˹���á Forward Magazine

ตอบ

[15+] NuRii3_Review : Taylor Swift - Evermore
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ [15+] NuRii3_Review : Taylor Swift - Evermore 
Taylor Swift - Evermore



NuRii3 MUSIC REVIEW





evermore: B+

หลังจากพึ่งจะรีลีสสตูดิโออัลบั้มลำดับที่8อย่าง'folklore'ไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา In the twinkling of an eye (น่าจะแปลเป็นภาษาไทยว่าตดไม่ทันหายเหม็นได้ม่ะ) อีเทย์ก็ได้สร้างเรื่องช็อคซีนีม่าอีกครั้ง ทำเอาเป็นที่ตกอกตกใจทั้งจากแฟนขาประจำและแฟนขาจร ด้วยการประกาศลั้นช์สตูดิโออัลบั้มใหม่ล่าสุด'evermore'ออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว แน่นอนว่าเหตุผลที่เลือกปล่อยอัลบั้มนี้ออกมา ณ ช่วงเวลานี้ คงไม่ใช่เหตุผลเฟคๆแบบที่ตอแหลผ่านIGของนางหรอก มันต้องมีนัยยะแอบแฝงหรือวาระซ้อนเร้นอะไรซักอย่าง ซึ่สำหรับบทวิจารณ์ในครั้งนี้ รีจะลองมาวิเคราะห์ดูด้วยว่าเพราะเหตุผลกลใด อีเทย์ถึงได้รีบปล่อยอัลบั้มที่9เร็วมากขนาดนี้

พูดถึงภาพรวมของอัลบั้มล่าสุดอย่าง'evermore'นี้กันก่อน ซึ่งแน่นอนว่าอีเทย์ก็ยังคงยืนกรานสานต่อแนวทางเดิมจากอัลบั้มก่อน จนแทบจะเรียกได้ว่านี่คือfolklore 2.0 ซึ่ง... ก็คงไม่ผิดอะไรนัก ต้องเรียนให้ทราบอย่างนี้ ตัวรีเองก็ไม่ได้จะมาตำหนิอะไรสำหรับประเด็นนี้ ด้วยความที่หนึ่ง อีเทย์นางก็แจ้งให้ทราบแต่แรกอยู่แล้วว่านี่เป็นsister albumกับอีfolklore ที่สำคัญด้วยระยะเวลาทำเพลงที่ทิ้งห่างกันแค่ไม่กี่เดือน มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่อีเทย์จะเปลี่ยนแนวเพลงกระทันหัน อีกทั้งการที่อุตส่าห์ดึงAaron Dessnerมานั่งเป็นexecutive PDคุมบังเหียนให้ ก็คงไม่ใช่แค่แชร์เครดิตกับอีแจ็คแอนโทน็อฟฟ์ไปคนละไม่กี่เพลงแบบในอัลบั้มที่แล้วหรอก จริงม่ะ

ซึ่งมันค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว ว่าเพลงเกือบทั้งหมดในอัลบั้มนี้ คงเตรียมเสร็จ (เผลอๆคืออัดเสร็จเป็นที่เรียบร้อย) ตั้งแต่สมัยอีfolkloreแล้ว เพียงแต่ที่ไม่ปล่อยออกมาทั้งหมดยี่สิบสามสิบเพลง จนสามารถไรท์เอาไปแขวนหลังช้างได้ เหมือนสมัยอีspeak now หรืออีlover เพราะนางและทีมการตลาดของUMGก็คงดูเชิงดูกระแสก่อนนั้นล่ะ สังเกตได้จากเพลงเกือบครึ่งนึงของอัลบั้มที่แล้ว เครดิตPDยังเป็นของอีแจ็คแอนโทน็อฟฟ์อยู่เลย ในขณะที่อัลบั้มนี้เหลือเครดิตในฐานะPDเต็มๆแค่เพลงเดียว (และอีกเพลงที่มีเครดิตในฐานะsongwriterแค่นั้น)



