˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
โอเค จากกระทู้นี้ ดิฉันขอเปิดเวทีสาธารณะทางความคิดค่ะ
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ โอเค จากกระทู้นี้ ดิฉันขอเปิดเวทีสาธารณะทางความคิดค่ะ 
http://www.forwardmag.com/webboard/topic-1104242-30.html

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนนะคะว่าที่ดิฉันจะวิเคราะห์วิพากษ์นี้เกี่ยวข้องกับการเมืองและ

ระบบสถาบัน ไม่ได้สนใจหน้าเฟซบุ๊คที่โจมตีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเลยนะค่ะ

ตอนอ่านรีพลาย ดิฉันเห็นควมคิดของสมาชิกหลายๆท่านที่ตอบในรีพลายแล้ว

ก็อยากจะนำเสนอแนวคิดของดิฉัน ซึ่งผ่านการทำรายงานมามากถึง 4 ฉบับ

เกี่ยวกับการวิเคราะห์การเมืองไทย ระบบประชาธิปไตย และสถาบัน ค่ะ

โดยที่รายงานที่ดิฉันทำส่งทั้งหมด ไม่ได้มีความผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด

เพราะอาจารย์ก็สอนว่า เราสามารถวิพากษ์วิเคราะห์ระบบนี้ได้ ด้วยการอาศัย

หลักการทางการศึกษาและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ค่ะ แต่ไม่สมควรที่จะวิจารณ์

หรือไปจำแนกฟันธงว่าดีหรือไม่ดี โดยเอาความคิดเห็นทั้งหมดส่วนตัวไปตัดสินค่ะ





กระทู้นี้ ขอให้ถือเป็นวิทยาทานแก่คนทั่วไปนะคะ ดิฉันค้นคว้าข้อมูลทางการเมือง

และติดตามข่าวสารเป็นประจำ หนังสือ วารสาท บทความ ไม่ว่าจะเป็นสีใด

ดิฉันก็อ่านมาค่อนข้างเยอะ เวทีนี้ประสงค์จะให้ความรู้ที่มี

ไม่ได้ประสงค์จะชี้นำให้เลือกทางใดทางหนึ่ง

ปล.ดิฉันประสงค์จะให้สมาชิกคิดวิเคราะห์ได้ด้วยตัวเอง ประกอบกับหลักฐานทั้งหลายค่ะ

จะพูดแบบองค์รวมนะคะ ไม่เจาะลึกเยอะ และจะใช้ภาษาให้รัดกุมที่สุดค่ะ

ปล.2 ไม่ใช่กระทู้หมิ่นนะคะ บอกไว้ก่อนค่ะ เพราะสิ่งที่ดิฉันจะรีพลายต่อไปนี้

ไม่ได้เข้าข่ายหมิ่นเลย ถ้าใครว่าหมิ่นเนี่ย ไปลองเปิดกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ดูเลยนะคะ ว่าของดิฉันเข้าข่ายหรือไม่



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
สิ่งที่โน้มน้าวใจให้เราเลือกสี?

ไม่ว่าจะทั้งแดงหรือเหลือง ต่างก็มีจุดมุ่งหมายใหญ่เดียวกันคือ การเรียกร้องให้ได้มาซึ่ง

ประชาธิปไตย ค่ะ แต่จะได้มาด้วยวิธีใด และได้มาแล้วตอบสนองประโยชน์สูงสุดเพื่อใคร

อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละฝ่ายค่ะ

สิ่งแรกที่เป็นพื้นฐานในการโน้มน้าวจิตใจให้เราเลือกสีคือ

1.สภาพครอบครัว ค่ะ ถ้าครอบครัวเรา พ่อแม่ ปู่ย่าตายายของเราเชื่อสีเหลือง เราก็เป็น

สีเหลือง หรือถ้าเขาว่าแดงดีกว่า โอกาสที่เราจะโน้มเอียงไปคิดว่าสีแดงดีกว่า ก็จะมีมาก

