˹���á Forward Magazine

ตอบ

[18+] NuRii3_Review : Rihanna – Anti
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ [18+] NuRii3_Review : Rihanna – Anti 
Rihanna – Anti



เกริ่นก่อนเลยว่าสำหรับรีวิวนี้เป็นอีกหนึ่งรีวิวที่ในตอนแรกไม่คิดว่าจะมีโอกาสเขียนถึง เรียนตามตรงว่าส่วนตัวแล้วก็แทบจะไม่ได้สนใจการคัมแบ็กในครั้งนี้ของอีห่านเลย อาจเป็นเพราะดิจิตัลซิงเกิ้ลที่นางปล่อยมาก่อนหน้านี้ รวมทั้งลีดซิงเกิ้ลในอัลบั้มนี้เองอย่างWorkก็ค่อนข้างทำพิษดิฉันอยู่เหมือนกัน ก็ไม่ได้จะหมายความว่าซิงเกิ้ลที่ผ่านๆมาทำได้ไม่ดีหรอกนะ (จริงๆก็มีบางเพลงที่ดิฉันรู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่เหมือนกัน) แต่ส่วนตัวมองว่าเพลงเหล่านั้นนำเสนอออกมาได้ไม่น่าสนใจเท่าที่ควร ทั้งที่ควรจะพีคและกินใจของดิฉันได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะFourFiveSecondsที่ค่อนข้างอยู่ในระดับผิดหวังกันเลยทีเดียว เพราะเป็นเพลงที่สำหรับฉันแล้วค่อนข้างตั้งความหวังไว้สูงกับการดูเอ็ทในครั้งนี้ระหว่างอีห่าน เซอร์พอลและอีคานเยว่าต้องได้สดับรับฟังผลงานระดับอีพิคแน่ๆ แต่เปล่าเลย เพลงนี้กลับไม่ได้สร้างอิมแพ็คใดๆให้แก่ดิฉันทั้งสิ้น นอกเสียจากความรู้สึกเสียดายและเสียของกันไป ที่สำคัญพฤติกรรมของอีห่านในช่วงหลังๆเองก็ทำเอาดิฉันรู้สึกรำคาญกับคาแร็คเตอร์bad bitchของนางมิใช่น้อย จนพาลคิดว่าอัลบั้มใหม่ที่กำลังมาถึงนี้คงหนีไม่พ้นบรรดาแทร็คเอาใจไอ้มืดทั้งหลายแบบจัดเต็มจนอ้วกดิฉันกลายเป็นสีดำอย่างแน่นอน แต่กระนั้นเมื่อ2วันที่แล้วที่ฉันมีโอกาสได้สัมผัสกับผลงานล่าสุดชุดนี้ก็ทำให้ความคิดที่มีมาทั้งหมดในข้างต้นนั้นมลายหายไปจนเกือบหมด จนท้ายที่สุดก็ทานกระแสของงานชุดนี้ไม่ไหว จึงขอเกาะกระแสรีวิวอัลบั้มอีห่านอัลบั้มนี้กับเค้าด้วยละกัน



Anti: 82%

สำหรับจุดเด่นและจุดด้อยของอัลบั้มนี้ ดิฉันขอเริ่มจากจุดด้อยก่อนก็แล้วกัน ประเด็นแรกที่ดิฉันจะพูดถึง แม้จะไม่เชิงเกี่ยวกับข้อด้อยของอัลบั้มนี้นัก แต่ก็สร้างความน่ารำคาญใจให้ดิฉันอยู่ไม่ใช่น้อย นั้นก็คือคำวิจารณ์ของบรรดานักวิจารณ์ต่างประเทศทั้งหลาย ที่มักอวยอะไรเว่อร์ๆจนบางครั้งดิฉันก็รู้สึกสมเพชแทน จริงอยู่ที่ว่าอัลบั้มนี้ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มของอีห่านที่ผลงานอยู่ในระดับที่ดี แต่อะไรที่มันไม่ใช่ก็คือมันไม่ใช่อะค่ะ ก็ไม่รู้จะเขียนอะไรเว่อร์ๆให้คนอื่นเค้าเบ้ปากใส่ทำไม ต่อมาประเด็นที่สองก็คือการที่เรายังไม่สามารถหนีพ้นไปจากเนื้อหาที่อยู่ในระดับน่ารำคาญอีกเช่นกัน โดยเฉพาะประเด็นที่นางยังคงเพ้อเจ้อคร่ำครวญ(คราง)ถึงผัวเก่าคริส บราวน์ ที่ไม่รู้ว่าปาไปกี่ร้อยแทร็คกี่สิบอัลบั้มกันแล้ว ยิ่งในเนื้อหาหลายๆเพลงของอัลบั้มนี้ด้วยแล้วนั้นก็ทำเอาดิฉันอดไม่ได้จริงๆที่จะรู้สึกอัปยศอดสูกับผู้หญิงคนนี้ ความผิดซ้ำๆซากๆบางทีมันก็เลยจุดคำว่าเห็นใจกันแล้วอะเน้อะ?