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ซึ่งก็ถือว่าอีเทย์นางมองขาดอะนะ แม้อีfolkloreจะได้รับคำชมจากบรรดานักวิจารณ์มากมาย อีกทั้งยอดphysical salesเอง ก็ถือว่าทำได้สมราคาพอพไอคอนเบอร์ต้นๆของยุค แต่... กระแสตอบรับจากบรรดาซิงเกิ้ลที่ตัดโปรโมต คือกริบหมดทุกเพลง เหมือนอยู่ท่ามกลางซากศพผีตายโหงแถวป่าช้าวัดดอน แล้วที่อีcardiganมีปัญญาขึ้นที่1ได้ พึงสังวรไว้เลยว่าเพราะอานิสงส์จากการปั่นของติ่งล้วนๆ เทียบกับสมัยอีfearless ที่แม้จะไม่มีเพลงไหนในอัลบั้มสามารถขึ้นถึงที่1 BB hot100ได้ก็ตาม แต่ความดังของอีlove storyและอีyou belong with meก็เป็นของจริง ไม่จกตา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอี(19)69ที่ตัดเพลงไหน ก็ดังเป็นพลุแตกแทบทุกเพลง

ดังนั้น อีเทย์และทีมงานของนางจึงต้อง'ทำอะไรซักอย่าง' เพื่อไม่ให้กระแสของอัลบั้มfolkloreนั้นหายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลแกรมมี่ที่กำลังจะมาถึง อีเทย์จึงจำเป็นต้องทำทุกวิถีทาง ให้ไฟสปอร์ตไลท์หันมาส่องที่ผลงานของนางมากที่สุด ยิ่งมีเรื่องพิพาทจากเคสอัลบั้มafter hoursของอีอเบลด้วยแล้วอีก แม้ตอนนี้โพลจากหลายสำนักจะยกให้อีเทย์เป็นเต็งหนึ่งมงอัลบั้มแห่งปีก็ตามที แต่ของแบบนี้อะไรมันก็ไม่แน่ไม่นอน จริงม่ะ โดยเฉพาะอีกหนึ่งเวทีแจกรางวัลที่มีดราม่าแทบจะทุกปี อย่างอีเวทีแกรมมี่ (ตัดไปที่หน้าอีหมีสมัยอีเดย์ดรีมด้วยค่ะ กรั่กๆๆ)

แต่กระนั้น การที่อีเทย์นางเลือกที่จะลั้นช์อัลบั้มเต็มลำดับที่9ออกมา แทนที่จะให้เป็นช่วงเวลากอบโกยได้อย่างเต็มที่ของอัลบั้มใดอัลบั้มนึง กลายเป็นตอนนี้ ทั้งสองอัลบั้มของนาง ได้แย่งซีนแย่งสปอร์ตไลท์กันเอง อันนี้ถือว่านางพลาดอย่างมหันต์ จริงอยู่ว่าคัมแบ็คนี้ทำให้หล่อนได้ซีนไปเต็มๆ แต่ตอนนี้กลายเป็นโฟกัสของทุกคนพุ่งเป้าไปที่อีevermoreแทนจนหมด ไม่เหลือพื้นที่ให้อีfolkloreล่ะ แล้วในกรณี'ถ้า'อีfolkloreได้มงAOTYขึ้นมาจริงๆ อีอัลบั้มล่าสุดนี้ก็แทบจะหมดความหมาย ถูกovershadowedโดยสมบูรณ์แบบ กลายเป็นอัลบั้มแก้ขัดและเป็นบันไดให้อีfolkloreเหยียบ สมใจหล่อนแน่นอน ซึ่งหล่อนหวังผลให้มันเป็นแบบนี้และทำกับผลงานของตัวเองได้ลงเชียวเหรอ?

ก็ไม่รู้เพราะนางเสียดายเพลงที่อัดไว้แล้ว หรือเพราะเกรงใจAaron Dessner หรือเพราะอะไรก็ตาม แต่สิ่งที่นางควรทำจริงๆ คือการ'รีแพคเกจ' เหมือนสมัยอีfearless หรือถ้ารู้สึกเสียดายเพลงที่อัดไว้แล้วจริงๆ ก็ทำแบบเดอะเฟมมอนสเตอร์ของอีก้าก็ได้ ที่ยัดเพลงเพิ่มซะจนไม่ต่างจากการปล่อยอัลบั้มใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม หล่อนต้องทำให้แต่ละอัลบั้ม ได้มีช่วงเวลาของมันมากกว่านี้ ไม่ใช่เล่นตัดซิงเกิ้ลแค่เพลงสองเพลง เสร็จแล้วก็ทิ้งขว้าง หันไปโปรโมทอัลบั้มใหม่ อีดอก ทำเหมือนเด็กเล่นขายของ ใช่ นี่มันเป็นผลงานของหล่อน หล่อนมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ แต่คนฟังก็มีสิทธิ์ที่จะคาดหวังต่อผลงานและแนวทางของศิลปินเหมือนกัน เพราะทุกครั้งที่เปิดเพลงของหล่อนฟัง ก็เท่ากับเป็นการสนับสนุนผลงาน หล่อนไม่ได้ทำการกุศล ทุกอย่างมันเป็นเรื่องgive-and-takeทั้งสิ้น จะมาโปรโมทตามใจตัวเอง งั้นอัดเก็บไว้ฟังที่บ้านคนเดียวเถอะค่ะ อีดอก



