˹���á Forward Magazine

ตอบ

[15+] NuRii3_Review : Taylor Swift - Folklore
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ [15+] NuRii3_Review : Taylor Swift - Folklore 
Taylor Swift - Folklore



จากวิถีพอพสตาร์สู่งานอินดี้ สูงสุดกลับคืนสู่สามัญ และบทพิสูจน์มาสเตอร์พีซของ(อดีต)เจ้าหญิงแห่งวงการคันทรี่พอพ

จากคำโปรยหัวclickbaitที่ยาวเป็นหางว่าวเหล่านี้อาจทำให้กะเทยแอบmehพร้อมเบ้ปากอยู่ในใจกับกระแสอวยไม่แห้งของอัลบั้มนี้ ณ เวลานี้ ทั้งๆที่พึ่งผ่านมาได้ไม่กี่วันนับจากเวลาที่ปล่อยอัลบั้มนี้ออกมา แต่แน่นอนว่าต่อให้เป็นกระแสชื่นชมที่ล้นหลามนี้ (ลามไปจนอวยสาวเทย์จนเปียกไปหมดทั้งตัว) ก็ไม่สามารถสร้างความประหลาดใจไปมากกว่าการตลาดชวนงง ที่สาวเทย์ประกาศว่าจะlaunchลีดซิงเกิ้ลอย่าง"cardigan" พร้อมทั้งอัลบั้มใหม่"folklore"ออกมาในช่วงเช้าของวันที่24ที่ผ่านมา (หลังจากที่พึ่งประกาศวันและเวลาที่จะปล่อยออกมาได้ไม่ถึง24ชั่วโมงด้วยซ้ำ) ทำเอาทั้งบรรดาคอแฟนเพลงสากลทั่วโลกและเหล่าสวิฟตี้แฟนเดนตายของนางตามแทบไม่ทัน
แม้แต่ตัวรีเองก็พึ่งรู้จากซิสในบอร์ดอย่างสาวpussyมาบอกด้วยซ้ำ ตอนแรกยังแอบคิดอยู่เลยว่าเห้ย อีเทย์ไปทำอัลบั้มนี้ตั้งแต่ตอนไหน แล้วที่งงไปกว่านั้นคือนางยุติการโปรโมตอีอัลบั้มloverแล้วเหรอ ซึ่งตอนแรกที่เห็นข่าว ก็แอบปรามาสว่าคงเป็นอัลบั้มขายขำ กะมาเอากระแสจากอีสองผัวเมียเวสท์หรือเปล่านะ แต่พอไล่ดูรายละเอียดไปเรื่อยๆ ก็อ้าวไม่ขำแล้วเน้อะ แลดูทำเป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียว ยิ่งพอเห็นชื่อโปรดิวเซอร์ที่มาคุมบังเหียนอัลบั้มล่าสุดอย่าง"Aaron Dessner" มือกีต้าร์แห่งวงอินดี้แบนด์"The National"แล้ว ยิ่งรู้สึกhypeขึ้นมาอย่างประหลาด พร้อมมีเซ้นส์บางอย่างมันบอกรีว่า "เห่ย หรือนี่จะเป็นอัลบั้มของอีเทย์ในแบบที่เรารอคอยหรือเปล่านะ"

จะหาว่ารีพูดเอาเครดิทก็ได้นะ แต่ถ้าใครเคยอ่านรีวิวเพลงอีเทย์ของรีมาบ้าง รีมักจะพูดอยู่บ่อยครั้งว่ารีค่อนข้างเสียดายฝีมือการแต่งเพลงของอีเทย์ที่ปัจจุบันก้าวกระโดดไปไกลกว่าบรรดาพอพอสตาร์คนอื่นๆในรุ่นอย่างเห็นได้ชัด และยังคงอยากให้นางกลับมาแก้มือทำอัลบั้มคันทรี่อีกซักครั้ง หลังจากบาดแผลใหญ่สมัยครั้งfearless ที่หลายๆคนมองว่าoverratedเกินไปบ้าง หรือไม่สมมงอัลบั้มแห่งปีบ้าง ซึ่งรีเชื่อว่าถ้าอีเทย์นางเทิร์นแบ็คกลับมาแนวคันทรี่อีกครั้ง ด้วยสกิลและศักยภาพต่างๆของของนาง ณ เวลานี้ ที่พัฒนาไปอยู่ในระดับที่สามารถได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ได้แล้ว อัลบั้มนั้นจะต้องสร้างชื่อและถูกจารึกในฐานะอัลบั้มมาสเตอร์พีซของนางได้อย่างแน่นอน
อีกทั้งทิศทางของอัลบั้มloverเอง ที่รีมองว่าตัวอีเทย์เองได้สร้างปลายเปิดเอาไว้ เหมือนครั้งตอนสมัยอัลบั้มred ที่แม้มันจะทำออกมาได้ไม่สุดซักทางเช่นกัน แต่ก็เป็นอัลบั้มที่ทำให้อีเทย์ได้ทดลองอะไรหลายๆอย่าง แล้วตัดสินใจว่าจะก้าวไปต่อในทิศทางไหน เฉกเช่นเดียวกับอัลบั้ม1989 ผลงานที่ผ่านการใคร่ครวญและต่อยอดแนวทางต่อจากอัลบั้มred อีกทั้งยังเป็นอัลบั้มที่เทิร์นมาแนวพอพเมนสตรีมเต็มสูบเป็นอัลบั้มแรก folkloreก็เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของอัลบั้มlover ด้วยการเปิดศักราชใหม่พร้อมกับการชิมลางแนวอินดี้พอพเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน



folklore : A-

เข้าสู่บทวิจารณ์อัลบั้มล่าสุดนี้ "folklore" อีเทย์ได้ให้descriptionอัลบั้มนี้ไว้ว่าจะเป็นอัลบั้มที่ให้ความรู้สึกถึงความเศร้า ความคิดคำนึง โหยหาถึงอดีตที่ไม่สามารถเป็นไปได้ ความต้องการที่จะหลีกหนีจากทุกสิ่งทุกอย่าง โดยที่อีเทย์นางจะแสดงสิ่งเหล่านั้นผ่านอารมณ์ในโทนต่างๆ ทั้งความเสียใจ เศร้าโศก รวมถึงความงดงามด้วย เสมือนกับเรื่องราวต่างๆผ่านอัลบั้มภาพถ่ายในจินตนาการ ดังนั้นมูดแอนด์โทนของอัลบั้มนี้ จะออกแนวอึมครึม มีความฟุ้งๆ ปกคลุมไปด้วยหมอกควันที่ล่องลอยไปมา ให้ฟีลลิ่งเหมือนกำลังอยู่ท่ามกลางระหว่างความฝันกับความเป็นจริง
แค่จากคำโปรยนี้ก็คงพอจะเดาทิศทางของเพลงในอัลบั้มนี้ได้แล้วว่าจะออกมาในรูปแบบไหน อีกทั้งอย่างที่รีเคยบอกไปแล้วหลายๆครั้งในรีวิวเก่าๆว่า อีเทย์นางไม่ใช่นักร้องประเภทชอบหักหลังคนฟัง ที่ก่อนจะลั้นช์อัลบั้มก็พูดโม้อีกอย่างนึง พอของจริงกลับตาลปัตรราวฟ้ากับเหว หรือชื่ออัลบั้มไปทาง เพลงในอัลบั้มไปทาง ไม่ได้บ่งบอกถึงidentityหรือessenceที่อยากจะสื่อออกมาแต่อย่างใด ดังนั้นเรื่องความคีพโทน ความเป็นเอกภาพของภาคดนตรีอะไรนี่ เชื่อขนมกินได้เลยว่ามันออกมาดีแน่นอน อยู่ที่ว่าจะทำออกมาได้เนี๊ยบหรือดีกว่าเดิมไหมแค่นั้น

