˹���á Forward Magazine

ตอบ

Oasis : Don't Believe The Truth (Myspace#61)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Oasis : Don't Believe The Truth (Myspace#61) 


Oasis : Don't Believe The Truth : Alternative Rock (75%)


จะว่าไปงานรีวิวอัลบั้มของ Oasis นี่ติดค้างมานานตั้งแต่สมัยจบ Mortal Kombat คอลัมน์ที่สองไปแล้ว แรกๆว่าจะเขียน (What's The Story)Morning Glory? ที่นับว่าเป็นอัลบั้มที่ดีมากของทางวงรองลงมาจากอัลบั้มแรก (อันนี้นับเสียงแฟนส่วนมากและนักวิจารณ์เป็นเอกฉันท์นะคะ) แต่ก็ไม่เกิดแรงบันดาลใจจะเขียนถึงเท่าไรว่าแล้วก็เลยตามเลยปล่อยแม่งยาวเหยิบค้างมาร่วมจะปีก็มีอีเมลล์จาก "คุณตูน" เจ้าเก่า (มึงอีกแล้วเหรอคะ?) ร่อนอีเมลล์เจ็บๆมาทวงงานรีวิวอัลบั้มของวงนี้สั้นๆแต่ได้ใจความและวัยรุ่นมากกว่า - - "แนสทิน่าอย่ามาปากหมานะ!!! ทำเป็นหายเงียบไปไม่มีปัญญาเขียนก็บอกมาเถอะ...."

เออๆ ต่อจากย่อหน้าบนกูเขียนให้ก็ได้วะแต่ขอไม่เอา Morning Glory นะคะเพราะถึงมันจะดีกว่าอัลบั้มนี้ - - Don't Believe The Truth - - ที่หยิบมาก็จริง แต่แบบว่าไม่มีแรงบันดาลใจส่งมามากพอให้เขียนถึงอ่ะค่ะ...(งานมันเพราะจริงค่ะอิฉันไม่เถียง แต่มันมีอะไรวิเศษตรงไหนวะคะคุณตูน?เรียบเรียงก็งั้นๆถ้าไม่มีพวกงานบัลลาดอย่าง Wonderwall,Champange SupernovaกะDon't Look Back In Anger ที่เป็นขวัญใจพวกศิลปินคัฟเวอร์ตามผับฮาร์ดร็อคนี่ ส่วนตัวคิดว่าไม่มีอะไรเลยนะคะงานชุดนี้ หรือไงคะ?)

ในขณะที่ Don't Believe The Truth งานที่โปรดปรานที่สุดในแง่ของความฟังบ่อยจาก Oasis แม้ในเรื่องของความคลาสสิคและความทรงพลังจะสู้งานชุดที่สองไม่ได้แต่เรื่องการเรียบเรียงนี่กินขาด ภาคดนตรีเป็นงานร็อคแบบOasisชนิดบูรณาการมาจากยุคแจ้งเกิดที่คุ้นเคยกันดีด้วยรสชาติของร็อคแอนด์โรลขนานแท้เหยาะกับความหวานละมุนละไมของพ็อพ60ที่ยังส่งกลิ่นของช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ของวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกาะอังกฤษ - - อย่าทะลึ่งเอ่ยชื่อสไปซ์เกิล - - อย่าง "The Beatles"ฟุ้งตลบอบอวนเหยาะความเก๋าของกีตาร์ฮาร์ดร็อคนิดๆนั่นแหละใช่เลย - - จะเรียกอัลเทอ บริทพ็อพหรือจะทะลึ่งเข้าใจเป็นพ็อพร็อคอันนี้ก็สุดแล้วแต่รสนิยมกับความเข้าใจทางดนตรีของแต่ละบุคคล - - สำหรับดิฉันนับว่าเป็นงานที่เรียกได้ว่าดีที่สุดของ Oasis นับตั้งแต่มีสองอัลบั้มแรกมา ดีชนิดที่น่าจะจับไปเสียบเป็นงานชุดที่สามแทน Be Here Now ด้วยซ้ำด้วยความชัดเจนของกีตาร์ แสนยานุภาพในการรังสรรค์ภาคดนตรีและท่อนคอรัสแบบร็อคอันมีฮุคเด็ดติดหูสุดอัจฉริยะอย่างที่เคยสัมผัสชนิดที่ถ้าเกิดเร็วกว่านี้สักสิบปีต้องเป็นอีกหนึ่งงานที่ขึ้นหิ้งอยู่หลังจนถึงเคียงคู่กับ Morning Glory? ได้ไม่ยากแน่นอน - - จะว่าไป Heathen Chemisty นี่นักวิจารณ์สับแหลกส่วนตัวก็แอบรู้สึกดีด้วยนะ - -