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
มาต่อกันที่ข้อดีและข้อเสียของอัลบั้มนี้กันบ้าง หลังจากที่ฟังจบครั้งแรก ส่วนตัวรีรู้สึกว่า อัลบั้มนี้ไม่น่าประทับใจมากเท่าที่คาดหวังไว้ แม้ว่านางจะโปรยมาตั้งแต่แรกแล้วว่า นี่เป็นอีfolklore 2.0ก็ตาม อาจเป็นเพราะรีคาดหวังด้วยชื่อของAaron Dessnerด้วยมั้ง อีกทั้งอีfolkloreเอง ก็เป็นอัลบั้มที่ดีมากๆ ในระดับ'the creme de la creme'จากผลงานทั้งหมดของตัวอีเทย์เอง (เว็บนี้ใส่อั๊กซองไม่ได้นะคะ เผื่อกะเทยนางไหนจะมาจับผิดสกิลทางภาษาของดิฉัน) ดังนั้น มันจึงช่วยไม่ได้ที่อีevermoreต้องถูกจับมาเปรียบเทียบกับอัลบั้มที่พึ่งลั้นช์ออกมาก่อนหน้าได้เพียงไม่กี่เดือน อย่างอีfolklore เนื่องจากทั้งแนวเพลง มูดแอนด์โทน รวมถึงexecutive PD คือจับวางกันมา แทบจะเหมือนกันหมดทุกกระเบียดนิ้ว

แต่พอได้ฟังซ้ำๆ รีกลับรู้สึกว่าในรายแง่ละเอียดของอีevermore มันให้ความรู้สึกที่ความผ่อนคลายกว่าอีfolklore อาจเพราะเนื้อหาด้วยส่วนหนึ่ง แล้วอีกส่วนที่รีคิดว่าสำคัญเช่นกัน นั้นคือการที่อีแจ็คแอนโทน็อฟฟ์มีส่วนร่วมในอัลบั้มนี้น้อยลง ทำให้มูดแอนด์โทน รวมไปถึงการถ่ายถอดของตัวอีเทย์เอง มีความซับซ้อน ความcomplicatedน้อยลงด้วยเช่นกัน ซึ่งตรงนี้ รีไม่ได้มองว่ามีส่วนทำให้อัลบั้มนี้แย่ลงแต่ประการใดนะ เพราะมันก็ข้อดีเข้ามาชดเชยแทนที่ ทั้งความเรียบง่าย ความfriendly ที่สำคัญ เหมือนรีได้กลับไปใช้ความรู้สึกในการฟังเพลง มากกว่าต้องใช้สมองคิดตามไปด้วย เหมือนบรรดาอัลบั้มที่ผ่านๆมาของนาง

ดังนั้น พอได้ใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนแล้ว รีว่าอัลบั้มนี้ก็ไม่ถึงกับเป็นผลงาน'เหลือทิ้ง'จากอัลบั้มfolklore เหมือนอย่างที่เคยสาปเอาไว้ในกระทู้discussion ขนาดนั้น จริงอยู่ว่ามันไม่ดีเท่าอีfolkloreแน่ๆ แต่ถ้าเทียบกับบรรดาอัลบั้มต่างๆ หลังจากที่อีเทย์เทิร์นมาทำเพลงพอพเมนสตรีม ไล่ตั้งแต่อี(19)69เป็นต้นมา รีกลับชอบทิศทางและแนวทางใน3อัลบั้มล่าสุดของนาง มากกว่าอีอัลบั้มที่ทำให้นางกลายเป็นพอพไอคอนอย่าง(19)69เสียอีก ซึ่งอี3อัลบั้มล่าสุดนี้ ไล่ตั้งแต่อีloverมาจนมาถึงอีevermore ได้ทำให้เราเห็นการเติบโตและพัฒนาการทางดนตรีทั้งหมดของอีเทย์ มากซะจนไม่อยากกลับไปกินของเก่า แม้ว่ามันจะมีรสชาติที่ถูกปากกว่าก็ตาม