สำหรับจุดเด่นของอัลบั้มนี้ ต้องบอกว่าปกติแล้ว แค่การที่นักร้องระดับอีเทย์คัมแบ็ค(แอนด์คัมแป๊ก)นี่ ก็ถือว่าเป็นข่าวสนั่นทั่วทั้งโลกล่ะ ยิ่งครั้งนี้ยังเป็นการเปลี่ยน"แนวทาง"อีกครั้ง หลังจากครั้งแรกที่เทิร์นจากอีเพิ้งบ้านนอกมาเป็นพอพสตาร์new yorker แล้วจากพอพสตาร์หีไม่แห้งโกทูหนทางแห่งอินดี้เวย์อีก แน่นอนว่าทั้งกระแสตอบรับและกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรียกได้ล้นหลามจนอ่านจนถึงเดือนหน้าก็ยังไม่หมด ดังนั้นจุดเด่นข้อแรกและเป็นข้อที่สำคัญที่สุดสำหรับอัลบั้มล่าสุดนี้ก็คงหนีไม่พ้นการก้าวย่างมาสู่หนทางแห่งอินดี้เวย์นี่เอง

แน่นอนว่ายังมีหลายๆคนที่เควสชั่นว่า เอ้ะ อัลบั้มนี้อีเทย์นางได้เทิร์นแบ็คกลับไปเป็นthe old taylorหรือเปล่านะ ถ้าจะให้ตอบจริงๆ มันก็มีส่วนที่ทั้งใช่และไม่ใช่ค่ะ ในส่วนที่ไม่ใช่คือ ต้องแก้misunderstandingก่อนว่าเพลงโฟล์คไม่ใช่เพลงคันทรี่นะคะ ไม่ได้เป็นซับเซ็ตอะไรด้วย แล้วเพลงในอัลบั้มนี้ส่วนใหญ่กระเดียดไปทางดนตรีโฟล์ค ส่วนจะโฟล์คพอพ อัลเทอร์ แชมเบอร์ โฟล์คโทรนิก้า หรืออะไรก็ตามแต่ อันนั้นก็อีกกรณี
แล้วที่สำคัญอีกอย่างคือ ณ ปัจจุบัน จะให้อีเทย์กลับไปกู้คืนภาพลักษณ์อีเพิ้งบ้านนอก ขวัญใจบรรดาลุงๆผิวเผือกดั้งขอเลือกRepublican ก็คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว (แล้วตัวอีเทย์เองก็คงไม่ได้ยี่หระกับอะไรพวกนี้อยู่ล่ะ) แถมแต่ละเพลงที่อีนี่แต่ง นับวันยิ่งเหมือนคนไข้จิตเวชเข้าไปทุกวี่ทุกวัน จะมาหาโอลด์เทลงเทเลอร์ หาอีเทย์ตามสถานบำบัดจิตยังง่ายซะกว่า

และส่วนที่ใช่ คือยังมีแทร็คที่เป็นคันทรี่โฟล์คแบบในสมัยอัลบั้มแรกๆในหายคิดถึงกันอยู่ เช่น bettyในแทร็คเกือบท้ายๆของอัลบั้มนี้ ตัวเพลงคันทรี่โฟล์คในแบบที่เราคุ้นเคย และมีเนื้อหาเชื่อมโยงกับแทร็คก่อนหน้านั้นอย่างaugust เป็นต้น
แล้วอีกเหตุผลนึงที่รีคิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญให้หลายๆคนมองว่านี่คือการกลับมาของโอล์ดเทเลอร์ นั้นก็เพราะความมินิมอล ความเรียบง่าย และดูออกานิคมากขึ้น ของบรรดาองค์ประกอบต่างๆในอัลบั้มนี้ ไล่ตั้งแต่อาร์ตเวิร์ค แนวดนตรี แมกระทั่งภาคเนื้อหาเอง ที่แม้จะดูเป็นคนไข้จิตเวชเกินเยียวยาไปบ้าง แต่ก็ต้องถือว่าเป็นมิตรและซอล์ฟกว่าอัลบั้มก่อนๆมากนัก ดูมีความเพ้อเจ้อคร่ำครวญมากขึ้น เพียงแค่เปลี่ยนจากอีเพิ้งเกากีต้าร์ก๊องแก๊ง ร้องเพลงแฟรี่เทลเป็นชะนีขี้มโน กลายเป็นชะนีที่ทั้งแก่ทั้งอ้วน นั่งหีแห้งเมาเหล้าอยู่ในห้องนอน เหมือนในbridget jones's diary

จุดเด่นข้อต่อมาที่น่าชื่นชมไม่แพ้กัน นอกจากความ"กล้า"ที่จะเปลี่ยนแนว(อีกรอบ)แล้ว คือการลุกขึ้นมาลงมือทำให้เห็นเลยว่า ฉันไม่ใช่นักร้องระดับfollowerที่ต้องตามcatch up with the trendอีกต่อไป และฉันนี่ล่ะ ที่จะเป็นผู้set the trendขึ้นมาเอง
แน่นอนว่า นอกจากประเด็นเรื่องฝีมือที่นางถูกค่อนขอดมาอย่างยาวนาน (จนปัจจุบันนางสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้แล้วว่านางคือของจริง) อีกประเด็นที่เป็นcontroversialมานานไม่แพ้กัน อย่าง"ความเป็นtrendsetter"กับ"impactต่อpop culture" ที่ชื่อของอีเทย์มักจะถูกปรามาสมาโดยตลอดว่า นางมีอิมแพ็คอะไรต่ออุตสาหกรรมเพลงพอพอย่างงั้นเหรอ ก็แค่นักร้องcountry-go-popหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท็อปปิคนักร้องที่อยู่ท็อปที่สุดในยุค10's
ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าจากข้อกังขานี้ ทำให้หลายๆคนเควสชั้นว่า เราจะสามารถฝากความหวังไว้ที่อีเทย์ ให้เป็นแกนหลักที่สามารถขับเคลื่อนวงการเพลงพอพเมนสตรีมได้จริงๆหรือ เพราะนอกจากบารมีในฐานะพอพสตาร์เบอร์หนึ่งของยุคในแง่ชื่อเสีย(ง) เราสัมผัสด้านอื่นๆของนางได้จางมากๆ
แต่ในอัลบั้มนี้นี่เอง อีเทย์ได้แสดงให้เราได้เห็นแล้วว่า"โปรดวางใจฉันได้เลย" ด้วยการปาอัลบั้มที่อยู่ในระดับใกล้เคียง"มาสเตอร์พีซ"ที่สุด (และอาจจะเป็นมาสเตอร์พีซที่สุดในcareerของนาง) กระแทกใส่หน้าทุกคนอย่างไม่ทันตั้งตัว พร้อมตรอกกลับบรรดาผู้ที่ค่อนขอดนางว่าเป็นได้แค่country-go-popให้อ้าปากค้าง ด้วยการเทิร์นไปแนวอินดี้พอพแทนซะเลย