ก็ไม่อยากจะด่าอะไรมาก เพราะหีก็ไม่ใช่หีฉัน หน้าก็ไม่ได้หน้าของฉัน แต่พอทีได้ไหม เวลาโดนทิ้งโดนซ้อมแล้วมาเล่าเป็นเพลงเนี่ย มันชวนน่าสมเพช ประเด็นที่สามก็คงหนีไม่พ้นกับความน่าเบื่อของซาวด์ฮิพฮอพ อาร์แอนด์บีในปัจจุบัน ที่นอกจากจะซ้ำซากจำเจแล้ว ยังอยู่ในโหมดสิ้นคิดมากพอหรือไม่ก็สิ้นคิดมากกว่าเพลงพ็อพด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเมนสตรีมฮิพฮอพในยุคนี้(จริงๆก็เป็นมานานแล้วหล่ะ)เป็นอะไรที่ล้านเนื้อทำนองเดียวมากๆ มีกันอยู่ไม่กี่แพททเทิร์นแต่ลอกกันไปกันมาหนักกว่าเมนสตรีมพ็อพด้วยซ้ำอีกมั้ง? เพียงแต่ว่าจำนวนคนที่เสพแนวนี้อย่างจริงๆจังๆก็ไม่ใช่ว่าจะมีมากมายอะไร คอเพลงสากลในไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ฟังแนวดนตรีประเภทนี้กันอยู่แล้ว พอนานๆผ่านหูมาซักทีก็เลยไม่ได้รู้สึกว่ามันโหลเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าโชคดีมากทีเดียวที่อัลบั้มนี้มีเพลงประเภทที่พูดถึงอยู่ในระดับที่น้อยมากไม่กี่แทร็ค ก็ถือว่าเป็นบุญวาสนาของคนฟังกันไป ส่วนประเด็นสุดท้ายนั้นก็คือซาวด์ในอัลบั้มนี้อยู่ในระดับค่อนข้างน่าเบื่อพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครยังไม่ชินกับสไตล์เพลงเออเบินมิวสิคแล้วหล่ะก็ ยิ่งทำให้อัลบั้มนี้รู้สึกง่วงกว่าเดิมอีก เพราะจังหวะเพลงในอัลบั้มส่วนใหญ่หนีไม่พ้นดาวน์เทมโพบีทไม่ก็มิดเทมโพแค่นั้น

มาที่ข้อดีของอัลบั้มนี้กันบ้าง สิ่งที่ดิฉันรู้สึกเซอไพรซ์ในอัลบั้มนี้มากที่สุดคือการแทร็คส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้กลับยืนพื้นด้วยดนตรีแนวอาร์แอนด์บีและโซลมากกว่าเออเบินมิวสิคประเภทอื่นๆที่ฟังยากกว่า ก็ทำเอาดิฉันรู้สึกผิดคาดเหมือนกัน ไม่คิดว่าด้วยภาพลักษณ์ความเป็นgangsterและdirty bitchของนางในช่วงหลังๆ ที่ฉันทำนายล้วนหน้าว่าคงหนีไม่พ้นอีหรอบฮิพฮอพเสร่อๆหรอก กลับทำงานที่ละเมียดละไมได้ขนาดนี้ โดยเฉพาะความเป็นโซลในอัลบั้มนี้ที่ดูลึกและมีมิติมากขึ้น แตกต่างจากโซลในRated RหรือUnapologetic ที่แม้ว่า2อัลบั้มนั้นอีห่านจะกรีดร้องปลดปล่อยความเป็นโซลออกมา แต่โซลที่ว่านั้นก็เป็นโซลในลักษณะที่ดุดันและเกรี้ยวกราด และที่สำคัญยังอยู่แค่ในระดับส่วนที่เป็นcomplementเท่านั้นอีกด้วย ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดื่มด่ำกับดนตรีโซลที่นุ่มลึกได้แบบอัลบั้มนี้ (แม้หลายๆแทร็คในUnapologeticจะก้าวข้ามมาเป็นงานระดับพ็อพโซลแล้วก็ตาม) นอกจากความเป็นโซลที่ทะยานพุ่งพรวดขึ้นมาแล้วนั้น ห่านยังเสริมเกราะให้อัลบั้มนี้แข็งแกร่งขึ้นด้วยทั้งจากดนตรีแจ๊สจากยุค30s-50s ดูวอป ร็อคแอนด์โรล ร็อคในยุค80s คันทรี แดนซ์ฮอล จนไปถึงงานจำพวกโอลด์สคูล คอนเทมโพรารีบัลลาด และบรรดาโมเดิร์นเออเบินมิวสิคอย่างพวกฟิวเจอริสติคโรโบอาร์แอนด์บี แต่กระนั้นอัลบั้มนี้เอง อีห่านก็สลัดเพลงแนวเต้นรำออกจากอัลบั้มจนเกลี้ยงไม่มีเหลือแม้แต่แทร็คเดียว ซึ่งแตกต่างจาก7อัลบั้มที่แล้วมา แม้นางจะเข้าโหมดดาร์คขนาดไหนก็ยังมีเพลงแดนซ์ให้ชื่นใจบรรดาลิงค่างบ่างชะนีและเก้งกวางอยู่บ้าง รวมทั้งตัวดิฉันเองก็รู้สึกเสียดายกับเซ้นส์การทำเพลงเต้นรำของนางพอสมควรเหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้ตลาดเพลงเต้นรำอยู่ในสภาวะน่าเบื่อขั้นรุนแรงและเต็มไปด้วยแต่บรรดาเพลงขยะ แม้แต่ความเป็นtrendsetterของอีห่านก็ไม่น่าจะเอาอยู่แล้ว สำหรับใครที่อ่านถึงตรงนี้แล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้ฟังอัลบั้มล่าสุดนี้ หลายคนคงจะถามดิฉันว่า อุ้ย งั้นอัลบั้มนี้จะฟังยากเหมือนRated RหรือUnapologeticไหม? อืมมม สำหรับตัวดิฉันแล้วนั้น ฉันเห็นว่าอัลบั้มนี้ฟังได้ค่อนข้างเรื่อยๆกว่าRated RและUnapologetic แต่ในขณะเดียวกันกลับไม่ค่อยมีแทร็คไหนในอัลบั้มนี้ที่โดนใจ แบบฟังครั้งเดียวแล้วคลิกติดหูไปเลยแบบนั้น



