
http://www.facebook.com/hysteriaculture
http://hysteriaculture.wordpress.com/2014/03/31/back-in-the-day-david-guetta-guetta-blaster-electro-housefrench-house-90-4-55/
David Guetta : Guetta Blaster : Electro House/French House (90% = 4.5/5)
(เนื่องจากคอนเส็ปท์ของทางเพจตอนนี้คือ The Dance Anthem Issue ว่าแล้วก็ขออัลบั้มแนวอิเล็คโทรนิคและเต้นรำที่เคยเขียนไปนานแล้วกลับมาลงอีกครั้งนะคะ หากในรีวิวมีข้อผิดพลาดอะไรต้องกราบขออภัยด้วยเพราะว่าไม่ได้กลับไปแก้ไขอะไรทั้งนั้นแล้ว ขอบคุณค่ะ)
รูปแบบดนตรี
เดวิด เกตต้าสร้างชื่อในหมู่นักฟังเพลงจากฐานะหนึ่งในผู้บุกเบิกดนตรีเฟร้นซ์เฮ้าส์ให้กลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่สูบฉีดแรงบันดาลใจในการรังสรรค์และนำเสนอภาคดนตรีในตลาดเพลงสากลกระแสหลักเมื่อประมาณ17ปีที่แล้วกับซิงเกิ้ล Up&Way ช่วงปี1992 (ซึ่งช่วงนั้น เฮ้าส์ กลายเป็นหนึ่งของสายเลือดใหม่ที่สูบฉีดวัฒนธรรมดนตรีทั่วโลกอย่างแพร่หลายถึงขีดสุดคิดดูแม้แต่ระดับอีเจ๊แม่มาดอนน่ายังแอบเฮ้าส์กับชาวบ้านเขาเช่นกันใน Erotica) ก่อนที่จะโด่งดังถึงขีดสุดกับสตูดิโออัลบั้มชุดแรกอย่าง Just A Little More Love ซึ่งเป็นการยกระดับการนำเสนอภาคดนตรีเฮ้าส์เข้าสู่วัฒนธรรมของกระแสสากลด้วยภาคการนำเสนอที่มีมิติหลากหลายและทรงเสน่หซึ่งนับว่าเป็นนิยามใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจของดนตรีเฮ้าส์เลยทีเดียว มาที่แนวเพลงของงานชุดนี้ก็ยังคงยืนพื้นอยู่บนความเป็นอิเล็คโทรเฟร้นซ์เฮ้าส์ที่โดเด่นด้วยการผสานการาจ ฟั้งค์ เทคโน เบรคบีทและดิสโก้โดยบีบความเป็นพ็อพลงไปเพิ่มความละมุนใระดับที่ค่อนข้างสูงทีเดียวเสริมทัพด้วยสรรสำเนียงแสนทรงเสน่ห์จากบรรดาแขกรับเชิญตั้งแต่อารมณ์ร็อคหนักหน่วงดิบกร้าวสไตล์นิวเวฟยุค80ผสานพั้งค์จากคริส วิลลิสวง Nashville หรือจะเป็นอารมณ์โซลทุ้มนุ่มลึกหากแต่เซ็กซี่และทรงเสน่ห์บาดใจจากเจดี เดวิสวง Sinema ตลอดจนสรรพสำเนียงฮิพฮอพแร็พมันส์ๆสไตล์เบรคบีทจาก Stereo MCs ที่ทุกฝ่ายต่างขุดอาวุธลับขึ้นมาประชันกันเต้มที่ชนิดที่ไม่มีใครด้อยไปกว่าใครเลย แซ่บ!!!!