และจุดเด่นในข้อสุดท้าย ที่ต้องถือเป็นอีกหนึ่งพรสวรรค์ของอีนี่ไปซะแล้วก็ได้มั้ง นั้นคือเซ้นส์การเลือกเพลงของนาง เหมือนอย่างรีเคยพูดถึงไปเมื่อรีวิวอัลบั้มก่อนๆของนางว่า อีเทย์เป็นนักร้องที่มีเซ้นส์การเลือกเพลงได้ยอดเยี่ยมมากๆ โดยเฉพาะเรื่องความไพเราะและร่วมสมัย เรื่องนี้คือยืนหนึ่งพอๆกับกับฝีมือการเขียนเพลงนางของเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากอัลบั้มก่อนๆ คือในอัลบั้มก่อนๆ ยังมีบางแทร็คที่ภาคดนตรีอ่อนจนถึงง่อยให้เห็นกันบ้าง แต่อัลบั้มนี้เหมือนผ่านการคัดแล้วคัดอีก (ทั้งๆที่ความจริงคือนางพึ่งอัดได้ไม่นานด้วยซ้ำ) ไม่มีแทร็คไหนที่ทำให้รีรู้สึกเลยว่า เห่ย นี่ผ่านการกลั่นกรองมาแล้วใช่ไหม คืออาจไม่ได้ยืนstanding ovationปรบมือรัวๆให้ครบทุกเพลงในอัลบั้มก็จริง แต่อย่างน้อยก็ไม่มีแทร็คไหนที่อ่อนด้อยจนเป็นจุดอ่อนให้กับอัลบั้มนี้ได้ซักเพลงเลยจริงๆ ถือว่ารอบนี้หล่อนทำการบ้านมาได้ดีมากจริงๆค่ะ กลบจุดด้อยของอัลบั้มตัวเองได้เกือบหมดเลย

ในส่วนที่เป็นจุดด้อยของอัลบั้มนี้ เอาจริงๆมันก็ไม่เชิงเป็นข้อเสียอะไรมากหรอก อาจจะด้วยความเรื่องมากของตัวรีเอง ที่คิดว่าภาพรวมมันยัง"เบา"ไปหน่อย หรือให้พูดแบบเข้าใจง่ายๆว่า มันยังอินดี้ไม่พอ ด้วยความที่ตัวรีเองอยากเห็นอีเทย์ทำอะไรที่มันก้าวข้ามไปมากกว่างานที่สามารถเห็นได้ทั่วๆไปในตลาดเพลงเมนสตรีม เช่น บลูส์ร็อคหม่นๆเข้มข้น หรือคันทรี่โซล มีกอสเพลอลังการ ไม่ก็อิเล็กโทรโฟล์คเก๋ๆ พอของจริงออกมาเป็นงานอินดี้พอพที่หาฟังได้จากนักร้องอินดี้พอพทั่วๆไป ส่วนตัวก็แอบรู้สึกนอยด์นิดนึง แต่มันก็เป็นความรู้สึกผิดหวังที่ยอมรับได้ คือหนึ่งตัวอีเทย์เองก็ไม่ได้ออกมาโอเวร์เคลมว่าจะต้องเป็นอย่างงู้นอย่างงี้แต่แรก กับสองยังไงนางก็ต้องขายตลาดเมนสตรีมอะนะ ทำเพลงฟังยากเกินไปดี๋ยวก็เจ๊งอีก
แต่อีกเหตุผลนึงที่ส่วนตัวเห็นว่าถ้าอัลบั้มนี้ไม่มีซะจะดีกว่า คืออีแจ็ค แอนโทน็อฟฟ์ คือไม่ปฏิเสธนะว่าอีแจ็คเป็นPDที่เก่งมากและมือทองที่สุดในทศวรรษนี้แล้ว แต่อะไรที่มันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่อะค่ะ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในอัลบั้มนี้ คือทุกครั้งที่แอบรู้สึกขัดใจกับโทนเพลงนี้จัง พอเหลือบไปดูเครดิทแล้วเห็นชื่ออีแจ็ค ก็บั่บ เออ กูว่าล่ะทำไม เพลงกำลังมาแนวโฟล์คฟังสบายๆอยู่ อีนี่เบรคด้วยดรีมพอพ อ่ะยังพอหยวนๆ ผ่านไปซักแปปอีนี่มาซินธ์พอพอีก จนแบบอะไรของมึงคะะะ
คือจะบอกว่าตัวเองถนัดแต่แนวโมเดิร์นพอพก็ไม่ถูกม่ะ ตัวอีแจ็คเองก็แจ้งเกิดจากมือกีตาร์วงfun. สมัยsome nightsหล่อนก็ลอกทั้งควีน สกอร์เปี้ยน หรือวงหินกลิ้งมาซะขนาดนั้น (วรั้ยยย) เพลงโฟล์คก็ไม่น่าจะยากเกินไปนะคะ หรือเซ้นส์ดนตรีร็อคของหล่อนขึ้นสนิมไปหมด

สุดท้าย ถ้าจะให้รีกล่าวถึงอัลบั้มนี้อย่างสรุปอีกครั้ง รีขอพูดแบบไม่กลัวกะเทยหน้าไหนมาแหกเลยนะว่า นี่คือthe greastest comebackของพอพสตาร์ที่สมการรอคอยมากที่สุดอัลบั้มหนึ่งของปี2020เลยก็ว่าได้ ด้วยความที่อัลบั้มนี้มาได้ถูกที่ถูกเวลา ทุกคนกำลังรู้สึกเบื่อ อึดอัดต่อสถานการณ์ของโควิดที่ไม่จบไม่สิ้นซักที โดยเฉพาะในหลายๆประเทศที่อัตราการแพร่ระบาดยังอยู่ในระดับสูงอยู่ อัลบั้มนี้ก็เหมือนอัลบั้มที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อserveในสภาวะที่ต้องถูกquarantine เปรียบเสมือนเพื่อนในยามที่รู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว
อีกทั้งองค์ประกอบทุกอย่างในอัลบั้มนี้เอง ก็ล้วนแล้วแต่ทำได้อย่างพิถีพิถัน สมบูรณ์ และงดงาม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครหลายๆคนถึงยกให้"folklore"เป็นอัลบั้มที่ใกล้เคียงระดับมาสเตอร์พีซมากที่สุดตลอดcareerของอีเทย์ เพราะอัลบั้มนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าควรจะdeserveมันจริงๆ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
the 1
4.5/5