Single of Anti&Track by Track

ประเดิมด้วยไตเติ้ลแทร็ค Consideration (3/5) ที่เป็นงานเออบินสไตล์“แทรพมิวสิค”กับสำเนียงอินเดียนแคริบเบียนของอีห่าน ซึ่งเพลงนี้อีห่านได้จิกSZAนักร้องแนวนีโอโซลและPBR&Bมาร่วมด้วยช่วยกันร่ายคาถามนต์ดำหมอผีเขมรกับนางด้วย ส่วนในภาคเนื้อหานั้นตอนแรกดิฉันก็แอบเหวอนิดหน่อย ด้วยความที่งงว่า“ตกลงอีห่านมันพูดถึงใครอยู่ว่ะ?” ซึ่งสุดท้ายก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่แต่งหลังจากการที่อีห่านนางย้ายกลับมาอยู่ใต้หลังคาของRoc Nationภายใต้การดูแลของอีเจย์ซีหน้าเหี้ยอีกรอบ หลังจากย้ายกลับไปกลับมาระหว่างRoc NationกับDef Jamตอนอัลบั้มUnapologetic (นี้ฉันก็งงเหมือนกัน นึกว่าอีเจย์ซีหน้าลิงกอลิล่าดูแลอีนี้มาตลอด หรือตอนอยู่Def Jamอีเจย์ซีก็ยังดูแลอีห่านอยู่ดี?) ส่วนตกลงแล้วอีห่านนางพูดถึงใครกันแน่นั้น ลองดูในท่อนที่ฉันยกมา“You should just let me. Why you will never let me grow? /I got to do things my own way darling. / Let me cover your shit in glitter. I can make it gold.” แค่นี้ฉันคิดว่าคงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มแล้วมั้งนะ? สุดท้ายสำหรับความเห็นของดิฉันสำหรับเพลงนี้แล้ว ฉันว่าภาคเนื้อหาทำได้ค่อนข้างดี คือดูเผินๆเหมือนแค่เป็นเพลงด่าค่ายธรรมดาๆ ว่าฉันโตแล้วนะ ควรจะดินด้วยขาตัวเองได้แล้ว อะไรแค่นั้น แต่ฉันกลับมองว่ามันแฝงไปด้วยนัยที่มากกว่านั้น คือมันไม่ใช่สื่อถึงแค่เรื่องงานเรื่องค่ายอย่างเดียว แต่ยังรวมสิ่งที่คนอื่นคาดหวังสิ่งที่อยากให้นางเป็น ดังนั้นสำหรับฉันคิดว่าเพลงนี้สามารถครอบคลุมและตอบโจทย์“Anti”ได้สมบูรณ์แล้ว ติดตรงภาคดนตรีที่ส่วนตัวมองว่าจืดไปหน่อย ถัดมา James Joint (4/5) นีโอโซลที่เป็นInterludeก่อนเข้าสู่ Kiss It Better (5) เพาเวอร์บัลลาดที่เป็นเหมือนงานsignatureของอีห่านในยุคหลังๆ แม้จะรำคาญภาคเนื้อหาเดิมๆกับผัวเก่า รักเก่า อยากได้ผัวคืนอะไรแบบนั้น แต่ต้องยอมรับว่าภาคดนตรีทำได้เพราะพริ้งและฟังค่อนข้างง่าย