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ส่วนแทร็คแนะนำ เอาจริงๆ ส่วนตัวบอกเลยว่าค่อนข้างเลือกยากมาก เพราะจุดแข็งของอีเทย์ในอัลบั้มยุคหลังๆ ตั้งแต่อีbad reputationเป็นต้นมา คือการเรียงแทร็ค ที่แทบจะกลืนเป็นเนื้อเดียวกันไปหมด ทำให้เวลาที่ฟังทั้งอัลบั้มแบบไม่pause จะทำให้ภาพรวมเป็นอัลบั้มที่แข็งแรง มีเอกภาพ และทรงพลังมากๆ แต่พอให้เลือกฟังเป็นแทร็คๆไป จากเพลงที่เหมือนจะทำได้โอเค กลับกลายเป็นเพลงไม่โดดเด่นไปเลย (ตัวอย่างเช่น End Game ในอีbad reputation) ยิ่งใน2อัลบั้มล่าสุด ที่นางเทิร์นไปแนวโฟล์คเต็มตัวแล้วด้วย ทำให้เลือกยากเป็นทวีคูณ

แต่ถ้าให้รีเลือกเพลงในระดับ'the best'ของอัลบั้มนี้ มาซัก1-2เพลงจริงๆ รีว่าหนึ่งในนั้น ต้องหนีไม่พ้น evermore (5) ไตเติ้ลแทร็คและยังเป็นฟีนาเล่ประจำอัลบั้มนี้ ซึ่งเพลงนี้เป็นครั้งที่2 ที่อีเทย์ได้มีโอกาสร่วมงานกับจัสตินเวอร์นอนแห่งวงบอนอีแวร์ ซึ่งเมื่อเทียบกับการร่วมงานกันครั้งแรกในexile ที่ติ่งอีเทย์ทั้งขาประจำและขาจรน่าจะชื่นชมมากๆสำหรับผลงานของอีเทย์ในยุคหลังๆ แต่รีกลับรู้สึกว่าexile เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกไม่อิ่ม มันมีความประดิษฐ์ และไม่เข้าปาก คือถามว่าเพราะไหม ก็เพราะนั้นล่ะ แต่มันมีความmegahit wannabeมากจนเกินไป (แต่ก็เสือกไม่ดังซะงั้น กรั่กๆๆ) ทั้งตัวเนื้อหาเอย จังหวะจะโคนเอย มันดูเฟคไปหมด เหมือนพยายามอยากจะเป็น'เพลงขาประจำ'ตามรายการประกวดร้องเพลงมากจนดูไม่เป็นธรรมชาติ

กลับกัน อีevermore สามารถดึงเสน่ห์และความเป็นธรรมชาติของอีเทย์ออกมาได้หมดจด โดยเฉพาะความซับซ้อนของภาคเนื้อหาและมิติทางอารมณ์ที่มีอยู่หลายระดับ ที่แม้จะไร้เงาของPDคู่บุญอย่างอีแจ็คแอนโทน็อฟฟ์ แต่อีเทย์ก็ยังไว้ลาย ถ่ายทอดเพลงนี้ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเคย ยิ่งท่อนที่มาแครชกับวอคัลอันทรงพลังของจัสตินเวอร์นอน คือนิพพานเลยค่ะ สุดยอดมากๆ ส่วนตัวรียกให้เพลงนี้เป็นหนึ่งในบัลลาดที่ดีที่สุดตลอดกาล จากผลงานบัลลาดทั้งหมดของอีเทย์เลย

อีกเพลงที่รีชอบมากๆ คือ cowboy like me (5) ในส่วนของภาคเนื้อหาเอง สำหรับรีคือรู้สึกเฉยๆ โอเค มันเหมือนเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปสมัยอัลบั้มแรกๆ ที่อีเทย์ยังแต่งเพลงเกี่ยวกับใครก็ไม่รู้ ซึ่งไม่ได้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตของนางเลยแม้แต่น้อย ก็ไม่รู้ว่านางเริ่มหมดมุกที่จะสาธยายเกี่ยวกับชีวิตของตัวเองแล้วหรือเปล่า ทำให้หลายๆเพลงในสองอัลบั้มหลัง อีเทย์เลือกที่จะกลับไปเล่าเรื่องผ่านมุมมองในฐานะ'คนนอก'อีกครั้ง ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าเพลงของอีเทย์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยยุคกลางของcareer นั้นเป็นประเภทthe world revolves around her ดังนั้น การที่อัลบั้มหลังๆนางเริ่มback to basic กลับมาเล่าเรื่องผ่านวิวของbystanderอีกครั้ง ก็ถือเป็นสีสันลดความจำเจดีเหมือนกัน

