˹���á Forward Magazine

ตอบ

NuRii3_Review : The 12 Most Played Songs of September 2020
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ NuRii3_Review : The 12 Most Played Songs of September 2020 
The 12 Most Frequently Played Songs of September 2020



อ่านรีวิวในเดือนเก่าๆได้ที่: The 10 Most Frequently Played Songs of July 2020



Adele - Hello
สารภาพตามตรงว่าช่วงแรกๆที่เพลงนี้รีลีสออกมา ส่วนตัวค่อนข้างจะยี้มาก นอกจากเปิดฟังในวันแรกๆที่ปล่อยแล้ว หลังจากนั้นก็แทบไม่เคยมีintentionที่อยากจะเปิดเพลงนี้ฟังซ้ำอีกเลย สาเหตุส่วนนึงเพราะรสนิยมส่วนตัวของรีเอง ก็ไม่ใช่คนที่คลั่งไคล้กับนักร้องแนวขายเสียงอยู่แล้ว แต่เหตุผลหลักจริงๆคือค่อนข้างเอียนกับกระแสอวยที่เวอร์วังของนาง ที่ต่อให้รีตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เปิดเพลงนี้ของนางฟังเด็ดขาดก็ตาม ก็ยังไม่แคล้วที่จะต้องได้ยินเพลงนี้จากทั่วหัวมุมถนนอยู่ดี
แต่... พอได้กลับมาฟังอีกครั้ง (แบบพิจารณาอย่างถี่ถ้วน) หลังจากที่กระแสอวยของเพลงนี้ได้ซาหายไปจนเกือบหมดแล้ว ก็รู้สึกว่า เออ มันไม่ได้แย่ขนาดที่เคยตั้งแง่ไว้ในตอนแรกนะ โอเค มันมีข้อบกพร่องบางอย่าง ที่ต่อให้ฟังอีกกี่สิบปีหลังจากนี้ ก็คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใดๆได้อยู่ดี เช่น เนื้อหาและlyricsที่เชยลากมาก เป็นต้น
สำหรับจุดเด่นของเพลงนี้ คงหนีไม่พ้นการถ่ายทอดและอินเนอร์ของอีช้าง ที่ฟังกี่ครั้งก็ยังขนลุกกับความทรงพลังนี้ โอเคว่ามันไม่ใช่สิ่งใหม่หรือสร้างความเซอร์ไพรส์กายกรรมอะไรให้รีขนาดนั้นก็จริง แต่... มันเจ๋งตรงที่แม้เราจะจับทางนางถูกว่า'ก็คงมาอีหรอบเดิม'ก็ตาม เราก็ยังรู้สึกทึ่งกับอีcircleนี้ของนางได้เสมอ ซึ่งก็นั้นล่ะ อีช้างควรขอบคุณพระเจ้ารัวๆ ที่ประทานพรสวรรค์ระดับborn to beนี้มาให้ เพราะในหลายครั้งและหลายเพลงที่รอดแบบเส้นยาแดงผ่าแปดมาได้ คือมาจากเสียงของนางล้วนๆ
อีกจุดเด่นอีกข้อนึง ไม่รู้ว่าคนอื่นรู้สึกเหมือนรีหรือเปล่านะ แต่รีแอบรู้สึกถึงความtimeless ความเป็นimmortalของเพลงนี้ ไม่ว่าในอนาคตอีก20ปีหรือ30ปีแล้วได้กลับมาฟังเพลงนี้ซ้ำอีกครั้ง เราก็ยังสามารถทัชได้ถึงอะไรบางอย่างจากเพลงนี้ ถ้าให้รีนิยาม รีว่า'simple but classy'เป็นอะไรบ่งบอกคุณลักษณะของเพลงนี้ได้ชัดเจนที่สุด คือกะเทยอาจไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ของรี หรือว่าจะค่อนขอดอะไรก็ตาม แต่กะเทยก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า นี่คือหนึ่งในgreatest songs of the 2010s ที่ได้รับการยอมรับทั้งจากทั้งฝั่งนักวิจารณ์เอง รวมถึงคนฟังทั่วไปด้วย



The Weeknd - Starboy ft. Daft Punk
สำหรับรีแล้ว อัลบั้มนี้เป็นผลงานของอีอเบลที่ตัดเกรดให้อยู่ในระดับเกณฑ์กลางๆทั้งในแง่ตัวคุณภาพ รวมถึงในแง่ความชอบเองก็เหมือนกัน คือไม่ได้ปังปุรีเย่เท่าAfter Hours หรือสมัยที่ยังเป็นนักร้องใต้ดินอย่างตอนTrilogyก็จริง แต่อัลบั้มนี้ยังดูดีกว่า2อัลบั้มที่ผ่านมาพอสมควร คือมันดูเป็นอัลบั้มที่ออกไปทางพอพจ๋าก็จริง แต่มันก็แมสแบบมีคุณภาพ อย่างน้อยบอกเพื่อนว่าฟังอัลบั้มนี้แล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนมองตั้งแต่หัวจรดเท้าอะค่ะ เก็ตใช่แม่ะ
ส่วนไตเติ้ลแทร็คอย่างเพลงนี้เอง เอาจริงตอนแรกก็ค่อนข้างคาดหวังไว้พอสมควรนะ เพราะเห็นว่าลุงๆดาฟท์พังค์มาร่วมทำเพลงด้วย ลำพังเครดิตอีอเบลคนเดียว ณ เวลานั้น อย่างที่เคยพิมพ์บอกในรีวิวAfter Hoursว่า ตอนนั้น รีคงไม่เชื่อถือน้ำหน้านางซักเท่าไหร่ แต่พอรีลีสออกมาแล้ว แอบคิดว่าลุงคงมือตกไปหน่อยหรือเปล่า เพลงค่อนข้างเอื่อย เรื่อยเปื่อยเกินไป เมื่อเทียบกับความแซ่บและความมั่นหน้าของภาคเนื้อหาชนิดถึงพริกถึงขิง
ซึ่งจากวันนั้นจนถึงวันนี้ รีกลับรู้สึกว่า เออ ดีล่ะที่มันเป็นแบบนี้ ด้วยภาคเนื้อหาคือไอ้มืดมั่นหน้า'I'm a motherfuckin' starboy' พร้อมบรรยายความระยำชั้นต่ำของตัวเองเสร็จสรรพ ถ้าภาคดนตรียังมาแทร็พ มาดั๊บสะเหล่อๆอีก อีเพลงนี้คงหลุดจากบรรดาเพลย์ลิสท์ทั้งหมดของรีนับตั้งแต่2อาทิตย์แรกที่ปล่อยออกมา ไม่ได้เข้าๆออกๆเพลย์ลิสท์เหมือนทุกวันนี้หรอก