เท่าที่ฉันสังเกตจากฟีดแบ็คจากรีวิวต่างประเทศ เพลงนี้น่าจะเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในอัลบั้มนี้แล้วหล่ะมั้ง? สโลว์แจมอาร์แอนด์บีและนีโอโซลผสานกับซาวด์ร็อคในยุค80sที่มากับท่อนริฟฟ์กีตาร์ไฟฟ้าอันโดดเด่น แค่นี้ก็ชนะเลิศแล้ว Work (2/5) อีเดรกมารอบไหนก็ต้องนำเรื่องจัญไรลามกจกเปรตมาได้ทุกครั้งไป แล้วมีหรือเพลงนี้จะพลาดให้อีห่านกับอีเดรกสมสู่กันกลางเพลง หาได้มียางอายแคร์หน้าอินทร์หน้าพรหมหรือก็ไม่ อีเนื้อหาก็ว่าต่ำสถุนแล้วนะ ยิ่งพอเจออีภาคดนตรีเข้าไปเนี่ยเรียกว่าไพร่ก็ยังดูให้คุณค่าแก่อีเพลงนี้เกินไปเลย แดนซ์ฮอลเสี่ยวๆกับฮิพฮอพโหลๆแซมรสทรอพิคัลเฮาส์เข้าไปอีก โอ้ยยย นี้แบบบบ มึงเอาเลยค่ะ เอาให้พอ พร้อมเมื่อไหร่ มึงรีบเรียกป่อเต็กตึ๊งมารับเพลงเหี้ยๆแบบนี้ไปมัดตราสังแล้วเผาทิ้งเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ก่อนกูจะสวดศพมึงแทน Desperado (3/5) ก็ห่านชอบโดนผัวต่อยผัวเตะอะค่ะ แต่รอบนี้ไม่ใช่แค่ผัวเตะผัวต่อยธรรมดาหรอกนะคะ แต่รอบนี้ผัวห่านเป็นโจรค่า ห่านก็คิดนะ..ว่าห่านจะหนีไปกับโจร ทำไมหรือคะ? ทำไม่ได้อย่างงั้นหรือคะ? แหมมม ได้สิ่จ้ะ ใครเค้าจะไปขัดศรัทธาอันแรงกล้าของขุ่นพี่ได้ รอบหน้าขอรอยปืนตบเย็บซัก365เข็มเอาให้โคจรครบรอบดวงอาทิตย์ก็ดีเน้อะ? ชิคๆ อีดอก แต่ละเพลงนี้เนื้อหาเอื้อแก่การถีบหน้าจริงๆ แบบบบ กลัวเหงาเลยหนีไปเป็นเมียโจรนี้เนื้อเพลงมึงสิ้นคิดไปป่ะ? ส่วนภาคดนตรีก็แนวถนัดอีห่านมาตั้งแต่สมัยRated Rอะค่ะ อาร์แอนด์บีและโซลติดสำเนียงบลูส์ดำๆมืดๆอารมณ์ประมาณกินอเมริกาโน่ขมปี๋เพียวๆ ที่มากับจังหวะมิดเทมโพและลูกเล่นดั๊บสเตป ฟาดแมชชีนดรัมรัวๆโป๊งโป๊งชึ่ง สำหรับฉันแล้วเพลงนี้ค่อนข้างอยู่ในระดับที่หน้าเบื่อ โอเค จริงอยู่ที่ว่าแก่นของดนตรีประเภทฮิพฮอพอาร์แอนด์บีเป็นอะไรที่minimal ไม่ได้ขายความหวือหวาแบบแนวดนตรีประเภทอื่นๆ แต่มันซ้ำซากไง คือเจอตั้งแต่Rated Rจนถึงอัลบั้มนี้ก็ยังเจออีก จนมันไม่ได้รู้สึกว้าวอะไรกับดนตรีแบบนี้อีกแล้ว



