวิ่งหนีลูกกระสุน ก็วิ่งไปหาแฟน เขาก็ผลักหนู จังหวะที่ผลักหนู แฟนหนูก็จะล้มไปโดนรถ แล้วตกไปทีพื้น คนนั้นก็มาไล่ยิงแฟนหนูจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด(เสียงสั่นเครือ)"

ยิงกี่นัด?
อมรรัตน์ : "สิบนัดค่ะ หนูทำอะไรไม่ได้"

คนมาดึงผู้ชายคือใคร?
อมรรัตน์ : "หนูคิดว่าเป็นแฟนของเขาค่ะ แฟนหนูไม่เสียชีวิตค่ะ หนูกำลังเรียก ตะโกนว่าช่วยด้วย เขาโดนยิง แต่ไม่มีใครเข้ามาหนูก็วิ่งเข้าไปในผับให้เข้ามาช่วย พอออกมาการ์ดก็บังหน้าร้านไม่ให้ออกมาจากร้าน ไม่ทราบเขากันเพื่ออะไร จังหวะที่เขากันก็ผลักการ์ดแล้ววิ่งไปหาแฟน หลังจากนั้นก็โอบแฟนหนูขึ้นมา เขากำลังจะหมดสติ เขาก็ทรุดตกลงไป"

ใครพาไปหมอ?
อมรรัตน์: "มีมูลนิธิมาช่วยเหลือค่ะ จ่าวิทย์ไม่ได้ออกมาช่วยเลยค่ะ ส่วนวัยรุ่นคนนั้นก็หายไป ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน มาทราบในภายหลังว่าเป็นคนในพื้นที่"

คืนนั้นไปแจ้งความมั้ย?
อมรรัตน์ : "คืนนั้นไม่ได้แจ้งความค่ะ แต่มีตำรวจไปสอบปากคำที่รพ. เขาไม่ได้ตามจับตัวคนร้ายค่ะ"

ตอนแรกมีการไปร้องกับท่านรองผู้กำกับ?
อมรรัตน์ : "อยู่ที่โรงพักทุ่งสง หนูไปร้องว่าหนูอยากได้ความเป็นธรรม รุ่งเช้าวันอาทิตย์หนูก็ไป รองก็ออกหมายจับให้หนูวันนั้น หลังจากแจ้งความ หนูก็โทร.หารอง ว่าตามจับหรือยัง รองบอกว่าผู้ต้องหาบอกว่าจะเข้ามามอบตัวเอง หนูเห็นเงียบๆ ไปก็ถามรองใหม่ รองบอกว่ายังไม่มา ก็นึกเอะใจว่าเหตุการณ์แปลกๆ แล้ว รุ่งเช้าวันจันทร์รองบอกว่าจะมามอบตัว 9 โมงเช้า แต่ก็ไม่มา หนูก็รอที่โรงพัก ไม่มีความคืบหน้าเห็นว่าผู้กำกับที่สภ.ไม่สั่งให้ลูกน้องออกจับ ได้แต่บอกว่ารอผู้ต้องหามามอบตัวเอง คุณจะให้ผมทำยังไง จะให้ไปตามจับเหรอ"

จนวันที่ 13 คนยิงเข้ามามอบตัว?
อมรรัตน์: "เขามามอบตัววันที่ 12 แล้ว 13 ก็พาไปส่งศาลเขาไม่ยอมรับค่ะ เหตุการณ์ตอนเช้าที่มาตามดู เขาอยู่ในโรงพักมั้ย หนูถามรองว่าเขาโดนจับแล้วหรือยัง รองบอกว่าเขามามอบตัว สี่ทุ่ม หนูก็งง ผู้ต้องหามามอบตัวสี่ทุ่ม รุ่งเช้าสำนวนเสร็จหมด พร้อมส่งศาลแล้ว หนูคิดว่ามันคิดว่าแปลกๆ หนูขอเข้าไปดูผู้ต้องหาได้มั้ย แต่เขาบอกว่าผู้กำกับพาไปสอบสวนเอง"

คุณรู้ภายหลังว่าเขาเป็นหลานของใคร?
อมรรัตน์: "หลานจ่าย้อย ปืนก็ปืนจ่าย้อย เขาไม่ได้บอก แต่หนูรู้ว่าเป็นของเขา"

คุณรู้สึกว่าคุณไม่ได้รับความเป็นธรรม?
อมรรัตน์ : "ใช่ค่ะ หนูคิดว่าคดีมันโหดร้ายเกิน แล้วตำรวจนิ่งนอนใจมาก เขาโดนสิบนัดเข้าที่หน้าท้อง ลำไส้ขาดหมดเลย นัดเดียวลำไส้ขาด ที่เหลือก็ที่แขน แขนหักข้างซ้าย นัดเดียว แล้วด้านหลัง หน้าขา ข้างท้อง รวม 10 นัด"

