princess พิมพ์ว่า:
kamui gakupo พิมพ์ว่า:
princess พิมพ์ว่า:
kamui gakupo พิมพ์ว่า:
princess พิมพ์ว่า:
อีกอย่าง ส่วนคิดวิเคราะห์อยู่ส่วนหน้าค่ะ
ส่วนหลังเอาใว้ ทรงตัวค่ะ
อีหมี
ซีรีเบลลัม ไม่ ใช่ เซเรเบรัม พอดีชื่อเล่นอีกชื่อเราคือเซเรเบรัมอ้าค่ะ อะไรค่ะ งงหรอไง
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ
อีกะเทยกูเกิ้ล
Google ค่ะ ไม่ใช้ กูเกิ้ล
ภาษาอังกฤษเมื่อมาแปลเป็นภาษาไทย สามารถที่จะดิ้นได้แบบ
เยอรมัน หรือ เยอรมนี ค่ะ
แต่ในศัพท์ของทางชีวะวิทยา ถ้าเขียนผิดแม้แต่นิดเดียว ก็จะสื่อความหมายของ Organelle หรือ Species ที่ผิดไปได้ค่ะ
ภาษาดิ้นได้
เมื่อวานมีเวลาว่างหนึ่งชั่วโมงก่อนออกไปทำภารกิจนอกบ้าน จึงหาอะไรทำฆ่าเวลา พอดีหนังสือแมงกะพรุนถนัดซ้ายของพี่จิกอยู่ใกล้มือที่สุด ก็เลยกลายมาเป็นเพชรฆาตฆ่าเวลาได้รวดเร็วจนรู้สึกว่าเวลาหนึ่งชั่วโมงนั้นผ่านไปแค่ไม่กี่นาที
มีเรื่องหนึ่งที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ "คุยกับประภาส" ตั้งแต่ตุลา 48 เกี่ยวกับภาษาไทย เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานาน จนปัจุบันก็ยังมีคนพูดถึงอยู่ คงยังจำข่าวที่กระทรวงวัฒนธรรมออกมาแสดงการเป็นห่วงการพูดจาและพฤติกรรมของเด็กบางกลุ่มที่เขาให้คำกำจัดความว่า "แอ๊บแบ๊ว" กันได้ พี่จิกเอาจดหมายที่เขียนจากคุณครูวิทยาศาษตร์ท่านหนึ่งมาเล่าให้อ่าน คุณครูบอกว่า
"ฟังเด็กๆ พูดภาษาไทยทุกวันนี้แล้วอ่อนใจ มีแต่คำแสลงเต็มไปหมด ถึงไม่ได้สอนภาษาไทย แต่ด้วยความเป็นครูก็อดไม่ได้ที่จะพูด นักรียนที่สนิทก็แซวกลับว่าทำไมครูเชยจัง ไม่รู้จักภาษาวัยรุ่น ส่วนคนที่พูดภาษาไทยคำอังกฤษคำก็บอกก็เตือนไป เขาก็ว่าแม้แต่ชื่อครูยังเป็นภาษาบาลี สันสกฤต ไม่ใช่ภาษาไทย"
อ่านข้อความนี้แล้วลองมานั่งนึกดูว่าตัวเองมีอาการแบบที่ครูท่านนี้ให้ความใส่ใจหรือเปล่า ก็จริงนะ เราติดนิสัยพูดไทยคำอังกฤษคำแบบที่ท่านกำลังเป็นห่วงจริงๆ แต่ก็มีเหตุผลในการเป็นแบบนี้นะ บางครั้งสมองมันนึกถึงคำภาษาอังกฤษได้ก่อนภาษาไทย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเคยอยู่ในภาวะที่ต้องอ่านและพูดเป็นภาษาอังกฤษ สมัยเรียนยังเคยไปซื้อตำราที่เขาแปลเป็นภาษาไทยมาอ่านก่อนสอบ มีส่วนช่วยให้เข้าใจมากขึ้น