Mandy Moore - When I Wasn't Watching
เป็นอัลบั้มที่รีอยากเขียนรีวิวถึงมากๆ แต่ด้วยความที่บรรดากะเทยแก่ได้ล้มหายจากไปบอร์ดแห่งนี้กันเกือบหมดแล้ว เขียนมาก็ไม่รู้ว่าจะมีใครยังอ่านไหม แล้วชื่ออีแมนดี้เอง รวมทั้งบรรดาพอพสตาร์ในยุคปลาย90'sจนถึงต้นยุคมิลเลนเนียม ถามจริง เด็กยุคนี้จะรู้จักกันถึง2-3%หรือเปล่าเถอะ จริงแม่ะ
อย่างที่รู้ด้วยความที่รีเป็นติ่งเดนตายของอีหอก แน่นอนว่าอานิสงส์นี้มันก็ได้แผ่ไปยังบรรดาพอพสตาร์คนอื่นๆในยุคนั้น โดยเฉพาะอีแก๊ง4ทีนดีว่า ที่รีค่อนข้างจะผูกพันมากกว่าคนอื่นๆเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอีแมนดี้เอง ที่ชื่อเสียงและแฟนเพลงน้อยกว่าอีก3คนที่เหลืออย่างชัดเจน จนรีคิดว่านางคงพักไมค์ถาวรไปซะแล้วล่ะมั้ง
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลกลใดที่ดลใจให้นางกลับมาทำเพลงอีกครั้งในรอบ10ปี ซึ่งขอเรียนตามตรงเลยว่า รีต้องขอบคุณนางจริงๆ เพราะต่อให้จะทำเพลงได้ขี้หมูขี้หมายังไง แต่แค่กลับมาจับไมค์ออกอัลบั้มใหม่อีกครั้ง รีก็พอใจล่ะ จะดีหรือไม่นั้นก็ถือเป็นอีกเรื่องนึง เฉกเช่นเดียวกับป้าๆดิ๊กซี่ชิคส์และอีฮิลดัฟฟ์
แต่... อัลบั้มนี้มันไม่ใช่แค่อัลบั้มแก้ขัดให้หายคิดถึงไง คุณภาพของเนื้องานเองก็ยัง'ถึง'ตามแรงโหยหาที่มีให้อีกด้วย แม้ว่ารีคงไม่สามารถการันตีได้ว่าSilver Landingsเป็นอัลบั้มที่คุณภาพคับแก้วอะไรขนาดนั้น แต่รีสามารถคอนเฟิร์มให้ได้ว่าอัลบั้มนี้คืออัลบั้มที่ดีมากๆอัลบั้มนึงของปีนี้ได้อย่างแน่นอน
ข้อดีที่สุดของอัลบั้มนี้ ถ้ากะเทยเบื่อหรือเอียนกับบรรดาเพลงเนื้อหาสลัมวนเวียนแต่เรื่องเย็ดๆกะหรี่พี้ยา เนื้อหาของเพลงในอัลบั้มนี้คือชั้นสูงสมเป็นเนื้อหาอารยชนโลกที่หนึ่งมากๆ อย่างself awareness, self reflection ฟังแล้วheal spirit and soulเวอร์
ตัวมูดแอนด์โทนของเพลงในอัลบั้มนี้เอง ก็ให้รสสัมผัสอ่อนๆ มีความอบอุ่น แต่แฝงด้วยความเศร้าเล็กๆ ภาพรวมแม้เป็นอัลบั้มที่อาจจะไม่ได้ฉูดฉาดเท่าเพลงเมนสตรีมพิมพ์นิยมก็จริงๆ แต่ถ้าอยากได้อัลบั้มที่หยิบมาฟังได้เรื่อยๆและให้พลังงานบวก Silver Landingsถือว่าตอบโจทย์มากๆ