ทนาย : "ดูแล้วอุกอาจพอสมควร เมื่อออกหมายจับ แม้ผู้ต้องหามอบตัวก็ต้องเอาหมายจับมาแสดง เพื่อให้รู้ว่าผู้ต้องหาที่มามอบตัวเป็นบุคคลตามหมายจับ ต้องแจ้งให้ทราบ"

ตอนเขาไปร้องกับทางท่านรอง ปรากฏว่ารองบอกว่าผู้กำกับบอกว่าเขามามอบตัวเอง เรารอได้มั้ย?
ทนาย : "จิรงๆ ก็รอได้ แต่ถ้าพูดตรงไปตรงมาไม่มีใครยอมรับหรอกว่าสิ่งที่มาบอกเป็นความจริง ผู้กำกับก็ต้องบอกว่าเขาไม่ได้พูดเพราะไม่มีหลักฐาน ไปๆ มาๆ ก็จะเป็นลักษณะน้องเขาพูดเอง มีคลิปเสียง มีอะไรมั้ย"

อมรรัตน์ :"หนูไม่ได้อัดไว้ค่ะ"

ทนาย : ?ส่วนที่เขาสงสัย ทำไมรีบร้อนทำสวน ตรงนั้นคือทำสำนวนไปฝากขัง ภายใน 48 ชม. สิ่งที่น่าสนใจคือมีการคัดค้านประกันตัวปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องตามดูกันต่อไป?

จ่าวิทย์ จ่าย้อย ทำไมไม่ห้าม?
ทนาย : "นี่สำคัญเลย ทั้งสองจ่า ต้องถูกตั้งกรรมการสอบ หน้าที่ตร.ต้องเข้าระงับเหตุ สองต้องเข้าจับกุมคนร้าย นี่คือข้อสงสัย ในวันดังกล่าว ทำไมละเว้น ละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่"

คุณยืนยันคนที่ยิงเป็นหลานจ่าย้อย?
อมรรัตน์ : "ยืนยันค่ะ"

แม่ : "ใครๆก็บอกว่าคนที่ยิงลูกชายแม่เป็นหลานจ่าย้อย วันนี้ลูกชายแม่บาดเจ็บสาหัสแม่ทำอะไรไม่ถูก เสียใจมาก ขับรถไปรพ. ตัวสั่นหมดเลยแทบล้มทั้งยืนตอนพูดไม่ได้เขาเขียนหนังสือคิดว่าเขาตายแล้วถูกยิง 10 นัด"

โทรศัพท์ถามผู้กำกับเรื่องระงับเหตุของสองจ่า ว่าเขาผิดมั้ย ท่านบอกว่าถ้าอยากรู้ว่าผิดหรือไม่ผิดต้องไปหาหลักฐานมาให้เขาเอง จริงๆ ได้เหรอ?
ทนาย : "ก็งงออยูเหมือนกัน จริงๆ ตำรวจต้องระงับเหตุ หรือวอร์แจ้งตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงให้จัดการคนร้ายตำรวจมีวอร์มั้ย ก็เรียกมาระงับเหตุได้ เรียกสายตรวจมาปิดล้อมที่เกิดเหตุ จับกุมคนร้าย สิ่งที่เราเป็นห่วงคือหนึ่ง หลังจากคนร้ายมามอบตัว การเทสเขม่าดินปืนต้องเทสใน 48 ชม. คนร้ายน่าจะรู้ เพราะพอพ้น 48 ชม.ถึงมามอบตัว มีการนำอาวุธปืนต้องสงสัยไปตรวจหรือเปล่า ว่าใครเป็นเจ้าของกับปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ"

เรื่องนี้ทางผู้กำกับบอกว่าไม่ขอพูด ถ้าจะถามให้ติดต่อไปทางผู้การจังหวัด?
ทนาย : "จริงๆ เรื่องนี้ผู้กำกับน่าจะอธิบายให้ภรรยาเขาทราบได้ ว่าหนึ่งตั้งข้อหาอะไรแก่ผู้ต้องหาบ้าง สองอาวุธปืนที่เขาสงสัยว่าเป็นของจ่าคนนั้น กับปลอกกระสุนปืนมันเป็นกระบอกเดียวกันหรือไม่ สามต้องแจ้งว่ามีการได้ตรวจเขม่าดินปืนผู้ต้องหาแล้วหรือยัง มันจะช่วยคลี่คลาย แต่นี่ปรากฏว่าเขาเข้าใจไปเองว่าทำไมสำนวนเร็วนัก นี่ไง ประชาชนไม่เข้าใจว่าขั้นตอนตำรวจไปถึงไหนแล้ว ดังนั้น เรื่องนี้อยากให้กองบัญชาการสอบสวนกลางให้กองปราบปรามเข้าไปดูสิครับ คดีนี้ไม่ธรรมดา แปลกๆ เหมือนกัน"


