˹���á Forward Magazine

ตอบ

(Back In The Day) Beyonce : B’Day
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ (Back In The Day) Beyonce : B’Day 


http://www.facebook.com/hysteriaculture

http://hysteriaculture.wordpress.com/2013/12/31/back-in-the-day-beyonce-bday-poprb-85-45/comment-page-1/#comment-555

Beyonce : B’Day : Pop/R&B (85% = 4/5)

กราบสวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านHysteriaทั้งทางเพจบนเฟซบุ๊คส์และทางบล็อคนะคะรวมไปถึงท่านผู้อ่านที่บอร์ดFF Magด้วยเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่นี้ดิฉันก็กราบขออาราธนาพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้โปรดคุ้มครองผู้อ่านทุกท่าน แอดมินเพจHysteriaและพี่สต๊าฟฟ์บอร์ดForwardmagให้มีความสุขตลอดจนสุขภาพแข็งแรงตลอดทั้งปีนะคะกราบให้ทุกคนมี “โอกาส” ที่จะได้ทำในสิ่งตัวเองใฝ่ฝันและปรารถนาเพราะดิฉันเชื่อว่าคนเราเมื่อมีสิ่งที่เรียกว่า “โอกาส” ที่จะได้ลงมือทำสิ่งต่างๆอยู่กับตัวแล้วสะพานสู่ความสมปรารถนาก็ได้ทอดวางอยู่เบื้องหน้าไปกว่าครึ่งทางแล้วจริงๆนะคะ

สำหรับอัลบั้มแรกประจำปีม้าทองคำ2557นี้ตอนแรกวางไว้ว่าจะเขียนถึงอัลบั้ม “Spice” งานชุดแรกของบรรดา5เจ๊สไปซ์เกิร์ลแต่ด้วยความที่หลังจากสวดมนต์ข้ามปีเสร็จดันกดมาเปิดอัลบั้มนี้เป็นงานชุดแรกของปีที่ได้ฟังโดยบังเอิญทั้งๆที่จริงๆแล้วก่อนหน้านี้เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่เปิดโหวตบนเพจHysteriaให้คนอ่านร่วมโหวตร่วมกับอัลบั้ม …Baby One More Timeของเจ๊หอกและDaydreamของแม่มาลัยเพื่อเฟ้นหาว่างานชุดใดควรจะเป็นรีวิวชุดที่สองของปีต่อจากสไปซ์เกิร์ล คะแนนอัลบั้มB’Dayกำลังสูสีอยู่กับอัลบั้มแรกของบริทนี่ย์อยู่ดีๆพอข้ามปีดิฉันดันโดนอิทธิฤทธิ์อาเจ๊บีดำครอบงำแบบไม่ทันตั้งตัวจนรีบสรุปโหวตแถมให้เกียรติเลือกมาเป็นอัลบั้มชุดแรกของปีที่ทางเพจจะเขียนรีวิว – - ธีมของปีนี้ความทรงพลังแบบนางบียอนเซ่นี่แหละที่ข้าต้องการ!!!

อันที่จริงหลังจากความสำเร็จของ “Dangerously In Love” สตูดิโออัลบั้มชุดแรกเราเคยได้อ่านที่บียอนเซ่เคยเปรยๆกับสื่อไว้ว่ามีแพลนจะออกอัลบั้มที่สองตามมาในปีถัดไป(2004)แต่โปรเจ็คดังกล่าวดันต้องพับไปเนื่องจากการกลับมารวมตัวกันของสามสาว “Destiny’s Child” กับอัลบั้ม “Destiny’s Fulfilled” ในปีนั้นจวบจนล่วงเข้าไปประมาณปี2006หลังจากถ่ายทำภาพยนตร์Dreamgirlsควีนบีจึงของชุบชีวิตโปรเจ็คนี้ขึ้นมาอีกครั้งโดยใช้เวลาทำอัลบั้มอย่างรวดเร็วเพียง3อาทิตย์จึงแล้วเสร็จ (เหนือมนุษย์ไปมั้ยคะ?)

เทียบกับอัลบั้ม “Dangerously In Love” ที่เป็นงานสายเออร์บันคอนเทมโพรารี่ย์ที่นำเสนอผ่านแนวเพลงคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บี โซล ฮิพฮอพและฟั้งค์ดิบดำตามแบบฉบับศิลปะดนตรีผิวสีโดยแท้มาที่ “B’Day” สำหรับดิฉันคิดว่าในส่วนของดนตรีมีความเป็นพ็อพขึ้นมากซึ่งพ็อพในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นงานพ็อพจ๋าแต่เป็นงานตามศัพท์นิยาม “พ็อพอาร์แอนด์บี” ที่การนำเสนอขยับเข้าสู่ความเป็นเมนสตรีมมากกว่าจะเจาะตลาดเออร์บันโดยเฉพาะเจาะจงแบบงานชุดก่อนหน้าโดยส่วนตัวแล้วสัมผัสได้ว่าหลายแทร็คในอัลบั้มนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากงานฟั้งค์ร็อคช่วงยุค70sที่ฟังแล้วอดนึกถึงเจ้าป้า “ทิน่า เทอร์เนอร์” ไม่ได้ตลอดจนอารมณ์ของจิตวิญญาณโอลด์สคูลที่ทำคารวะดนตรีอาร์แอนด์บีและโซลช่วงยุค60s-70sสมัยค่ายโมทาวน์รุ่งโรจน์แบบที่ไม่ปิดบังว่าได้รับอิทธิพลมาจากภาพยนตร์เรื่องDreamgirlsชนิดเต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนี้ก็ยังเป็นงานสายเออร์บันคอนเทมโพรารี่ย์เน้นหนักบนภาคดนตรีอาร์แอนด์บีและฮิพฮอพอย่างที่ได้ยินกันในอัลบั้ม Dangerously In Love เพียงแต่หวานหูและฟังง่ายกว่า