จริงๆค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ยากเหมือนกัน ที่ต้องเลือกหยิบเพลงที่มาในมูดแอนด์โทนbreak-up songจากอัลบั้มนี้ เพราะแต่ละเพลงที่มาในโทนนี้คือทำได้ค่อนข้างดีพอสมควร จนเกิดอาการรักพี่เสียดายน้องอยู่นาน แต่ในเมื่อจำกัดโควต้าที่อยากจะพูดถึงแค่5เพลง เพราะขี้เกียจเขียนรีวิวยาวเกินไป เลยจิ้มเลือกเพลงนี้มาเลยก็แล้วกัน

เหตุผลหลักๆที่เลือกเพลงนี้ ส่วนตัวชอบความพยายาม"ตัด"ของอารมณ์เพลง ไม่ให้กลายเป็นเพลงอกหักสุดโต่งมากจนเกินไป ให้ความรู้สึกbittersweet ที่เศร้า เหงา คละน้ำตา แต่ก็ยังมีแสงสว่างและความอบอุ่นอยู่ในที เหมือนกับที่นางเคลมว่าจะพยายามทำเพลงที่ให้ฟีลลิ่งsad beautiful tragic ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ให้ความรู้สึกแบบนั้น

แล้วอีกเหตุผลที่ชอบมากๆ คือการนำเสนอออกมาอย่างเรียบง่าย การเดินคอร์ดที่ไม่ซับซ้อน เน้นที่อินเนอร์ของตัวนักร้องเป็นหลัก ซึ่งก็ต้องขอชมอีเทย์ที่ถ่ายทอดออกมาได้ดีมากๆ ให้ความรู้สึกที่พอดิบพอดี less is more และกินใจ เสมือนกำลังเปิดyearbookหรือphoto albumที่อุดมไปด้วยความทรงจำที่สำคัญต่างๆ ทั้งในด้านที่สุขและทุกข์มากมาย



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
cardigan
3.5/5

เป็นเพลงที่ตอนปล่อยออกมาครั้งแรกเลย สารภาพตามตรงว่ารู้สึกผิดหวัง ตอนฟังคือหน้าอีล้านนาลอยขึ้นมาเลย แต่เป็นในเวอร์ชั่นที่ซอล์ฟกว่ามากและunimpactedใดๆทั้งสิ้น แล้วต้องยอมรับอยู่อีกอย่างว่าเนื้อเสียงอีเทย์ก็ไม่ได้เป็นคนที่มีเสน่ห์แบบอีล้านนาแล้วด้วยอะนะ จะให้มาร้องเพลงแนวโกธิค แชมเบอร์ แล้วทำให้คนฟังรู้สึกfascinated, under a spellก็หาใช่ไม่ ยิ่งเนื้อหาก็เช้ยเชย มาพร้ำเพ้อถึงรักสมัยพระเจ้าเหา "I was an old cardigan..., I was your favorite..." คือพักนะคะ อีเทย์ ก็ไม่น่าแปลกใจ ว่าทำไมหลายๆคนพอได้ฟังจบทั้งอัลบั้มแล้วจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเพลงในอัลบั้มนั้นดูดีกว่ามาก

แต่ที่เขียนแหกไปมันยังไม่จบค่ะคุณขา พอได้ฤกษ์ที่อีเพลงนี้วนเวียนมาเล่นในหูของคุณเป็นรอบที่2-3และเรื่อยๆตามลำดับ จนเหมือนอีเทย์ได้ใส่กัญชาลงไปในเพลงนี้ ความอีล้านนาโมเดลที่เคยแหกไปเมื่อพารากราฟข้างต้น พอมันไม่เข้มข้นเท่าเพลงปกติของอีล้านนา บวกกับเนื้อเสียงของอีเทย์ที่มันธรรมด้าธรรมดา ไม่ได้ดูวอนนาบีพินอัพเกิร์ลเกินไป เลยกลายเป็นข้อได้เปรียบ ทำให้เราสามารถฟังได้เรื่อยๆ แถมเนื้อเพลงก็อย่างบอกว่ามันเชยลากมาก แต่ถามว่าติดหูมากไหม ก็ตอบเลยว่ามากเช่นกัน กะเทยนึกอะไรไม่ออก นึกถึงอีเฮลโหลของอีช้างอเดลเลยค่ะ เนื้อเพลงโครตเชยแบบเชยฉิบหาย แต่คนร้องตามกันได้ทั่วโลก ฉันใดก็ฉันนั้นอะค่ะ

สรุปคือยังเป็นความมึนงงของรีอยู่เลยว่าจะเอายังไงกับอีเพลงนี้ดี ด้วยความที่เพลงมันขาดๆเกินๆไปหมดอะนะ ถ้าจะให้ตัดเกรดให้อยู่ในระดับ"เพลงที่ดี" ส่วนตัวก็ยังเห็นว่ายังไม่ถึงขนาดนั้น หรือจะให้มาบอกว่าเป็นเพลงง่อยๆห่วยแตกไปเลย หรือเป็นguilty pleasure ก็คงไม่ใช่อีก ถ้าจะให้พูดจริงๆ คงเป็นความรู้สึกน่าเสียดายมากกว่า แบบขาดไปเพียงนิดเดียวจริงๆ ถ้าอีเทย์เติมความเข้มของโทนเพลงเข้าไปอีกนิดนึง หรือไม่ก็เป็นบลูส์จ๋าไปเลย แล้วลดความเป็นอีล้านนาลงอีกซักหน่อย เพลงนี้จะกลายเป็นลีดซิงเกิ้ลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในcareerของนางเลย แต่ในเมื่อมันกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว ก็อะนะ ตามมีตามเกิดไปแล้วกันนะคะ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
my tears ricochet
4/5

ตอนฟังผ่านๆในรอบแรกๆถึงกับแอบด่าในใจ อีแจ็คแอนโทน็อฟฟ์เอาอีกล่ะ โทนเพลงในอัลบั้มกำลังมาดีๆ เพลงโฟล์คอกหักฟังเพลินๆ อีนี่มาอาเชอร์รีมิกซ์ดรีมพอพล่องลอยรอบที่ล้านแปด ขัดอรรถรสในการฟังเพลงมากๆ แต่พอมาดูlyricsคือโอ้โหมาก อีเทย์คือมือขึ้นอีกล่ะ การพรรณนาและการเลือกใช้คำในเพลงนี้คือยอดเยี่ยมไม่มีตกจริงๆ แม้เนื้อหารวมๆจะเดจาวูเพลงจำพวก อีwildest dreams, i did something bad, don't blame me เป็นชะนีโรคจิตตามอาฆาตแก้แค้นผัวเก่า สาปแช่งฉันสิ่ คิดถึงฉันจนเข้ากระดูกดำอะไรแบบนั้น แต่การพรรณนาและการอุปมาอุปมัยของนางในเพลงนี้คือกินขาดกว่าบรรดาเพลงในสมัยนั้นมาก