James Bay - Bad
เพลงโหลเน้อะ จริงๆคือโหลทั้งเพลงทั้งนักร้องนั้นล่ะ ฮาฮ่า โอเคถึงมันจะดูโหลเป็นเพลย์ลิสท์โลกที่3ไปเสียหน่อย แต่ก็ต้องยอมรับนะคะ ว่าเพลงนี้ของอีเจมส์เบย์นั้นเพราะอยู่นะ โดยเฉพาะตอนเบลท์ทีคือกร้าวใจมาก กรั่กๆๆ
โอเค ปกติรีไม่ใช่คนที่จะเอาความพิศวาสส่วนตัวมาปะปนกับมาตรฐานความเป็นกลางในการรีวิวหรอกนะ แต่ด้วยหัวข้อรีวิวนี้คือ'The Most Frequently Played Song' ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะมีเพลงที่ติดอยู่ในลิสท์ เพราะมาจากเบ้า หุ่น หรือเสียงของนักร้องที่ถูกจริตหรือตรงไทป์ของผู้รีวิว จริงม่ะ
แต่... ก็ไม่ใช่ว่าแค่หน้าหรือเสียงถูกใจ แล้วทำอะไรจะดูดีไปเสียหมด โอเคว่าเพลงนี้ติดในเพลย์ลิสท์มาได้ ส่วนหนึ่งเพราะด้วยเสียงกระเส่าชวนร่วมเพศของอีเจมส์เบย์ แต่ภาพรวมก็ไม่ได้ดูทุเรศทุรังอะไรขนาดนั้น แม้ว่าทั้งเนื้อหาทั้งดนตรีจะดูธรรมดาจนจะเรียกว่าเชยก็ตาม แต่ถ้ากะเทยอยากได้เพลงอกหัก ที่เน้นฟังง่ายย่อยง่าย แล้วที่สำคัญเสียงผู้คือเซ็กซี่กร้าวใจมากๆ เพลงนี้น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกนั้นได้



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


The Veronicas - Untouched
ต้องบอกเลยว่า รีเลิฟอีแฝดนรก2ตัวนี้มาก ถ้าให้บรรยายความชอบหรือความหลงใหลในผลงานของพวกนาง คงบอกได้แค่ว่า ถ้านับจำนวนครั้งที่รีฟังเพลงของอี2ตัวนี้ คงมีเทปยืดเกินพันตลับได้แล้วมั้ง พวกนางถือเป็นนักร้องคนแรกๆเลย ที่ทำให้รีรู้จักคำว่า'พั้งก์'ในทั้งโลกดนตรีและโลกแฟชั่น (น่าจะช่วงคราบเกี่ยวระหว่างอัลบั้มที่2ของวีนกับเดบิ้วท์ซิงเกิ้ลของอี2ตัวนี้ คือไม่ใครก็ใครซักตัว ที่ผลักดันให้รีรู้จักโลกของดนตรีพั้งก์) ก่อนที่ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ อี2ตัวนี้จะเทิร์นมาสายดนตรีพอพเต็มตัว โดยเฉพาะแนวอิเล็กโทรพอพ
พูดถึงอีแฝด2ตัวนี้ทีไร รีมักจะแอบนึกถึงงานของอีแอชซิมพ์กับอีฮิลดัฟฟ์พ่วงตามมาด้วยตลอด คือถ้ากะเทยเกิดทันผลงานของอี3ตัวนี้ในยุคนั้นอะนะ คืออี3นี้จะมีจุดร่วมคล้ายๆกัน คือเริ่มต้นด้วยแนวไฮสคูลร็อค ทีนพอพ ก่อนที่จะค่อยๆเทิร์นมาสายแมสเต็มตัว ซึ่งจะต่างจากอีแก๊ง4ทีนดีว่า หรือมีความindependentไปเลยแบบอีพิ้งค์ ไม่ก็เน้นตลาดไอ้มืด/อีมืดไปเลยแบบอีบีหรืออีโมนิก้า อะไรแบบนี้ put it this way, ผลงานของอี3ตัวนี้จะให้ทั้งความรู้สึกที่เป็นร็อค มีความเท่ห์ ความคูล แต่ก็ยังมีความพอพในแบบฉบับของชะนีเกิร์ลลี่ในเนื้องาน ทำให้ดูไม่แห้งกร้าน ดูเป็นชะนีที่จงใจขายลุคmasculineหรือทอมบอยมากเกินไป แบบอีวีน กะเทยเก็ตใช่ม่ะ
พูดถึงเพลงนี้เสียหน่อย จริงๆต้องบอกว่าไซด์แทร็คในอัลบั้มนี้ หลายเพลงก็เริ่มลองเชิง ขยายตลาดค่อนไปทางแนวเมนสตรีมพอสมควรแล้ว เพียงแต่ไม่ได้มาป่าวประกาศบอกชัดเจน ถึงขนาดตัดซิงเกิ้ลโปรโมตอย่างเอิกเกริกว่าจะเปลี่ยนแนวแล้วนะจ้ะ เหมือนในอัลบั้มถัดจากนั้น ซึ่งจริงๆตัวรีเองก็โอเคกับทุกแนวทางที่พวกนางเลือกทำนั้นล่ะ เพียงแต่จะหนักฟังไปที่อัลบั้มแรกมากที่สุด ตามมาด้วยอัลบั้มนี้ ซึ่งเพลงที่รีฟังบ่อยที่สุดในอัลบั้มนี้ รวมทั้งน่าจะมากเป็นลำดับต้นๆของเดอะเวโรนิคาส์เอง คงหนีไม่พ้นเพลงนี้ค่ะ



