ก่อนหน้านี้เห็นประกาศเสียงหนักแน่นยืนยันว่าจะฟ้องหมิ่นประมาท เพชร สรภพ ลีละเมฆินทร์ ลูกชาย โดยให้เหตุผลว่าต้องการเอาตัวมารักษาเพราะคิดว่าลูกจิตผิดปกติก็เลยจำใจต้องฟ้องด้วยความเจ็บปวด แต่ล่าสุด ไกรสร แสงอนันต์” ก็กลับลำไม่ฟ้องลูกชายแล้ว โดยให้เหตุผลว่าสงสารลูก
แต่ถึงแม้ว่าไกรสรจะถอนตัวล้มเลิกการฟ้อง แต่ทางด้านเพชรก็ยังเดินหน้าจะยื่นเรื่องเพื่อตรวจสอบมรดกต่อไป ท่ามกลางความสงสัยว่า จริงๆ แล้วพุ่มพวงมีมรดก 50 ล้านจริงหรือไม่ และถ้ามีทรัพย์สินเหล่านั้นหายไปไหน ทำไมเพชรถึงบอกว่า ในวาระสุดท้ายของพุ่มพวงต้องนอนรักษาตัวในห้องอนาถาของโรงพยาบาล และสุดท้ายแล้วทรัพย์สินมหาศาลเหล่านั้นหายไปไหน ถูกจัดสรรปันส่วนอย่างไร ใครได้ ใครเสีย
จากกระแสความข้องใจดังกล่าวทำให้เทปลับพุ่มพวงถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังจากที่เคยตกเป็นข่าวฮือฮาเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ล่าสุดหลายรายการได้เอาเทปเสียงของพุ่มพวงที่อัดไว้ก่อนเสียชีวิตมาออกอากาศ ไม่ว่าจะเป็นรายการ เช้านี้ที่หมอชิต, แฉแต่เช้า แต่ก็มีการตัดต่อและนำเสนอแค่บางส่วนเท่านั้น จะด้วยเหตุผลทางด้านเวลาที่มีจำกัดหรืออะไรก็แล้วแต่ วันนี้ ASTV ผู้จัดการออนไลน์ ขอนำคลิปเสียงดังกล่าวมาให้ชมกันแบบเต็มๆ แต่เนื่องจากคลิปเสียงดังกล่าวมีความยาวถึง 1 ชั่วโมง จึงต้องมีการนำเสนอแบบเป็นตอนๆ เพื่อให้ได้ใจความครบถ้วน
เทปเสียงนี้ถูกบันทึกขึ้นขณะที่พุ่มพวงนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งขณะนั้น ไก่ จันทร์จวง ดวงจันทร์ น้องสาวก็อยู่ด้วย โดยพุ่มพวงได้พูดถึงเหตุผลในการอัดเสียงครั้งนี้ว่า เป็นเพราะมีเหตุการณ์อายัดทรัพย์สินเงินทองเกิดขึ้น จึง อัดเสียงไว้เพื่อเป็นหลักฐาน เนื่องจากตนเองไม่มีความรู้ ไม่มีเงินที่จ้างทนาย และไม่มีหลักฐานใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สมบัติ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทรัพย์สินตั้งอยู่ที่ไหน
ทุกถ้อยคำของพุ่มพวงนั้นล้วนพร่ำพรรณนาถึงความน้อยอกน้อยใจที่สามี ไม่ใส่ใจดูแลยามเจ็บป่วย ซ้ำยังแอบไปมีสัมพันธ์กับภรรยาเก่าที่เชียงใหม่ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมาขอแบ่งสมบัติครึ่งหนึ่ง ซึ่งพุ่มพวงเองก็ยินดีที่จะให้เพราะเห็นว่าจดทะเบียนสมรสร่วมกัน แต่ตอนนี้ยังไม่มีแม้กระทั่งค่ารักษาพยาบาล จึงต้องทำการบันทึกเสียงเหล่านี้ไว้ จนกลายเป็นตำนานการแฉที่ยาวนานที่สุดถึง 17 ปี
_____________________________
ตอนที่ 2 ยอมเพราะรัก
สำหรับเทปลับพุ่มพวง ตอนสองที่ทาง ASTV ผู้จัดการออนไลน์ จะนำคลิปเสียงมานำเสนอต่ออีกนั้น จะเป็นเรื่องราวที่ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีนักร้องลูกทุ่งได้เอ่ยถึงบริษัท ท็อปไลน์ ผู้ที่มีบุญคุณคอยช่วยเหลือกันมาตลอด และพูดถึงชีวิตรักของตัวเองที่ยอมเสียสละทุกอย่าง ยอมทำใจยอมเสียเงินเสียทอง
แม้กระทั่งยอมให้สามีพาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาอยู่ในบ้านของตัวเองที่เชียงใหม่เพื่อ หวังที่จะให้สามีกลับมาคืนดีอยู่ด้วยกัน ทั้งหมดทั้งมวลที่ผ่านมาผู้หญิงคนนี้ที่เป็นทั้งแม่เป็นทั้งเมียและยอมเสีย สละได้ทุกอย่างขนาดนี้ก็เป็นเพราะความรัก
