โอปราห์ วินฟรีย์ ถูกร้านแบรนด์ดังปิดประตูไม่ได้ เข้า
เรื่องมันมีอยู่ว่า : ย้อนกลับไปเมื่อ5 ปีที่แล้วโอปราห์ได้ไปพักผ่อนที่ปารีส และในวันสบายๆของเธอ เธอได้ตัดสินใจที่จะไปเดินชอปปิ้งที่ย่าน ฌองเซลิเซ่อันโด่งดัง ซึ่งปกติแล้วโอปราห์จะไม่ไปจับจ่ายซื้อของเองอยู่แล้วเพราะเธอมีผู้ช่วยจัดการให้ แต่เมื่อเธอเดินไปถึงร้านHermes พนักงานในร้านกลับรีบออกมาบอกกับการ์ดเฝ้าประตูว่าให้ล็อคประตูร้าน
ไม่ไห้ผู้หญิงคนนี้เข้า(ตอนนั้นโอปราห์สวมชุดนอนและไม่ได้แต่งหน้า) แต่พนักงานคนนั้นหารู้ไม่ว่าผู้หญิงที่เธอไม่ไห้เข้าไปในร้านนั้น คือ'เจ้าแม่' ทอร์คโชว์อันดับหนึ่งของอเมริกาและมีเงินในบัญชีถึง3000 ล้านเหรียญ!!!!
วิธีแก้เผ็ดแบบโอปราห์: โอปราห์ไม่ได้สนใจใยดีกับเรื่องที่ได้เกิดขึ้นในวันนั้นสักเท่าไรเพราะเธอเลือกที่จะปล่อยไปก่อนและนำมาพูดในรายการทีหลัง เธอได้พูดออกรายการว่า "ฉันไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรที่พนักงานคนนั้นทำเหมือนฉันเป็นพวกคนจน แต่สิ่งที่ฉันโกรธคือ เขาล็อคประตูใส่ฉันเพราะว่าฉันเป็นคนดำ" เพียงแค่ประโยค นี้ประโยคเดียว ทาง ทีมพีอาร์ของ Hermes ยุโรปก็กระพือปีกกันจนลุกเป็นไฟ ถึงขนาดที่ต้องให้ 'ผู้บริหารระดับสูง' ออกมาแถลงข่าวขอโทษและชี้แจ้งข้อเท็จจริงกับโอปราห์
เจ๋งมากป้า Oprah
ปารีส ฮิลตัน ถูกตัดบัตรเครดิตกลางแหล่งชอปปิ้งหรู เรื่องมีอยู่ว่า : รู้ๆกันอยู่แล้วว่า ชีวิตของปารีส ฮิลตันนั้นมีแค่2 อย่าง ชอปปิ้ล+ปาร์ตี้ (บางครั้ง อาจมีงานอดิเรกในคุก เป็นครั้งคราว)และก้เป็นที่รู้กันอยู่อีกเช่นกันว่า คนระดับปารีส ฮิลตันนั้น ไม่พกเงินสดอยู่แล้ว และบัตรเครดิตของเธอนั้นก็เป็นถังระดับที่เรียกว่า American Express Black Platinum คือบัตรเครดิตที่ไม่จำกัดวงเงิน!!!! ในขณะที่เธอกำลังชอปปิ้งของแบรนด์เนมอย่างเพลิดเพลินนั้น พนักงงานในร้านก็เดินมาหาเธอพร้อมกับบัตรที่ขาดเป็นสองท่อนว่า "ของที่จ่ายไปเมื่อกี้วงเงินเต็มนะค่ะ รบกวนช่วยใช้บัตรอื่นหรือไม่ก็เงินสดแทน ส่วนเช็คร้านเราไม่รับนะค่ะ เพราะถ้าไปขึ้นเงินแล้วเด้งจะเป็นการเสียเวลา" ประโยค นี้ทำเอาปารีส ฮิลตัน ถึงกับควันออกหู เพราะเกิดมายังไม่มีใครเคยดูถูกสถานะทางการเงินของเธอแบบนี้มาก่อน
วิธีแก้เผ็ดแบบปารีส: งานนี้ บัตรเครดิตต้องรับผิดชอบ ปารีสยกหูสายตรงถึงคอลเซ็นเตอร์ของผู้ใช้ระบบ Black Platinum ทันทีและให้พนักงานเคลียรฺมาทันทีเลยว่าบัตรของเธอถูกจำกัดวงเงินได้อย่างไร คุยกันไปมาสรุปผลได้ว่า เป็นข้อผิดพลาดของเครื่องรูดบัตรของทางร้านนั่นเอง เรื่องใหญ่โตจนทาง อเมริกัน เอ็กซ์เพรสต้องส่งคนเอาบัตรใหม่มาไห้ถึงร้าน พร้อมกับต่อว่าพนักงานในร้านแทนเธอทั้งหมด
555+ พนักงานซวยไป