เพราะเรามีความเชื่อใจ ศรัทธาขั้นต้นในคำสั่งสอนของคนในครอบครัวเรา

ด้วยสายสัมพันธ์ที่มีจากการเลี้ยงดูตั้งแต่เกิด ความสนิทชิดใกล้ ทำให้มีความเชื่อใจ

มองเห็นอะไรหลายๆอย่างคล้ายกัน และเป็นการยากที่คนในครอบครัว

จะมีทัศนคติและคิดต่างทางการเมืองกันค่ะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ประการสำคัญที่ 2 ต่อมาคือเรื่องของอิทธิพลสื่อค่ะ

เราไม่มีทางรู้ได้ว่า สื่อสารมวลชน จับอะไรยัดใส่สมองเราบ้างในแต่ละวัน

สิ่งที่สื่อนำเสนอถูกต้องตามหลักการข้อปฎิบัติร่วมกันของนักสื่อสารมวลชนหรือไม่

แล้วเขาได้นำเสนอ ความจริงที่แท้จริง (Objectivity) หรือเปล่า

พูดงี้หลายคนอาจจะงงว่า ความจริงที่แท้จริงคืออะไร? จะยกตัวอย่างง่ายๆเช่น

เราเปิดทีวีดูข่าวว่า "วันนี้มีนางงามรองชนะเลิศกระชากมงกุฎออกจากหัวของนางงามจักรวาล

ซึ่งชนะเลิศ สื่อถ่ายภาพวินาทีที่ถูกกระชากมาออกทีวีไปทั่วโลก

แน่นอนว่าสิ่งที่ผู้คนแทบทุกคนจะคิดเหมือนกันคือ พิพากษาทันทีว่า

นางงามที่กระชากมงกุฎทำตัวเหี้ยมาก ควบคุมตัวเองไม่ได้

แต่หลังจากนั้นนางงามที่กระชากมงกุฎก็เข้าไปขอโทษนางงามจักรวาลชนะเลิศต่อหน้าสื่อ

แต่สื่อไม่ได้นำเสนอข่าวตรงนี้ และสื่อก็ไม่ได้รู้ด้วยว่าก่อนจะขึ้นเวทีประกวด

นางงามจักรวาลชนะเลิศเคยตบหน้านางงามรองชนะเลิศมาก่อนเพราะทะเลาะกัน"

เห็นไหมคะ ว่า สื่อ จ้องแต่จะเล่น ขายข่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจ

เมื่อมีพาดหัว หรือ ออกทีวี ว่า มีนางงามจักรวาลถูกกระชากมงกุฎกลางเวที

กับ นางงามรองชนะเลิศขอโทษที่กระชากมงกุฎนางงามจักรวาล

ข่าวใดกระตุ้นความสนใจคนได้มากกว่ากัน แน่นอนว่าเป็นข่าวแรก

มองอีกด้านจึงโทษสื่อไม่ได้นะคะ ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนคิดร้าย

เพราะคนเอง ก็มีสัญชาตญาณอยากรู้อยากเห็นในเรื่องร้ายๆเหมือนกัน

เนี่ยล่ะค่ะ ความจริงที่แท้จริง มูลเหตุที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ที่แท้จริง ที่สื่อ

ควรต้องนำเสนอให้หมด แต่สื่อทุกแขนงในปัจจุบันก็นำเสนอแต่ ความจริง

เพียงบางส่วน ไม่ใช่ความจริงทั้งหมดค่ะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
3.การโฆษณาค่ะ สื่อสามารถที่จะเอาอะไรก็ตามยัดใส่หัวเราได้แล้วบอกว่ามันดี มันไม่ดี

มันร้าย มันน่ารัก ต่างๆนาๆ โดยท้ายที่สุดแล้วก็เพื่อจุดประสงค์แอบแฝงค่ะ

เช่น เสื้อเหลืองบอกทักษิณเลว เพราะต้องการให้คนเกลียดทักษิณ---เข้าข้างเสื้อเหลือง

เสื้อแดงบอกระบบอำมาตย์ห่วยมาก เพราะต้องการให้คนเข้าร่วมกับกลุ่มเสื้อแดง

และต่อต้านแนวความคิดของเสื้อเหลือง เป็นต้นค่ะ

ถ้าหากวันหนึ่งไม่มี ASTV ถามว่าประชากรที่นิยมเสื้อเหลืองจะยังมีเยอะเท่านี้ไหม

คำตอบคืออาจจะเยอะได้นะคะ ถ้ามีสื่ออื่นๆมานำเสนอข่าวในเชิงสนับสนุนเสื้อเหลือง

แล้วถามว่าถ้าวันนึง ไม่มีวารสาร ฟดก. ถามว่าประชาชนที่ต่อต้านสถาบันจะเยอะเท่านี้ไหม