_____________________________
ตอนที่ 3 29 เมษา วันแตกหัก! เขาขอเลิกทั้งที่หนูยังเจ็บ
จากบันทึกเสียง พุ่มพวง ดวงจันทร์ทำให้ทราบว่า วันที่ 29 เมษายน 2535 เป็นวันแตกหัก เหตุการณ์ในวันนั้นสามีของพุ่มพวงได้มาเฝ้าที่โรงพยาบาลตามคำขอของ จรัญ จิตรหาญแม่ของพุ่มพวง ที่ติดภารกิจพาน้องของพุ่มพวงไปโรงเรียน และก็ได้มีการพูดคุยกันว่าจะอยู่ด้วยกันเพื่อลูก พุ่มพวงจะไม่คิดอะไรที่สามีไปมีผู้หญิงคนใหม่ในตอนตนเองป่วย ซึ่งวันนั้น วิญญู จันทร์เจ้า ก็อยู่ด้วย
แต่ไม่ว่าพุ่มพวงจะพูดอย่างไร จะเอ่ยปากให้โอกาสสามีว่าจะไม่สนใจอะไรอีกแล้วขอแค่ให้ได้กลับไปอยู่กับลูก กับผัวก็พอ แต่สุดท้ายสามีก็บอกเลิกจึงได้มีการตกลงกันเรื่องทรัพย์สิน ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาพุ่มพวงไม่เคยจัดการเรื่องเงินทอง ไม่รู้เรื่องเงิน ไม่รู้ว่าสมุดบัญชีเงินฝากอยู่ที่ไหน ไม่รู้แม้กระทั่งบัตรประชาชนอยู่ที่ไหน อยากจะใช้เงินก็แบมือขอสามีได้มาครั้งละ 1,000-2,000 บาท ซึ่งทรัพย์สินต่างๆ ของพุ่มพวงที่ถูกบันทึกไว้ในเทปมีดังต่อไปนี้
ตึกที่สยามคอนโดที่พุ่มพวงให้ญี่ปุ่นเช่ามีรายได้เดือนละ 30,000 บาท พุ่มพวงขอเพราะตอนนี้ไม่สามารถร้องเพลงหาเงินได้ และได้ยกตึกจุลดิสแมนชั่น 2 ห้องให้กับสามี ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าสยามคอนโด
ที่ดินสามเหลี่ยมทองคำ 22 ไร่ ซึ่งซื้อทิ้งไว้และพุ่มพวงเองก็ไม่รู้ว่าอยู่บริเวณไหน เพราะไม่เคยเห็น จำได้แต่ว่าเคยไปเซ็นโอนที่อำเภอแม่สาย พุ่มพวงยกให้สามีเพราะสามีอยากได้
พุ่มพวงขอที่ดินที่ลำพูน 22 ไร่ไว้เป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่รู้เช่นกันว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ที่ไหน เนื่องจากโฉนดทั้งหมดอยู่ที่สามี เท่านั้นไม่พอ สามียังได้เล่นสงครามประสาทโทร.มาต่อว่า ตนเองโง่เป็นควายที่ยอมเซ็นโอนทุกอย่างให้
ตึกสีลม ITF ชั้น 33 ตกลงกันว่าจะคล้ายและนำเงินมาแบ่งครึ่ง เช่นเดียวกับบ้านที่ซอยราชครู และที่ดินที่หัวหินก็ต้องขายและแบ่งครึ่งเช่นกัน
ส่วนบ้านที่เชียงใหม่นั้น พุ่มพวงยกให้สามีเพราะไม่อยากจะไปอยู่ เนื่องจากทราบว่าสามีพาผู้หญิงคนอื่นมานอนที่บ้านหลังนี้ และยังได้ยกตู้ยกเตียงให้กับผู้หญิงคนดังกล่าวด้วย
แม้แต่รถเบนซ์ที่เป็นชื่อพุ่มพวง เจ้าตัวก็ไม่แน่ใจว่าถูกโอนลอยไว้หรือไม่ เพราะหางเครื่องที่ชื่อเอกได้เล่าให้ฟังว่า สามีได้โอนลอยไว้แล้วและพร้อมจะสวมชื่อแทนเมื่อไหร่ก็ได้
นอกจากนั้นแล้วหุ้นที่สามีเอาเงิน 3 ล้านจากบริษัท ท็อปไลน์ ไปซื้อไว้นั้นสามีก็เป็นคนครอบครอง ส่วนทรัพย์สินทองและเครื่องประดับต่างๆ ก็ถูกสามีขนย้ายไปหมดแล้ว ที่มีปัญหาก็คือเรื่องเงินสดในบัญชี 2 ล้านซึ่งพุ่มพวงได้ขอเก็บไว้เพื่อเป็นค่ารักษาตัวแต่สามีไม่ยอมจะขอแบ่ง ครึ่ง
ส่วนการเลี้ยงดูลูกได้มีการตกลงกันไว้ว่าให้สามีเป็นฝ่ายเลี้ยง เนื่องจากพุ่มพวงป่วยหนักไม่สามารถดูแลลูกได้ แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็ยังหวังว่าหากวันใดหายป่วยเมื่อไหร่ก็จะกลับไปเลี้ยงดูลูกเช่นเดิม