จุดด้อย
พิจารณาจากภาพรวมแล้วต้องนับว่าเป็นภาคต่อที่เหนือชั้นและสมบูรณ์แบบขึ้นไปอีกระดับจากงานชุดแรกเลยทีเดียวนะคะส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าเป็นงานที่ แทบจะไม่มีจุดด้อย สำหรับบรรทัดฐานของเดียนเนื่องจากส่วนมากที่สัมผัสได้จะเป็นความล้ำลึกและมีมิติในการนำเสนอขึ้นอีกระดับรวมถึงพัฒนาการที่เห็นได้ชัดในการนำเสนอภาคดนตรีที่หลากหลาย เก๋ แฟชั่นรวมถึงเป็นการระบายดนตรีเฮ้าส์ลงสู่กระแสตลาดสากลได้อย่างน่ายกย่องเลยทีเดียว ที่เหลือจะชอบหรือไม่ชอบก็คงต้องสุดแท้แต่รสนิยมผู้ฟังแต่ละท่าน
แทร็คเด็ด
3แทร็คที่จะไม่ทำให้ขาร็อคผิดหวังด้วยการผสานแดนซ์-เฮ้าส์เข้ากับริฟฟ์กีตาร์ร็อคหนักๆกระแทกกระทั้นเจือด้วยลูพซินธิไซเซอร์สไตล์นิวเวฟยุค80และสรรพสำเนียงเกรี้ยวกราดแบบพั้งค์ร็อคจากน้ำเสียงเท่ห์ๆของคริส วิลลิสได้แก่ Money (4/5) บนจังหวะอิเล็คโทรฮาร์ดเฮ้าส์ผสานพั้งค์และนิวเวฟเท่ห์ขาดใจสมศักดิ์ศรีซิงเกิ้ลแรก ต่อด้วย Stay (4.5/5) ที่แซมเพิ่ล I Feel Love ของดอนน่า ซัมเมอร์ได้อย่างแยบยลตัวเพลงเป็นแดนซ์-พั้งค์ ฟั้งค์เจือดิสโก้และชิคาโก้เฮ้าส์ที่ภาคการนำเสนอเปรี้ยวกระชากวิญญาณสุดๆฟังแล้วหอบไปเลยและถูกใจสุดๆกับ Get Up (4.5/5) ที่เจิดจรัสบนบีทอิเล็คโทรเฮ้าส์ผสนซินธิไซเซอร์และลูพแบบนิวเวฟยุค80พร้อมกับลูกเล่นเรโทรคลับแดนซ์ที่ยกพลมาทั้งพั้งค์ ฟั้งค์และอินดี้ร็อครวมร่างกันได้อย่างเหนือชั้นสุดๆ ที่สำคัญทั้ง3แทร็คนี้คุณพี่คริสถวายวิญญาณร้องได้อย่างสะใจสุดๆฟังแล้วขนลุก
หนึ่งในแทร็คที่ส่วนตัวประทับใจที่สุดขอยกให้ The World Is Mine (5) ที่เป็นแดนซ์-พ็อพผสานอิเล็คโทร เฮ้าส์บนโพรแกรมมิ่งเก๋ๆ ตัวเพลงแซมเพิ่ล Someone Somewhere In Summertime ของ Simple Minds ได้อย่างลงตัว ส่วนตัวประทับใจภาคเนื้อหาที่กลั่นกรองออกมาคารวะความฝัน จินตนาการและความทะเยอทะยานได้อย่างเหนือชั้นโดยเฉพาะท่อนคอรัสที่ว่า The World Is Mine! Ive Lost My Fear To War And Peace นี่ฟังแล้วเล่นเอาเดียนหลุดลอยออกจากโลกไปเลยคือมันเป็นประโยคสั้นๆหากแต่คมคายและทรงพลังต่อจิตวิญญาณมากๆยิ่งมาถ่ายทอดเคียงคู่ไปกับน้ำเสียงสวรรค์สุดเซ็กซี่ของเจดี เดวิสแล้วยิ่งเหนือชั้นสมบูรณ์แบบเหนือคำบรรยาย สมศักดิ์ศรีอันดับหนึ่ง Hot Dance Airplay ตัวแรกบนฝั่ง US ของป๋าเดฟ กลับสู่รากฐานเฟรนซ์เฮ้าส์สวยๆลอยละล่องใน Time (4.5/5) ที่บีบความเป็นพ็อพดาวน?เทมโพเข้าไปเจือกับดีพเฮ้าส์ เทคโนเย็นๆผสานแทรนซ์ลอยละล่องได้อย่างเซ็กซี่ละเมียดละไม เมโลดี้ย์สวยมาก สำหรับแทร็คที่โดนใจที่สุดในงานชุดนี้ขอยกให้ Open Your Eyes (5) ที่ได้ Stereo MCs มาลงเสียงแร็พได้อย่างสะเด็ดสะเด่าปลิดขั้วหัวใจบนภาคดนตรีแบบเบรคบีทเก๋ๆที่ทอดไปสู่มนตร์เสน่ห์ที่หลากหลายทั้งพั้งค์ เอซิด ฮิพฮอพรวมถึงอิเล็คโทรเฮ้าส์ได้อย่างสุดทรงพลัง เป็นหนึ่งในแทร็คที่สมบูรณ์แบบและแฟชั่นทีสุดตลอดกาลของเดวิดที่แรงพอจะเข้าทำเนียบแห่งนิยามของการนำเสนอดนตรีช่วงทศวรรษหน้าทีเดียว
สรุป
สามคำสั้นๆ เปรี้ยว เก๋และร้ายกาจ ก็สามารถสะท้อนนิยามของงานชุดนี้ได้อย่างครบถ้วน จะว่าไปคิดว่าเป็นงานที่ดีที่สุดของเดวิดสำหรับเดี๊ยนเลยทีเดียว
ป.ล. ขอบคุณนิตยสาร Hook และคุณอนุรักษ์ รุ่งเรื่องธัญญาสำหรับข้อมูลอ้างอิงต่างๆและศัพท์ทางดนตรีที่เดี๊ยนขอแซมเพิ่ลมาใช้ในงานรีวิวครั้งนี้ ที่สำคัญขอบคุณสำหรับงานเขียนดีๆและแรงบันดาลที่ทำให้รู้จักงานดีๆงานนี้ค่ะ