Rixton - Me And My Broken Heart
รีจำไม่ได้จริงๆว่าจุดเริ่มต้นระหว่างรีกับอีเพลงนี้นั้น เริ่มต้นมาจากอะไร จำได้แค่ว่าในรีวิวเก่านู้นนนก็เคยพูดถึงอยู่ แต่จำไม่ได้ว่าพูดอะไรแบบin detailไปบ้าง
คือต้องเรียนตามตรงว่าเพลงนี้ได้หลุดออกจากเพลย์ลิสท์ของรี แบบ'ไม่เคยเปิดฟังเลย'มาหลายปีแล้ว จนกระทั่งรีไปค้นพบtop hitsที่เป็นเพลย์ลิสท์ที่ทางSpotifyจัดทำขึ้นมาในช่วงทศวรรษ00's แล้วบังเอิญไปเจอเพลงLonely No MoreของRob Thomas ถึงได้บางอ้อ ว่าอีเพลงนี้ไปเอาทำนองเพลงเค้ามาแซมเพิ้ลในเพลงตัวเอง เลยกลายเป็นการกลับมาเจอกันระหว่างรีกับอีเพลงนี้อีกครั้ง
สำหรับเพลงนี้ จริงๆตัวรีเองก็คงไม่มีคอมเม้นท์อะไรเพิ่มเติมให้หรอก(มั้ง?) ด้วยความที่มันเป็นเพลงแมสคุณภาพกลางๆ เป็นเพลงพอพร็อคสมัยนิยมเต็มสูบ ฟังง่าย ย่อยง่าย ติดหู เนื้อหาเสี่ยวแดกทั่วไป แต่ก็ไม่ถึงขนาดดูราคาถูก เป็นเพลงขยะ หรืออะไรขนาดนั้น เลยไม่รู้จะต้องคอมเม้นท์ชมหรือด่าเพิ่มเติมอะไรดี อารมณ์ประมาณold friendที่ไม่ได้เจอกันนานอ่ะ นึกออกใช่ม่ะ



Harry Styles - Sign of the Times
ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันที่ฉันต้องมานั่งอวยเพลง อวยอัลบั้มของอีบาบูน แม่เจ้า ป่านนี้กะเทยพุซซี่คงนั่งขำขี้แตกขี้แตนแล้วมั้ง ฮาฮ่า แต่อัลบั้มนี้คือสมราคา สมคุณภาพให้ดิฉันเสียเวลามานั่งเขียนถึงจริงๆนะ ว่าไม่ได้
มาถึงตรงนี้ กะเทยอาจแปลกใจว่าทำไมรีถึงเลือกเขียนถึงเพลงในอัลบั้มแรก แทนที่จะเขียนถึงเพลงในอัลบั้มล่าสุดอย่างFine Line คือต้องเรียนให้ทราบก่อนว่า ด้วยความที่ทั้ง2อัลบั้มของอีบาบูนเอง รีก็หยิบขึ้นมาฟังค่อนข้างบ่อยด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งรีรู้สึกว่าตัวเองพูดถึงอัลบั้มล่าสุดของอีบาบูนไปบ้างพอสมควรล่ะ ในขณะที่อัลบั้มนี้รียังไม่เคยพูดถึงเลย และที่สำคัญที่สุด คือรีpreferอัลบั้มนี้มากกว่า อีกทั้งเนื้องานในอัลบั้มนี้เองก็ยังโดดเด่นและน่าสนใจกว่า
อันที่จริง ตอนแรกรีอยากพิมพ์บอกว่าอัลบั้มแรกของอีบาบูนนั้นเหนือกว่าอีFine Lineอย่างเป็นเอกฉันท์อะนะ แต่หลังจากพินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนแล้ว รีก็เห็นว่าFine Lineมีข้อดีบางอย่าง ที่อัลบั้มแรกไม่มีเช่นกัน เช่น มีความเป็นพอพมากขึ้น ฟังง่ายขึ้น หรือให้ความรู้สึกทรีเป็นมิตร เป็นกันเองกับคนฟังมากกว่า
กลับมาที่อัลบั้มแรก ครั้งแรกที่ได้ฟังจนจบทุกเพลงในอัลบั้ม ยอมรับว่าเซอร์ไพรส์มากๆ แบบงงว่าเห่ย นี่คืออีบาบูนแห่งอีบอยแบนด์ตลาดล่าง1Dจริงๆเหรอ เพราะคุณภาพของอัลบั้มนี้ คือคับแก้วจนล้นเอ่อ ทั้งภาคดนตรีและภาคเนื้อหาคือปล่อยของรัวๆ จนรียังแอบกังวลแทนเลยว่าในอัลบั้มถัดไปนั้น อีบาบูนยังจะมีปัญญาทำผลงานได้เหนือกว่าหรือทัดเทียมกับอัลบั้มนี้ได้อีกไหม
พูดถึงตัวเพลงที่เลือกมากันบ้าง จริงๆทั้งซิงเกิ้ลอื่นๆที่ตัดตามออกมา หรือแม้กระทั่งบรรดาไซด์แทร็คในอัลบั้ม จัดว่าเด็ดอะค่ะ เอาง่ายๆ แต่... ที่รีจงใจเลือกเพลงนี้มาอยู่บนรีวิว เพราะนี่คือลีดซิงเกิ้ลในการบินเดี่ยวอย่างเป็นทางการ ที่ไม่ใช่แค่การล้างคราบ ล้างภาพลักษณ์เจมส์ดีน เดย์ดรีม ลุคอินยัวร์อาย ขายฝันเปียกให้บรรดาติ่ง(แตด)ในแบบที่เราคุ้นเคยเท่านั้น แต่เพลงนี้ยังแสดงให้เราได้รับรู้ถึงศักยภาพด้านดนตรีที่ซ่อนอยู่ในตัวของนางเอง ให้ได้outstanding shineออกมา ซึ่งอิมแพ็คท์ของเพลงนี้ มันมากซะจนทำให้จากคนที่เคยอคติและค่อนขอด ต้องเหลียวหลังหันกลับมาฟังเพลงของนางได้ อันนี้คือที่สุดจริงๆ