เคท วินสเล็ต ถูกพนักงานห้างด่าว่า ' ยัยไขมันปลาวาฬ ' เรื่องมีอยู่ว่า ในสมัยที่เคทยังไม่ได้เป็นดาราดังระดับออสการ์นั้น เธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่ยังคงแสวงหาโอกาสทางการแสดงเช่นเด็กสาวธรรมดาทั่วไป เคทในยุคนั้นยังมีรูปร่างที่เรียกว่า"อวบ" วันหนึ่งในขณะที่เคทไปลองชุดเพื่อใส่ออกงานโปรโมทหนังเล็กๆเรื่องหนึ่งของเธอ ในขณะที่เธอกำลังลองชุดอยู่ เธอแอบได้ยินพนักงานสองคนกระซิบกันว่า"ฉันไม่รู้ว่ายัยคนนั้นจะลองชุดอีกสักกี่ชุด เพราะยังไงก็ซื้อไม่ได้อยู่แล้ว ดีไซเนอรฺคนไหนจะผลิตชุดให้ผู้หญิงไขมันปลาวาฬแบบนี้" เคทได้ยินทั้งหมด แต่เธอก็ได้เก็บความเสียใจเอาไว้ภายใจ โดยที่ไม่ได้ซื้อชุดใดชุดหนึ่งออกมา เนื่องจากราคาแพงมาก
4 ปีแก้แค้นยังไม่สาย; เวลาผ่านไป4 ปีเมื่อเคทได้แจ้งเกิดจากหนังระดับโลกเรื่องไททานิค เมื่อตอนเธอกลับไปที่ลอนดอนเพื่อโปรโมทหนัง เธอแอบเข้าไปที่ร้านนี้อีกครั้ง และพบว่าพนักงงานคนนั่นยังทำงานอยู่ที่นี่ พวกเธอได้เข้ามาทักทายเคทและบอกว่าเป็นแฟนหนังของเธอทุกเรื่อง แต่เคทบอกกับเธอว่า
" วันนี้ฉันใส่ชุดของ จอห์น กัลลิอาโน เธอว่าน่าแปลกไหมที่ดีไซเนอร์ระดับโลกนี้ ทำชุดให้ผู้หญิงหุ่นไขมันปลาวาฬอย่างฉันใส่?"
เล่นสะตึง 555+
เรื่องมันมีอยู่ว่า ในขณะที่เลดี้ กาก้า ไปดินเนอร์มื้อหรูกับผู้จัดการส่วนตัว ก่อนที่เธอจะลงมือใช้ ส้อมจิ้มอาหารของเธอนั้น เธอเหลือบไปเห็นแมลงวันตัวเบ้อเร่อ อยู่ในจาน เธอส่งจานนั้นกลับเข้าครัวทันทีพร้อมกับขอคุยกับพนักงานเสิร์ฟ ถึงสิ่งที่เธอต้องการจะรู้ว่าทำไมครัวที่มิดชิดถึงมีแมลงวันได้ และที่สำคัญมันร่อนมาอยู่ในจานของธอได้ยังไง แต่สิ่งที่เธอได้รับตอบกลับมาจากพนักงานก็คือ
" แน่นอนค่ะว่าครัวของที่นี่มิดชิดมาก ไม่มีทางที่แมลงวันหรือแมลงอะไรจะบินลงไปตายในจานของคุณได้แน่ๆ นอกเสียจากคุณจะเอามาหย่อนลงไปเอง ขอบอก ก่อนเลยนะค่ะว่าทางร้านของเราไม่มีนโยบายกินฟรี เพราะร้านของเราผ่านการตรวจสอบสุขอนามัยอย่างเข้มข้นแล้ว " พอจบประโยคเท่านั้นแหละ เลดี้ กาก้า ถึงกับต้องขอคุยกับผู้จัดการร้านเป็นการด่วน
ความซวยบังเกิดเพราะพนักงานไม่รู้จักเธอ'!!; เลดี้ กาก้า ในวันเบาๆ ที่สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์และไม่ได้แต่งหน้า เรารับรองว่าไม่มีใครจำเธอได้แน่ๆจนกระทั่งผู้จัดการร้านออกมาพบเธอ 'เขาถึงขั้นช๊อค!!!!' ที่พนักงานพูดจากับแขกแบบนี้ และที่สำคัญแขกคนนี้คือ ' เลดี้ กาก้า ' เรื่องราวจบลงด้วยการที่ไม่เพียงแต่เธอจะได้ กินฟรีเท่านั้น แต่ผู้จัดการร้านยังไห้สิทธิเธอกินฟรีตลอดทั้งปี แต่เลดี้ กาก้ากลับเชิ่ดใส่แล้วบอกว่า
"ร้านไหนไม่ให้เกียรติลูกค้า ลูกค้าก็ไม่ควรจะกลับไปอีก แม้ว่าคุณจะให้ฉันกินฟรีกี่ปีก็ตาม ฉันก็จะไม่กลับมา ไม่ใช่เพราะว่าฉันเป็นนักร้อง แต่เพราะฉันเป็นลูกค้าคนหนึ่งที่มีสิทธิที่จะได้รับการพูดจาดีๆจากพนักงานเหมือนคนทั่วไป"
มอบโล่ให้กาก้า
Credit :: นิตยสาร CLEO
_________________











