http://www.facebook.com/HysteriaCulture
http://hysteriaculture.wordpress.com/2014/04/29/damon-albarn-everyday-robots-trip-hopdowntempopopsoulfolktronicaalternative-85-45/
Damon Albarn : Everyday Robots : Trip Hop/Downtempo/Pop/Soul/Folktronica/Alternative (85% = 4/5)
ชะเง้อหน้ารอคอยตั้งแต่วินาทีที่ได้ฟัง Lonely Press Play ซิงเกิ้ลที่สองของอัลบั้มนี้ตั้งแต่เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา - คนอาร๊ายยยชิงปล่อยซิงเกิ้ลสองมาให้ฟังก่อนซิงเกิ้ลแรก?!!! - สำหรับ Everyday Robots โซโล่อัลบั้มชุดแรกของป๋า เดม่อน อัลบาร์น อดีตหัวหอกแห่งวง Blur ตำนานบริทพ็อพทศวรรษ90sที่เด็กอัลเทอจะต้องรู้จักผลงานของพวกเขาดีตลอดจนสับรางมาทำอัลเทอเนทีฟฮิพฮอพเก๋ๆภายใต้ชื่อ Gorillaz ที่ก็ได้รับการยอมรับจากผู้ฟังและนักวิจารณ์ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากันทีเดียว
เชื่อเถอะว่าส่วนตัวตกใจที่ได้รู้ว่าป๋าเดม่อนแกเพิ่งจะมีผลงานโซโล่กับเขาก็ Everyday Robots ชุดนี้นี่แหละค่ะทั้งๆที่เป็นหนึ่งในบุคลากรอัจฉริยะแห่งแวดวงดนตรีของสหราชอาณาจักรที่ผ่านการทำดนตรีมาอย่างโชกโชนหลากหลายแขนงนับตั้งแต่รากเหง้าในฐานะแกนนำวง Blur ที่ก็นำเอาร็อค พ็อพ เต้นรำ พั้งค์ยันแจ๊ซซ์มาขยำลงในผลงานของตัวเองจนก้าวเข้าสู่บัลลังก์ในฐานะวงดนตรีบริทพ็อพระดับตำนานตลอดกาลและหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งยุค90sนี่ยังไม่รวมช่วงสองอัลบั้มท้ายที่กลายร่างมาเป็นเอ็กซ์เพอริเมนทัลร็อคที่เป็นอัลเทอเนทีฟร็อคสายพันธุ์ใหม่ที่รวมร่างกับอิเล็คทรอนิก้าอีกด้วยนะ พอแยกมาทำ Gorillaz ก็สับรางมาทำฮิพฮอพอย่างเต็มตัวนี่ยังไม่รวมถึงงานอีพี,Compilationและซาวนด์แทร็คต่างๆที่ป๋าเคยทำก่อนหน้านี้ อาทิ Dr.Dee ซาวนด์แทร็คประกอบละครเวทีที่เป็นงานสไตล์บาโร๊คพ็อพแปลกๆเล่นกับโอเปร่า,คลาสสิคคัลยันมิติเชิงบรอดเวย์อีกต่างหาก เห็นรึยังว่ารอบจัดขนาดไหน! - ไม่น่าเชื่อว่าจะเพิ่งมาออกอัลบั้มเดี่ยวเป็นของตัวเองเอาอีป่านนี้เนอะ