Dua Lipa - Don't Start Now
ถ้าคิดว่านี่คือรีวิวกลืนน้ำลายกลับมาอวยอีดัว กะเทยคิดผิดค่ะ เพราะรีเคยพูดไปแล้วว่ารีพอใจกับเพลงนี้อยู่พอสมควร ซึ่งจะว่าไปแล้ว แม้กระทั่งภาพรวมของทั้งอัลบั้มFuture Nostalgiaเองก็ตาม ก็ค่อนข้างทำได้ถูกใจรีอยู่ แต่... ถ้าจะให้รีชมอัลบั้มนี้ รีคงขอชมเซ้นส์การเลือกเพลงของอีดัว ว่าอย่างน้อยก็เป็นคนที่have good taste มากกว่าจะชมว่ามีฝีมือในการทำเพลง ทำไมนะเหรอ?
ถ้ากะเทยว่างๆลองไปนั่งอ่านรีวิวนอก แล้วสิ่งที่หล่อนจะเห็นได้จากรีวิวทั่วทุกสำนัก ว่าอัลบั้มนี้ เพลงนี้ อีดัวได้รับ'inspired'มาจาก บลาๆๆเป็นหางว่าว ซึ่งสำหรับนักร้องที่มีชื่อเสียงระดับหัวแถวคนนึงในตลาดเมนสตรีม ณ ชั่วโมงนี้ สำหรับฉันคือมันมากเกินไป นี่คือผลงานของใครคะ ดัว ลิปา หรือผลงานของนักร้องอย่าง อีเหี่ยวฟ้า น้าไข่ ลุงดาฟท์พั้งค์ ลุงพริ้นซ์ บีจีส์ หรือศิลปินอีกสารพัดร้อยแปดในยุค80'sกับ90's
นี่เป็นอัลบั้มทริบิ้ว อัลบั้มคัฟเวอร์หรือคะโกโก้ คือมันเลยจากขอบเขตได้รับinspiredหรือinfluencedไป จนแทบจะกลายเป็นcopycatไปแล้วอ่ะ คือรีจะไม่มายด์เลยนะ ถ้านี่คือผลงานจากนักร้องแดกหมาหรือศิลปินดั้งขอเกรดบี แต่... นี่มันคือผลงานของนักร้องระดับพอพสตาร์ แล้วไม่ใช่แค่การฟีทเจอริ่งให้เครดิททีละเพลงไป อย่าง XXX feat. Daft Punk หรือ feat. Madonna แต่มันคือทั้งอัลบั้ม อีดอก
คือนักร้องที่มีชื่อชั้นขนาดนี้ อย่างน้อยที่สุด ผลงานมันต้องมีเอกลักษณ์หรือลายเซ็นอะไรของนักร้องคนนั้นทิ้งไว้บ้าง ไม่ใช่ฟังเพลงอีดัวแล้วไม่เห็นหน้าอีดัวลอยขึ้นมาเลย อันนี้คือไม่ใช่นะคะ ดาร์ลิ่ง แล้วแปะเป็นยันต์กันหมา สำหรับติ่งแตดอีดัวที่พยายามมาดีเฟนด์ให้ โดยการเคลมว่า ก็เพลงดิสโก้80'sนี่ไง คือลายเซ็นของนาง จะขอประจานความโง่ของอีติ่งพวกนั้นดังๆตรงนี้ให้เลยนะคะ ว่าไม่มีนักร้องพอพคนไหน โดยเฉพาะสายเมนสตรีม ที่ไม่เคยหยิบงานในยุค80'sมาใช้หรอกค่ะ อีโง่



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


Shania Twain - You're Still The One
ป้าชไนย่า คือหนึ่งในนักร้อง(ที่ก็มีจำนวนเยอะพอสมควร)ที่รีเคารพรักมากๆ ถึงแม้ป้าจะเป็นrepublican supporterก็ตาม ฮาฮ่า (แต่อย่างน้อย ก็มาจากการเคารพรักจริงๆ ไม่ใช่จากการPRนะจ้ะ กรั่กๆๆ)
โอเคเข้าเรื่องต่อ คือส่วนตัวเปิดเพลงป้าฟังบ่อยมากๆ น่าจะเป็นนักร้องลูกทุ่งที่รีฟังบ่อยที่สุดแล้ว ถ้าไม่นับอีเทย์อะนะ คือบ่อยจนไม่รู้จะต้องมานั่งเขียนรีวิวอะไร เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นรีวิวอวยกันจนหีแฉะไปแทน ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นหนึ่งในบรรดาเพลงทั้งหมดของป้าที่วนเวียนกลับมาเข้าเพลย์ลิสท์นี้ก็แค่นั้น ไม่ใช่ฟังเพราะกำลังอยู่ในโรแมนติกโมเม้นต์ หรืออินบอกรักผัวอะไร เพราะเดี๋ยวเดือนหน้าก็แค่เปลี่ยนเป็นเพลงอื่นของป้าแทน อะไรแบบนั้น ฮาฮ่า



