
James Blunt : Back To Bedlam : 4.5/5
จากงานรีวิวหลายๆชิ้นก่อนหน้านี้อาจทำให้บางท่านเข้าใจว่าเดี๊ยนนิยมฟังแต่ผลงานของศิลปินหญิง อันที่จริงก็มีศิลปินชายหลายท่านที่เดี๊ยนชื่นชมในผลงานและความสามารถของพวกเขาเพียงแต่ไม่มีโอกาสได้หยิบมารีวิวเนื่องด้วยเหตุผลหลายๆประการนะคะ ครั้งนี้จึงถือว่าเป็นโอกาสดีที่เดี๊ยนจะได้รีวิวงานเพลงของศิลปินชายบ้างโดยขอประเดิมด้วยงานเพลงชุดแรกของ เจมส์ บลันท์ เพื่อเป็นการต้อนรับการกลับมาของเขาที่กำลังจะมีอัลบั้มใหม่ให้ฟังกันในเร็วๆนี้นะคะ
รูปแบบเพลง
พ็อพโฟล์คที่โดดเด่นด้วยเครื่องดนตรีหลักอย่างกีตาร์อคูสติคและเพียโน โดยผสานอารมณืของดนตรีที่หลากหลายทั้งพ็อพร็อค อาร์แอนด์บี โฟล์คร็อคและอัลเทอเนทีฟได้อย่างลงตัว สำหรับบางเพลงได้กลิ่นอายของดนตรีแจ๊ซซ์บางๆและอิทธิพลของดนตรีร็อคในยุค70 รวมไปถึงน้ำเสียงที่ก้ำกึ่งไปทางโซลในบางแทร็ค
จุดด้อย
โดยส่วนตัวรู้สึกว่าเพลงน้อยไปยิ่งสำหรับยุคนี้สิบแทร็คถือว่าน้อยมากๆ อย่างไรก็ตามเมื่อมองถึงความไพเราะของตัวเพลงและคุณภาพของอัลบั้มในการฟังระยัะยาวแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะซื้อ มาอีกประเด็นหนึ่งที่คิดว่าไม่เกี่ยวและไม่น่าจะมาเป็นปัญหาของเขาเลยด้วยซ้ำก็คือเสียงของเจมส์เอง อันนี้เป็นเรื่องที่ว่าด้วยมุมมองส่วนตัวของผู้ฟังแต่ละท่านค่ะคือถ้าชอบก็จะรักไปเลยแต่ถ้าไม่ชอบนี่เสียงของเจมส์ บลันท์ก็เข้าขั้นน่ารำคาญสุดๆไปเลยทีเดียว แต่สำหรับเดี๊ยนโดยส่วนตัวน้ำเสียงของเขาไม่ใช่ปัญหาเลยค่ะโดยส่วนตัวคิดว่ามีเสน่ห์และเอกลักษณ์เป็นของตัวเองดี ในวงการนี้ศิลปินที่เส้นเสียงเป็นดาบสองคมมีให้เห็นกันเยอะแล้วอย่าง ไคย์ลีย์ มิโน้ก,จัสติน ทิมเบอร์เลค,คริสทิน่า อากิเลร่า และอีกมากมาย แม้แต่บ้านเราก็ยังมี ปีเตอร์ คอปไดเรนดัล,อ้อม สุนิสา อะไรพวกนี้ ขึ้นอยู่กับว่าไปแจ้คพ็อตเจอคนฟังที่เขาชอบแบบไหนมากกว่า เป็นเรื่องดวงล้วนๆค่ะเร้าใจดีเหมือนกัน
ซิงเกิ้ล
High (5) ซิงเกิ้ลแรก พ็อพโฟล์คบริสุทธิ์เสริมทัพด้วยคีย์บอร์ดกับอคูสติคกีตาร์สอดคล้องกับภาคเนื้อหาที่ช่วยวาดจินตภาพให้ผู้ฟังเข้าถึงการมองโลกของคนที่กำลังมีความรักได้อย่างดี อีกเรื่องที่ประทับใจมากๆคือการใช้น้ำเสียงที่เหนือชั้นด้วยการค่อยๆแย้มความปรารถนาออกมาทีละนิดก่อนที่ผู้ฟังจะถูกสะกดอยู่ในภวังค์และสุขกับโลกแห่งความฝันในอารมณ์เพลงของเขาอย่างไม่รู้ตัว สมบูรณ์แบบค่ะ!