จากสองซิงเกิ้ลแรกดิฉันเห็นหลายกระแสหยิบไปเปรียบเทียบกับผลงานของป๋า ธอม ยอร์ค แห่งวงRadioheadและเจ้าของโปรเจ็คAtoms For Peaceซึ่งเอาจริงๆแล้วตอนแรกดิฉันก็ไหลไปตามกระแสวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นเช่นกันแต่พอได้มาฟังแบบเต็มๆทั้งอัลบั้มแล้วคิดว่า ไม่ใช่เลย! น่าดีใจที่เดม่อนก็คือเดม่อนด้วยความที่ดนตรีใน Everyday Robots ไม่ได้มาแนวเอ็กซ์เพอริเมนทัลที่ซับซ้อนเข้าใจยากถึงขนาดนั้นคือโอเคในแง่ของความมืดหม่น,หลอนหัวและล่องลอยนี่ยกให้พอๆกันแต่ในขณะที่ The Eraser ของป๋าธอมเป็นงานอิเล็คทรอนิก้าที่มีส่วนผสมของทริพฮอพ,อาร์ทร็อคและเอ็กซ์เพอริเมนทัลที่มาพร้อมกับความหวูดหวิวหลอนหัวพร้อมกับซับซ้อนเข้าใจยากตั้งแต่โครงสร้างเพลงยันอารมณ์ในอัลบั้มที่ซ้อนทับกันหลายชั้นมีทั้งความหวาน,ความดิบหม่นเกรี้ยวกราดไปยันความว่างเปล่าล่องลอยหากแต่เข้มข้นชนิดที่หยิบเอาแปรปรวนของสภาพแวดล้อมของชั้นบรรยากาศและสภาวะทางจิตใจของมนุษย์มาเล่นได้อย่างดีเยี่ยมในแบบฉบับเดียวกับRadioheadที่ดูจะหวานหูขึ้นโดยเติมน้ำตาลเพิ่มแค่ไม่กี่ช้อน มาที่ Everyday Robots ของป๋าเดม่อนนี่ไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้นออกจะเรียบง่ายกว่าที่คิดบนภาพรวมที่เนิบนาบตามธรรมเนียมของดนตรีสไตล์ทริพฮอพดาวน์เทมโพแซมด้วยโฟล์คโทรนิก้าที่จับเอาบีทอคูสติคและโฟล์คมาทดลองกับอิเล็คทรอนิก้านั่นแหละก่อนจะแซมด้วยอารมณ์โซลและเพียโนแจ๊ซซ์เพราะๆยันเครื่องสายคลาสสิคจางๆเข้าไปในบางแทร็ค มีแค่นั้นจริงๆ!!!! ภาพรวมของอัลบั้มไม่ได้มาในโทนดำสลับขาวออกจิตๆแบบป๋าธอมแต่ออกแนวเทาอมขาวจางๆเจือชมพูมาบ้างประปราย วู้ยยย อธิบายยากว่ะค่ะ!!! คือสำหรับดิฉันอารมณ์โดยรวมมาแนวเนิบนาบล่องลอยประมาณเดียวกันมีหลอนหัวนะและที่สำคัญก็มีมุมเหงาเศร้าเจียนตายกระจายตัวเป็นหย่อมๆแต่ก็ยังมีภาคส่วนของความหวัง,แสงสว่างและสัจธรรมให้สัมผัสอยู่บ้าง เอกภาพในเนื้องานสูงมากและความหลากหลายน้อยกว่าที่คาดจวบจนจับทางได้ง่ายกว่าที่ประเมินไว้ในตอนแรก
ไม่ยึดจากคำวิจารณ์สำนักไหนตลอดจนไม่ลงลึกในภาคเนื้อหานะคะด้วยความที่ตัวงานยังใหม่มากจนแทบไม่มีวัตถุดิบใดๆให้อ้างอิงนอกจาก ความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียน โดยรวมแล้วเพลงในอัลบั้มนี้ประทับใจอยู่หลายเพลงทีเดียวนะ เริ่มที่ไทเทิ่ลแทร็ค Everyday Robots (4/5) ซิงเกิ้ลแรกที่ส่วนตัวตอนแรกขอสารภาพว่าเฉยๆกับมันมากคือไม่คิดว่าเป็นเพลงที่โดดเด่นพอที่จะเป็นซิงเกิ้ลเลยนะจนวินาทีแรกที่ได้มาฟังอีกทีในอัลบั้มนั่นแหละถึงรู้สึกว่ามันมีเสน่ห์บนท่วงทำนองของทริพฮอพหลอนหัวและเครื่องสายคลาสสิคคัลเพราะๆพร้อมด้วยมิติลูกล่อลูกชนต่างๆอีกทั้งภาคเนื้อหาที่มาฟังดีๆแล้วพุ่งกระแทกเข้ากลางใจโดยแท้ สำหรับ Lonely Press Play (4.5/5) หนึ่งในซิงเกิ้ลและบทเพลงที่ส่วนตัวขอยกให้เป็นหนึ่งในผลงานที่งดงามที่สุดประจำปีนี้ คือตอนหยิบมาเปิดอีกทีในอัลบั้มนี้แทบจะร้องไห้จริงๆนะด้วยดนตรี น้ำเสียงและเนื้อหาที่ฟังแล้วเล่นเอาซึมไปเลยทีเดียว ตอนแรกมันเป็นเพลงที่เพราะนะแต่ตอนนี้มันเป็นเพลงที่เศร้าและชวนปวดร้าวในระดับที่ฆ่ากันตายได้เลยทีเดียว Mr Tembo (4.5/5) ดูฉีกจากอารมณ์เนิบนาบหงอยเหงาในอัลบั้มมากที่สุดแล้วกับงานพ็อพผสานโซลเพราะๆ น่ารักมากๆแถมด้วยท่อนคอรัสแบบ Sing Along ฟังรอบสองรอบก็ฮัมตามเป็นคอรัสร่วมได้แล้วมั้งแต่เสียดายยังไม่ได้ดูเนื้อเพลงเลยไม่แน่ใจว่าเนื้อหามันจะน่ารักเหมือนที่ได้ยินในเพลงมั้ย? The Selfish Giant (4/5) โดดเด่นตั้งแต่เพียโนไลท์แจ๊ซซ์อารมณ์แจ๊ซซ์เล้าจ์นขมุกขมัวตั้งแต่ต้นเพลงฟังแล้วคิดถึงงานแบบเจมี่ คัลลั่มในภาคที่หม่นและทดลองกว่า มาที่ Hollow Ponds (4/5) แทร็คที่เห็นว่าได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ต่างประเทศค่อนข้างมากอันนี้โดดเด่นตั้งแต่การเรียบเรียงดนตรี เครื่องสายและเสียงประสานในเพลงยิ่งท่อนเบรคด้วยเครื่องเป่ายิ่งกระซวกเข้ากลางใจสุดๆดูเรื่อยๆมาเรียงๆแต่มีอะไรพิเศษและมีความเข้มข้นเด่นชัดท่ามกลางความล่องลอยอย่างที่เขาว่าจริงๆนะ The History Of A Cheating Heart (4.5/5) บีทอคูสติคในเพลงเพราะมากๆยิ่งมาคลอกับเสียงร้องเพราะๆของป๋าเดม่อนนี่เล่นเอาเคลิ้มไปเลย หลุดออกมาจากอารมณ์ทึมทึบหม่นหมองแล้วมาเจอกับอารมณ์สวยงามแบบนี้ก็ดีไม่น้อยนะ อีกเพลงที่น่าสนใจมากๆยกให้ Heavy Seas Of Love (4.5/5) ที่เพิ่งตัดเป็นซิงเกิ้ลไปแค่ความทรงพลังของท่อนคอรัสก็ชนะทุกสิ่ง
Everyday Robots สำหรับดิฉันอาจจะไม่ใช่งานของเดม่อน อัลบาร์นที่ทำได้เทียบเท่ากับระดับที่หวังไว้แต่นี่คืออัลบั้มที่เรียบง่ายและน่ารักมากๆ กล้ารับประกันว่าอัลบั้มนี้คืออีกหนึ่งงานดนตรีคุณภาพที่ทุกคนไม่ควรพลาดประจำปี2014นี้โดยแท้