คำตอบคือ ก็อาจเยอะได้ ถ้ามีสื่อแขนงอื่นมาช่วยกันนำเสนอในเชิงโจมตีอีกค่ะ

เห็นมั้ยคะ สมมุติอีกเหตุการนะคะ เช่น

กับแค่การที่เอาพรีเซ็นเตอร์อั้ม พชราภา มาโฆษณามิสทีนแล้วบอกว่าใช้ดี

แน่นอนว่าต้องมีกลุ่มคนแห่ไปซื้อมิสทีน ทั้งๆที่ความจริง ใช้แล้วอาจจะผื่นขึ้นหน้า แพ้บ่อย

ก็ได้ และก็อาจจะไม่ได้รู้ว่าอั้มความจริงไม่ได้ใช้มิสทีน แต่ใช้เครื่องาสำอางค์อื่นก็ได้


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ระบบสถาบันเป็นระบบที่เดิมเราคนไทยใช้กันมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามนะคะ

แล้วก็มาเรืองอำนาจขนาดชี้เป็นชี้ตายคนไทยได้ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ที่มีการปกครองแบบระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เต็มรูปแบบค่ะ

ประวัติศาสตร์ที่บอกพระมหากษัตริย์ไทยกู้ชาติต่างๆนาๆ ล้วนเป็นเรื่องจริงบ้าง

ไม่จริงบ้าง เขียนจากพงศาวดารบ้าง หรือ ลอกจากข้อมูลเดิมที่ไม่รู้ว่าถูกหรือผิดบ้างก็ได้

ปัญหาคือ สื่อ อีกนั่นล่ะค่ะ ที่นำเสนอและมีส่วนบังคับในการคัดกรองข้อมูล

ก่อนนำเสนอสู้สาธารณชน

เช่น หนังสือแบบเรียนประถมศึกษา วิชาสังคมศึกษา ที่นำเสนอเรื่อง การกู้ชาติของ

กษัตริย์หลังเสียกรุง จุดมุ่งหมายก็เพื่อให้ธำรงไว้ซึ่งสถาบัน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีค่ะ

แต่ก็ไม่ได้นำเสนออีกด้านที่เป็นความจริง แต่เป็นเรื่องเสื่อมเสียที่เกิดขึ้นในระบบสถาบัน

ทั้งนี้ก็เพื่อ เยาวชนจะได้มีวิจารณฐาณเบื้องต้น มองโลกในแง่ดี ต่อระบบ

และจะได้ไม่ คิดต่าง ใดใดเลย เพระาหากรู้เรื่องไม่ดีเนี่ย

ตาชั่งสำนึกผิดชอบชั่วดีในใจเราก็สามารถถูกถ่วงเอน จากความรู้สึกชอบ

ไปสู้ด้านไม่ชอบ

ได้ใช่มั้ยคะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ระบบสถาบันปัจจุบันเปรียบเสมือน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนในประเทศต้องยอมรับ

ไม่ใช่เฉพาะสถาบันแต่รวมถึงข้าราชบริพาร หรือที่เรียกอำมาตย์ ผู้ที่รับใช้ต่อระบบ

สถาบันอย่างใกล้ชิดด้วย

ใครที่คิดต่าง หรือ รู้จักตั้งคำถามเพียงแค่ว่า ทำไมเราจึงต้องนับถือสถาบัน?

