
http://www.facebook.com/HysteriaCulture
http://hysteriaculture.wordpress.com/2014/01/18/back-in-the-day-britney-spears-baby-one-more-time-popdance-popteen-pop-95-55/
Britney Spears : Baby One More Time : Pop/Dance-Pop/Teen Pop (95% = 5/5)
เพิ่งจะผ่านพ้นวันเกิดครบรอบอายุ27ปีของตัวเองไปเมื่อวันที่12 มกราคมที่ผ่านมาไปหมาดๆ - ฤกษ์ดีเสียด้วยนะคะเกิดก่อนชัตดาวน์กรุงเทพมหานครหนึ่งวัน - ช่วงนี้เชื่อว่าผู้อ่านหลายๆท่านคงจะอึดอัดกับสภาพแวดล้อมรอบๆตัวไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์บ้านเมืองตลอดจนการแตกแยกทางความคิดที่ทวีความรุนแรงขึ้นไปทุกวันๆในสังคมไทยเราทุกวันนี้ส่วนตัวแล้วดิฉันก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านเข้มแข็งและอดทนเพื่อที่จะก้าวผ่านพ้นสถานการณ์ต่างๆไปด้วยดีพร้อมๆกันนะคะ ว่าแล้วเมื่อรอบๆตัวต่างตึงเครียดไปหมดวันนี้ก็เลยนึกถึงหนึ่งในอัลบั้มแห่งความสุขชุดนี้ อัลบั้มที่เกิดวันเดียวกับดิฉัน (12 มกราคม)และเป็นอัลบั้มที่ดิฉันหยิบกลับมาเปิดฟังบ่อยๆจนถึงทุกวันนี้ซึ่งก็มีอายุ15ปีเข้าไปแล้วนั่นก็คือ Baby One More Time สตูดิโออัลบั้มแรกในชีวิตของ บริทนี่ย์ สเปียรส์ ผลงานขึ้นหิ้งแห่งทศวรรษ90sของดนตรีแนวทีนพ็อพที่ส่งให้ชื่อของ บริทนี่ย์ จีน สเปียรส์ ขึ้นสู่บัลลังก์ในฐานะเจ้าหญิงเพลงพ็อพเพียงชั่วข้ามคืน
ก่อนหน้านี้ใครเลยจะรู้ว่าเจ๊หอกของเราเกือบจะได้ไปปรากฏตัวในฐานะสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อ Innosense แต่อาจจะด้วยเพราะโชคชะตาได้ถูกกำหนดมาแล้วว่าเด็กสาวคนนี้จะต้องได้รับการขนานนามให้เป็นเจ้าหญิงแห่งวงการเพลงพ็อพฟ้าก็เลยดลใจให้คุณแม่ลินน์ของพี่บริทเกิดพุทธิปัญญาไปกระซิบปรึกษากับทนายความคนสนิทพร้อมกับยัดเยียดเทปเพลงที่บริทนี่ย์ร้องคัฟเว่อร์เพลงของป้าวิทนี่ย์ ฮุสทันดิว่าผู้ล่วงลับให้ประกอบการพิจารณา หลังจากสุมหัวฟังเสียงร้องอันไพเราะเพราะพริ้งของบริทนี่ย์ท่านทนายจึงเสนอตัวขอเป็นป๋าดันเพราะเห็นแววว่าหอกของเรานั้นมีศักยภาพมากพอที่จะบินเดี่ยวได้สบายๆว่าแล้วไม่รีรอพี่ท่านจึงจัดแจงหาเพลงที่ป้าโทนี่ แบร็กซ์ทันไม่ได้ใช้แล้วมาให้เจ๊บริทของเราร้องเป็นเดโมส่งเสนอไปตามค่ายต่างๆซึ่งหลังจากที่ถูกปฏิเสธจากบรรดาค่ายเพลงที่ไม่ได้เล็งเห็นในศักยภาพของเธอเพราะว่ามัวแต่ไปสนใจปั้นวงบอยแบนด์เกิร์ลกรุ๊ปเกาะกระแสBackstreet BoysและSpice Girls ท้ายที่สุดก็เป็นค่ายJive Recordsที่ตาถึงคว้าตัวเธอไว้โดยที่ตอนนั้นพวกเขาคงไม่ได้รู้เลยว่าพวกเขากำลังจะสร้างเจ้าหญิงเพลงพ็อพและศิลปินหญิงที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของโลกเช่นเดียวกับอัลบั้ม Baby One More Time ที่กำลังจะกลายมาเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ขายที่สุดและเป็นอัลบั้มโดยศิลปินวัยรุ่นที่ประสบความสำเร็จที่สุดมาจวบจนถึง15ปีให้หลังนี้