Lady Gaga, Bradley Cooper - Shallow
พึ่งมาสังเกตตอนเขียนมาถึงเพลงนี้เหมือนกัน ว่าทำไมเพลย์ลิสท์รอบนี้ ถึงได้มีพวกเพลงโซลบาดลึกกรีดอารมณ์อยู่เกินครึ่งของเพลงทั้งหมดแบบนี้ ฮาฮ่า
ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นนิดนึง ถ้ากะเทยตามอ่านรีวิวของรีมานาน คงจะพอจับสังเกตได้ว่ารีค่อนข้างอินกับเพลงประเภทOSTได้ง่าย ส่วนหนึ่งในกรณีที่อินกับหนังหรือละคร มันจะรีเลทกับตัวเพลงโดยตรง แบบพอเพลงขึ้นปุ๊บ ซีนในหนังหรือละครที่เป็นภาพจำก็ลอยขึ้นมาทันทีเลย อะไรแบบนั้น หรือจะให้พูดอีกอย่างนึงก็คือ เพลงOSTใช้จินตนาการหรือความรู้สึกในการนึกคิดตามเพลงนั้นๆได้ง่ายกว่า
แต่สำหรับเพลงนี้ ส่วนตัวชอบเพลงมากกว่าหนัง มากแบบเทียบกันไม่ได้เลย ด้วยความที่ตัวหนังเรื่องนี้เองก็ไม่ได้สร้างความimpressiveอะไรให้กับตัวรีมากขนาดนั้นด้วย ติดจะoverratedเกินเบอร์ไปด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าเพลงนี้มันคือทุกๆอย่างของหนังเรื่องนี้จริงๆ รีเชื่ออย่างcompletelyเลยว่า เพลงนี้คือกระแทกใจใครก็ตามที่ได้ฟังอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในส่วนของอีก้า ที่แม้ตัวรีเองจะยอมรับว่านางเป็นนักร้องที่เก่งครบเครื่องมากๆคนนึงบนโลกใบนี้ แต่การถ่ายทอดของนางในเพลงนี้ มันเพิ่มระดับอิมแพ็คท์ขึ้นไปอีกเลเวลนึงในแบบที่รีไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผลงานของนางมาก่อน มันมากซะจนรีขนลุกในรอบแรกๆที่ได้ฟัง ทั้งที่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่นางร้องเพลงได้บาดลึกผ่านมาจากสปิริตแอนด์โซลจริงๆ และยังไม่ใช่ครั้งแรกที่อีก้าร้องแนวคันทรี่ร็อกพาวเวอร์บัลลาดด้วยซ้ำ
คือน็อตเซอร์ไพรส์จริงๆ ที่สุดท้ายแล้ว เพลงนี้จะสามารถกวาดมงไปได้มากมายในฝากหมวดเพลงOST และยังทำให้อีก้าฟื้นจากความตายหลังจากแป๊กอย่างอเนจอนาถในอีโจแอนน์ เพราะเพลงนี้คือเป็นทั้งคีย์ซีน ภาพจำ รวมไปถึง เป็นซีนที่ทำให้กะเทยประทับใจกับสกิลการแสดงของอีก้ามากที่สุดในเรื่องก็ว่าได้ (และแน่นอนว่าดีกว่าอีกหนึ่งคีย์ซีนในเรื่องตอนเพลงI'll Never Love Again)



Kesha - Praying
เป็นอีกหนึ่งเพลงที่รีโครตจะภูมิใจนำเสนอมากๆ และยังเป็นเพลงที่รีกล้าพูดเลยว่าโครตจะเซอร์ไพรส์ หลังจากรีได้เห็นชื่อนักร้องที่รีก้นด่ามาตลอดชีวิต ไม่น่าเชื่อว่าอีคีช่าจะอิมพรูฟมาจนถึงจุดที่ทำเพลงให้รีชอบมากที่สุดในปีนั้นที่รีลีสได้ (ปี2017) จนรีต้องเอาเพลงนี้ไปรีเฟอร์ในคอมเม้นท์ของตัวเองหลายเคสมากๆ และครั้งนี้ก็ยังจะเป็นอีกครั้งนึงที่รีขออวยเพลงนี้ ซึ่งอันที่จริงต้องบอกว่าอวยทั้งอัลบั้มเลยถึงจะถูก
คือไม่รู้ว่าเพราะด้วยข่าวฉาว หรือกระแสของนางมันสิ้นชื่อในระดับหมดหนทางหาแดกในcareerนี้แล้วหรือเปล่า ทำให้อัลบั้มนี้'Rainbow' เลยเหมือนอัลบั้มทิ้งทวน ปล่อยของทั้งหมดเท่าที่นางจะมี แบบถ้าจะแป๊กก็แป๊ก แต่ขอให้อย่างน้อยก็สามารถฝากอัลบั้มที่เป็นมาสเตอร์พีซทิ้งไว้บนโลกใบนี้ อะไรแบบนั้น เลยกลายเป็นทั้งอัลบั้มคือแบบ โอ้โหอ้าหากันจนจบอัลบั้ม แบบนั้นเลยทีเดียว คือทั้งภาคดนตรีและภาคเนื้อคือดีมากและทัชใจรีมากๆ จนแบบรีแทบจะคารวะให้นางกันเลยทีเดียว
โดยเฉพาะลีดซิงเกิ้ลอย่างอีPraying คือยอมแล้วอีดอก บาดลึกกรีดแทงเวอร์ ทำเอารีขนลุกแล้วขนลุกอีก ทั้งlyricsทั้งภาคดนตรี คืองงใจมาก ว่านี่คืออีคีช่าในสมัยเพลงสลัมชั้นต่ำอย่างอีติ๊กต๊อกจริงๆเหรอ ยิ่งอีซีนที่นางสกรีมคืออีดอก ขนลุกมาก (คือตกใจด้วย ไม่ใช่อะไร อีห่า น่ากลัวฉิบหาย ฮาฮ่า)
แต่... คือมันดีมากจริงๆค่ะ การร้องและการถ่ายถอดของนางมันอีโมชั่นนัลมากๆ ถ้าใครsensitivitieหน่อยนี่มีร้องไห้ตามแน่นอน ทั้งจังหวะดนตรี ทั้งไทม์มิ่ง รวมไปถึงแบคกิ้งคอรัสที่เป็นท่อนกอสเพล ทุกอย่างดูลงตัวและส่งเสริมกันดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขับให้ด้านวอคัลของอีคีช่าดูโดดเด่น เป็นสง่า แบบอัพเลเวลตีบวกของรัวๆ ทั้งที่นางไม่ใช่นักร้องเสียงดีอะไรเลย คือพูดได้คำเดียวว่าต้องยอม ยอมให้จริงๆค่ะ