แต่สุดท้ายเวลาทำข้อสอบก็ต้องตอบเป็นภาษาอังกฤษอยู่ดี หลังๆ จึงไม่เสียเวลาไปอ่านภาษาไทยแล้ว อ่านภาษาอังกฤษให้เข้าใจไปเลยดีกว่า แต่ยอมรับว่าบางครั้งมันน่าหมั่นไส้เวลาฟังคนพูดไทยคำอังกฤษคำ ก็ได้แต่เข้าใจคนพูดว่าเขาก็คงถูกฝึกมาแบบเรา ตอนนี้พยามยามแก้ไขอยู่ หากมีโอกาสเจอ"ป้าเบียบ" แกจะได้ไม่ค้อนเอา
ยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว พอดีเมื่อวานได้มีโอกาสฝึกการออกเสียงภาษาไทยกับพี่ๆ จากกรมประชาสัมพันธ์ เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองพูดออกเสียงเพี้ยนวรรณยุกต์หลายคำมาก เช่น
ขอ ออกเป็น คอ
ป้อน ออกเป็น ป๊อน
รักษา ออกเป็น รักส่า
ได้ ออกเป็น ได๊
แล้วยังมีเพี้ยนสระอีกหลายคำ ซึ่งถ้ายกตัวอย่างตรงนี้ ก็คงต้องนั่งอ่านจนถึงเช้าวันศุกร์หน้า พี่เตื้อง(หนึ่งในวิทยากร) บอกว่า การออกเสียงของเราเกือบจะจัดอยู่ในประเภท "แอ๊บแบ๊ว" อยู่แล้ว เกิดคำถามขึ้นในใจ
"จริงดิ???" ขนาดคำถามที่แม้จะอยู่ในใจยังออกแนว "แอ๊บแบ๊ว" เลย
แต่ก็ยังไม่วายเถียงอยู่ในใจอีกว่า "บุคลิกห้าวหาญอย่างหนูจะพูดจา แอ๊บแบ๊ว ได้อย่างไร"
พี่เตื้องน่าจะได้ยินเสียงในใจจึงอธิบายต่อว่า มันยังไม่ถึงขนาดนั้น แต่การที่เราลากเสียงยาว ทอดเสียงมากเกินไป มันก็กลายเป็นแบบนั้นได้ ถ้าเราไม่พยายามฝึกให้ออกเสียงวรรณยุกต์ได้ถูกต้อง แล้วบางครั้งการที่เราออกเสียงไม่ตรงวรรณยุกต์ มันก็เปลี่ยนความหมายคำได้เหมือนกัน
พอมานึกถึงเรื่องการเปลี่ยนความหมาย ก็คิดต่อไปอีกว่าไม่ใช่แค่ภาษาพูดที่สามารถตีความได้หลายแบบ อย่างที่คุณนันทขว้างเคยเขียนวิจารณ์หนังเมล์นรกฯ ว่าทุกเรื่องในหนังเกิดจากการผิดพลาดด้านสื่อสาร ภาษาเขียนก็สามารถเกิดการสับสนได้เช่นกัน ขอยกตัวอย่างเรื่องของพี่ riverpoem ที่เพิ่งเข้าไปอ่านเมื่อคืนนี้ นี่เป็นบางส่วนที่พี่เขาเขียนใน blog
ชีวิตส่วนตัว พี่เค้ามีโรคประจำตัว.....
เวลา เค้ามี วันนั้น...ของเดือน
เค้าจะปวดมากกกกกกกกกกกก.......
เคยปวดท้องมากๆ ไหมคะ อย่างมาก พวกเราก็แค่
กินพาราเซ็ต หรือ ......พอน สแตนด์
แต่ ไม่ใช่ พี่สาวฉันคนนี้
Morphine ค่ะ คุณ ก่อนหน้าที่เป็นพยาบาล เค้าใช้อะไรฉันไม่รู้
แต่ ตั้งแต่ ที่ฉันรู้จักเค้า
เราฉีดยา....ตัวนี้ให้กัน ทุกเดือน.....
