พั้นช์ - วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล / แปลว่ายังหายใจ (4/5)
อีกหนึ่งศิลปินไทยที่ผุดขึ้นมายังกะดอกเห็ดในช่วงปลายของยุคดนตรียังรุ่งเรื่อง แผ่นแท้ยังพอขายออกได้(ประมาณช่วงปี 45-46) ที่ยังหลุดรอดมาถึงปัจจุบัน (ส่วนนางและนายอื่นๆก็ดับไปตามยถากรรม) ด้วยการพิสูจน์ต่อมิตรรักแฟนเพลงว่า หนูเสียงใสๆแต่หนูก็ร้องไลฟ์ แล้วก็ร้องเพลงมีพลัง แถมซึ้งกินใจได้นะคะ รวมไปถึง ความเป็นกันเองของตัวศิลปิน ทำให้ พั้นช์ กลายเป็นศิลปินที่อนู่รอดมาถึงปัจจุบัน (ก็ยังเป็นลูกรักหรือทาสเงินแกรมมี่ต่อไป
)
2 เพลง ที่ยกมาเพลงแรกป็นซิงเกิ้ลปิดอัลบั้มที่ 2 (ที่ขายดีเวอร์จนได้ ล้านแผ่น) และ ซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้มที่สาม (ที่แผ่วลงพอตัว เพราะพัฒนางานขึ้นเวอร์ แต่วัยรุ่นฟังแล้วบอก "เพื่อชีวิตไปไหน") โดยเป็นไลฟ์ที่คอนเสิร์ของเธอเองครับ
วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล และ แปลว่ายังหายใจ ทั้งสองเพลงเป็นเพลงปีอปบัลลาร์ด โดยเพลงแรกจะเน้นไปที่ป๊อปร็อคบัลลาร์ด ในขณะที่เพลงหลังเน้นที่เปียโนบัลลาร์ด ภาคดนตรีเรียบเรียงได้สวยมากๆ อันนี้ขอชมจากใจ เมื่อเทียบกับบัลลาร์ดตลาดทั่วๆไปด้วยกันที่สักแต่ว่า "กูจะทำเพลงช้าซึ้งๆโดนใจหลอกวัยรุ่นให้ขายได้ก้พอ"
มาที่เรื่องเนื้อหา เพลงแรกนี่รันทดสุดชีวิต ต้องลาจากกับบุคคลอันเป็นที่รักหรือพูดง่ายๆก้แฟนนั่นแหละ ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ เอามือมาแตะมาวางที่บ่าน้ำตาก็ไหลพรากยั่งกับไทรโยคหน้าน้ำแล้ว ในขระที่เพลงหลังนี่ชีวิตมากๆ คนเราเกิดมามีล้มลุกคลุกคลานตราบใดที่เรายังมีความรู้ส฿ก มีความเจ็บ คือกูยังไม่ตาย ต้องสู้ต่อไปทาเคชิ ชิสุกะ อายิโน๊ะโมโต๊ะๆๆๆๆ
ภาคการร้องพื้นบานของตัวนักร้องเองค่อนข้างแน่น (แหงแหละร้องเพลงหากินตั้งแต่ 8 ขวบ) เทคนิคการร้องก็มีแต่ไม่ได้เล่นมากมายจนนน่ารำคาญมากนัก อิมโพรไวซืได้ดี รู้ว่าเออคอนเสิร์ต ไมใช่ไลฟ์ทำไมร้องๆไปเถอะ(หรือลิปๆไปเถอะ) แบบที่นักร้องปัจจุบันทำกัน (แล้สนางนี้มันเก่ามากหรอเนี่ย) อารมณืเพลงนี่ไม่ต้องพูดถึง ฟังจากเสียงคนปรบมือ เสียงกรีดพิสูจนืได้ แหมไม่งั้นป๋าเบิร์ดคงไม่ชมหรอกว่าอีหนูนี่แหละดิว่ารุ่นเล้กๆ
ปล.สุดท้ายหวังว่าอีเจีพั้นช์จะกลับมาทำเพลงดีๆแบบยุคเก่าๆ แต่งเพลงเองแบบช่วงแรกๆ เห็นโปรดิวซ์เพลงให้ยุคหลังๆนี่ดูจะตลาดเอาใจวัยรุ่นมากเกินไปละครับผม!!!
_________________
April fighting! + angel Sojin�







