โดย ธิชา ชัยวรศิลป์
สมมุติว่าคุณเป็นมารายห์ แครี่ย์นักร้องดิว่าวัยกลางคนที่กำลังจะกลายเป็นนักร้องตกรุ่นคุณจะทำยังไงกับอาชีพของตัวเอง?
ก) หันมาเอาดีกับการร้องเพลงบัลลาดเก่าๆ ใส่ชุดราตรี ทำผมฟูๆ เปิดโชว์ในลาสเวกัสแบบเซลีน ดิออน ควบด้วยการร้องเพลงตามงานวันเกิดเศรษฐีอาหรับในดูไบ
ข) จ้างพอล โอเคนโฟลด์มาเป็นโพรดิวเซอร์ แล้วฉีกแนวไปเป็นดิว่าเพลงแด๊นซ์ ร้องเพลงเชิญชวนให้ผู้คนออกมาเต้นระบำเฉลิมฉลอง
ค) พัฒนาตัวเองขึ้นไปเป็นดิว่ารุ่นป้า เขยิบไปทำเพลงแนวสมูธแจ๊ซซ์ ขอเดินตามรอยโรเบอร์ทา แฟล็ค
ง) เป็นตายร้ายดีชั้นจะไม่มีวันยอมตกรุ่น พอกันทีเพลงพ็อพโบราณที่เคยสร้างชื่อเสียงให้ หันไปเกาะกระแสทำเพลงฮิพๆ ฮ็อพๆ เจาะตลาดคนรุ่นใหม่
แม่มาลัยของพวกเราเลือกข้อ ง เป็นคำตอบสุดท้าย
รูปแบบเพลง : ฮิพฮ็อพ อาร์แอนด์บีในแบบเลดแบ็ค ดาวน์เทมโพ สโลว์แจม เรื่อยๆ มาเรียงๆ กับเสียงร้องกระซิบกระซาบ แหบแผ่ว ระโหยโรยแรง หงุงหงิงงุงิ ประหนึ่งว่าตอนบันทึกเสียงเธอนอนร้องเพลงอยู่บนเตียง ร้องไปตะไบเล็บไปชิลล์ๆ แขกรับเชิญที่เคยขนกันมาทั้งกิ่งอำเภองวดนี้ไม่มีเลย สีสันและชั้นเชิงในตัวเพลงไม่มีเหมือนกัน ความสร้างสรรค์และความแปลกใหม่หาไม่เจอ
จุดเด่น : มีความชัดเจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแบบคอนเส็พท์อัลบั้ม เชื่อมต่อกันเนียนๆ ด้วยท่อนอินเทอร์ลูด ทำให้นึกไปถึงงานของแจเน็ท แจ็คสัน
ที่โดดเด่นมากคือส่วนเนื้อเพลง ที่เธอถ่ายทอดชีวิตรักอันเศร้าระทมออกมาได้อย่างทะลุทะลวงอารมณ์ แถมด้วยอารมณ์ขันเสียดสีประชดประชัน เป็นอีกด้านหนึ่งของเธอที่คนฟังไม่เคยเห็นมาก่อน นี่เป็นอัลบั้มแรกในชีวิตของมารายห์ที่การเขียนเนื้อเพลงกลายเป็นจุดเด่นของอัลบั้มไม่ใช่เสียงร้อง
จุดด้อย : เพลงเหมือนกันไปหมด ไม่มีสีสัน ไม่มีชั้นเชิง ไม่มีความหลากหลาย ไม่มีทำนอง ไม่โดดเด่น เป็นเพลงฮิพฮ็อพอืดๆ จืดๆ ที่มีแต่เสียงจังหวะกลอง ชึก ชึก เสียงดีดนิ้ว แฉะ แฉะ กับเสียงตบมือ แปะ แปะ คลอเป็นแบ็คกราวน์ดฺแค่นี้เองจริงๆ จึงฟังดูเหมือนเพลงที่ยังทำไม่เสร็จ
เพลงส่วนใหญ่ธรรมดาและจืดชืดมาก จนยากที่จะเชื่อว่านี่คืองานของนักร้องระดับมารายห์ ทั้งอัลบั้มนี้สามารถเอาไปให้นักร้องหญิงอาร์แอนด์บีหน้าใหม่คนไหนร้องก็ได้ ไม่มีความเปรี้ยวเก๋ตื่นตาตื่นใจแบบที่เพลงของมารายห์ แครี่ย์ควรจะเป็นสักนิด การฟังอัลบั้มชุดนี้จึงให้ความรู้สึกเหมือนการฟังเพลงเพลงเดียวที่มีความยาว 56 นาที 14 วินาที
เพลงเด่น : Angels Cry เพลงที่ไพเราะและกินใจที่สุดในอัลบั้ม เหมือน We Belong Together ภาคสอง, Candy Bling เพลงหวานๆ นุ่มนวล เสียงร้องแผ่วเบากระซิบกระซาบประสานซ้อนกันหลายชั้น ฟังแล้วเคลิบเคลิ้มล่องลอยเหมือนอยู่ในความฝัน, Its A Wrap ขึ้นต้นด้วยเสียงหวีดโหยหวนยาวนาน ทำให้คนฟังขนลุกกรูเกรียวไปทั้งตัว ก่อนจะตามมาด้วยจังหวะและท่วงทำนองน่ารักแบบเพลงดูว็อพในยุคห้าศูนย์ ฟังเพลิน ให้บรรยากาศสนุกๆ ตอแหลนิดๆ ถ้าไม่รำคาญเสียงแบ็คกราวน์ดฺที่เป็นเสียงร้องแว้ด แว้ดของหล่อนยังกะโดนใครปิดประตูหนีบนม
