˹���á Forward Magazine

ตอบ

30 Seconds To Mars : Love,Lust,Faith+Dreams
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ 30 Seconds To Mars : Love,Lust,Faith+Dreams 


http://hysteriaculture.wordpress.com/2013/07/03/30-seconds-to-mars-lovelustfaithdreams-experimental-rocknew-progsymphonic-rock-90-4-55/


https://www.facebook.com/HysteriaCulture

30 Seconds To Mars : Love,Lust,Faith+Dreams : Experimental Rock/New Prog/Symphonic Rock (90% = 4.5/5)

นับว่าเป็นอีกหนึ่งวงที่มีพัฒนาการทางดนตรีที่น่าจับตามองมาโดยตลอดหลังจากที่อัลบั้มเปิดตัวทำเอาบรรดาแฟนจ๋าของพี่ “จาเร็ด เลโท” นักร้องนำสุดหล่อที่ติดสอยหอยตามมาฟังถึงขั้นหูบวมหูชา พอขยับมาที่อัลบั้มชุดที่สองพัฒนการในการประดิษฐ์คิดค้นเมโลดี้ที่สลวยวิจิตรบนจิตวิญญาณของความเป็นร็อคหนักหน่วงเข้มข้นก็ค่อยฉายแววออกมาจวบก่อนหน้านี้ในปี 2009 This Is War สตูดิโออัลบั้มชุดที่สามที่ภาคดนตรีขยับไปเล่นกับซาวนด์อิเล็คโทรนิคและสารพัดงานเชิงทดลองมากขึ้นตามธรรมเนียมวงร็อคหลายวงที่ขยับหีบห่อของการนำเสนองานตัวเองขึ้นสู่ความเป็นวง “เอ็กซ์เพอริเมนทัลร็อค” ตามยุคสมัยด้วยการนำเสนอภาคเนื้อหาที่ดิบลึกและมืดหม่นอนธกาลขึ้นประกอบกับมนตร์เสน่ห์ของซินธิ์ร็อคย้อนยุคแพรวพราวในตัวงานที่ทำเอา This Is War ชุดก่อนหน้าขึ้นแท่นเป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จที่สุดในแง่ของยอดขายและการกล่าวขวัญถึงในวงกว้างของทางวง

แต่ดูเหมือนว่าการกลับมาของพวกเขา 30 Second To Mars ใน Love,Lust,Faith+Dreams สตูดิโอชุดล่าสุดแกะกล่องไปไม่นานนี้จะเป็นอะไรที่ปราศจากความกดดันจากความสำเร็จในอัลบั้มก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด เท่าที่ดิฉันติดตามวงการดนตรีสากลและฟังเพลงมาหลายแขนงในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมาพบว่ามีไม่มากเมื่อศิลปินหรือวงที่ก้าวไปแตะจุดสูงสุดมาแล้วจะยังสามารถถ่ายทอดผลงานโดยไม่ยึดติดสูตรสำเร็จเดิม ขยับเข้าสู่กระแสหลักเพื่อขยายฐานความนิยมตลอดจนเพลย์เซฟไม่ทำอะไรที่สุดโต่งจนเกินไปแต่กับพวก Mars นี่ขอซูฮกเลยว่าทำงานกันอย่างอิสระเสรีปราศจากความกังวลกันเหนืออื่นใดจนเห็นได้ชัด พวกเขายังไม่สูญเสียอัตลักษณ์ในความเป็น 30 Seconds To Mars ไปรวมถึงยังต่อยอดขึ้นสร้างผลงานอันเปี่ยมคุณภาพที่นับว่าดีมากๆจนปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาทลายคำครหาในช่วงแรกว่าเป็นวงร็อคที่อาศัยบารมีของนักแสดงที่ฝันลมๆแล้งๆว่าตัวเองจะสามารถ(ดันทุรัง)เป็นร็อคเกอร์ที่ดีได้แล้วข้ามขีดสู่ความเป็นตัวจริงของวงการอย่างน่าภาคภูมิใจ

สำหรับงานชุด Love,Lust,Faith+Dreams นี่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่แตกคอนเส็ปท์ได้น่าสนใจโดยแท้จากการบูรณาการเอาการนำเสนอเพลงของแต่ละ Segment ทั้งLove,Lust,FaithและDreamsซึ่งแต่ละองค์ก็จะมีแทร็คที่เป็นตัวแทนการนำเสนออยู่แล้ว (แต่จะว่าไปพิสูจน์เนื้อหาแล้วก็คาดว่าบางเพลงจะสามารถยืนคร่อมได้มากกว่าหนึ่ง Segment) โดยหลอมรวมกัยนำเสนอเป็นมหากาพย์เรื่องเดียวได้อย่างมีเอกภาพและดูเหมือนจะสะท้อนสภาวะล่าสุดของความเป็น 30 Seconds To Mars ได้ชนิดชัดเจนสมบูรณ์แบบผ่านภาคดนตรีที่ขยับขึ้นไปนำเสนอบนความเป็นวง “เอ็กซ์เพอริเมนทัลร็อค” ที่จับเอาความเป็นอัลเทอเนทีฟร็อคสอดประสานเล่นกับภาคดนตรีเชิงทดลองต่างๆได้อย่างไม่ขัดเขิน อีกทั้งอิทธิพลของความเป็น New Prog หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า Nu Prog ไม่ก็ Post Prog ที่เป็นแนวถือกำเนิดใหม่ช่วงกลางยุค2000sโดยการจับเอาโพรเกรสซีฟร็อคไต่ระดับขึ้นไปเล่นกับดนตรี Experimental มากขึ้นอย่างใน Love,Lust,Faith+Dreams ชุดนี้ก็เห็นว่ามีตั้งแต่อารมณ์เพลงสว่างเจิดจ้าประหนึ่งเป็นญาติมิตรกับงานในยุคหลังๆของ Coldplay ไต่ไปหาพวกพั้งค์ร็อคและอินดี้ร็อคหม่นๆยันลูกเล่นของความเป็นซิมโฟนิคร็อคที่โดดเด่นจนเห็นได้ชัดทีเดียว

