1. Amidst the Coal
2. Carbon-Based Anatomy
3. Bija!
4. Box Up My Bones
5. Elves Beam Out
6. Hieroglyph
ช่วงนี้ Cynic ดูจะผ่านเวลาที่เชี่ยวกรากมาพอสมควร ประกอบกับวงนี้มีการเปลี่ยนแปลงด้านสมาชิกกันบ่อยมาก จนปัจจุบันเหลือสมาชิกที่เป็นแกนหลักเพียงสองคนเท่านั้น คือพอล มาสวิดัล (กีต้าร์/ร้องนำ) และฌอน ไรเนิร์ต (กลอง) ส่วนสมาชิกที่เหลือนั้นก็จะเป็นเพียงเซสชั่นเท่านั้น โดยล่าสุดนั้น ทางวงก็ได้ประกาศว่าจะปล่อยอีพีใหม่ในช่วงกลางเดือนนี้ อาร์ตเวิร์คของอัลบั้มนี้ก็ยังคงเป็นของลุงร็อบ เวโนซา ที่ได้ทำไว้ให้กับวงก่อนแกจะเสียชีวิตลงจากโรคมะเร็งที่แกต้องต่อสู้มานานถึงแปดปี (ลุงคนนี้น่าจะเป็นนักวาดประจำวง Cynic เลยก็คงจะได้เพราะทำให้ทุกชุด) ส่วนไลน์เบสของอีพีนี้ ทางวงก็ยังเรียกใช้บริการเพื่อนเก่าอย่างฌอน มาโลนเช่นเดียวกับชุดก่อนๆ
ทิศทางดนตรีของพวกเขาในอัลบั้มนี้แลจะเปลี่ยนแปลงไปจากงานก่อนๆเล็กน้อย เดิมที Focus ซึ่งเป็นอัลบั้มแรกนั้นก็ยังมีเสียงสำรอกแบบเดธอยู่ ผสมกับการใช้เสียงร้องแบบหุ่นยนต์โวโคเดอร์ไปด้วย ซึ่งถือเป็นอะไรที่ใหม่มากในยุคต้น 90s โดยในตอนนั้นใครๆก็ถือว่าพวกเขาเป็นวงต้นกำเนิดของเทคนิคัลเดธไปเลยก็ว่าได้ แต่พอมาถึง Traced in Air ซึ่งห่างจากงานชุดแรกไปสิบกว่าปี เสียงสำรอกก็โดดเด่นน้อยลง แทนที่ด้วยบรรยากาศที่ล่องลอบชวนท่องอวกาศและความเป็นโปรเกรสสีฟเมทัลก็เริ่มชัดเจนขึ้น (ไม่นับ Re-Traced ที่เป็นการเอาเพลงเก่ามาทำใหม่ให้เบาลงกว่าเดิม) มาอีพีใหม่นี้ พวกเขาได้ละทิ้งเสียงสำรอกแบบเดธไปโดยสิ้นเชิง รวมถึงเสียงร้องผ่านโวโคเดอร์ด้วย จึงส่งผลให้เสียงร้องของพอลนั้นมีความสะอาดและชัดเจนขึ้น (ซึ่งยิ่งฟังก็ยิ่งพาลนึกไปถึงพี่แว่น วิลสันเลยละ ฮา...) นอกจากนี้ภาคดนตรีก็ยังลดอิทธิพลของแจ๊สลงไปพอสมควร ทำให้ตัวงานแลดู “กลับคืนสู่สามัญ” ขึ้นมาเล็กน้อย แต่ด้วยรายละเอียดของเสียงที่หลากหลายในอีพีนี้ ทำให้งานดูมีความละเลียดมากขึ้น แต่ก็มีความสละสลวยตามแบบฉบับของวง