โดยที่ยังไม่ได้ปล่อยให้เขาเหล่านั้นค้นคว้าหาคำตอบเลย ไม่ได้ปล่อยให้เขาตัดสินใจ

ว่าเขาจะนับถือหรือไม่นับถือ

ก็จะไปเหมารวมเขาก่อนว่า เป็นพวกกบฎ คิดนอกกรอบ

จนนำไปสู่การเหมารวมว่าคนที่มีความคิดเช่นนี้ เป็นพวกคอมมิวนิสต์ ไม่ได้เป็น

ประชาธิปไตย ทั้งที่ความจริงแล้วเขาแค่

ตั้งคำถาม ใจจริงเขาอาจจะเคารพต่อคำตอบที่ว่า เรานับถือสถาบัน อยู่แล้วก็ได้

การที่เราไปจำกัดสิทธิทางความคิดของผู้อื่น แล้วใช้บรรทัดฐานเดิมๆตัดสินเขาว่า

ถ้าถามแบบนี้ จะต้องเป็นคนแบบนั้น

เราก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยเลยนะคะ เพราะเราไม่ได้ให้สิทธิเสรีภาพแก่ผู้อื่น

เราก็ไม่ต่างจากคอมมิวนิสต์เสียเอง เพราะเป็นการปิดกั้นริดรอนสิทธิเสรีภาพบางส่วน

กัน ทั้งที่จริงๆระบบคอมมิวนิสต์เองก็ไม่ได้ปิดกั้นทางความคิดเลย

แต่ปิดกั้นเสรีภาพทางการลงทุนบางอย่าง และปิดกั้นทางการมีส่วนร่วมทางการเมือง

บางประการต่างหาก


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
การตั้งคำถามคิดเกี่ยวกับข้าราชบริพาร ก็ถือเป็นการ คิดร้าย ต่อผู้ที่

พระมหากษัตริย์ไว้ใจอย่างนั้นหรือ ?

ตัวอย่างที่ตามมาคือ หากเราไว้ใจพ่อเราว่า พี่เลี้ยงที่ส่งมาดูแลเราเป็นคนดี

แล้วทำไมจึงเกิดเหตุการณ์พี่เลี้ยงเด็กฆาตกรรมเด็กอยู่หลายเคสใน USA

ถามว่า ถ้าพี่เลี้ยงเด็กเกิดทำร้ายเด็กที่ตนเลี้ยง มันก็ไม่ใช่ความผิดของพ่อเด็กที่จ้างมา

เพราะพ่อเด็กเองก็ไม่สามารถอ่านความคิดของพี่เลี้ยงเด็กได้ทุกกระเบียดสมอง

ความผิดก็ขึ้นอยู่กับตัวคนทำ จริงมั้ยคะ ไม่ใช่ผู้ว่าจ้างอย่างพ่อเสียหน่อย

ตำรวจก็ต้องเอาผิดกับพี่เลี้ยงที่มาดูแลเด็ก ไม่ใช่เอาผิดกับพ่อเด็ก



แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าใครดีจริง ใครไม่ดีจริง

คำตอบคือ ไม่สามารถหาเหตุผลได้ค่ะ บางคนบอกว่านักการเมืองคนนั้นดี นักการเมือง

คนนี้ไม่ดี อำมาตย์คนนั้นดี อำมาตย์คนนั้นเลว แต่ถามหน่อยว่ามีสักกี่คนคะ

ที่เห็นกับตาตัวเองว่าเขาทำเลวจริง หรือ ทำดีจริงๆ

ถึงบางคนเห็นผ่านจอทีวี เห็นผ่านหนังสือพิมพ์ เห็นผ่านหลักฐานต่างๆ

แต่ทราบมูลเหตุและแรงจูงใจที่เขาทำไหมคะ ว่าเขาทำเพื่ออะไร

แล้วหลักฐานที่คุณรู้มา เชื่อถือได้แค่ไหน

ถ้าอ่านกรณีนางงามจักรวาลที่ดิฉันเขียนข้างบน

จะรู้ว่า ไม่มีอะไรสามารถมาตัดสินความถูกผิดได้ นอกจาก สื่อ เท่านั้น

ที่นำเสนอข่าวจากการตัดตอน หรือ นำเสนอเพียงบางส่วน

เพื่อโน้มน้าวความคิดให้เห็นไปตามที่สื่อต้องการเท่านั้นเอง


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
แต่สิ่งหนึ่งที่รู้คือ ระบบสถาบันนั้นอยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน