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


Woo (4/5) ครั้งเมื่อฟังรอบแรกๆที่รันแทร็คไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่านางทำดนตรีประเภทอินดัสเตรียลไม่ค่อยถึงเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะจากประสบการณ์ที่เคยฟังงานอินดัสเตรียลมา ทั้งที่เป็นองค์ประกอบในดนตรีร็อคหรือดนตรีอิเล็กโทรนิก้า งานประเภทนี้จะค่อนข้างเล่นใหญ่ เน้นความเยอะ ฟังยากจนถึงขั้นฟังไม่ได้เลยก็มี แต่เพลงนี้กลับดึงซาวด์อินดัสเตรียลมาใส่และทำออกมาได้จืดกว่าที่ควรจะเป็นพอสมควร แต่พอได้กลับมาฟังซ้ำไปซ้ำมาหลายๆรอบแล้วกลับรู้สึกว่าเพลงนี้เจ๋งกว่าที่ประเมินไว้ตอนแรกเยอะอยู่เหมือนกัน ด้วยความที่ภาคดนตรีในเพลงนี้ยืนพื้นด้วยแนวเพลงสไตล์ฟิวชั่นฮิพฮอพกับอิเล็กโทร ที่นำเสนอออกมาในสไตล์แทรพมิวสิค แล้วค่อยเอาดนตรีและซาวด์ประเภทอื่นๆมาเสริมภาพรวมให้ดูมีมิติมากขึ้น อย่างเช่นบรรดาโพรแกรมมิ่ง ออโต้จูน รวมทั้งดนตรีประเภทอินดัสเตรียลอะไรแบบนี้ อีกทั้งในส่วนของทั้งภาคเนื้อหาเองก็น่าสนใจ แม้จะยังเป็นอีกหนึ่งเพลงที่พูดถึงผัวเก่าก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ดูงี่เง่าเป็นชะนีน่าโง่ที่วันๆสักแต่ว่าแต่งเพลงเพ้อเจ้อถึงผัวอะไรแบบนั้น อาจด้วยเนื้อหาที่จำเป็นต้องตีความ คลุมเครือ อย่างในท่อน“I’ve been thinking about you ‘bout you late at night”และในท่อน“I don’t really even really love you” ที่มีลักษณะเป็นself-paradoxและเนื้อหาที่เป็นแบบลักษณะปลายเปิด ให้คนฟังไปคิดต่อเอาเองว่าตกลงอีห่านนางจะเอายังไงกันแน่? และสุดท้ายในเรื่องของการร้องและการสื่ออารมณ์ของอีห่านเองก็ทำได้ดี ให้ความรู้สึกที่แข็งกร้าว ดุดัน ช่วยส่งให้ภาพรวมของเพลงนี้ดูดิบและดาร์คยิ่งขึ้นไปอีก Needed Me (3/5) จะมีชะนีดีๆที่ไหนที่เค้าจะน่าด้านใจกล้าออกมาป่าวประกาศชวนผู้ชายมาrandom sex แล้วทิ้งท้ายว่า“มึงก็อยากเย็ดกูนั้นแหล่ะ” ถ้าไม่สันดานกะหรี่เข้มข้นเข้าระดับสายเลือดจริงๆ คงถ่ายทอดออกมาได้“ไม่ถึง”อย่างแน่นอน แต่โชคดีที่เพลงนี้เป็นของริอานน่า ดังนั้นปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็หมดไปโดยปริยาย ส่วนภาคดนตรีในเพลงนี้ก็เป็นดนตรีPBR&Bสมัยนิยม—อธิบายง่ายๆก็คืองานฟิวชั่นที่ยืนพื้นด้วยดนตรีEDMกับอาร์แอนด์บี โดยมีแนวดนตรีประเภทอื่นๆเป็นองค์ประกอบเพิ่มเติม เช่น ร็อคหรือโซล เป็นต้น—ส่วนตัวสำหรับแทร็คนี้ นอกจากเนื้อหาไพร่ๆแรงๆที่ดูเสร่อแล้ว ภาพรวมก็อยู่ในระดับไม่น่าสนใจและดูไม่ค่อยมีอะไรซักเท่าไหร่ คือสามารถหาฟังได้ทั่วไปตามชาร์ตบิลบอร์ดอะไรแบบนั้น ต่อด้วยนีโอโซลและสโลว์แจมอาร์แอนด์บีอยาง Yeah, I Said (3.5/5) ที่ไม่ต่างจากเพลงInterludeขั้นฉากก่อนเข้าสู่บทบรรเลงเพลงต่อไปซักเท่าไหร่นัก อีกทั้งภาคเนื้อหาเองก็ไม่มีหีแตดอะไรเลย นอกจากเรื่องหีแตดให้อีห่านออกมาครางว่า“เย็ดฉันสิ่”เป็นเวลา2นาที ก็นะ ข้ามไปที่แทร็คต่อไปกันเลยดีกว่ากับการนำดนตรีทดลองแนวไซคีเดลิคมาผสมผสารกับทั้งดนตรีพ็อพ ร็อค และโซลอย่าง Same Ol’ Mistakes (5) ที่ถือได้ว่าเป็นผลงานระดับไฮไลท์ของอัลบั้มนี้เลยก็ว่าได้ ก็ต้องขอชื่นชมวิสัยทัศน์ในการเลือกเพลงของอีห่านจริงๆ เพราะเรื่องของรสนิยมมันเป็นอะไรที่สอนกันค่อนข้างลำบาก โดยเพลงนี้พื้นเพเดิมเป็นงานคัฟเวอร์จากวงอินดี้ร็อคจากออสเตรเลีย“Tame Impala”ที่ลอกทุกอย่างออกมาเหมือนกันหมดทุกระเบียบนิ้วไม่ผิดเพี้ยนไปแม้แต่ตัวโน้ตเดียว แต่ก็ต้องยอมรับว่าตัวเพลงออริจินัลนั้นทำได้เข้าขั้นสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นการที่อีห่านทำหน้าที่แค่บันทึกเสียงใหม่ทับลงไปแทนก็ดูจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว เพราะเป็นการให้เกียรติทั้งตัวผลงานเดิมและตัวนักร้องที่ขอซื้อเพลงเค้ามา ในด้านความโดดเด่นของเพลงนี้ถ้าจะให้ดิฉันสาธยายแล้ว ก็ต้องบอกว่าทุกส่วนองค์ประกอบที่ฟอร์มเพลงนี้ขึ้นมานั้น ทำได้ในระดับที่ดีมากๆ แต่ถ้าจะมีข้อตำหนิบ้าง ก็คงเป็นระยะเวลาการเล่นของเพลงนี้ที่ยาวถึง6เกือบ7นาที แน่นอนว่าแค่การทำเพลงที่มีความยาวเกิน4นาทีก็เรียกได้ว่ามีความเสี่ยงแล้ว เพราะภาพรวมของซาวด์จะวนเป็นลูปทำให้รู้สึกซ้ำซากและน่าเบื่อ อีกทั้งถ้ามีไลน์ใดไลน์หนึ่งทำได้ง่อยหล่ะก็ทีนี้ภาพรวมของเพลงนี้จะดูดร็อปไปเลยทันที แต่ก็ถือว่าค่อนข้างโชคดีที่ในส่วนของการเรียบเรียงได้ช่วยชีวิตเพลงนี้จากสภาพดนตรีเมากาววนลูปไว้ได้เยอะมากๆ โดยเฉพาะในท่อนbridgeที่ตัดเป็นท่อนแซมเพิ้ลนีโอโซลแทน ก็ดูเป็นการกระทำที่ชาญฉลาด เพราะนอกจากจะช่วยบรรเทาความน่าเบื่อของดนตรีประเภทไซคีเดลิคได้แล้ว ยังชูให้ท่อนverseท่อนสุดท้ายดูโดดเด่นยิ่งขึ้นอีกด้วย สุดท้ายในส่วนของภาคเนื้อหา ก็ถือว่างานนี้อีห่านมองการไกลทะลุปรุโปร่งมากๆ ยิงปืนนัดเดียวได้นก2-3ตัว เพราะนอกจากตัวภาคดนตรีจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากแล้ว ภาคเนื้อหาก็ดูอะไรที่เป็น“Bad Bitch Rihanna Style”มากๆ ซึ่งในเพลงนี้จะโฟกัสไปที่ประเด็นการตีกันระหว่าง2คาแร็คแตอร์2ความคิด คือ“New Person”กับ“Same Old Mistakes” ซึ่งฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเสียงผีเปรตผีพรายกระซิบในด้านnegativeนั้น จะตีความได้ว่าอีห่านเป็นประเภทคนมี2บุคลิกแบบจิตใจด้านดีกับจิตใจด้านชั่วกำลังตีกัน หรือเสียงของpublicที่กำลังพูดถึงนางอยู่กันแน่ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นแบบไหนก็ตาม ฉันก็ว่าอย่างน้อยเพลงนี้ก็น่าจะช่วยคลายข้อสงสัยของคนฟังได้นะว่าตกลงแล้วอีห่านคิดอย่างไรกับfeedbackของสาธารณชนต่อวิถีชีวิตของนางในช่วงหลังๆ ซึ่งตัวอีห่านเองก็มีคำตอบที่ชัดเจนแล้วหล่ะนะ—“I know you don't think it's right. I know that you think it's fake. Maybe fake's what I like.” มาที่แทร็คที่10ในอัลบั้มนี้กันบ้างดีกว่า หลังจากครั้งแรกที่ฉันได้ฟังงานสไตล์โฟล์กพ็อพของอีห่านในเพลง“FourFiveSeconds” ครั้งนี้ก็ถือเป็นอีกครั้งที่ได้ฟังดนตรีประเภทนี้จากอีห่านกับ Never