
http://www.facebook.com/hysteriaculture
http://hysteriaculture.wordpress.com/2014/01/08/back-in-the-day-nirvana-in-utero-grungealternative-rock-96-55/comment-page-1/#comment-562
Nirvana : In Utero : Grunge/Alternative Rock (96% = 5/5)
เพิ่งจะครบรอบ20ปีเมื่อเดือนกันยายนของปีที่แล้ว(2013 )ไปหมาดๆสำหรับ In Utero สตูดิโออัลบั้มชุดที่สามและเป็นอัลบัมสุดท้าย - หากไม่นับMTV Unpluggedอัลบั้มบันทึกการแสดงสดที่วางขายในปี1994 - ของ Nirvana ตำนานแห่งดนตรีแนว กรั๊นจ์ และเป็นหนึ่งในวงร็อคที่มีอิทธิพลที่สุดตลอดกาลของโลกแต่น่าเสียดายที่ในปีถัดไปนักร้องนำของวงอย่างป๋า เคิร์ท โคเบน ได้ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองลงชนิดเป็นที่สะเทือนอกสะเทือนใจคอร็อคไปทั่วทั้งโลก ไหนๆก็ใกล้จะวันเกิดของบ.ก.เพจHysteriaเต็มทีดิฉันก็ขออนุญาติหยิบอัลบั้มโปรดชุดนี้ขึ้นมารีวิวต้อนรับวัย27ปีของตัวเอง (อายุเท่ากับป๋าเคิร์ทตอนตายพอดี) ในฐานะที่เป็นแนวดนตรีในงานชุดนี้เป็นหนึ่งในแนวที่ชอบและมีความเป็นตัวตนของดิฉันที่สุดรวมไปถึงเพื่อสดุดีเคิร์ท โคเบนและNirvanaเทพเจ้าแห่งดนตรีกรั๊นจ์90sตลอดกาล แต่ยังไม่คิดจะตามไปจอยClub Forever 27 กับป๋าในปีนี้หรอกนะคะ
ก่อนหน้าที่ In Utero จะถือกำเนิดพวกเขาประสบความสำเร็จอย่างสูงกับซิงเกิ้ล Smells Like Teen Spirit และอัลบั้ม Nevermind ในปี1991ซึ่งนับว่าเป็นไฮไลท์สูงสุดและเป็นสัญลักษณ์อันเป็นตัวแทนตลอดกาลของNirvanaที่อาณาจักรดนตรีพึงระลึกถึงจวบจนจารึกเป็นตำนานจากอิทธิพลขับเคลื่อนอันทรงพลังที่ยกระดับดนตรีกรั๊นจ์และอัลเทอเนทีฟร็อคให้มีช่วงเวลาอันสุกสกาวรุ่งโรจน์เป็นของตัวเองในยุค90sรวมถึงทำให้ชื่อของเคิร์ท โคเบนและNirvanaเป็นอะไรที่เปรียบประดุจพระเจ้าสำหรับคนฟังดนตรีร็อคมาจวบจนวินาทีนี้
แทนที่ความกดดันจากความคาดหวังและการจับตามองของสาธารณชนที่เกิดขึ้นหลังจากความสำเร็จในระดับมหาศาลจากNevermindและSmells Like Teen Spiritจะเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นวงร็อคเมนทสตรีมเบิกบานในชื่อเสียง ความสำเร็จและขายวิญญาณเพื่อรับใช้วัฒนธรรมกระแสหลักแต่ในผลงานชุด In Utero พวกเขากลับทำอะไรที่ฉีกออกจากความเป็น Nirvana แบบเดิมๆออกไปโดยไม่ยืนพื้นว่าจะต้องมีสูตรสำเร็จแบบ About A Girl,Smells Like Teen SpiritหรือCome As You Are โดยตัวงานยังคงยืนพื้นบนความเป็น กรั๊นจ์ ที่ไม่ได้เป็นกรั๊นจ์ในรูปแบบที่ดิบห่ามและรุนแรงตามขนบฮาร์ดร็อคอเมริกันผสานอิทธิพลพั้งค์70sจ๋าๆแบบที่ได้ยินกันใน Bleach อัลบั้มชุดแรกรวมถึงหลีกหนีการยกระดับความเป็นกรั๊นจ์ให้เข้าถึงง่ายขึ้นแบบที่เคยทำใน Nevermind ไปโดยสิ้นเชิงอย่างที่นักวิจารณ์บางท่านได้ว่าไว้ว่าเราจัดหมวดหมู่ให้เป็นอัลบั้มกรั๊นจ์ด้วยความที่เป็นงานจากNirvanaทั้งที่จริงแล้วเป็นกรั๊นจ์ที่ไม่ค่อยจะกรั๊นจ์เสียเท่าไรอาจจะด้วยความที่พวกเขาโตขึ้นรวมถึงประสบการณ์ในการออกอัลบั้มและแสดงดนตรีช่วยขัดเกลาหล่อหลอมให้ความดิบกร้าวของพวกเขาลดลงและแทนที่ด้วยชั้นเชิงลูกเล่นต่างๆที่ลุ่มลึกละเมียดละไมมากขึ้นบางแทร็คดูเข้าถึงได้ง่ายขึ้นหรือที่ภาษาปากเราพูดกันว่าพ็อพขึ้นๆในขณะที่อีกหลายๆแทร็คยังเป็นงานกรั๊นจ์และอัลเทอเนทีฟร็อคชั้นบรมครูไว้ให้สาวกเพลงร็อครุ่นหลังๆยกทูนขึ้นประดับหิ้งได้สบาย
อ้างอิงจากที่ พี่เก๋ สิริกาญจ์น ท่านเคยเขียนไว้ในนิตยสารPopเกี่ยวกับเรื่องของเสียงร้องที่ดูเหมือนจะสะท้อนสภาพจิตใจของป๋าเคิร์ท โคเบนในอัลบั้มชุดนี้แล้วส่วนตัวดิฉันก็เห็นด้วยอย่างเต็มที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ยินเพลงเก่งของอัลบั้มอย่าง Heart-Shaped Box (5/5) ที่ภาคเนื้อหาสะท้อนถึงความสำเร็จจากSmells Like Teen Spiritและอัลบั้ม Nevermind ที่เปรียบเสมือนดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาในภายหลังเมื่อทุกอย่างมันเร็วจนตั้งรับไม่ทันซึ่งถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงหม่นหมองเกรี้ยวกราดซึ่งบ่งบอกถึงสภาพจิตใจอันไม่ปกติของเขาในช้วงเวลานั้นได้อย่างชัดเจน อีกเพลงที่เห็นได้ชัดน่าจะหนีไม่พ้น Scentless Apprentice (4.5/5) แทร็คที่สองของอัลบั้มที่ออกแนวพั้งค์ร็อคแท้ๆที่ฮาร์ดคอร์ทั้งภาคดนตรีและเสียงร้องที่ถ้าฟังโดยผิวเผินอาจจะรู้สึกว่าคุณภาพในการร้องของเขาด้อยลงกลายเป็นเสียงขบเขี้ยวลอดผ่านไรฟันและตะคอกเอ็ดตะโรไม่เป็นภาษาแต่ถ้าลองสัมผัสที่ความกราดเกรี้ยวที่เขาสื่อออกมาผ่านการร้องคงสัมผัสได้ไม่ยากว่าเคิร์ทตะโกนเพื่อที่จะให้ใครสักคนหันมามองและเข้าใจว่าเขากำลังต่อสู้กับอาการซึมเศร้าภายในอย่างหนักแต่น่าเศร้าที่ดูเหมือนคนฟังกลับรักและต้องการเคิร์ทในแบบฉบับโลกมืดหมองหม่นเช่นนี้มากกว่าโดยหารู้ไม่ว่าวันหนึ่งมันจะทำให้เขาตัดสินใจเลือกหนทางที่จะปลิดชีวิตตัวเองเป็นหนทางหลุดพ้นจากพันธนาการทีฆ่าเขาทั้งเป็นนี้ ในขณะที่ All Apologies (5/5) อีกหนึ่งเพลงที่เป็นตำนานของทางวงก็เป็นงานกรั๊นจ์ที่โดดเด่นด้วยเมโลดี้ที่ละเมียดละไม ริฟฟ์กีต้าร์และกลองแบบฮาร์ดร็อคที่งามหยดชนิดที่แทบทำคนฟังลืมหายใจ ท่อนคอรัสสุดเชือดเฉือนและเนื้อหาอันลุ่มลึกอุทิศให้แก่สิ่งที่เป็นดวงใจของเขาเอง อีกเพลงที่แสดงให้เห็นถึงชั้นเชิงด้านเนื้อหาที่มีวุฒิภาวะขึ้นมาขอยกให้ Serve The Servants (4.5/5) เพลงเปิดอัลบั้มกับงานอัลเทอเนทีฟร็อคจังหวะจะโคนเท่ห์ๆที่กล่าวถึงการย้อนมองตัวเองในอดีตตลอดจนดำดิ่งลงสื่อสารกับจิตวิญญาณของตัวเองในปัจจุบัน ติดหูหนึบแฮะ! Rape Me (4.5/5) ที่ตัดเป็นซิงเกิ้ลดับเบิ้ลเอไซต์คู่กับ All Apologies โดดเด่นด้วยกีต้าร์อคูสติคในช่วงเปิดก่อนจะประโคมความหมองหม่นและความรุนแรงของดนตรีในแบบฉบับกรั๊นจ์แท้ๆโดยฝีมือ Nirvana ฟังแล้วแอบนึกถึงMollyผสานกับAbout A GirlและCome As You Areเป็นการส่วนตัว เพลงนี้เคยทำทีมงานMTVปั่นป่วนในงานUnpluggedมาแล้ว มาที่ Frances Farmer Will Have Her Revenge On Seattle (4/5) เพลงชื่อยาวมากกกก!!! แม้ไม่โดดเด่นหรือน่าตื่นตาตื่นใจอะไรมากมายแต่ติดหูมากมายทีเดียว ขอปิดท้ายด้วย Pennyroyal Tea (5/5) ที่ก่อนหน้านี้เคยวางไว้ว่าจะเป็นซิงเกิ้ลที่สามของอัลบั้มชุดนี้แต่เคราะห์ร้ายที่นักร้องนำดันมาด่วนลาโลกไปเสียก่อนก็เลยมีอันจำต้องพับโครงการไป จะว่าไปก็น่าเสียดายไม่น้อยนะเพราะว่าเป็นงานร็อคในแบบNirvanaที่มีครบและสมบูรณ์แบบในตัวเองสูงมากๆ ถ้าได้ตัดมาคงดัง
สำหรับEditionครอบรอบ20ปีของอัลบั้มชุดนี้นอกจากจะแถมพวกฮิดเด็นแทร็คและเพลงบีไซต์แล้วยังมีมิ๊กซ์ทั้งเวอร์ชั่น2013และออริจินัลมิ๊กซ์ของSteve Albiniสมัยปี1993รวมไว้ให้ฟังกันด้วยนับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่งสำหรับสาวกป๋าเคิร์ทและคนรักNirvana ส่วนตัวสำหรับดิฉันเองก็ขออุทิศอัลบั้มนี้แด่เคิร์ท โคเบนและNirvanaผู้เป็นแรงบันดาลใจและเข้าใจสภาวะทางจิตใจอันหมองหม่น เกรี้ยวกราดและแปรปรวนมาโดยตลอด (ดิฉันก็คงต้องยอมรับว่าเป็นคนอารมณ์รุนแรงและมีด้านมืดที่น่าสยดสยองเช่นกัน) รวมถึงของยกให้ In Utero เป็นหนึ่งในอัลบั้มประจำธีมวันเกิดประจำอายุ27ปีที่กำลังจะถึงนี้ จะว่าไปฟังแล้วก็อดเสียดายไม่ได้จริวๆขนาดแค่สามอัลบั้มยังมีพัฒนาการได้ถึงขนาดนี้ลองคิดกันเล่นๆว่าทุกวันนี้ถ้าเคิร์ท โคเบนและNirvanaยังอยู่พวกเขาจะพัฒนาศักยภาพทางดนตรีไปได้ถึงระดับไหนกัน? หรือว่าเป็นตำนานแค่สามอัลบั้มนี้กับUnpluggedอีกชุดแบบนี้แหละน่าจดจำกว่า!!!