การตั้งคำถาม ไม่ได้หมายความว่าเป็น การเสื่อมศรัทธา

แต่มันขึ้นอยู่กับตัวผู้รับข้อมูลเองค่ะ ว่าไปดูอะไรมา ไปพบอะไรมา ไปอ่านอะไรมา

ถึงได้เลือกจะเชื่อหรือไม่เชื่อสิ่งนั้น

คิดให้รอบคอบก่อนนะคะ ค่อยตัดสินว่าอะไรดี อะไรไม่ดี

ระบบสถาบันเปรียเสมือนศูนย์รวมแห่งความสามัคคี เป็นพลังในการขับเคลื่อน

ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สามารถมีอิทธิพลให้คนไทย

ทำอะไรหลายๆอย่างเพื่อพัฒนาส่วนรวมได้ค่ะ สื่อเองก็สนับสนุนมาตั้งแต่เราเกิด จำความ

ได้ว่าคนไทยต้องศรัทธาสถาบัน ซึ่งส่วนดีก็มีอยู่เยอะค่ะ

เพราะมนุษย์เมื่อจะทำอะไรแล้ว หากขาดผู้นำ หากคาดพลังความหวัง

คาดศูนย์รวมจิตใจ อะไรๆก็พังค่ะ

อีกอย่างระบบของประเทศไทยไม่เหมือนระบบประเทศอื่น

เพราะประชาธิปไตยภโดยมีพระมหากษริตย์ทรงเป็นประมุขนั้น

ประมุขของเราก็ทำความดีมากมาย เกินกว่าที่คนที่อยู่ในสถานภาพเดียวกันจะทำได้

ยอมอดทน ยอมลำบากเพื่อส่วนรวม ยอมเสียสละตัวเอง ทั้งที่ความจริง

จะเสวยสุขอย่างเดียวก็ได้ไม่มีใครว่า

เมื่อเรามีผู้นำที่ดีแล้ว ก็เป็นหลักประกันให้เรามั่นใจว่าจะทำดีเหมือนอย่างที่ผู้นำทำได้

ถึงแม้จะมีคนคิดว่าเหตุผลนี้จะไม่มีหลักฐานเพียงพอ

แต่ถ้าเราเลือกจะทำดี ตามหลักการจของศาสนาแล้ว ผลที่เกิดขึ้นก็จะเป็นผลดีค่ะ

เราไม่จำเป็นต้องไปหาเหตุผลอื่นๆเลย แค่มีผลดีเกิดขึ้น จากการทำดีของเราก็พอแล้ว





แต่ทั้งนี้ โดยที่เราเองก็สามารถหาเหตุผล ตั้งคำถาม และวิเคราะห์ตีความเองได้นะคะ

ว่าเพราะเหตุใดเราจึงเลือกที่จะเชื่อ จึงเลือกที่จะทำ ในสิ่งที่เชื่อว่าดี

เพราะสื่อ เพราะสาร หรือเพราะวิจารณญาณของตัวเราเอง


ขอบคุณค่ะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เรื่องแบบนี้พูดไปก็ไม่จบนะจ๊ะ ทุกคนมีสิทธิในการพูด เขียน ตามมาตรา45 โน๊ะ จะมาวิเคราะห์วิพากษ์เพื่อ? จะเอาโล่หรอเด้วเราจัดให้




popparazi พิมพ์ว่า:

ถ้าเห็นว่ามันไม่สมควรก็อย่าเอามาโพสต์สิคะ ควรจะแจ้งทางการ

ร่วมกับคนอื่นๆสิ

ทางที่ดีถ้าเจอเฟซบุ๊ค ไฮไฟว์แบบนี้ เราก็แจ้งทางหน่วยงานตรวจสอบดำเนินคดี

อย่าเอามาเผยแพร่ จะเหมือนเป็นการชี้โพรงให้กระรอก





แก้ไขล่าสุดโดย ผู้รู้ IT AGAIN เมื่อ Thu Mar 18, 2010 12:44 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 3
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com