The Killers - Mr. Brightside
เพลงสุดท้ายของรีวิวในครั้งนี้ เลยขอเปลี่ยนอารมณ์เอาใจสาวกขาร็อกกันบ้าง พูดถึงMr. Brightsideก็ถือเป็นเพลงดังระดับเมก้าฮิตในช่วงmid 00'sอยู่ล่ะ ซึ่งรีคิดว่าหลายๆคนน่าจะเคยผ่านหูมาบ้าง รวมถึงThe Killersเองก็ถือว่าเป็นวงมีชื่ออยู่พอสมควร ต่อให้ไม่ได้ฟังเพลงร็อกเป็นหลัก ก็น่าจะคุ้นหูกับชื่อวงนี้ไม่น้อย
สำหรับรีเอง หลายครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้ ส่วนใหญ่จะได้ฟังผ่านเพลย์ลิสท์รวมฮิตเพลงร็อก หรือว่างๆ ทำกิจกรรมอย่างอื่นไป ก็เปิดMTV UnpluggedหรือMTV Liveไม่ให้บ้านเงียบเกินไป แล้วบังเอิญเจอไลฟ์วงนี้ อะไรแบบนั้น
แต่... (น่าจะ)หลังจากบังเอิญไปเจอไลฟ์เพลงนี้ที่แกลสตันบูรีเฟส2019 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพลงของThe Killersก็วนเวียนมาทักทายเพลย์ลิสต์ของรีอยู่เป็นระยะ
อย่างที่บอกไปข้างต้น ว่าก็พอจะรู้อยู่นะว่าเพลงนี้ดังมาก แต่ไม่คิดว่าในUK เพลงนี้จะดังแบบถล่มทลายมากขนาดนี้ (ถ้าไม่รู้มาก่อน คงคิดว่าเป็นวงแบนด์จากอังกฤษ) ไม่ว่าจะเป็นผลตอบรับด้านcommercial successเอง หรือจะเป็นปฏิกิริยาของคนดูตามงานเฟสหรือในคอนต่างๆก็ตาม
ส่วนในแง่ความชอบต่อเพลงนี้ รีว่าเห็นว่า เป็นเพลงที่ให้อารมณ์ฟังได้เพลินๆมากกว่าในแง่ของเรื่องvalueอะนะ ทั้งตัวเนื้อหาแอบตลกร้ายเชิงsarcasticหลังจากพึ่งจับได้ว่าเมียมีชู้คาตา ("Destiny is calling me..., Cause I'm Mr Brightside") รวมถึงมูดแอนด์โทนของเพลงนี้เอง ที่ฟังแล้วรู้สึกสนุกสนาน เต็มไปด้วยเอเนจี้เหมือนรีไวล์กลับไปสมัยช่วงไฮสคูลดี แต่ถ้าถึงขนาดจริงจัง นี่ว่ายังมีแทร็คอื่นๆในอัลบั้มHot Fussเอง ที่ดูน่าสนใจมากกว่า เช่น Somebody Told Me ที่เคยมีอีนักร้องสารขัณฑ์เอาไปไลฟ์สดในไฟนัลวอล์ครายการกะเทยสลิ่ม แล้วโดนคนรุมแหกกันกระจาย ว่าร้องอะไรของมันว่ะ กรั่กๆๆ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
หว่ายย ช่วงนี้อินเหตุการณ์บ้านการเมืองค่ะ เพลย์ลิสฮังเกอเกมนี่เด้งกลับเข้ามารัวๆ
จะมีติด Eyes Open ของอีเทย์แล้วก็พอมีอารมณ์ก็แวะไปฟัง This Is War ของพี่จะเด็ดบ้าง ตามครั้งครา


hello ของอีช้างนีน้องฟังไงก็ไม่ชอบอ่ะ ไม่รู้ทำไม๊ทำไม รู้สึกมันเป็นเมนูที่ดัง แต่ก็ไม่ถูกใจเท่า someone like you , starboy ของอีอเบลนี่ชอบมากก แบบอกไม่ถูก ความbias สูสีกะ after hour เลย แต่ที่ชอบสุดๆก็น่าจะ I feel it coming เพราะฟังแล้วเหมือนโดนผัวเล้าโลม อีกเพลงก็ False Alarm ส่วนสตาบอยก็ชอบ โจ๊ะดี