แต่ทีเด็ดสุดชนิดคนฟังแล้วต้องอึ้ง เห็นจะเป็นเรื่องที่พุ่มพวงได้พูดถึงหางเครื่องที่ชื่อ เอกซึ่งรับรู้เรื่องราวการนอกใจของสามีพุ่มพวงดี จึงรู้สึกสงสารพุ่มพวงที่เจ็บป่วยแทบจะขาดใจแต่ แต่สามีกลับไปมีความสุขกับผู้หญิงอื่น จึงได้เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง และพุ่มพวงก็ได้บรรยายความรู้สึกของวันนั้นว่า “ใน สภาพที่เมียจะขาดใจอยู่แล้ว แต่ผัวกำลังมีความสุขอยู่กับคนอื่น และยังมีหน้าพูดว่า ไม่เห็นจะอะไรถ้าจะเอาคนอื่นบ้าง หนูพูดแรงไปหรือเปล่าไม่ทราบ เพราะว่า...ในสภาพที่พุ่มพวงก็เอาไม่ได้แล้ว อืม....ฟังแล้วมันก็.....สะใจดีเนอะ
_____________________________
ตอนที่ 4 บทสรุปแห่งความไว้ใจ (ตอนจบ)
ถึงแม้จะเจอเรื่องร้ายมามากในการใช้ชีวิตคู่ แต่สิ่งที่ พุ่มพวง ดวงจันทร์” เศร้าใจที่สุดก็คือ เรื่องของ “แม่” กับ สามี เพราะทางสามีกล่าวหาว่าแม่และพี่น้องของพุ่มพวงยุแหย่ให้เลิกกัน ซึ่งเจ้าตัวยืนยันไม่เกี่ยวข้องกัน เนื่องจากการใช้ชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน
นอกจากนั้นแล้วก็ยังเล่าถึงเหตุการณ์ขณะสามีเฝ้าพุ่มพวงที่โรงพยาบาล ว่า ทุกครั้งที่มาสามีจะไม่ยอมให้ใครมาเฝ้าด้วย และมีอยู่วันหนึ่งมีดปลอกผลไม้หายไป พุ่มพวงหาอย่างไรก็หาไม่เจอ จนกระทั่งเช้าแม่มาหาที่โรงพยาบาล สามีก็ลุกไปที่ห้องน้ำ ในขณะที่พุ่มพวงก็ลุกไปล้างมือที่ห้องน้ำเช่นกัน จึงสังเกตเห็นว่า มีมีดปลอกผลไม้วางอยู่ตรงห้องน้ำ และสามีก็กล่าวขึ้นว่า จะเชือดคอซะเลย” อย่างไรก็ตามก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรงเกิดขึ้น
ตลอดระยะเวลาที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วม กันกับสามี มีเสียงคัดค้านจากแฟนเพลงมากมาย บางครั้งเวลาไปเล่นคอนเสิร์ตก็จะมีเสียงตะโกนขึ้นมาบนเวทีในทำนองว่า หาสามีไม่ได้แล้วเหรอถึงต้องมาแต่งงานกับคนนี้ ซ้ำบางคนยังถุยน้ำลายใส่ด้วย อย่างไรก็ตามคำพูดเหล่านั้นกลับไม่ทำให้พุ่มพวงหวั่นไหว ตรงกันข้ามพุ่มพวงกลับยิ่งสงสารสามี และยกย่องให้เกียรติไม่ว่าจะไปเล่นคอนเสิร์ตที่ไหนก็จะพาสามีขึ้นเวทีด้วย ไม่ ว่าใครจะพูดอย่างไรก็ไม่สนใจ ไม่แคร์ใคร ไม่แคร์สังคม เพราะพุ่มพวงไม่สนใจอดีต และไม่ว่าจะเป็นคนเลวมาจากที่ไหน แต่ถ้ามาอยู่กับพุ่มพวงแล้วเป็นคนดีก็พอ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เป็นเพราะว่า พุ่มพวงรักสามีและก็มีลูกด้วยกันแล้ว เรื่องอะไรก็ตามที่มาเข้าหูจึงไม่อยากรับรู้
นอกจากนั้นแล้วพุ่มพวงก็ยังอัดเทปการสนทนาระหว่างตนเองกับหมอเอาไว้ ด้วย มีการพูดคุยระบายความในใจถึงเรื่องราวในชีวิต ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่จะพูดซ้ำกับเรื่องที่พุ่มพวงได้เคยกล่าวเอาไว้แล้ว ทีมข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์จึงได้ตัดเนื้อหาดังกล่าวออกเพื่อให้เกิดความกระชับในการนำ เสนอ และสุดท้ายพุ่มพวงก็ได้ปิดท้ายการบันทึกเสียงของตัวเองด้วยการร้องเพลง ขอเพียงที่พักใจ
ที่มา : เวปผู้จัดการ
Download คลิปเสียง
Password : ChromosomeGuide
_________________