ซึ่งว่าบาปไปแล้ว อีแจ็คก็เก่งนะที่สนองตัณหาเนื้อเพลงบ้าๆบอๆของอีเทย์มาได้ตลอด ทำให้สกิลเขียนเพลงของนางoutstanding ทำเอารีชมไม่หุบปากได้แบบทุกวันนี้ เพราะlyricsและเนื้อหาโรคจิตวิปริตแบบนี้ ถ้าได้PDที่มือไม่ถึง อีกทั้งไม่รู้ใจกันมากขนาดนี้ คงกลายเป็นเพลงวิกลจริตที่เปิดได้ตามศูนย์บำบัดจิตหรือโรงพยาบาลบ้าอย่างเดียวเท่านั้น แต่อีแจ็คก็ยังสามารสร้างสรรค์ให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่ดูงดงาม สมกับที่อีเทย์อุตส่าห์โม้ไว้ว่าเป็นอัลบั้มที่sad beautiful tragic แถมยังขับสกิลsong writingของเทย์ให้ดูส่องสว่างได้ขนาดนี้อีก ขอชมจากใจจริงๆ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
mirrorball
3.5/5

สารภาพตามตรงว่าตอนที่ฟังผ่านๆครั้งแรก ส่วนตัวแอบนึกถึงเพลงwar of my lifeของผัวเก่านางอย่างอีจอนเมเยอร์อะค่ะ ฮาฮ่า แต่เห็นในบอร์ดต่างประเทศลงความเห็นว่านึกถึงงานช่วงท้ายๆของป้าโดโลเรส(the cranberries)มากกว่าอะนะ แต่ไม่ว่าจะคล้ายใครก็ตามแต่ นี่ว่าเพลงนี้อีแจ็คทำได้ออกมาได้ค่อนข้างน่ารักดี ดูเป็นเพลงที่ฟังได้เรื่อยๆ เหมือนย้อนกลับไปสมัยช่วงอัลบั้มred แม้ว่าภาคเนื้อหาอีเทย์จะมาแนวplay the victim againอะนะ

พูดถึงเพลงนี้ เป็นเพลงพอพที่ได้influencedจากเพลงพอพในยุคlate70'sจนถึงearly 80's ที่ผสมผสานกับพวกงานโปรดัคชั่นแนวnew wave, jangle popเข้าไป เดินบีทมิดเทมโพกลางๆ สำหรับความเห็นในส่วนของรีเอง รีให้เป็นเพลงที่ทำได้ค่อนข้างพอพที่สุดในอัลบั้มนี้แล้วมั้ง เป็นเพลงที่ฟังง่ายฟังสบาย ถ้ากะเทยไม่เรื่องมากหรือเบ้ปากกับเรื่องเนื้อหาประมาณ"I'm still trying everything to get you laughing at me..., all I do is try, try, try..."ไปซะก่อนอะนะ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
mad woman
5/5

นี่คือแทร็คที่รีชอบมากที่สุดในอัลบั้มนี้ล่ะ แบบชอบทุกๆอย่างในเพลงนี้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา lyrics หรือทำนอง มันดีจนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาติ เรียกได้ว่าเป็นcombinationที่ลงตัวมากที่สุดเพลงหนึ่งในบรรดาเพลงทั้งหมดในcareerของอีเทย์ก็ว่าได้ ทั้งตัวlyricsที่poeticสมมงเจ้าของAOTYเวทีแกรมมี่ถึง2สมัย หรือตัวเนื้อหาร้ายๆแรงๆตามแบบฉบับsnake bitchที่เราคุ้นเคย แม้ในหลายๆครั้ง ส่วนตัวก็แอบรำคาญกับสันดานความพยาบาทข้ามภพข้ามชาติอีนี่ แบบพอเถอะ เกิร์ล แต่ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าทุกครั้งที่อีเทย์เริ่มแผ่แม่เบี้ย อะดรีนาลีนในร่างกายของเราก็พุ่งพล่านขึ้นมา เหมือนกับเราเสพติดกับสันดานขี้อาฆาตของนางไปเสียแล้ว เช่นเดียวกันกับในครั้งนี้ ที่อีเทย์ได้ปาเพลงนี้ไปกระแทกปากบรรดาผู้ที่กำลังtalk shitใส่นาง พร้อมประกาศกร้าวกับทุกอริของนางว่า Look! I'll never stop till you breathe your last ซึ่งแน่นอน มีหรือที่ใครจะยอมพลาดศึกมหากาพย์ครั้งนี้ /จกป็อปคอร์น

ในขณะที่ส่วนของภาคดนตรีเอง ก็เป็นโมเดิร์นโฟล์คพอพที่ตีโจทย์ได้แตก ไม่ว่าจะด้านคุณภาพ ความไพรเราะ หรือความร่วมสมัย การนำเสนอที่ให้ทั้งความรู้สึกที่งดงามและแยบยลในจังหวะเดียวกัน การเดินบีทที่ค่อยๆไต่ระดับความพีคจากโฟล์คพอพธรรมดาไล่ไปสู่งานอัลเทอร์ในช่วงท้ายๆ การมิกซ์ที่เนียนกริบไร้รอยต่อร้อยเรียงเป็นเรื่องราวเดียวกัน โดยเฉพาะยิ่งเพลงนี้วนกลับมาเล่นซ้ำๆเข้า ยิ่งทำให้รีนึกถึงเพลงระดับเมก้าฮิตอย่างmad world ที่ผ่านการคัฟเวอร์หรือเอามารีอาเร้นจ์ใหม่นับครั้งไม่ถ้วน (ไม่รู้อีเทย์จงใจเล่นคำmad worldกับmad womanหรือเปล่าด้วย) ต้องขอชื่นชมจากใจจริงทั้งอีเทย์และAaron Dessner ที่ได้ช่วยกันสรรสร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่างเพลงนี้ขึ้นมา เพราะถ้าจะให้พูดตามตรง ส่วนตัวก็เลิกคาดหวังที่จะได้เห็นเพลงระดับนี้จากอีเทย์นับตั้งแต่ที่นางเทิร์นมาทำเพลงพอพเต็มตัวล่ะ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
แอร่ย รออ่านอยู่พอดีค่ะ สำหรับอัลบั้มนี้ของอีเทย์ ดิชั้นมีความคิดเกิดขึ้นมากมายหลังจากเพลงออก แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคอมเม้นของตัวเองในกระทู้นี้ พอตกตะกอนไปซักพักแล้ว จะเปลี่ยนไปขนาดไหน แต่ก็เมาท์กะกะเทยแบบคร่าวๆตามความคิดชั้นก่อนละกัน


