˹���á Forward Magazine

ตอบ

(Live Forever) Destiny’s Child : Survivor
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ (Live Forever) Destiny’s Child : Survivor 


http://www.facebook.com/HysteriaCulture

http://hysteriaculture.wordpress.com/2014/04/27/live-forever-destinys-child-survivor-poprbsouldance-pophip-hop-96-55-a/

Destiny’s Child : Survivor : Pop/R&B/Soul/Dance-Pop/Hip-Hop (96% = 5/5) – - A

นับว่าเป็นความบังเอิญอย่างสูงที่ทางเพจนิตยสารจะนำเสนอคอนเส็ปท์ครบรอบ3ปีของทางเพจ(และปีที่12ของล็อกอินDa NastinaบนFF Mag)ภายใต้ธีม “Happy Birthday Issue” ในเดือนพฤษภาคม 2014นี้พอดี โดยมันประจวบเหมาะกับแรงจูงใจที่กระตุ้นให้จู่ๆดิฉันรู้สึกอยากฟังอัลบั้ม “Survivor” ของสามสาว “Destiny’s Child” มากๆอีกครั้งชนิดหาเหตุผลไม่ได้จนต้องหยิบยกขึ้นมาเป็นอัลบั้มที่ขึ้นไฮไลท์ “Live Forever” ประจำเดือนพฤษภาคมนี้ซึ่งมารู้อีกทีก็เมื่อวานว่าอัลบั้มนี้ก็จะครบรอบ13ปีที่วางขายในอเมริกาในวันที่1 พฤษภาคมนี้ด้วยเช่นกัน – - สาบานได้ว่าไม่รู้มาก่อนจริงๆ – - ดังนั้นทางเพจจึงขอฉลองครบรอบสามปีของทางเพจไปพร้อมๆกับแฟนๆของสามสาวDestiny’s Childเลยก็แล้วกันนะคะ

พูดถึงชื่อของ “Destiny’s Child” ส่วนตัวเชื่อว่าถ้าเข้าหูเด็กยุค90sหรือคอเพลงสากลที่คร่ำหวอดติดตามแวดวงดนตรีเมนทสตรีมมายาวนานเชื่อว่าจะต้องฉีกยิ้มกว้างและพยักหน้ากันหงึกหงักด้วยความที่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าสาวๆกลุ่มนี้จัดเป็นเกิร์ลกรุ๊ปแนวอาร์แอนด์บีที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดของวงการและกระโดดข้ามมาโลดแล่นมีอิทธิพลในวัฏจักรของโลกดนตรีพ็อพในระดับที่สูงแทบจะเสียดฟ้าทีเดียว ฉายแววเด่นดังกันตั้งแต่สมัยเปิดตัวควอร์เต็ท4คนที่แลทเทเวียกับลาโทย่ายังเป็นสมาชิกอยู่ในวง(และมิเชลยังไม่ได้เข้าวง)กับซิงเกิ้ลเปิดตัว No,No,No ที่ไต่อันดับบนบิลบอร์ดชาร์ตได้สูงลิบถึงอันดับสามก่อนจะเริ่มขยับเข้ามาเป็นปรากฏการณ์ในแวดวงเมนทสตรีมเมื่อมีผลงานชุด “The Writing’s On The Wall” สตูดิโออัลบั้มชุดที่สองและการเปลี่ยนแปลงไลน์อัพของวงเมื่อแลททาเวียกับเลโทย่าตัดสินใจออกจากวงเช่นเดียวกับ “ฟาร์ร่าห์” สมาชิกใหม่ที่เข้ามาพร้อมกับมิเชลที่ทนต่อแรงกดดันไม่ไหว

แม้ว่าสถานการณ์ในวงจะดราม่ากันระส่ำแต่งานหน้าม่านของพวกเธอก็กลับประสบความสำเร็จและได้รับกระแสตอบรับที่ดีเสมอมาตั้งแต่สตูดิโออัลบั้มสองที่นับว่าพีคมากในอเมริกาต่อยอดมาจวบจน “Survivor” ผลงานลำดับสามที่สอดคล้องต่อความลงตัวของหมายเลขสมาชิกในวงกับผลงานอัลบั้ม “พ็อพอาร์แอนด์บี” ที่ผสานตั้งแต่งานเต้นรำกลิ่นอายเออร์บันตลบเก่ไก๋อย่าง ซิงเกิ้ลIndependent WomenและBootyliciousที่คว้าอันดับหนึ่งบนบิลบอร์ดชาร์ตไปได้ งานสายคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีแบบเจเน็ทและมารายห์ใน Fancy,Apple Pie a la ModeและThe Story Of Beauty งานบัลลาดโซลฟูลอย่างEmotion,Brown EyesและDangerously In Love Pt.1ที่ได้รับอิทธิพลของการประสานเสียงและจิตวิญญาณโซลจากThe Supremesมาชนิดที่สัมผัสได้ชัดเจนตลอดจนกอสเพลใน Gospel Medley ที่โชว์ชั้นเชิงในการประสานเสียงได้ชวนขนลุก

แม้ในแง่ของยอดขายอาจจะด้อยกว่า “The Writing’s On The Wall” ไม่เท่าไรแต่สำหรับดิฉันความนิยมในตัวของทั้งสามสาวDCดูเหมือนจะร้อนแรงและแผ่ขยายไปสู่วงกว้างมากขึ้นตลอดจนการฉายศักยภาพทางดนตรีที่มีวุฒิภาวะสูงขึ้นเช่นกันซึ่งโดยส่วนตัวสอดคล้องกับสิ่งที่ทางเพจนิตยสารHysteriaต้องการจะสื่อใน “Happy Birthday Issue” หลังจากที่ชีวิตนี้ผ่านอะไรมาเยอะจนมาลงตัวที่ความสุขจากเขียนและเสียงดนตรีที่รักจับใจซึ่งอัลบั้มนี้ของพวกเธอนี่แหละตอบโจทย์ที่สุดแล้วสำหรับทุกสิ่งที่อยากจะพูดและนำเสนอในเพจตลอดทั้งเดือนหน้า ว่าแล้วขอเปิดคอลัมน์รีวิวพิเศษเพื่อทริบิวท์ให้แก่อัลบั้มในตำนานชุดนี้พร้อมกับรีวิว5เพลงที่ส่วนตัวคัดเลือกมาจากอัลบั้มชุดนี้แบบเต็มๆเพื่อเป็นของขวัญให้แก่ทางเพจและสามสาวDestiny’s Child “บียอนเซ่,เคลลี่ย์และมิเชล” ตลอดทั้งเดือนพฤษภาคมที่กำลังจะถึงนี้ค่ะ


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com