สุ้มเสียงโดยรวมของชุดนี้แลจะมีความหนักแน่นกว่างานก่อนๆ โดยมีกีต้าร์ของพอลเป็นพระเอก ด้วยริฟฟ์ที่แข็งแรงขึ้น ท่อนลีดที่เสนาะหู และการโซโลที่ไม่หวือหวาจนเกินงาม เท่านี้ก็ทำให้มีความโดดเด่นขึ้นมาได้แล้ว แต่บทบาทของคีย์บอร์ดกับ (กีต้าร์) ซินธ์นั้นก็สำคัญไม่น้อยในการเสริมสร้างบรรยากาศพื้นหลัง ซึ่งก็เกื้อหนุนให้กับภาคดนตรีโดยรวมได้อย่างดี กลองของไรเนิร์ตก็ให้เสียงที่หนักแน่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีความเรียบง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน ส่วนเสริมของชุดนี้ก็เห็นจะเป็นดบสโซโลพริ้มๆของมาโลนในเพลง Box Up My Bones และเสียงร้องประสานที่คอยเสริมภาคดนตรีให้มีพลังมากขึ้นไปอีก
เพลงในอีพีนี้ก็จะประกอบไปด้วยเพลงสั้นๆที่เน้นบรรยากาศล่องลอย (แบบแอมเบียนท์/เวิลด์มิวสิก) สามเพลง และก็เพลงที่เป็นแนวหลักของวงอีกสามเพลง ซึ่งพอนำมาประกอบกันแล้วก็จะมีความต่อเนื่องราวกับเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งพอลก็ได้อธิบายเนื้อหาในอีพีนี้ไว้ (คร่าวๆ) ว่า เป็นการเดินทาง (ทางดนตรี) ครั้งใหม่โดยเริ่มต้นจากป่าฝนอเมซอนแล้วไปจบที่อวกาศนอกโลก เริ่มจาก Amidst the Coal ที่มีเสียงสวด (แบบหมอผี) คลอไปกับกีต้าร์เบาๆ ก่อนจะต่อไปกับไตเติลแทร็คที่เอาเพลง Homosapien ซึ่งพอลทำไว้กับ Aeon Spoke มาตีความใหม่ โดยจะเน้นความหนักแน่นของภาคดนตรีเป็นหลัก Bija! ก็แลจะมีความเป็นเวิลด์บีทขึ้นมาหน่อย ซึ่งดูรวมๆแล้วก็คล้ายๆกับงานเดี่ยวของคาร์ล แซนเดอร์ส (Nile) อยู่ไม่น้อย ส่วน Box Up My Bones จะเน้นเมโลดี้ขึ้นมาหน่อย เพลงนี้ก็มีเสียงร้องประสานที่โดดเด่นอยู่พอสมควร และเพลงนี้เองก็มีท่อนให้มาโลนโชว์หล่อด้วย แม้จะน้อยนิดก็ตาม ต่อกับ Elves Beam Out ที่เริ่มจะพาท่องอวกาศไปทุกที แต่โซโลกีต้าร์นั้นค่อนข้างโดดเด่น และจบด้วย Soundscapes ที่สวยงามและต่อเนื่องไปกับ Hieroglyph ที่เน้นบรรยากาศที่ละเลียดคลอไปกับเสียงบอกเล่าจากเอมี่ คอร์เรีย
อีพีใหม่นี้น่าจะบอกได้ว่า Cynic เริ่มมีความ “ชัดเจน” ในแนวทางของตัวเองมากขึ้น กับการเดินไปสู่เส้นทางสายโปรเกรสสีฟเมทัลอย่างเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องมีเสียงสำรอกมาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย โดยที่ยังไม่ทิ้งเอกลักษณ์เดิมๆที่เคยมีพอให้แฟนเก่าๆได้คิดถึงกัน และรายละเอียดของตัวอีพีนั้นมีความหลากหลาย รวมถึงการพัฒนาในเรื่องสุ้มเสียง ทำให้งานชุดนี้มีความโดดเด่นและลงตัวมากขึ้น ซึ่งหลังจากอีพีนี้ก็คงต้องมาลุ้นกันว่าอัลบั้มเต็มจะออกมาในทิศทางใด
Rating: 8.75/10
เพลงตัวอย่าง: Box Up My Bones