Ending (3.5/5) ที่มีองค์ประกอบของงานคันทรีมิวสิค ซึ่งอันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะว่าตอนอัลบั้มแรกๆอย่างMusic of the SunกับA Girl like Meนางจะมีเพลงประเภทบ้านๆแบบนี้บรรจุอยู่ในอัลบั้มเหล่านั้นด้วยหรือเปล่า เพราะดูจากที่อัลบั้มเหล่านั้นยืนพื้นด้วยดนตรีประเภทเรกเก้พ็อพอะไรเทือกนั้นแล้ว น่าจะมีแน้วโน้มค่อนข้างสูงที่อีห่านจะหอบหิ้วบรรดาดนตรีบ้านๆใส่ไปในอัลบั้มพวกนั้นด้วย แต่ไม่ว่าอีห่านจะเคยผ่านดนตรีจำพวกโฟล์กหรือคันทรีมาแล้วกี่ครั้งก็ตาม ครั้งนี้ก็ยังคงเป็นความแปลกใหม่สำหรับฉันต่ออีห่านในทำดนตรีแนวนี้อยู่ดี โดยเฉพาะเมื่อรวมกับภาคเนื้อหาที่มีลักษณะเป็นฟ้าหลังฝนที่พูดถึงความรักครั้งใหม่แล้ว ก็คงไม่มีดนตรีประเภทไหนที่จะสามารถขับกล่อมได้ดีกว่างานจำพวกโฟล์กหรือคันทรีอีกแล้ว Love On the Brain (4/5) กลับมาอีกครั้งกับรักครั้งเก่า ผัวคนเก่า และคริส บราวน์ ที่แบบบบบ โอ้ยยยยย อีดอก เมื่อไหร่มึงจะหลุดพ้นจากอีเวรนี้ซักที กูเบื่อออออ (ฝากวานใครกระทืบหน้าอีดอกห่านอีกซักรอบที น่ารำคาญมากกก) เอาเป็นว่าดิฉันจะพยายามมองข้ามและโฟกัสเฉพาะแค่ตัวดนตรีก็แล้วกัน รู้สึกว่าเพลงนี้จะมีissueแย่งกับอีบีใช่แม่ะ? เห็นมีข่าวอยู่ แต่ก็ช่างมันเถอะไม่ว่ามันจะเคยเป็นเพลงของใครก็ตาม พูดถึงเพลงนี้ตอนฟังครั้งแรกๆนี้ก็ค่อนข้างเฉยๆนะ ก็อยู่ในระดับที่เพราะดี แต่ก็ไม่ได้ติดอกติดใจอะไรมากขนาดนั้น แต่พอมาฟังแบบrepeat the current trackก็รู้สึกโอเคขึ้นมากเลยทีเดียว ตัวเพลงเป็นงานเทือกโอลด์สคูลบัลลาด คอนเทมโพรารีอาร์แอนด์บีและนีโอโซลอะไรแบบนั้น แต่จะโดดเด่นตรงความเป็นโอลด์สคูลในเพลงนี้จะได้อิทธิพลจากดนตรีในยุค50s-60sจำพวกดูวอปและร็อคแอนด์โรล Higher (2/5) แทร็คสั้นๆประมาณ2นาที ตัวเพลงมีลักษณะเป็นงาน“Torch Song”แจ๊สบัลลาดในช่วงยุค30s-50sประมาณนั้น ที่อีห่านเอามาคั่นเป็นเพลงเปิดencoreก่อนที่จะปิดfinaleอย่างสมบูรณ์ แต่ก็นะ แทนที่จะฉันจะรู้สึกสมบูรณ์และอิ่มเอมให้สมดังจุดประสงค์ของคนทำ แต่ไม่เลยค่ะ สิ่งที่ฉันกลับรู้สึกแทนก็คือรำคาญกับการใช้เสียงของอีห่านในเพลงนี้มากๆ ใครบอกอีห่านร้องเพราะร้องโซลเนี่ย ฉันว่าอีนางนั้นต้องมีปัญหาเป็นโรคโพรงหูอักเสบแต่นอน สภาพเสียงอีห่านแทบไม่ต่างกับเสียงปลาดุกโดนแม่ค้าในตลาดสดเอาค้อนทุบหัว ตอนอีห่านร้องฮีโร่ของอีหมีฉันใดร้องเพลงนี้ก็ฉันนั้นอะค่ะ ขอไม่พูดอะไรมากนะคะสำหรับแทร็คนี้ ขอเอาน้ำมาล้างหูก่อน สยองยังไม่หาย มาถึงแทร็คสุดท้ายในอัลบั้มนี้ Close to You (4/5) อีห่านก็ยังคงคอนเซ็พท์ ผัวเก่า ผัวเก่า และผัวเก่า จนฉันแบบบบบ อีเหี้ย น่ารำคาญ ขนาดแทร็คสุดท้ายก็ยังมีแต่อีคริส บราวน์ โอ้ยยย กูไม่รู้จะด่ามึงคำไหนด่ามึงภาษาอะไรแล้ว นี้แบบบบ ด่าว่าโง่เป็นวัวเป็นควายก็สงสายวัวสงสารควายแทนอีกที่ต้องเปรียบเทียบกับอีนี้ พอๆเลิกพูดถึงดีกว่า เอาเป็นว่าเพลงนี้เป็นเพียโนโซลและอาร์แอนด์บีบัลลาดที่มีกลิ่นไอของดนตรีไลท์แจ๊ส จบรีวิวเพลงสุดท้ายแค่นี้แหล่ะ รำคาญ



