แน่นอนปีนี้จะเป็นปีทองของเธออีกแน่นอน ทั้งการขึ้นโชว์ในช่วงพักครึ่งของศึกคนชนคนอเมริกันฟุตบอล "Super Bowl 2013" การพรีเมียร์ภาพยนตร์สารคดีส่วนตัวทางช่อง HBO และที่จับตามองมากที่สุดกับการเซ็นต์สัญญาเป็นพันธมิตรร่วมงานกับเครื่องดื่มเป๊ปซี่ด้วยมูลค่ากว่า 50 ล้านเหรียญ พร้อมผลงานอัลบั้มชุดที่ 5 ซึ่งจะวางแผงราวเดือนเมษายนนี้ !!
"ฉันทำงานหนักมาตั้งแต่เด็ก ฉันเคยคิดว่าเมื่อถึงอายุ 30 ฉันจะหันมาทำสิ่งอื่นที่ฉันอยากทำบ้าง ซึ่งตอนนี้ฉันได้ผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว และรู้สึกโชคดีมากที่ยังได้ทำสิ่งเดิมอย่างเช่นทุกวัน อย่างไรก็ดีการที่ฉันก้าวมาจุดนี้ได้ ฉันคิดว่าฉันต้องแลกด้วยหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตไปไม่น้อย จนแอบคิดไปเองว่าฉันทำงานหนักมากกว่าคนอื่นที่ฉันรู้จักในวงการเพลงเสียอีก ทุกวันนี้ฉันต้องบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่ามันก็คุ้มแล้วล่ะ"
"หนึ่งในสาเหตุที่ฉันมีความรู้สึกเชื่อมโยงกับศึก Super Bowl นั่นก็คือ ฉันเปรียบโชว์ของฉันเหมือนการแข่งขันกีฬา คุณเห็นเหล่านักกีฬานั่งดูผู้เล่นในสนามและเรียนรู้จากพวกเขาเอง นี่คือสิ่งที่ฉันทำกับบรรดาการแสดงของฉัน ฉันนั่งดูโชว์และหวังว่าจะสนุกไปกับมันอย่างเต็มที่ แต่เมื่อเห็นข้อผิดพลาดเกิดขึ้น เช่นแสงไฟส่องลงมาช้า ผมทรงนั้นมันไม่เข้ากับฉันเลย หรือฉันจะไม่ทำท่าอะไรแบบนั้นอีก ฉันอดที่จะพยายามทำให้ตัวเองสมบูรณ์แบบไม่ได้ ฉันอยากพัฒนาตนและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ"
"คุณรู้มั้ย สิทธิความเท่าเทียมที่รู้กันอยู่ทุกวันนี้มันเป็นเพียงเรื่องโกหก หลากหลายคนยังคงมีความคิดว่ายังไงผู้หญิงก็หารายได้ไม่เก่งเท่าผู้ชาย ซึ่งฉันไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำว่า ทำไมผู้หญิงอย่างพวกเราต้องนั่งคอยอยู่เฉยๆ?" เธอกล่าวไว้ในภาพยนตร์สารคดีดังกล่าว ความคิดนี้เริ่มต้นจากการที่เธอแยกตัวจากผู้จัดการส่วนตัวซึ่งก็คือพ่อของเธอ แล้วมาดูแลธุรกิจทั้งหมดด้วยตนเอง "ฉันเชื่ออย่างยิ่งว่าผู้หญิงสามารถดูแลบรรดาเรื่องเงินทั้งหมดได้โดยไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากผู้ชาย และหากเผชิญหน้ากับความเป็นจริงในสังคม เงินทำให้ผู้ชายคิดว่าพวกเขาเป็นผู้ขับเคลื่อนทุกอย่าง มันทำให้พวกเขาคิดว่ามีอำนาจในการประเมิณคุณค่าสิ่งต่างๆ ทั้งยังกำหนดว่าอะไรคือความเซ็กซี่และอะไรคือความเป็นผู้หญิง ฉันว่าทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจมาก"
ที่มา : Beyoncethailand
_________________