ป.ล. เพลงนี้ถูกนำไปใช้ประกอบโฆษณษโรงแรมฮิลทันด้วยนะคะ ต๊ายย!น่าดีใจมั้ยคะ เนี่ย
Wise Men (3.5/5) ซิงเกิ้ลที่สอง พ็อพร็อคบนท่วงทำนองกึ่งบัลลาดโดยส่วนตัวรู้สึกว่ามีกลิ่นอายอาร์แอนด์บีแซมเข้ามาเป็นสีสันด้วย การนำเสนอโดยรวมดีพอที่จะเป็นซิงเกิ้ลได้ค่ะเพียงแต่อย่าคาดหวังความสำเร็จบนอันดับเพลงก็เป็นพอปล่อยวางได้มั้ยล่ะ แต่ได้รวมจัดว่าลงตัวและเพราะเข้าขั้นแล้วล่ะ
You're Beautiful (4/5) จริงๆแล้วเป็นซิงเกิ้ลที่สามบนฝั่งอังกฤษน่ะค่ะ แต่กลับกลายเป็นซิงเกิ้ลแรกที่ทำให้หลายๆคนรู้จักและยอมรับผลงานของเขา ภาคดนตรีเป็นอคูสติคพ็อพผสานโฟล์คร็อคโดดเด่นด้วยท่วงทำนองของเพียโน เครื่องสายและกีตาร์อคูสติครวมไปถึงการถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงแบบโซลของเจมส์เอง ก่อนอื่นต้องบอกตามตรงว่าตอนแรกเดี๊ยนไม่ได้คิดว่าเพลงนี้จะดังกระฉ่อนจนสามารถมลายอันดับหนึ่งบิลด์บอรืดได้ โดยส่วนตัวคิดว่าตัวเขาเองก็คงไม่ได้คาดหวังว่ามันจะประสบความสำเร็จเช่นกัน โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าตัดเพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลแรกอานิสงค์ของเพลงนี้จะทำให้ซิงเกิ้ลอื่นๆของเขามีอันดับบนชาร์ตเพลงที่สูงกว่านี้แต่ในขณะเดียวกันก็คงจะต้องเผชิญกับความคาดหวังและความกดดันสูงขึ้นเป็นเท่าตัว
Goodbye My Lover (4/5) ซิงเกิ้ลปิดอัลบั้ม บัลลาเพียโนที่เดี๊ยนขอให้คำจำกัดความสั้นๆว่า "แม่งโคตรเศร้า" กวาดไปหมดทั้งเนื้อหา ทำนอง เสียงร้อง แต่ดดยส่วนตัวรู้สึกรักเพลงนี้และยินดีจะจมอยู่กับมันโดยไม่มีเงื่อนไข ในเรื่องของตัวเพลงคิดว่าเพลงนี้เป็นอะไรที่โดดออกมาจากภาพรวมในอัลบั้ม แต่ก็กลับเป็นส่วนที่ช่วยเติมเต็มเอกภาพ ความน่าฟังและช่วยเติมเต็มให้งานดนตรีของเขาให้สมบูรณ์แบบ
แทร็คอื่นๆ
Tears And Rain (5) เสียดายมากๆที่เพลงนี้ไม่ได้เป็นซิงเกิ้ล พ็อพโฟล์คร็อคที่เมโลดีย์สวยโคตรๆมีศักยภาพพร้อมที่จะเป็นซิงเกิ้ลและพร้อมที่จะดังได้ในเวลาเดียวกัน (โดยเฉพาะที่ไทย) ติดหูและเพราะสุดๆในอัลบั้มนี้แล้วถ้าใครอยากจะหาเพลงหวานๆมาประดับฤดูฝนล่ะก็ เพลงนี้เลยไม่ผิดหวังแน่นอน มาที่ Cry (4/5) ฟังแล้วนึกถึงโฟล์คยุค60-70กว่าๆ เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ไพเราะและเนื้อหาซึ้งมากๆ ไม่แน่ใจว่าได้แรงบันดาลใจในการแต่งมาจากสมัยอยู่ค่ายทหารรึเปล่า ต่อด้วยเพลง Billy (3.5/5) อีกเพลงที่ท่อนคอรัสติดหูชะงัด ตัวเพลงติดกลิ่นอายไลท์แจ๊ซซ์บางๆ ทำออกมาได้เท่ห์มีชั้นเชิงมากๆ วุ้ย! ฟังมายังไม่มีเพลงไหนไม่เพราะเลยนะ
So Long,Jimmy (4/5) เป็นอีกเพลงที่ค่อนข้างโดดเด่นในอัลบั้ม ที่ชอบมากๆเลยก็คือการนำมิสซิสซิปปีกีตาร์มาใช้ในเพลงทำให้นึกย้อนไปถึงวงดนตรีร็อคช่วงยุค70 เท่ห์และเซอร์เกินบรรยาย ในส่วนของเนื้อหาอุทิศให้กับ Jimi Hendrit แรงบันดาลใจผู้ล่วงลับ (ใครวะ?) ต่อด้วย Out Of My Mind (3/5) แม้ว่าลุกเล่นและชั้นเชิงเมื่อเทียบกับเพลงอื่นๆจะไม่มีอะไรน่าชมเชย แต่ส่วนตัวชอบความเข้มข้นและพลังในตัวเพลง ให้ความรู้สึกเหมือนเจอคลื่นระลอกใหญ่ซัดใส่อย่างบ้าคลั่งแล้วทิ้งไว้เหลือแตาคความว่างเปล่าในตอนจบเพลง ปิดท้ายด้วย No Bravery (3.5/5) ได้ลินดา เพอร์รีย์มาร่วมโพรดิวซ์ ตัวเพลงเรียบง่ายแค่ใช้เพียโนเป็นตัวเดินเรื่องแล้วเร่งจังหวะด้วยกีตาร์และเบสรวมถึงกระตุ้นอารมณ์เพลงและน้ำเสียงให้ไปถึงจุดไคลแมกซ์ก่อนจะปิดลงอย่างสวยงามเหมือนสายลมที่ผ่านไปวูบหนึ่ง เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกอ้างวางและปวดร้าวมากๆ
สรุป
นี่คือหนึ่งในอัลบั้มที่เพราะที่สุดเท่าที่เคยฟังมาในชีวิต รู้สึกำประทับใจในความเรียบงามแต่แฝงไปด้วยความบริสุทธิ์และสวยงามของทุกตัวโน๊ต สวำหรับเดี๊ยน Back To Bedlam จะเป็นหนึ่งในอัลบั้มแห่งความสุขที่เดี๊ยนจะนิยมย้อนกลับไปฟังทุกเมื่อ เช่นเดียวกับที่จะนิยม เจมส์ บลันท์ คนนี้ให้เป็นหนึ่งในศิลปินสุดที่รักและพร้อมที่จะคอยติดตามผลงานของเขาด้วยใจจดจ่อ
_________________