เริ่มจากกระแสการเปิดตัวก่อน ตอนแรกที่เปิดตัวเลยนะ ก็แบบ หืม มึงจะมาแล้วหรอ แต่ช็อกไหม ก็ไม่ เพราะเคยเห็นอีบีทำมาแล้ว แต่อารมณ์ต่างกันตรงที่อีเทย์ก็ยังคงเป็นอีเทย์ คือจะว่าบังเอิญที่เพลงจะมาตอนอีคานเย่สติแตกก็กระไรอยู่ แลดูจงใจยังไงไม่รู้
อะไรก็ตาม หลังจากปล่อยอัลบั้มแล้วแม่คุณก็เดินหน้าโปรโมตสร้างกระแสนู่นนี่นั่น ไปจนการเกาะ(?)ผัวเก่าเพื่อนเก่า ไล่ไปจนลูกนังเบลค บลาๆ ชั้นก็เลยแอบแน่ใจขึ้นมาว่า อีนี่คงไม่สักแต่ออกๆเพลงมา โปรโมตสองเพลง แล้วก็รีบโยนทิ้งหรอก(มั้ง)

และด้วยความคิดข้างต้น ชั้นพนันเลยว่าอีนี่ไม่ใช่แค่จู่ๆติสแตกเหมือนแดกม้า แล้วก็โหมทำเพลงจนครบอัลบั้มสนองนี้ดตัวเองเฉยๆหรอก แต่นางคิดมาแล้วด้วย ว่าเพลงนี้เอง ทำมาแล้วมัน ?ควรจะดัง? หรือ ?ต้องมีคนฟัง? ไม่ว่าด้วยทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ใช่แบบ กูมั่นกูจะทำ ไม่ฟังก็เรื่องของมึงแบบอีบียอร์ค
ภาพรวมอัลบั้มก็เลยออกมาเป็นอะไรที่กลางๆ หรือจะเรียกว่าไม่สุดก็ได้นะ ในมุมมองของชั้น (เดี๋ยวจะวกกลับมาพูดประเด็นนี้)


ภาพรวมอัลบั้ม คือ ตอนแรกที่อีเพลงคาร์ดิแกนแฟลชเซลล์ออกมา นี่หมดอารมณ์เลยนะ ฟัง skim 3เพลงแล้วก็ปิด แต่จู่ๆ เริ่มฮัมจังหวะเพลงอีนี่ขึ้นมาเฉยเลย เลยไปไล่ฟัง แล้วก็ค้นพบว่า ชั้นที่เกลียดเพลงประเภทอะคูสติก คร่ำครวญ พรรณนา เสียงดนตรีเนิบนาบ กลับฟังอัลบั้มนี้จบได้โดยไม่รู้สึกจะต้องลุกขึ้นมาซัดยาระงับประสาทซะก่อน แล้วชั้นแทบจะไม่มีแทรกที่เกลียดหรือรำคาญเลย

คือ อย่างอี lover , 1989 , reputation หรือแม้กระทั่ง red ที่มีเพลงที่ชั้นชอบมากกว่า 50% แต่ต้องบอกเลยว่าทุกอัลบั้มจะต้องมีสามถึงสี่เพลง เป็นเพลงประเภท อื้มมอ๊า ซูซานนังถักนิตติ้งกับแมวพร่ำเพร้อคร่ำครวญถึงผัวเก่าที่นอกใจ คือโคตรรำคาญ จนชั้นมองเพลงประเภทนี้เป็นจุดด่างในทุกอัลบั้ม

พูดได้ว่า นางคลุมโทนอัลบั้มนี้ได้โอเค ในเรื่องมู้ดแอนด์โทนนะ แต่สำหรับชั้นคือต่างจากกะเทย ตรงที่เพลงไหนชื่ออีแจ๊คเป็นคนทำ คือชั้นชอบ 55 อย่างที่บอกดิชั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อฟังเพลงแนวงุ้งงิ้งฮะฮาเลยจริงๆ พอได้อีแทร็กที่มันดูจะกระฉับกระเฉง ฟังง่าย ดูเข้าถึงตลาดขึ้นมาบ้างก็เลยชอบ

คือตอนนี้เอง ชั้นว่าชั้นเข้าใจอะไรหลายๆอย่างละ ว่าอีเทย์คือรัก ซื่อสัตย์ และอุทิศชีวิตให้กะการคอมโพสเพลงทำนองคร่ำครวญอะไรพวกนี้ ชั้นจะทำใจและเลิกด่าหล่อนเรื่องนี้ก็แล้วกัน เอาเป็นว่าชั้นผิดเองที่มาถามหาเนื้อในร้านมังสวิรัติ ชั้นขอยกแก้ว ดื่มให้หล่อนแทน ที่ระเบิดความสาแก่ ทำเพลงครวญครางมาได้จนหนำใจ ถ้าในอนาคตจะมีเพลงที่ก้าวไปทำแนวอื่นบ้าง ชั้นก็จะถือว่าเป็นการเซอไพรซ์ของพระเจ้าละกัน

ด้านเนื้อเพลง คือเห็นด้วยกับกะเทยนะ ว่าเรื่องการแต่งเพลงอีนี่ทำได้ดีจริง เรื่องอุปมาอุปไมย หรือแม้แต่การทำ autobiography self-narrative กลายๆ ซึ่งนางก็ทำได้ค่อนข้างใช้ได้ มุมมองในการเล่าเรื่องก็ดี ไม่ดูเป็นอีสาวบ้านนา โดนที่บ้านทุบตี รอวันแก้แค้นพ่อผัวอย่างอีแครี่หรืออีเคลลี่มากนัก แต่ก็แอบคิดว่าการแต่งเพลงระดับนางเป็นมาตรฐานที่คนจะเรียกตัวเองว่าศิลปินพึงมีอยู่บ้าง (ต้องโทษที่อีพวกนักร้องสมัยนี้ด้วย ที่มีปัญญาแต่งเพลงได้แค่เพลงประเภทชวนสมสู่ เรื่องใต้สะดือหีๆควยๆ หรือเพลงแร้ปเล่าเรื่องพี้ยา เซ็กวิปริตของพวกขี้คุก) ชั้นเลยไม่มีคะแนนในจุดนี้มากนัก

วนกลับมาเรื่องที่พูดค้างไว้ข้างบน คือความไม่สุดอะ คือในความคิดชั้น คิดว่าอัลบั้มนี้มันเป็นอะไรที่จะกลับมา back to basic ของสาวเทย์ คือเน้นอะไรที่เป็นตัวเองมากๆ แต่มันดูมีความประดิษฐ์อยู่เยอะพอควร ซึ่งชั้นก็มองต่อไปได้อีก2มุม

1.ถ้านางทำมาโซลจ๋า เนื้อหาบาดหี ซาวไม่เอาอะไรเลยนอกจากเสียงเกากีร์ต้าร์ เสียงเปียโน ชั้นก็คงด่านางเละ และโขกสับชนิดชาตินี้มึงอย่าได้เข้าใกล้แอปพลิเคชั่นสตรีมเพลงกูอีก