ยานี้ ฉีดเสร็จ มันต้องนอน....
แต่ คนนี้ ฉีดเสร็จ แล้วยังต้องอยู่เวร
คิดดูว่า จะทรมานขนาดไหน
...........................
ยังไม่พอ ค่ะ ชีวิต
ในวันที่มีผู้ป่วย โรคเอดส์ ไปรับการรักษา
พวกเรา ที่ได้รับการมอบหมายให้ "ดูแล" คนไข้ที่ป่วยด้วยโรคนี้
จะระมัดระวังตัวอยู่แล้ว
แต่ ยิ่งระวัง .... อุบัติเหตุยิ่งเกิดได้ง่าย
พี่เค้า โดนเข็มตำ ค่ะ ....
แถมโชคร้ายด้วย .....
ผลเลือดใน 3 เดือนต่อ มา มันเป็นบวก
เป็นคุณจะทำอย่างไร....
แต่เป็นเค้า .... เค้าปลอบคนอื่นค่ะว่า "ไม่ต้องห่วง จะไม่ยอมแพ้"
-------------------------------------------------------
อ่านแล้วอยากให้กำลังใจเพื่อนพี่เขา จึงเขียน comment ไปว่า
มาฝากกำลังใจให้เพื่อนพี่อีกคนค่ะ
แต่น่าเป็นห่วงนะคะถ้าต้องรับ morpine ทุกเดือน เคยปวดมากแบบนั้นเหมือนกัน แต่ตั้งแต่ฝึกโยคะไม่เคยมีอาการปวดอีกเลย ลองแนะนำเพื่อนพี่ไม๊ค่ะ ไม่แน่ในว่าที่ Malboure มีที่ฝึกหรือเปล่า แต่เคยไปที่ Brisbane เขามี studioฝึกอยู่เหมือนกัน
Happy mother's day ล่วงหน้าค่ะ
------------------------------------------------------
หลายคนได้อ่านข้อความของเราเข้าใจว่าเรามีเลือดบวกเหมือนเพื่อนพี่เขา นึกขำอยู่เหมือนกัน เพราะไอ้ที่เราแนะนำไปนั้นมันเกี่ยวกับอาการปวดท้องของผู้หญิงในช่วงที่มีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะส่วนที่ผู้ชายไม่มี ทุกๆเดือน แต่คนอ่านหลายคนเข้าใจว่าเราแนะนำเกี่ยวกับโรคเลือดบวก ยังไม่เคยมีเลือดบวกค่ะ ไม่อย่างนั้นสภากาชาดไทยคงไม่ยอมรับเลือดของเราไปทำประโยชน์ให้คนอื่นทุกสามเดือนแน่ๆ ขนาดข้อความไม่ซับซ้อนยังตีความได้หลายแบบ ไม่อยากคิดเลยว่าเวลาคนอ่านร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับลงประชามติที่แจกให้อ่านกัน จะตีความกันได้สนุกขนาดไหน
สุดท้ายพี่จิกตอบคุณครูวิทยาศาสตร์ว่า
"ภาษามันก็เหมือนกับลูกนั่นแหละครับ เขาก็ต้องเติบโตของเขาไป ขึ้นชื่อว่าลูกแล้ว คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องควบคุมบ้าง สั่งสอนบ้าง ปล่อยให้คิดเองบ้าง หรือบางทีเขาก็ค้นพบวิถีทางของเขาเอง ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง กว่าจะเติบโตเป็นคนคนหนึ่งก็ย่อมต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง"
อันนี้คิดตามพี่จิกได้ไม่ชัดเท่าไร เอาไว้มีโอกาสมีลูกจะกลับมาคิดใหม่ แต่ตอนนี้ขอพาแม่ไปข้างนอกก่อน
_________________