แต่สิ่งที่ทำให้รีรู้สึกปลาบปลื้มเพลงนี้จริงๆ คือสิ่งที่รีเคยรีเควสไปตั้งแต่อัลบั้มที่แล้ว ว่าอยากเห็นงานบลูส์ร็อคหม่นๆเจ๋งๆจากอีเทย์บ้าง หลังจากที่นางเคยแอบหยอดมาเล็กๆน้อยๆมาในอัลบั้มเก่าๆ ซึ่งรีมองว่าอีเทย์มีpotentialที่จะทำเพลงแนวนี้ได้ดีเช่นกัน แม้ว่าเพลงนี้เอง ยังทำออกมาได้เข้มไม่หนำใจแบบที่รีต้องการก็ตาม แต่ในภาพรวมเอง เพลงนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงในอัลบั้มที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดี กล่าวคือ ให้รสสัมผัสที่หลากหลาย ไม่ได้เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกเศร้าหดหู่มากจนเกินไป ทั้งยังมีความsarcasticของภาคเนื้อหา ที่ตัดกับความหม่นของภาคดนตรี ทำให้เกิดsad beautiful tragic feelingเวลาฟัง



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ไม่ค่อยจะมีความรู้สึกอะไรมากกะอัลบั้ม แต่เห็นด้วยกะกะเทย ว่าถ้าจะต้องมีอับั้มใดได้รางวัลไป คืออีกอัลบั้มนึงคุณค่าเป็นไก่รองบ่อนทันที ซึ่งน่าเสียดายทั้งคู่ แต่ส่วนตัวนะ เอาจริง ดูท่าทีอัลบั้มนี้คือเหมือนทำมาเพื่อเอารางวัลเลยอ่ะ จากการคีปลุคอินดี้หีแตดอะไรทั้งหลายแหล่ อารมณ์อีบี ที่ดัดจริตจะทำเซอไพรส์ เพลงจิตวิญญาณหีแตดทั้งๆที่ปกติดีแต่ทำเพลงเต้นแร้งเต้นกา แต่ของอีเทย์คือ ทำมาหวังรางวัลด้วย ฟังง่ายด้วย ได้ทั้งกู้คืนติ่งเก่า ละก็ล้างภาพลักษณ์กะหรี่งูพิษ(ซึ่งเอาจริงก็ไม่เชิงได้ผล คนก็รู้เช่นเห็นชาติดังเดิม)

ส่วนตัวนะ คิดว่าอีโฟคลอ x เอเวอมอร นี่ สำหรับชั้นคือมันควรเป็นแค่มินิอัลบั้มมาก มันดูแล้วสุดโต่งอย่างอธิบายไม่ถูก หรือนางจะทำมาเป็นแบบบั้มรวม อารมณ์ trilogy ของอีอเบลไปเลยก็ได้ แบบมึงเอาให้สุด ละอัลบั้มเต็มกลับมาค่อยต่อยอดจากอี EPชิ้นนี้รวมกะของเก่า อัพเกรดไปอีกขึ้น มันจะดูเพอเฟคอย่างมากก ซึ่งนางอาจจะทำแบบนี้ในอัลบั้ม10 แต่แม่นางเล่นแต่งมาถึงสองโหล จะมายัดลง ep สงสัยกลัวไม่จุใจ+อยากได้รางวัลด้วยลัะมั้ง เยออกมาเป็นแบบนี้

ส่วนเพลง นี่คิดว่า Evermore >>>>>Exile มากเดี๊ยนคิดตามที่กะเทยพูดทุกประการ ว่าอีเพลงที่ฟีทกันครั้งแรก แลดูวันนาบีจะเป็นเพลงฮิตจนเกินไป แอบนึกถึง the last time ที่ฟีทกะอีแกรี่ คือเหมือนมากันคนละโลก แต่เอเว่อมอร์นี่เป็นเพลงที่ฟังละเพราะมากตั้งแต่ทีแรก