บ้างก็ยกย่องว่าเป็น Definitely Maybe ภาคร็อค(จะบ้าเหรอ?) แต่เอาจริงๆแล้ว Don't Believe The Truth นี่กลับเทียบเคียงได้กับ (What's The Story)Morning Glory? ในภาคที่ความทรงพลังและมนต์ขลังไม่เท่าแต่ความชัดเจนในภาคดนตรีรวมถึงความถึงในการเรียบเรียงนี่สูงกว่าเป็นเท่าตัวในระดับที่ขอออกปากว่าเป็นอัลบั้มที่เป็นเอกภาพมากที่สุดแล้วตั้งแต่ก่อตั้งOasisขึ้นมา รวมถึงเป็นงานที่ยังคงสวามิภักดิ์ต่อความรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ของดนตรีบริทพ็อพยุค90ได้อย่างมั่นคง ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นวงอื่นๆเขาหนีไปทำพวกงานร็อคเชิงทดลองกันหมดแล้วอย่าง Blur หรือ Radiohead ที่ขยับจากวงอัลเทอเนทีฟร็อคหรือบริทพ็อพธรรมดาๆสู่วงเอ็กซ์เพอริเมนทัลนฃร็อคและอิเล็คโทรนิคที่นักวิจารณ์ภูมิใจ - - จะว่าดักดานซ้ำซากก็ใช่แต่ก็แตกต่างนะเพราะเพลงอารมณ์90จ๋าขนาดนี้ของแท้และต้นตำรับก็ต่างหนีตายกันไปหมดแล้วแต่สองกัลลากอร์ก็ยังคงชูคอเป็นตัวเลือกที่จงรักภักดีกับคอบริทพ็อพต่อไปสมคอนเส็ปท์สูตรสำเร็จแห่งวงการดนตรีว่า "อาณาจักรดนตรีนี้ถ้าอยากจะได้ดีก็จงทำในสิ่งที่เจ้าเคยทำมาตลอดจะไม่จางหายไปไหนแน่นอน"

เพลงที่ชอบก็มี Turn Up The Sun อารมณ์เพลงเปิดตัวแบบOasisจ๋าที่แฟนๆคุ้นเคยงานร็อคแอนด์โรลผสานอิทธิพลพ็อพ60จาก The Beatles แบบเดียวกับพวก Rock And Roll Star หรือ Go Let It Out อย่างที่เราชอบๆกับนั่นแหละ Lyla ซิงเกิ้ลเปิดตัวที่ติดหูสุดๆนับตั้งแต่2-3อัลบั้มแรกมีริฟฟ์กีตาร์ที่มีเสน่ห์และท่อนคอรัสที่แบบว่าฟังรอบเดียวก็ร้องกันติดปากได้เลย ไม่มีชั้นเชิงเท่าใดแต่อีแบบนี้ก็เป็นมิตรที่ดีจริงมั้ย? Mucky Fingers วู๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย รักเพลงนี้มากๆๆๆๆๆๆงานบริทพ็อพ90เท่ห์ๆกีตาร์สวยสะอางหวานกระจ่างใสชนิดที่ลงมาตีกับเด็กบริทพ็อพสองพันอย่าง Travis หรือ Keane ได้ไม่อายทีเดียว อ๋อเสียงป๋าโนเอลเท่ห์มากค่ะ The Importance of Being Idle เคยบรรยายถึงไปแล้วในคอลัมน์ Music Cassanova ว่าเป็นหนึ่งในเพลงร็อคที่มีความหมายตรงกับชีวิตและเป็นตัวตนของดิฉันที่สุด ภาคดนตรีจิกกัดสะท้อนเสียดสีความเจ็บปวดของชีวิตคนรักสนุกได้อย่างถึงแก่น Love Like A Bomb,Guess God Thinks I'm AbelและKeep The Dream Alive 3เพลงที่คนรักกีตาร์และสาวกบริทพ็อพ90ฟังแล้วจะต้องน้ำตาไหลพราก....เพราะมากๆและหาต้นตำรับ90ทำแบบนี้อีกครั้งได้ยากแล้ว Let There Be Love บัลลาดปิดอัลบั้มและพเป็นซิงเกิ้ลปิดตัว เป็นการดวลวิทยายุทธระหว่างคุณเลียมกับป๋าโนเอล.....ที่ฟังแล้วก็อยากจะบอกว่าป๋าไม่น่าฝืนสังขารเลยปล่อยไอ้เลียมมันร้องไปคนเดียวก็ดีอยู่แล้ว เสียอารมณ์หมดว่ะ!!!

ถ้าถามว่าอัลบั้มไหนของ Oasis ที่คิดว่าดีที่สุดยังยืนยันคำตอบเดิมว่าอัลบั้มแรก....แต่ถ้าอัลบั้มไหนของOasisที่ดิฉันชอบที่สุด ฟังบ่อยที่สุด ฟังง่ายที่สุด ตลาดที่สุดและคิดว่าเพราะที่สุดเชิญหาอัลบั้มนี้มาฟังกันเลยครับท่าน ^ ^



ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เห็นด้วยกับรีวิวนี้ 100%

like like like like

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อัลบั้มนี้เห็นทีจะเป็นอัลบั้มที่ตัวตนของ โนล กัลลาเกอร์ แสดงออกมาชัดเจนมากที่สุด
เพราะได้มีส่วนเข้ามาร้องมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีการแบ่งงานและข้อตกลงระหว่างสมาชิกในวงก็ตาม งานชิ้นนี้เหมือนจะจับเอาทุกความร่วมมือของทุกคนในวงมารวมกันได้อย่างสมูธที่สุด

