˹���á Forward Magazine

ตอบ

“หอยนางรม”อาหารชั้นเลิศของจักรพรรดิ
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ “หอยนางรม”อาหารชั้นเลิศของจักรพรรดิ 


“นางช่างขาว เนียน อวบ และก็ใหญ่” สมญานามเฉพาะตัวที่บรรยายคุณลักษณะถึง “หอยนางรม” อาหารทะเลรสเลิศ ที่ใครต่อใครจะต้องอ้าปากกว้าง เมื่อต้องการสัมผัสในรสชาติ แต่เชื่อหรือไม่ว่า หอยนางรม ก็ไม่ได้มีดีเรื่องความใหญ่เท่านั้น แต่คุณค่าและความหมายที่ซุกซ้อนอยู่ในฝาหอยนั้น กลับเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินตัว ที่รู้แล้วจะต้องทึ่งอย่างแน่นอน

หอยนางรมใช่ว่าจะพึ่งได้รับความนิยมกันเมื่อ 100 หรือ 200 ปีเท่านั้น แต่ได้รับการเพาะพันธุ์และยกย่องให้เป็นอาหารชั้นเลิศ มาตั้งแต่ยุคสมัยกรีกโรมัน โดยผู้ที่จะได้เอกสิทธิ์ลิ้มรสก็จะมีแต่จักรพรรดิเท่านั้น และนอกจากจะเป็นตัวแทนของอาหารชั้นสูงแล้ว เชื่อหรือไม่ หอยนางรมก็ยังมีส่วนช่วยในการสร้างประชาธิปไตยให้กับชาวโรมันอีกด้วย และถึงแม้ว่าทุกวันนี้การทำหน้าที่ดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่ยังคงอยู่กลับเป็นรสนิยมในการรับประทานกันแบบสดๆ ที่ยังคงมีให้เห็นตามร้านอาหารซีฟู้ด หรือแม้แต่ร้านที่เปิดขึ้นมาเพื่อรองรับผู้พิสมัยในรสชาติของหอยนางรมโดยเฉพาะ ที่คนในวงการต่างรู้จักกันดีในนาม THE OYSTERBAR แหล่งชุมนุมหอยนางรมหน้าตาแปลกๆ ที่เราไม่ค่อยจะคุ้นหน้า เพราะเดินทางไกลมาจากฟาร์มเลี้ยงหอยนางรมที่ได้ชื่อว่าดีที่สุด หลากหลายแหล่งทั่วโลก จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งรวมหอยนานาชาติ ที่ราคาต่อตัวเรียกได้ว่าแพงที่เดียว

แต่สำหรับหอยนางรมสัญชาติไทยนั้น ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้า โดยเฉพาะเรื่องของความขาว อวบ เนียน และใหญ่ ใหญ่ถึงขนาดที่ต้องตั้งเป็นคำขวัญประจำจังหวัดเลยทีเดียว ฉะนั้นกบนอกกะลาจึงต้องเดินทางล่องใต้มาเยือนแดนหอยใหญ่อย่าง จังหวัด สุราษฏร์ธานี จังหวัดที่ได้ชื่อว่ามีพื้นที่การเลี้ยงหอยนางรมมากที่สุดในประเทศ กินพื้นที่ถึง 4,000 ไร่ และจุดที่มีการเลี้ยงหอยมากที่สุดคือบริเวณ ตำบล ท่าทอง อำเภอ กาญจนดิษฐ์ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหมู่บ้านแห่งหอยนางรม เมื่อมาที่นี่นอกจากแต่ละบ้านจะมีเรือประมงจอดเทียบท่าอยู่ 2 ฝั่งคลองแล้ว ก็ยังมีปล่องและหลอดซีเมนต์ตั้งเรียงรายอยู่แทบทุกครัวเรือน อันเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกได้ว่า เจ้าของบ้านก็คือคนเดียวกับเจ้าของฟาร์มเลี้ยงหอยนางรมนั่นเอง

เมื่อมาที่นี่เรายังได้ลงเรือล่องไปดูขั้นตอนแรกของการได้มาของลูกหอยนางรม ที่ต้องใช้ปล่องและหลอดซีเมนต์ไปวางกลางทะเล เพื่อที่จะเป็นวัสดุสำหรับล่อให้ลูกหอยมาเกาะ อีกทั้งต้องรอนานถึง 18 เดือน หอยนางรมจึงจะโตได้ขนาดสำหรับนำไปขายได้ ไม่เพียงแค่นั้น ขั้นตอนของการเก็บหอยนางรม ที่ต้องรอให้น้ำลด จนเห็นวัสดุล่อลูกหอย จากนั้นขั้นตอนที่ทุลักทุเลก็เกิดขึ้น โดยต้องเดินลุยโคลนเพื่อไปเก็บหอยนางรม โดยมีเพียงสิ่ว กับขวานเท่านั้น ที่ใช้ในการสกัด กะเทาะ หอยนางรมถึงจะออกจากวัสดุ ที่เกาะมาทั้งชีวิตได้

แต่การเลี้ยงหอยนางรมนั้นไม่ได้มีเฉพาะการเลี้ยงในระบบฟาร์มเท่านั้น แต่ก็ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งทางฝั่งทะเลอันดามัน อย่างที่จังหวัดระนอง ที่ยังหาหอยนางรมตามแบบดั้งเดิมในอดีต ที่ต้องดั้นด้นออกตามหาหอยนางรมมาเลี้ยงกันตามธรรมชาติ แต่กว่าจะได้มาซึ่งหอยนางรมซักตัวหนึ่งนั้น แตกต่างกับฝั่งสุราษฏร์ธานี อย่างสิ้นเชิง ซึ่งล้วนแล้วก็เกิดจากภูมิปัญญาในการเฝ้าสังเกตพฤติกรรม ตามธรรมชาติ จนพัฒนากลายมาเป็นอาชีพ ที่สามารถสร้างรายได้ในการพึ่งพาตัวเอง โดยไม่ลืมที่จะรักและหวงเหนทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กันด้วย

ฉะนั้นเรื่องราวของหอยนางรมใช่ว่าจะมีดีที่ความใหญ่ แต่ภายใต้ฝาหอยเหล่านี้ กลับอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่ใหญ่เกินตัวในวิถีชีวิตของลูกน้ำเค็ม ที่ต่างนอบน้อมในวิถีแห่งธรรมชาติ ที่ต่างต้องพึ่งพากัน ดั่งลมหายใจเดียวกัน ติดตามเรื่องราวของหอยนางรม ได้ใน เรื่องใหญ่ๆของหอยตัวโตๆ กบนอกกะลา วันอาทิตย์ ที่ 26 พ.ค. นี้ บ่าย 2 โมงตรง ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี



_________________

Like กดที่รูป
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com