สรุป
แม้จะรู้สึกอยากอ้วกกับสิ่งที่สำรอกออกจากปากอีคานเยว่าอัลบั้มนี้เป็น“the best of life”หีแตดดมกาวอะไรของมันก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่าอัลบั้มนี้ของอีห่านอยู่ในเกณฑ์ที่ดีจริงๆ แต่ขอเถอะอัลบั้มหน้า หล่อนช่วยเลิกซักทีเถอะกับเนื้อหาสิ้นคิดที่วันๆมัวแต่บ้าควยบ้ากระดออีคริส บราวน์ จนชาวบ้านชาวช่องเค้าเบ้ปากเอือมระอาจนอยากส่งคนไปตบหล่อนให้สมองไหลหลุดออกมาจากหัวจนหมดแล้ว ถ้าเสี้ยนนักก็แต่งเพลงเนื้อหาสำส่อนแบบนี้ไว้นอนฟังเกาจิ๋มเล่นอยู่ที่บ้านคนเดียวไปค่ะ คนอื่นเค้าไม่ได้เป็นพวกวิปริตวิตถารถึงได้appreciateกับเพลงไอ้มืดกับอีมืดSMร้องเพลงจีบกัน

PS. รีวิวครั้งหน้าคิดว่าเป็นงานทริบิ้วให้แก่ศิลปินเกาหลีวงนึงค่ะ แต่คิดว่ารอบหน้าคงไม่มาฟีลร้ายๆแรงๆ(หรอกมั้ง?) ก็ลุ้นเอาแล้วกันว่าหวยจะตกอยู่ที่ใคร แล้วก็ขอฝากรีวิวเก่าๆในปีนี้ด้วยนะคะ
4 Teen Divas of 2000's: The First Series – Britney Spears
The 50 Most Frequently Played Songs of 2015
Taylor Swift – 1989



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
พี่รีเริ่ดจัง ลงทุนซื้อมารีวิวเลยเหรอคะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มของอีห่านที่นี่เลือกให้อยู่ในระดับดีเลยคร้ะ ถึงแม้ส่วนตัวจะไม่ได้เจนกับเพลงแนวนี้สักเท่าไหร่ ฟังไปบางแทรคก็น่าเบื๊อน่าเบื่อ แต่ฟังแล้วก็รู้สึกได้ว่ามันมีอะไรนะ ถ้าใครที่มาสายนี้ได้ฟังคิดว่าคงถูกใจอยู่ไม่น้อย อัลบั้มนี้ดูเป็นอะไรที่ชัดเจนมากกับตัวตนของนาง นี่รู้สึกแบบนั้น

แทรคที่ชอบก็มี Same Ol’ Mistakes(เริ่ดมากกก) , Kiss It Better(ชอบท่อน been waiting on that sunshine. boy, i think i need that back มาก ๆ แต่ค่อนข้างจะแหวะกับท่อนคอรัส น่าเบื่อ) , Consideration , Love on the Brain (เพลงนี้ดนตรีขึ้นมาก็เกือบเทคะแนนหมดหน้าตักแล้วคร้ะ) , Higher (ชอบเพลงนี้อ้ะ ถึงมันจะดูแหกปากน่ารำคาญเหมือนเสียงกะหรี่โวยวายทวงตังค่าตัวจากแขกก็เถอะ แต่มันดูได้อารมณ์ดี)

เอาจริง ๆ ไม่ต้องทำเวอร์ Deluxe ออกมาขายก็ได้นะคร้ะ เพลงที่เพิ่มมาขี้หีอัปรีย์มาก โดยเฉพาะอีเพลง Pose นี่เหมือนแต่งเหมือโพรดิ้วกันตอนพี้กัญชาอะคร้ะ อุบาทว์จัญไรมาก ๆ


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
https://www.facebook.com/ForwardmagPage/photos/a.120512127964529.21320.114300008585741/1298136313535432/?type=3&theater

เละ like

ตามไปตอบได้นะ Cool


_________________

Like กดที่รูป
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com