2.การทำออกมาให้ public friendly แบบตอนนี้ ก็ทำให้ชั้นรู้สึกว่าทุกอย่างของนางต้องผ่าน filter ไปซะหมด (จนเริ่มจะคิดละ ว่าตัวตนจริงๆของอีเทย์ แบบเพียวๆโซลๆเนี่ยไม่มีหรอก อีชะนีห่วงภาพลักษณ์นี่แหละ ตัวตนที่แท้จริงของนาง หรือจริงๆก็เป็นอย่างงั้น แต่ชั้นเพิ่งมารู้55 )

ด้วยจุดพ๊อพสตาเล่าความเป็นตัวเอง ก็อดเอาไปเทียบกับอี gagaไม่ได้ คืออย่างอีกาก้าใน Joanne เนี่ย ภาคดนตรีชั้นว่าก็ธรรมดานะ แต่ทำไมความเป็นตัวเอง มันออกมาชัดเจนจัดหนักมาก ขนาดชั้นไม่ได้ชอบ แต่ชั้นยังอินได้และเข้าใจตัวตนอีนี่ขึ้นเยอะม๊าก ทุกคำพูดที่เปล่งออกมามันมีจิตวิญญาณของเจ้าของเพลงอยู่เต็มไปหมด แม้แต่ Star Is Born ชั้นก็ยังได้รับความรู้สึกนั้นอยู่

แต่สำหรับอีเทย์ คือ ชั้นรู้สึกว่า นางยังไม่พร้อมให้คนฟังไปถึงส่วนนั้นของนาง หรือทำแล้วไปไม่ถึง หรือจริงๆคือถึงแล้ว อันนี้ชั้นเองก็ไม่รู้

คือพิมพ์มายาวมาก สรุปอีเทย์คือบอกว่า กูบอกตอนไหนจ้ะว่าอัลบั้มนี้จะต้องสื่อความเป็นกู กูแค่จะทำธีมเทาๆมาหลอกติ่งในทวิตเตอร์ ให้เอาอัลบั้มนีไปพูดถึงได้โดยไม่โดนด่าว่าไร้รสนิยมฟังแค่เพลงอีพ๊อกแพ๊กแค่นั้นเอง กรี้ด
/โกยเศษหีกลับบ้าน


ด้วยความรู้สึกตรงเนี้ย ชั้นเลยยังมองว่ามันก็ยังไม่ใช่ masterpiece ของอิเทย์อยู่ดี คือคิดว่าพอเวลาผ่านไป นางน่าจะเรียนรู้หรือมีประสบการณ์อะไรมากขึ้น แล้วสามารถถ่ายทอดความเป็นตัวนางลงมาในเนื้องานได้จริงๆ ไม่ใช่มาแบบ ชั้นให้หล่อนดูแต่ด้านสวยๆนะยะ ด้านไม่ดีไม่ให้ดู ซึ่งถ้านางข้ามจุดนี้ไปได้ คือนางจะไปได้ไกลถึงระดับตำนานเลยทีเดียว

ส่วนตัวแล้วคิดว่าอัลบั้มนี้นะน่าจะเป็น EP มากกว่า มันดูสุดโต่งไปทางด้านเพลงงอแง การคลุมโทนก็เป็นเรื่องที่ดีนะ แต่สำหรับชั้นถ้าจะเป็นบั้มเต็มคือควรมีหลากหลายมุมมองกว่านี้ในขณะที่เพลงก็ต้องเข้มข้นและไปด้วยกันได้ อัลบั้มนี้มันดูภาพรวมแล้วเป็นทิศเดียวเกินไปหน่อย แล้วก็ถ้ายังจะขอขายในสายเมนตรีม เพลงในบั้มนี้คือตัดใส่ ost ได้อย่างเดียว เพลงที่ฟังแล้วเพราะก็ยังไม่พีคพอที่จะทำให้ทุกคนร่ำลือ คือภาคดนตรีไม่พอกะไรหรอกกะเพลงประเภทนี้ แต่เนื้อหา ชั้นมั่นใจ ว่าได้กว่านี้

ด้านแทร็กที่ชอบ คือ mirror ball กับ this is me trying ค่ะ เพลงแรกฟังได้เพลินน่ารักดี ส่วนเพลงที่สองคือนึกว่าแอบไปขโมยมาจาก m83 ซึ่งก็ไม่เลวไปซะทีเดียวถึงจะเสียงสั่นครือปานจะหมดลมหายใจคาบันไดบ้านผัว
เหมือนอีนี่จะแอบมองๆการทำเพลงประเภทดรีมพ๊อพไว้หลายเพลงอยู่เหมือนกันนะ บั้มหน้าคงไม่เป็นดีเจเทเลอร์งี้หรอกโน๊ะ อีคาดิแกนสามตัวร้อย คือเหมือนกะเทยเลยค่ะ ไปๆมาๆอีดอกติดหูซะงั้น ฟังเพลินนะ แต่เนิบนาบไปหน่อย ยิ่งใน mv ฉากตกน้ำว่ายมาเกาะเพียโน ถ้าตรงนั้นเพลงอีนี่มีเนื้อหาที่เข้มข้น หรือซาวอะไรที่น่าสนใจซะหน่อย คนคงพูดถึงกันต่อไปอีกห้าร้อยชาติ เหมือนท่อน don't forget me ใน someone like you ของอีช้างน่ะนะ

อีกเรื่องสุดท้ายที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ เรื่องการใช้ lyrics video สีต่างๆ มาให้ฟังในยูปทูป ทำให้แต่ละเพลงมันมีภาพจำของตัวเองเลย
ชั้นเชื่อว่าเรื่องภาพcover first impression มีส่วนสำคัญมากก ถ้าฟังเพลงในยูทูปมิวสิกละเจอแค่ปกอัลบั้มสีขาวดำ สำหรับชั้นนะ คือชั้นแยกเพลงไม่ออก และกดปิดตั้งแต่สามเพลงแรกแน่นอน

รวมๆแล้ว อัลบั้มนี้ ชั้น "ชอบ" ค่ะ แปลกใจตัวเองมาก ฟังทีแรกคือเตรียมด่า ไปๆมาๆ เผลอๆจะชอบพอกะ red เลยด้วยซ้ำ แล้วก็ถ้าอัลบั้มหน้านางกลับไปไปทำเพลงป๊อปหรือผันตัวไปเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ก็โอเคนะ อยากเห็นนางยอมออกจาก confort zone แบบจริงจัง แบบอีเรพูเทชั่นนี่ไม่นับนะ ทาปากแดงแปร้ด จะไปตบกะเขา พอถึงหน้างาน เสือกบีบน้ำตาซะงั้น งง บางทีเพลงที่แย่จริงๆแล้ว อาจไม่ใช่เพลงที่เนื้อหาชั้นต่ำช้างเย็ดหรือซาวขี้หีหรอก แต่น่าจะเป็นเพลงที่ไม่มีตัวตนของเจ้าของเพลงอยู่เลยสักนิดต่างหาก