ถามถึงเพลงที่ชอบสุดๆในอัลบั้มนี้หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น Deja Vu Feat. Jay-Z (5/5) ซิงเกิ้ลเปิดตัวที่แม้จะโดนค่อนขอดว่าก็อปเพลงดังของตัวเองอย่าง Crazy In Love มาทั้งดุ้นด้วยความที่โครงสร้างของเพลงเป็นงานพ็อพอาร์แอนด์บีเต้นรำที่ได้รับอิทธิพลจากงานฟั้งค์ อาร์แอนด์บีและโซลช่วงยุค70sพ่วงด้วยฮิพฮอพจากท่อนแร็พเท่ห์ๆที่หยิบมาเบรคชนิดเป็นสูตรเดียวกันเป๊ะๆแต่ส่วนตัวกลับชอบมากกว่า Crazy In Love อีกนะคะด้วยความที่เพลงล่อกะเทยมากแถมองค์นางบีในเพลงนี้เป็นที่ประจักษ์ต่อทุกสายตาแล้วว่าแรงใช้ได้ทีเดียว เพลงถัดไป Get Me Bodied (5/5) ผสานเอาจังหวะเต้นรำแบบเร็กเก้ชวนโยกสะเด็ดสะเด่าร้อนแรงชนิดที่เปิดในผับทีไรก็เล่นเอาดิฉันร่อนตามชนิดเอวแทบจะหลุดเป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของบียอนเซ่สำหรับดิฉันเลยทีเดียวกล้าพูด พลังในตัวเพลงสูงส่งมากชนิดทำเอาเปิดทีไรก็หยุดเต้นตามไม่ได้ ในขณะที่ Suga Mama (4.5/5) ทำเก๋ด้วยการแต้มกลิ่นอายของความเป็นบลูส์เข้ากับซาวนด์เต้นรำแบบอะโกโก้ยุค80s (อันนี้ว่าตามข้อมูลที่ได้อ่านมา) จะว่าไปก็เป็นงานฟั้งค์โซลและอาร์แอนด์บีที่มีจังหวะจะโคนเด็ดดวงและชัดเจนที่สุดเพลงหนึ่งของอัลบั้มชนิดที่น่าจับตามองไม่แพ้ซิงเกิ้ลเด็ดๆหลายเพลงเลยทีเดียว Freakum Dress (4/5) อันนี้เป็นงานฟั้งค์ร็อค70sสไตล์ทิน่า เทอร์เนอร์ส่วนตัวชอบในความทรงพลังที่บียอนเซ่ระเบิดผ่านเพลงนี้ออกมานะคะคือดุดันเกรี้ยวกราดแต่ดูไม่ล้นและมีช่องทางที่พอดีในการนำเสนอซึ่งไม่ดูโอเวอร์เรตตัวเองจนเกินไป อีกหนึ่งเพลงไฮไลท์ในชีวิตของเธออย่าง Irreplaceable (5/5) ก็เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่ชอบแทบจะที่สุดในงานชุดนี้เลยก็ว่าได้บียอนเซ่ลดความยุ่บยั่บของดนตรีลงมาเล่นกับกีต้าร์อคูสติคคลอกับบีทอาร์แอนด์บีเรียบง่ายถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงโซลทรงพลังของเธอได้อย่างลงตัวที่สำคัญเมโลดี้เพราะมากๆชนิดฆ่ากันตาย จำได้ว่าครั้งแรกที่ได้ฟังเรารู้เลยว่าเพลงนี้จะต้องเป็นซิงเกิ้ลแล้วมันจะต้องดังมากๆดีใจจริงๆที่เป็นไปตามนั้น สำหรับใครที่ชอบงานโซลอาร์แอนด์บีบัลลาดแบบยุค60s-70sอย่างที่ได้ยินในเรื่อง Dreamgirls ก็น่าจะชอบ Resentment (3.5/5) คำว่างานโซลแบบ “ไดอาน่า รอสส์” น่าจะนิยามเพลงนี้ได้ดีที่สุด ปิดท้ายรีวิวด้วย Listen (5/5) ซาวนด์แทร็คจากภาพยนตร์เรื่อง Dreamgirls งานพ็อพโซลบัลลาดเชิงมิวสิคคัลที่นับว่าเป็นเพลงชาติประจำอัลบั้มนี้เลยทีเดียว…เลอค่าสุดๆ

ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาทำเพียงแค่สามสัปดาห์แต่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คืออีกหนึ่งผลงานมาสเตอร์พีซที่บียอนเซ่มอบให้ผู้ฟังด้วยเรื่องของการเรียบเรียง ด้วยเรื่องของช่วงเวลาที่สำคัญ “พลังเสียง” นับว่าหีบห่อทั้งหมดทั้งมวลนำพาB’Dayก้าวข้ามคำว่าฉาบฉวยไปแตะงานคุณภาพได้เลยทีเดียว ส่วนตัวแล้วแม้จะยกย่องให้ Dangerously In Love เป็นอัลบั้มที่ดีสุดของเธอแต่ดิฉันฟังอัลบั้มนี้บ่อยกว่ามากๆนะเท่าที่นับๆดู


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชอบเพลง Resentment มาก เสียดายที่ไม่ตัดเป็นซิงเกิ้ล

แต่พอลองไปฟังเวอร์ชั้น original ที่ Victoria เป็นคนร้อง รู้สึกว่าชอบมากกว่านะ มันดูน้อย แต่บาดลึก มันเจ็บแบบผู้ดี ไม่ต้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายแบบอีบี


_________________




ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com