ฝั่งโน้นให้เงินคุณ 3หมื่น และคุณรับไปแล้ว?
อมรรัตน์ : "ค่ะ เหตุมีอยู่ว่าวันที่จะส่งตัวผู้ต้องหาไปศาล ฝั่งโน้น มีผู้ชายชื่อน้าทองเขามานัดน้าหนูที่โรงพัก เขาบอกว่าตกลงเป็นญาติกัน ก็ให้เงินมา 3หมื่นเป็นค่าสงสารให้กับหลาน ไม่เกี่ยวอะไรกับคู่คดีของหนู"

ทนาย : "นึกง่ายๆ อยู่ๆ เอาเงินมาให้ มันผิดปกติวิสัย ถ้าจะช่วยต้องดูที่มาที่ไป คนชื่อทองรู้จักผู้ต้องหา มันมีสองอย่าง การช่วยเหลือเยียวยา ทางตรงกับทางอ้อม การให้อาจเป็นสะพานในอนาคตก็ได้ เพราะความผิดฐานยิงสิบนัดคือพยายามฆ่า ถ้าเกิดตัวแฟนน้องเขาตาย โทษสูงสุดคือประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15-20 ปี แต่ถ้าเกิดไม่ตาย รับโทษสองในสามที่ศาลกำหนดโทษไว้ ผมเชื่อว่าการดำเนินการเขาต้องมีเป้าหมาย เช่นอาจมีการเจรจาในอนาคตเพื่อเยียวยาผู้เสียหายหรือไม่"

เรื่องนี้พี่มองยังไง?
ทนาย : "อยากให้ผู้กำกับบอกน้องเขาก่อนว่าตั้งข้อกล่าวหาอะไรบ้าง มีการคัดค้านประกันตัวหรือไม่ นั่นเป็นการสอบถามเบื้องต้นว่าเขาได้รับความเป็นธรรมหรือเปล่า ก่อนไปร้องผู้การจังหวัด ร้องผู้บัญชาการภาค 8 แล้วค่อยมาร้องส่วนกลาง ร้องทุกระดับแล้วไม่คืบ อยากให้ผู้กำกับบอกภรรยาเขา ว่าผู้ต้องหาที่ดำเนินคดี ดำเนินคดีอะไรบ้าง ปืนที่เขาสงสัย ดำเนินการหรือยัง ทุกวันนี้เขาก็ไปคิดเอง"

ตอนนี้ตัวน้อง หวั่นคนยิงเป็นหลานตำรวจแล้วเรื่องพัวพันไปถึงตำรวจชั้นผู้ใหญ่บางท่าน แล้วกลัวทำให้คดีเงียบหายไป?
ทนาย : "ไปร่างหนังสือแล้วยื่นที่โรงพัก ขอทราบการดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้ ทำเป็นข้อๆให้เขาตอบมาถ้าไม่ตอบก็เอาหนังสือมาร้องที่ผู้การจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านจะได้สั่งการได้ว่าทำไมไม่ตอบ ถ้าตอบแต่ไม่เคลียร์ ก็มาร้องที่ภูธรภาค 8 ถ้าไม่คืบหน้าอีกมาที่ส่วนกลาง โรงพักต้องตรวจ ถ้าไม่ตอบจะมีการสอบ และควรมีการตั้งกรรมการสอบตำรวจสองนาย ต้องชี้แจงมา ซึ่งต้องดูทางนี้ว่าเขาจะเอาความผิดใด ถ้าเป็นความผิดปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้น อันนี้หลักฐานค่อนข้างสมบูรณ์ ผิดหรือไม่ผิดต้องตั้งกรรมการสอบ เรื่องรวมกับผู้ต้องหา ต้องสอบสวนอาวุธปืน ว่าใช่กระบอกเดียวกันหรือเปล่า แต่เราห่วงเรื่องเขม่าดินปืนว่ามันจะหายไป เพราะผ่านมา 3 วันแล้ว"

ณ วันนี้สามีพ้นขีดอันตรายหรือยัง?
อมรรัตน์ : "ตอนนี้ดีขึ้นมานิดหนึ่ง ตอนนี้หนูกลัวหนูไม่ได้รับความปลอดภัย"

ทนาย : "ตำรวจช่วยแสดงสปิริต ต้องตอบให้เขาหายข้องใจ เพราะตอนนี้เขาไม่รู้อะไรเลย"

ตอนนี้ประกันตัวออกไปหรือยัง?
อมรรัตน์ : "ประกันแล้วค่ะ หนูทำเรื่องคัดค้านแล้วค่ะ"

ทนาย : "แต่ต้องดูตำรวจคัดค้านมั้ย เวลามีหมายจับ แม้มามอบตัว ต้องแสดงหมายจับและเคยถูกจับมาก่อนหรือเปล่า"


_________________

Like กดที่รูป
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
แย่จริงๆ เดี๋ยวนี้ ทำอะไรก็น่ากลัวไปหมดอย่างกับ joker123ในbatman

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com