เพลงพ็อพในช่วงปลายทศวรรษ90sขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องความหวานหู ติดหูและแน่นอน ฟังง่าย แต่การจะทำเพลงพ็อพให้ออกมาดีและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางนั้นแน่นอนว่ามันไม่ได้ง่ายเอาซะเลยทีเดียว ในวัย12-13ปีที่ได้ฟังอัลบั้มนี้ครั้งแรกด้วยวุฒิภาวะในตอนนั้นคงจะไม่เข้าใจอะไรมากไปกว่ามันเพราะดีฟังเพลินดีแต่ในวัย27ปีในวันนี้พอได้ย้อนกลับมาฟังอีกครั้งก็เข้าใจและเห็นด้วยทีเดียวว่าทำไมบรรดาสื่อและนักวิจารณ์ (ที่เป็นผู้ใหญ่) ในตอนนั้นถึงได้ยกย่องให้เธอคนนี้เป็นเจ้าหญิงแห่งวงการเพลงพ็อพ พลังของดนตรีในอัลบั้ม Baby One More Time - ที่ถ้าให้นิยามภาคดนตรีก็จัดเป็นงานทีนพ็อพ บับเบิ้ลกัมพ็อพ พ็อพเต้นรำที่ประสานรสชาติของบัลลาด อาร์แอนด์บีและเร็กเก้(ในบางแทร็ค) ไม่ได้มีโครงสร้างหรือมิติลูกเล่นใดๆซับซ้อนเทียบเท่ากับงานของบริทนี่ย์ในยุคปัจจุบัน - ที่บริทนี่ย์ระเบิดออกมานั้นเป็นอะไรที่เหนือกว่าสิ่งที่ได้รับจากอัลบั้มเพลงพ็อพทั่วๆ เธอคนนี้สามารถสะกดคนฟังได้อยู่หมัดด้วยดนตรีพ็อพเมโลดี้ไพเราะเพราะพริ้งและท่อนฮุคเฉียบขาดที่ติดหูทั้งอัลบั้มอีกทั้งในแต่ละแทร็คเธอสามารถดึงศักยภาพของตัวเองขึ้นมาส่งตัวเพลงให้ผู้ฟังได้ฟังแล้วมีอารมณ์ร่วมไปกับบทเพลงนั้นๆได้ชนิดน่าประหลาดใจเพลงเต้นรำรึก็สนุกลืมตาย บทจะบัลลาดรึก็ไพเราะเพราะพริ้งฟังเสียงเธอแล้วอ่อนยวบสลับมาที่เพลงอารมณ์สดใสก็หวานใสสมความเป็นพ็อพที่ฟังแล้วรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที ดิฉันว่าไม่ใช่จะทำกันได้ง่ายๆนะคะของแบบนี้ คือเป็นเส้นแบ่งที่เห็นได้ชัดระหว่างพ็อพกิงก่องแก้วกับงานพ็อพที่มีวิญญาณสมนิยามของคำว่า ทีนพ็อพ ซึ่งส่วนตัวก็ขอยกให้ Baby One More Time เป็นหนึ่งในอัลบั้มโลโก้ของงานพ็อพช่วงปลายทศวรรษ90sเลยทีเดียว
พูดถึงเพลงเด่นๆก็ขอเริ่มต้นที่สามเพลงไฮไลท์ของอัลบั้ม โดยเฉพาะไทเทิ่ลแทร็คอย่าง Baby One More Time (5/5) ซิงเกิ้ลแรกที่เป็นปรากฏการณ์เขย่าบัลลังก์ดนตรีพ็อพไปทั่วโลกซึ่งสร้างชื่อของบริทนี่ย์ สเปียรส์ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการดนตรีพ็อพจวบจนทุกวันนี้ภายในชั่วข้ามคืนก็คงจะหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเป็นเพลงแรกไม่ได้ พิจารณาทางด้านของตัวเพลงที่มีภาคดนตรีมีความสมบูรณ์แบบในตัวเองในระดับที่สูงอยู่แล้วกับงานทีนพ็อพเต้นรำประสานบีทอาร์แอนด์บีและความเป็นร็อคเจือจางทรงพลังทั้งในแง่ของเมโลดี้อันสุดแสนกระชากใจและฮุคที่ติดหูชะงัดประกอบด้วยภาคเนื้อหาที่ถ้าฟังแล้วขบคิดดีๆอาจจะมีตาลุกตาวาว ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอบคุณป้าๆTLCที่เขี่ยเพลงนี้ทิ้งอานิสงส์เลยตกมาอยู่กับหอก แทร็คถัดไป (You Drive Me) Crazy (5/5) ที่ภาคดนตรีมาในรูปแบบใกล้เคียงกันเพียงแต่เน้นมิติของซินธิไซเซอร์ ร็อคและอาร์แอนด์บีเข้ามามากกว่า (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวอร์ชั่นรีมิ๊กซ์ที่เป็นซิงเกิ้ล) คิดไม่ออกให้ลองนึกถึงงานอาร์แอนด์บีพ็อพของสารพัดบอยแบนด์ปลายยุค90s-ต้นยุค2000sประมาณนั้น ส่วนตัวชอบช่วงเบรคกีต้าร์ฟั้งค์ร็อคเท่ห์ๆแบบพวกร็อคยุค80sช่วงกลางเพลงจังมันดูเก๋ไก๋อย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียวและ Sometimes (5/5) สลับมาเป็นงานมิดเทมโพบับเบิ้ลกัมพ็อพบัลลาดหวานใสและไพเราะมากๆชนิดฆ่ากันตายตัวเพลงเป็นมิตรที่ดีต่อคลื่นวิทยุจำพวกอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์และอีซี่ลิสนิ่งจวบจนทุกวันนี้ก็ยังมีเปิดๆให้ฟังกัน สามเพลงที่กล่าวมานี้ส่วนตัวขอยกให้เป็นสามเพลงที่ดีที่สุดของบริทนี่ย์และเป็นหนึ่งในSignature Songของเธอตลอดกาล ขยับเข้าสู่ความเป็นเออร์บันเล็กน้อยใน Soda Pop (4/5) งานพ็อพเร็กเก้จังหวะน่ารักชวนโยกที่เป็นการผนึกกำลังกันระหว่างทีนพ็อพกับแด๊นซ์ฮอลล์ได้อย่างลงตัว ส่วนตัวแรกๆไม่เคยชอบเพลงนี้แต่พอวันนี้กลับมาฟังอีกทีคิดว่ามันมีลูกล่อลูกชนที่โดดเด่นแทบจะที่สุดของอัลบั้มนี้เลยทีเดียว ในขณะที่สองซิงเกิ้ลปิดท้ายอัลบั้มอย่าง Born To Make You Happy (4/5) และ From The Bottom Of My Broken Heart (4/5) ก็เป็นสองเพลงช้าที่เพราะไม่แพ้กัน แทร็คแรกเป็นงานมิดเทมโพอาร์แอนด์บีพ็อพบัลลาดสุดเซ็กซี่บนโพรแกรมมิ่งเต้นรำพลิ้วๆตบเข้ากับบีทอาร์แอนด์บีนวลเนียนยังไม่ถึงขั้นคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีแบบแบรนดี้,โทนี่ แบร็กซ์ทันหรือมารายห์ แครี่ย์แต่ก็นับว่าชั้นเชิงเริ่ดเอาการอยู่ ส่วนเพลงหลังเป็นงานพ็อพบัลลาดโชว์พลังเสียงตามธรรมเนียมทีนดิว่าถ้าคริสทิน่า อากิเลร่ามีReflection,เจสซิก้า ซิมป์สันมีI Wanna Love You Foreverและแมนดี้มีI Wanna Be With Youบริทนี่ย์ก็มีเพลงนี้แหละ มาที่ I Will Be There (4.5/5) นี่ขอบอกว่าถูกจริตและเข้าทางดิฉันสุดๆกับงานทีนพ็อพผสานพ็อพร็อคอ่อนๆที่ไพเราะและติดหูมากๆ งานแบบนาทาลี อิมบรูเกียน่ะค่ะ น่าจับไปเป็นซาวนด์แทร็คประกอบChick Flickนะคะ ตบด้วย I Will Still Love You (4/5) งานพ็อพบัลลาดสูตรสำเร็จเพราะๆที่ครวญคู่กับดอน ฟิลิปส์ อีกเพลงของอัลบั้มนี้ที่ส่วนตัวขอสารภาพอย่างไม่อายว่าชอบมากๆขอยกให้แก่ Deep In My Heart (4.5/5) งานทีนพ็อพดิสโก้ใสๆอารมณ์งานพรอมจ๋า แม้จะแลดูกะโหลกะลาก็เถิดแต่ชอบมากๆจริงๆนะ Thinkin About You (4/5) ชอบการเรียบเรียงที่มีตั้งแต่กลิ่นของฟั้งค์ อาร์แอนด์บี เร็กเก้และความเป็นทีนพ็อพจากท่อนคอรัสเพราะๆเก๋ๆในเพลงเดียวรวมถึงขอชมท่านวิศวกรเสียงด้วยที่โปรดิวซ์เพลงออกมาได้มีรายละเอียดยุ่บยั่บแต่ลงตัวและมีลูกล่อลูกชนและหีบห่อเหนือพวกเพลงพ็อพวัยรุ่นทั่วไป E-Mail My Heart (4/5) งานพ็อพบัลลาดที่เฉยๆมาโดยตลอด15ปีมาชอบเอาจริงๆก็วันนี้นี่แหละค่ะและเป็นเพลงแรกของอัลบั้มนี้กระมังกว่า15ปีที่ดิฉันชอบการใช้เสียงและอินเนอร์การสื่ออารมณ์มากกว่าเมโลดี้ไพเราะหรือท่อนคอรัสที่ติดหู เนื้อเพลงนับว่าทันสมัยดีนะคะในยุคนั้นจากจดหมายในยุคก่อนหน้า มาอีเมลล์ในยุคปลาย90sส่วนศิลปินสมัยนี้มันลามปามไปแต่งเพลงถึงIGกับTwitterกันแล้ว The Beat Goes On (3.5/5) คัฟเว่อร์จากย่าแฌร์และลุงซอนนี่สมัยควงคู่กันก็นับว่าเป็นงานเชิงทดลองของอัลบั้มที่ทำออกมาได้โอเคก็แปลกดีนะจับเอาอิทธิพลของทริพฮอพกับบอสซาโนว่ามาใส่ในงานพ็อพกลิ่นอายเร็กเก้แต่ด้วยความที่คงจะไม่ต้องการโชว์ติ๊สท์อะไรแทนที่จะเด็ดขาดเลยกลับดูปะแล่มๆ ปิดท้ายด้วย Ill Never Stop Loving You (5/5) ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นโบนัสแทร็คแต่ดันเป็นเพลงที่ดิฉันชอบที่สุดของงานชุดนี้ วู๊ยยย งานพ็อพบัลลาดเพราะๆสูตรสำเร็จแบบนี้แหละที่ต้องการนับว่าเป็นแทร็คที่โชว์เนื้อเสียงและเทคนิคในการร้องเพลงของบริทนี่ย์ได้ดีทีเดียว เสียดายช่วงหลังๆนางไม่ทำแนวๆนี้ละ
มีอัลบั้มพ็อพเพราะๆเยอะแยะนะคะบนโลกใบนี้แต่เชื่อว่ามีแค่ไม่กี่อัลบั้มหรอกที่เราจะคิดถึงมันอยู่เสมอๆและหยิบมาฟังแทบจะทุกปีจนเวลาผ่านไปสิบกว่าปี สำหรับดิฉัน Baby One More Time นับเป็นหนึ่งในบรรดาผลงานเหล่านั้น อัลบั้มนี้อาจจะมีข้อจำกัดสำหรับนักวิจารณ์บางท่านด้วยความที่มันเป็นงานอัลบั้มพ็อพที่พ็อพจริงๆคืองานพ็อพแบบถ้าเรียกว่าพ็อพดาดๆพ็อพจ๋าหรือพ็อพกะโหลกกะลาก็ไปว่าเขาไม่ได้เพราะมันก็อีหรอบนั้นจริงๆแต่สำหรับดิฉันที่ชอบฟังเพลงพ็อพชอบเพลงพ็อพเป็นชีวิตจิตใจแถมยังมาเจอกันในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออีกด้วยก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความสุขและอิทธิพลที่ได้รับจากผลงานชุดนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการให้คะแนนครั้งนี้ บางอัลบั้มเราให้คะแนนสูงเพราะว่ามันดีแต่ก็ไม่ใช่งานที่เพราะ บางอัลบั้มเราให้เพราะมันเพราะแต่ก็ไม่ใช่งานที่ดี คงไม่ผิดถ้าจะให้คะแนนอัลบั้มนี้สูงๆเพราะว่ามันฟังแล้วชอบมากๆแถมยังเพราะติดหูอีกต่างหากส่วนดีมั้ยนี่ ฉันว่ามันก็ไม่แย่นะอัลบั้มนี้!!!