ด้าน OST A Star Is Born คือกลายเป็นคนละอย่างกับกะเทยเลยคะ่ 555 อีแชลโล่วเป็นเพลงที่ชอบน้อยสุดซะงั้น คือปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอินเนอร์อีนี่และเคมีของนางกะอีแบรดลี่มันนัวจริง เข้มจริง แต่ชอบความโฟลว์ ฟังง่ายของ Remember Us This Way มากกว่า ส่วน Never Love Again นี่คิดว่าน่าจะทำได้ touch กว่านี้นิดนึง (อันนี้แลดูคล้ายๆกะภาคอัพเนื้อหาของ speechless) แบบ Never Enough ในเกรทเตสโชเว์แมน คือเพลงมาปุ๊ป เพลงจบฉี่ต้องซึมออกมาจากจิ๋มเลย

เพลงอีแฮซเพลงนี้น้องยกให้เป็นเพลงที่ชอบที่สุดในเปิดตัวครั้งแรกเหมือนกัน แต่เอาจริงนะ ฟังแต่เพลงที่ตัด MV ว้ายยยยย 5555 (ยกตำแหน่งไดเรกชั่นเนอร์ให้กะเทย) คือเป็นเพลงช้าที่ยาวแต่ฟังได้แบบไม่รำคาญ และอีกอย่างคิดว่าเสียงอีนี่เองก็อยู่ในเกณฑ์ที่ฟังได้นะ มีเสียงแครกบ้างซึ่งบางทีก็ดูเป็นเอกลักษณ์ดี รึเปล่า?? เอนี่เวยย เทียบกับอีสามตัวที่เหลือคือ คนละชั้น โดยเฉพาะอีเลียม


เพลงอีดัวจะฟังเมื่อมัน shuffle มา แต่เพลงอีดัวชั้นฟังได้จบเพลงทุกเพลงเลยนะ55 แบบอยู่เฉยๆจะฟังไหมก็เฉยๆ แต่ถ้าวนมาให้ฟังก็ฟังได้ เด้งๆดึ๋งๆตาม แต่ที่ช่วงนี้เห็นหน้าอีนี่ขึ้นมาบ้างสงสัยเพราะอีคลิปมิสแกรนหมุน 4 ตลบ เพลงนี้เลยได้อานิสงส์มา


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
จริงๆเขียนเสร็จตั้งแต่วันที่15แล้วค่ะ แต่พอเห็นเหตุการณ์ที่ปทุมวันเลยตัดสินใจพับเก็บรีวิวไว้ก่อนเลย นี่ก็รอดูจนเห็นทีท่าว่าคงไม่น่าจะมีสถานการณ์รุนแรงอะไรเกิดขึ้นอีก (และคาดหวังว่าจะไม่มีอีก) เลยตัดสินใจกลับมาโพสต์อีกครั้ง

อีอเบลนี่ ถ้าเอาความชอบส่วนตัวเป็นที่ตั้งสุดๆ คือชอบEPนาง My Dear Melancholyแบบมากๆ คือเป็นอัลบั้มที่ชอบแบบสวนกระแสคริติกหัวหลักสุดฤทธิ์ พอเห็นพ้อยท์ที่ด่าคือเข้าใจนะ แต่ก็ชอบอ่ะ ทำไมเหรอ? กรั่กๆๆ แถมลุงดาฟท์พั้งค์ยังตามมาช่วยต่อจากอัลบั้มสตาร์บอย แล้วก็มีอีสกริลเลกซ์อีก (รู้สึกว่าถ้าจำไม่ผิดสตาร์บอยเหมือนมีเครดิตแค่อีดิพโลมั้งนะ แต่ไม่มีอีสกริลเลกซ์) บั่บ อ่านไปแล้วรู้สึกเทสท์ฉันต่ำตมแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ? แต่สรุปก็DGAFค่ะ ฟังต่ออยู่ดี กรั่กๆๆ

ส่วนอีบาบูน ตรั้ยยย กะเทยอย่ามาค่ะ ใครจะไปติ่งแตดอีพวกนี้ได้ กรั่กๆๆ เคยบอกไปแล้วว่าตอนแรกไม่แลตาเลยค่ะ แต่เพื่อนดิฉันนางปลาบปลื้มอัลบั้มแรกอีบาบูนมากกกจนตื้อให้ลองฟังทุก3เวลาอาหาร ทั้งที่เคยร่วมอุดมการณ์รุมสกรัมแหกหีตอนสมัยเป็นอี1D บวกกับอัลบั้มนี้ยังได้บรรดาคริติกหัวใหญ่หลายสำนักแนะนำและยกให้เป็น1ในอัลบั้มที่ดีที่สุดในปี2017 นี่ก็กล่ำกลืนฝืนทนฟังดู กรั่กๆๆ แต่ดีจริงๆนะ อันนี้ว่าไม่พลังอวยเกินเบอร์เหมือนเลม่อนแตดของอีบี

นี่กำลังเขียนplaylistวงแดกหมาคู่ไว้ด้วย พอดีตอนนี้ติดอีกะหรี่เรืองแสง อีหัวนมเลิฟซิกบิชเชส และอีเอ๋อยูอ้าอยู่พอดี แต่อีหัวนมคงเอาออก เพราะเขียนแยกรีวิวให้แล้ว


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com