ปล.มีคลุมขาวไว้นะคะ ในส่วนนั้น พิมพ์เพลิน คือพิมพ์ไปคิดไปเรื่อยเปื่อยจนออกทะเลไปเยอะมากกกกกก ถ้าไม่ถือสาอะไรก็คลุมดำอ่านเล่นๆละกันเค่อะ คราเทย



แก้ไขล่าสุดโดย Pussy เมื่อ Tue Jul 28, 2020 10:41 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อ้อ ลืม อีเพลง exile และ betty ที่คนเทคะแนนให้ เป็นสองเพลงที่ชั้นชอบน้อยที่สุดในอัลบั้ม นอกจากนั้นก็อี last dynasty

อีเบตตี้นี่นึกว่าของเหลือจากอัลบั้มเร้ด อีดอก หน่อมแน้มไปสำหรับบั้มนี้ แถมเกาะอีเบลคอีก คือระดับนี้แล้วมะ เชาท์เอ้าหีแตดอะไร เรื่องเห่ยๆแบบนี้ขอให้จบที่อีบีก็พอ

ส่วน exile คือเสียงไม่เข้ากันเลยอีดอก อินเนอร์ก็คนละโลก เหมือนเพลงที่ feat กะ snow patrol นั่นแหละ

เอาจริงๆนะ อีเทย์เป็นคนที่เนื้อเสียงไม่ได้ยูนิคหรือเข้ากะคนยากอะไรนะ แต่ตั้งแต่ฟังเพลงอีนี่มา มีแค่ everything has changed แหละ ที่ฟังแล้วเข้าท่า ที่เหลือคือขาดๆเกินๆ บอกไม่ถูก


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
5555 ช้านก็ว่าอยู่ทำไมเว้นเยอะจัง โอเค พูดถึงเรื่องการแสดงความเป็นตัวเองผ่านเพลง folkloreนี่แทบไม่ได้เห็นแง่มุมอะไรใหม่ๆจากตัวตนของอีเทย์เลยค่ะเอาจริง อีloverซะอีกที่อีเทย์เลือกที่เปิดเผยมุมมองด้านอื่นๆ นอกเหนือจากบรรดาผัวเก่าในคอลเล็กชั่นบำบัดกามของนาง หลายเพลงในอัลบั้มอีเทย์เลือกที่เล่าเรื่องผ่านมุมมองในฐานะคนนอกด้วยซ้ำ ซึ่งตรงนี้คริติกหลายคนก็แอบเซอร์ไพรส์นะ ก็อย่างที่รู้ว่าเพลงอีเทย์ส่วนใหญ่เป็นประเภทthe world revolves around herอะนะ ก็ถือไม่ค่อยบ่อยนักที่อีนี่จะเล่าเรื่องผ่านวิวของbystander

ส่วนตัว หลังๆเป็นคนให้ความสำคัญกับด้านเนื้อหามากขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก จะเห็นได้ว่าบางเพลงถ้าเนื้อหาเหี้ยมากนี่คือกดทิ้งลงชักโครกอย่างเดียว แต่ไอที่ให้ความสำคัญจริงๆ คือเป็น"สาระของสารที่จะสื่อ"มากกว่า"เรื่องที่สื่อ"ออกมาอะนะ คือถ้าจะให้ตัดสินแค่ว่าเป็นเพลงที่ดี ต้องเป็นเนื้อหาประเภทself-reflectionแค่นั้น ก็ถูกบางส่วนค่ะ อีคานเย่ก็ได้รับการชื่นชมกับเพลงเนื้อหาประเภทนี้มากๆ แม้กระทั่งอีอเบลอัลบั้มafter hoursที่เป็นตัวเต็งอัลบั้มแห่งปีในปีหน้า ก็ได้widespread acclaimในเรื่องนี้เช่นกัน

แต่อย่างray of light ที่กะเทยอาจจะเบื่อที่ช้านชอบยกตัวอย่างอัลบั้มนี้ของอีเหี่ยวฟ้ามาตลอดอะนะ 555 แต่ก็ต้องยกค่ะ เพราะนี่เป็นหนึ่งอัลบั้มมาสเตอร์พีซตลอดกาลของพอพสตาร์ที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่แห่งวงการเพลงพอพ ซึ่งธีมหลักของอัลบั้มนี้คืออีเหี่ยวฟ้าเลือกจะพูดถึงสัจธรรมของมนุษย์อะค่ะ กะเทยก็นึกเอาว่าคนอย่างอีเหี่ยวฟ้ามาพูดเรื่องแบบนี้นี่นะ คนดีๆที่ไหนเค้าจะอิน 555 แม้ว่าตอนนั้นนางจะคลั่งศาสนาใหม่ก็ตามอะนะเอนี่เวย์

ดังนั้นส่วนตัวจึงให้ความสำคัญกับสาระของสารที่ถูกถ่ายทอดออกมากกว่าอะค่ะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าในบรรดาเนื้อหาทั้งหมดทั้งมวล ตัวช้านเองก็ชอบเนื้อหาประเภทself-awareness ผ่านการตรึกตรอง ใคร่ครวญ อะไรแบบนั้นมากกว่าเช่นกัน เพราะมันแสดงให้เห็นแง่มุมและทัศนะของผู้ถ่ายทอดได้ลึกกว่า แต่ก็อย่างที่บอกว่า หลายๆอัลบั้มที่ถูกให้อยู่ในระดับมาสเตอร์พีซก็ไม่จำเป็นต้องมีเนื้อหาในลักษณะนี้เสมอไป ขึ้นอยู่กับฝีมือของนักร้องคนนั่นมากกว่า ว่าจะมีปัญญาถ่ายทอดessenceที่ต้องการจะสื่ออกมาได้แค่ไหน เช่น ต่อให้เล่าเรื่องในฐานะbystanderก็ตาม แต่จะสามารถถ่ายถอดทัศนะและมุมมองของตัวละครที่กำลังถูกเล่าเรื่องอยู่ ให้คนฟังได้รับรู้และสัมผัสได้อย่างไร

ซึ่งก็อย่างที่หล่อนบอกว่าอีเทย์นางเป็นนักร้องที่สามารถเล่าเรื่องออกมาได้ดี ตรงนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบนะ หันไปมองพอพสตาร์คนอื่นๆ อย่างอีแคระงี้ อีแป้นงี้ ไม่รู้แต่งehคำเดียวแล้วขโมยเครดิทเหมือนอีบีหรือเปล่าก็ไม่รู้ กรั่กๆๆ คือจะให้ไปเปรียบเทียบกับพวกอีเหี่ยวฟ้า อีหมี ป้าไข่อะไรแบบนั้น ก็ต้องยอมรับว่ามันคนละเลเวล เกิดใหม่อีก10ชาติจะหานักร้องที่มีความgeniusระดับนั้นอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือจะเล่าถึงความบัดซบของชีวิตอย่างstrippedของอีหรี่ ก็คงต้องเกิดตามสลัมคลองเตย หรือบ้านเป็นเอเย่นต์ค้ายาเท่านั้นอะค่ะ ถึงจะมีexperienceแบบนั้นได้


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com