แค่ Birth (4.5/5) แทร็คเปิดม่านมหากาพย์องค์แรกก็ทำเาขนลุกซู่แล้วนับว่าทรงพลังมากๆเพราะเล่นประโคมหยิบยกลูกเล่นงวิมโฟนิคร็อคอารมณ์หึกเหิมประดุจดนตรีปลุกใจในสมรภูมิรบชนเอากับอัลเทอเนทีฟร็อคดิบเท่ห์แกลมด้วยบีทอิเล็คโทรนิคพอสง่างาม เป็นการเปิดชิ้นงานที่สมบูรณ์แบบชวนตื่นเต้นระทึกใจชนิดที่ทำให้เราอดใจที่จะตามไปลุ้นกับแทร็คอื่นๆไม่ได้จริงๆ ต่อเกมส์แบบไม่ทันตั้งตัวด้วย Conquistador (4.5/5) ที่ขุดเอาอารมณ์ร็อคย้อนยุคที่หวนให้นึกถึงกลิ่นอายร็อคเก๋าๆช่วงยุค70s-80sใครชอบเพลงร็อคออกแนวการาจ ฮาร์ดร็อคและโพสท์พั้งค์แต่ยังไม่ดิบกร้าวถึงขั้นเป็นเฮฟวี่เมทัลก็น่าจะถูกใจเพลงนี้ได้ไม่ยาก แทร็คถัดไป Up In The Air (4/5) ที่ภาคดนตรีใกล้เคียงกันแต่หยอดเอาซาวนด์เต้นระบำแบบซินธิ์ร็อคเข้าไปประสานได้พอมีรสชาติไม่ดิบกร้าวเท่าแต่หนักหน่วงไม่แพ้กันแถมหีบห่อของภาคดนตรียังดูเปรี้ยวปราดร่วมสมัยกว่า ถ้า The Killers บ้าได้เท่าเขาคงประมาณนี้กระมัง

City Of Angels (4.5/5) ที่ฟังครั้งแรกถึงกับอายม้วนต้วนปรับอารมณ์ไม่ทันคือเป็นอะไรที่หวานและนุ่มละมุนหูมากๆชนิดที่ดิฉันแทบจะจำไม่ได้ว่าพวก Mars มันก็ทำแบบนี้กับเขาได้เหมือนกันออกพ็อพผิดหูผิดตาผิดธรรมเนียมไปนิดแต่ก็เชื่อเถอะไม่ผิดกาลเทศะค่ะเพราะน้องก็ดันชอบงานอัลเทอที่ฟังง่ายๆเมโลดี้สวยหวานสราญหูแบบนี้พอดี Pyres Of Varanasi (5/5) โพรแกรมมิ่งสาละวนช่วงต้นเพลงดูลึกลับพอๆกับอิเล็คโทรนิคซินธิ์มืดๆฟาดฟันปะทะกับออเครสตร้าที่ต่อยอดขึ้นไปสู่อารมณ์ซิมโฟนิคร็อคเชิงทดลองสุดวิปลาสประโคมมาเพีบพร้อมทั้งเวิลด์ นิวเอจ แอมเบี้ยนท์ที่ะบพาอารมณ์ร่วมให้ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดก่อนทุกสิ่งทุกอย่างจะดับวูบลงประหนึ่งลมพัดผ่าน เสียวท้องน้อยวาบเลย มาที่ Bright Lights (4.5/5) ที่ขึ้นต้นมาแล้วนึกถึงคุณคริส มาร์ทินและพลพรรค Coldplay ใน Mylo Xyloto ชุดล่าสุด แทร็คที่ชอบที่สุดคงหนีไม่พ้น Northern Lights (4.5/5) อารมณ์อัลเทอเนทีฟร็อคดิบหม่นกราดเกรี้ยวเป็นงานอินดี้ร็อคติดพวกโพสท์กรั๊นจ์โพสท์พั้งค์อินดี้โลไฟนิดๆและท่วงทำนองการนำเสนอจำพวกดนตรีร็อคเชิงทดลองเป็นแทร็คที่เข้าทางดิฉันที่สุดในอัลบั้มแล้ว ตามมาด้วยการปิดฉากอัลบั้ม Love,Lust,Faith+Dreansที่สมบูรณ์แบบใน Depuid Le Debut (5/5) ที่เปิดฉากมาเป็นอคูสติคหลอนๆอ้างว้างเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจก่อนจะสับรางกลายเป็นอิเล็คโทรนิคผสานท่วงทำนองซิมโฟนิคชนิดดุดันอำมหิตบีบขั้วหัวใจจนขนลุกหักดิบลงกลายเป็นดนตรีกรุ๊งกริ๊งแบบกล่องดนตรีก่อนจะค่อยๆจางหายไปในอากาศ นับว่าแม้แต่ภาคดนตรียังมีการทิ้งเป็นปมให้ผู้ฟังสนุกกับการขบคิดตีความ สุดยอดมั้ยล่ะ?


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com