ภาพลักษณ์บริทพ็อพรุ่นบุกเบิกที่เคยทำเอาไว้ในสามอัลบั้มแรกก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากเสียงกลอง รัวสแนร์คลาสสิคจากฝีมือไม้ลายมือของ Alan White มาสู่เสียงกลองปลุกอารมณ์เร้าใจจาก Zak Starkey ลูกชาย Ringo Starr มือกลอง The Beatles ไลน์และองค์ประกอบของดนตรีมีการใส่รายละเอียดเข้าไปมากขึ้น ถ้านับจาก DM กับ Morning Glory ก็ถือว่าดนตรีมีความชัดเจนที่สุด ก่อนที่จะไปทดลองนำซาวนด์ Psychedelic มาใช้ใน Dig Out Your Soul ทางด้านเนื้อหาก็มีปรัชญา และแฝงอะไรให้ตีความเช่นเคยตามสไตล์ Oasis ถึงอัลบั้มนี้จัดว่าโจ๊ะที่สุดเท่าที่โอเอเคยทำมาเลยก็ว่าได้ เพราะความเป็นร็อคกับบริทพ็อพมันมาชนกันครึ่งทางพอดีได้อย่างลงตัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

แต่ละอัลบั้มของโอเอก็มีเอกลักษณ์ของมันไปนะ อย่าง Definitely Maybe มันคลาสสิคด้วยเพราะความที่มันมีกลิ่นอายของร็อคยุค 80s มาใส่ความ Grunge ลงไปอีกหน่อย Morning Glory ถือเป็นงานที่แสดงความเป็นเอกราชของโอเอเลย นอกเหนือจากเพลงที่พี่แนสได้กล่าวมา Morning Glory, Cast No Shadow, Some Might Say ก็ถึงกึ๋นมากๆ จนทำให้อัลบั้มนี้แน่นไปด้วยคุณภาพจนกลายเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของโอเอ

Be Here Now หลายคนอาจจะเบะหน้าใส่อัลบั้มนี้ เพราะโนลมีความพยายามที่จะทำเพลงยาวเหมือน Champagne Supernova ให้เป็นที่จดจำอีก แต่กลายเป็นพลาด แต่นี่แหละคือจุดเปลี่ยนและนิมิตใหม่แห่ง Oasis ที่จะกรุยทางจนมาค้นพบตัวตนที่ชัดเจนใน DBTT เพลงเปิดอัลบั้มอย่าง D'You Know What I Mean ก็จัดว่าเป็นเพลงเปิดอัลบั้มที่ดีที่สุดของโอเอซิส จะว่าไปเพลงอื่นๆในอัลบั้มก็ดีในตัวมันเอง แต่พอมารวมกันกลายเป็นว่า "โนล ทำอะไรลงไป?"
Be Here Now ถ้าจะฟังก็ต้องเลือกฤดูด้วย อัลบั้มนี้เหมาะกับฤดูร้อนที่สุด เพราะซาวนด์มันสดใส ซาบซ่าน

Standing on the Shoulder of Giants นี่น่าจะเป็นอัลบั้มที่ "มึน" ที่สุดของโอเอแล้ว ถ้าเปรียบเป็น Windows อัลบั้มนี้ก็คงจะเป็น Windows Me หรือ Windows Vista ที่ยังไม่มีความลงตัว แต่เหมือนกำลังจะค้นพบอะไรบางสิ่งที่ดีกว่านี้ SOTSOG น่าจะจัดว่ามีภาคร็อคที่ดิบและจัดจ้านพอตัว แต่ก็ไม่ทีไลน์โอเอซิสไปไหน

Heathen Chemistry เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่ฟังค่อนข้างบ่อย เพราะตัวดนตรีที่เพลาลงจากอัลบั้มก่อนจนมาเจอความพอดี และยังมีเพลงที่ให้ความหมายดีๆกับชีวิต อัลบั้มนี้จะได้เห็นพัฒนาการของเลียมมากขึ้น ถึงแม้ป๋าโนลจะมีส่วนได้ร้องมากขึ้น แต่เรากลับได้เห็นศักยภาพของเลียมที่เริ่มฉายแววในอัลบั้มนี้นี่เอง

Dig Out Your Soul เป็นอัลบั้มที่คนไม่ค่อยพูดถึง แต่เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่หยกชอบที่สุดของโอเอ มันเป็นการเดินทางที่โตขึ้นอีกขั้นของวง ภาคดนตรีถลำลึกลงไปอีก มันเป็นการทดลองทำแนวใหม่ที่ลงตัวกว่าวงอื่นๆอย่าง Radiohead หรือ Blur เลยนะ ซาวนด์มันแน่นขึ้นมาก เนื้อหาโตขึ้นและสดใสขึ้น แต่น่าแปลกที่ Oasis ยังคงความเป็นตัวของตัวเองมาได้จนถึงวาระสุดท้าย



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com