ด้านแทร็กที่ชอบที่สุด กะครืออ No body no crime คร่ะ สะดุดตั้งแต่ชื่อเพลงะ ฟังจริงก็เก๋ดี มีความเล่าเรื่องมีสตอรี่ มีให้เดาเล็กๆใครฆ่าอารยา เสียดายตรงที่เป็นเพลงที่ไม่ฉูดฉาด แบบฟังเรื่อยๆมากกว่า อารมณ์อีเอ็มมี่ กอนเกิร์ล แอบแซบ บางทีคก็คิดว่าถ้าอีนี่ทำโฉ่งฉ่างกว่านี้จะลิเกไปเลยรึเปล่าก็ไม่ทราบเหมือนกัน โดยรวมก็นัวดีค่ะ แค่หวังว่าถ้าตัวเพลงมันเรียบแล้ว เนื้อเพลงอีนี่เติมความ tricky ไปอีกสักนิดจะเริ่ดมาก อันนี้ดูเฉลยโต้งๆไปหน่อย ถ้าปลายปิดว่า อ๊ะใครฆ่าใคร จะเริ่ดมาก


_________________
we saw you murdered him
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
พอกะเทยพูดถึงอีtrilogy ส่วนตัวยอมรับนะ ว่าเป็นอัลบั้มที่ดีมากๆนะ วัดแค่ภาคดนตรีอย่างเดียว คือเหนือกว่าafter hoursอีก มาสเตอร์พีซมาก แต่... เป็นอัลบั้มที่ฟังแล้วรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยเหมือนว่ายน้ำซัก10กิโล แล้วคือไม่ได้เหนื่อยเพราะแทร็คเยอะนะ แต่เหนื่อยเพราะความcringiestของภาคเนื้อหา เป็นอัลบั้มที่ฟังแล้วรู้สึกawkwardตลอดเวลา

คือส่วนตัวก็ไม่ใช่พวกโลกสวย หรือPCสูงส่งอะไร กะเทยก็คงทราบ แต่อีอัลบั้มนี้มันmale chauvinismเกินเบอร์เกิน ฟังแล้วบางครั้งรู้สึกสะอิดสะเอียด ขยะแขยง จนต้องหาอัลบั้มโลกสวยซักอัลบั้มมาล้างหูแทบไม่ทัน แล้วอีอเบลก็หน้าหีเกิน ยัดมาซะ3EP ฟังจบคือพัก ไม่ฟังซ้ำจริงๆค่ะ จะอ้วก นานๆ แบบนานมากๆ ถึงจะกลับมาฟังซ้ำใหม่ซักที

กลับมาที่อีเทย์ ถ้าเอาแค่เฉพาะความชอบเป็นเบส บอกเลยว่าตอนนี้ ชอบทุกเพลงในอัลบั้มนี้หมดเลย คือแปลกแต่จริง ขนาดอีpillowก็ยังชอบ อารมณ์เหมือนตอนอีfearlessที่ฟังเพลงไหนก็ดันชอบไปหมด เหมือนโดนป้ายยา ฮาฮ่า เหมือนพอเนื้อหามันไม่ได้โฟกัสเฉพาะที่ตัวอีเทย์ เราเลยรู้สึกเหมือนนั่งอ่านนิยายหรือนิทานแทน แบบนี้ด้วยล่ะมั้ง แต่พอเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอัตชีวประวัติของอีนี่กับผัวทั้ง7(00)ของนาง บางทีก็แอบรำคาญ กะเทยนึกออกม่ะ

อย่างอีNBNC อันนี้เห็นด้วยกับกะเทยหมดเลย ฟังครั้งแรกเพราะฟีทกับลูกสาวก็จริง แต่ฟังไปเรื่อยๆก็รู้สึกว่าเออ เจ๋งดี แต่พอฟังถี่เข้าไปอีก ก็แอบคิดว่ามันน่าจะthrillerได้มากกว่านี้เช่นกัน อันนี้พอrepeatอีท่อน'I think he did it, but I just can't prove it'ซ้ำไปซ้ำมา แทนที่จะหลอน กลายเป็นตลกแทน นึกว่ากำลังฟังซาวด์แทร็คอีชิคาโก้'he had it comingอยู่ เสียดายเสียงหวอป่อเต็กตึ๊งที่กำลังมารับศพบรรดาอีสวิฟแตดช่วงอินโทร อุตส่าห์ทำเก๋ กรั่กๆๆ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com