เพลงด้อย : Ribbon, Standing O หรือแม้แต่ซิงเกิ้ลแรก Obsessed ก็เถอะ เป็นเพลงฮิพฮ็อพโหลๆ เสล่อๆ ราคาถูก เหมือนเพลงที่พวกบาร์ที่เปิดหลังตีสองชอบเปิด สำหรับคนที่เคยทำเพลงเริ่ดๆ อย่าง Honey มาแล้ว เพลงอย่างนี้บอกได้คำเดียวว่า มันง่ายไปย่ะ และยังพยายามตามแฟชั่นมากเกินไป ซาวน์ดแบบนี้มาฟังตอนนี้ก็ถือว่าล้าสมัยไปซะแล้ว The Impossible ก็เพราะอยู่ แต่มันชวนง่วงเหลือเกิน ไม่แน่ใจว่าเธออยากจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นคนแรกที่ทำเพลงกล่อมเด็กแนวฮิพฮ็อพหรืออย่างไรมิทราบ
เหมาะสำหรับ : เปิดเป็นแบ็คกราวน์ดฺตอนซักผ้า รีดผ้า ถูบ้าน ทำกับข้าว ล้างจาน ทาเล็บ หาเห็บหมา
ไม่เหมาะสำหรับ : เปิดฟังขณะกำลังแต่งตัวจะออกไปเที่ยวกลางคืน มันจะทำให้คุณง่วง ซึม เศร้า จนไม่มีกะจิตกะใจจะออกไปลัลล้า ต้องบีบีไปบอกเพื่อนว่า ไม่ไปแล้วนะ จะนอนกอดหมอนฟังนางมาลัยและคิดถึงแฟนเก่าอยู่ที่บ้าน
คำตอบสุดท้าย : ยกตำแหน่งอัลบั้มที่แย่ที่สุดในชีวิตการเป็นนักร้องของเธอไปเลยอย่างไม่ลังเล แอบเอาใจช่วยว่าอัลบั้มรีมิกซ์คงพอจะช่วยกู้หน้าได้บ้าง
ระหว่างนี้ไปขุดเอา Butterfly หนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดของมารายห์มาฟังดีกว่า
ชอบรีนี้มาก ทำให้เราเข้าใจม่าร้ายยามาก กับการทำอัลบัมชุดนี้
น้องอสรพิษ
January 20th, 2010 at 2:31 pm
เป็นอัลบั้มที่ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก
เพลงส่วใหญ่ชวนง่วงมากโดยเฉพาะ The Impossible ที่เจ้าตัวบอกชอบนักหนา อันนี้
เดี๊ยนข้ามไปเลยแบบไม่แยแส (แถม Reprise ให้ด้วยอีกหนึ่ง)
จะว่าไปตัวมาลัยเองก็อาจจะกดดันเล็ก ๆ เพราะงานสองชุดก่อน (Emancipation และ E=MC2) ได้เจาะตลาด mainstream พ่วงด้วยกลุ่มแฟนเพลงหน้าใหม่อีกโข มาแล้ว ไอ้ครั้นจะทำเพลงแนวเดิมก็คงไม่งาม ผลที่ได้คืออัลบั้มชุดนี้นั่นเองซึ่งนางประกาศตั้งแต่เริ่มว่าทำเพื่อ แฟนพันธุ์แท้ เราจึงเห็น interlude และ reprise เฉกเช่นใน Rainbow เราจึงเห็น Covered Rock Ballad ในแบบที่นางชอบทำ และเราก็ได้เห็นอีกด้านของ Diva ที่รวยอารมณ์ขันแบบที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน
Memoirs of an Imperfect Angel จึงเป็นอัลบั้มที่ Mariah คงตั้งใจมอบความทรงจำตลอดกว่า 20 ปีให้กับแฟนเพลงอันเป็นที่รัก ซึ่งหลังจาก Angel Advocate (Remix Album) ออกสู่ตลาดแล้ว อัลบั้มหลังจากนั้นเราคงจะได้เจอกับอะไรที่แปลกใหม่สุด ๆ เลยก็เป็นได้
ส่วนใครที่ว่า Glitter แย่นี่คิดใหม่นะคะ ที่แย่จริง ๆ คือตัวหนังไม่ใช่อัลบั้มแต่อย่างใด ตัวอัลบั้มเองออกจะได้รับคำชมในฐานะ Concept Album ยุค 80 ที่เอาเพลง disco สมัยนั้นมาทำใหม่แบบเก๋ ๆ โดยเฉพาะ Last Night a DJ Saved My Life ผู้ดีสุด ๆ ค่ะ พ่วงด้วย Ballad ระทมใจเช่น Never Too Far
thank's www.poppaganda.net
_________________















