Tracks
1. 15.35
2. 2.28
3. 10.57
4. 6.41
5. 19.45
ก่อนจะเข้าถึงรายละเอียดของงานเพลงชุดนี้ เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Drone กันก่อนดีกว่าครับ คำๆนี้ในทางดนตรีหมายความว่า เสียงดนตรีที่ซ้ำไปซ้ำมาหรือบางครั้งอาจจะลากยาว ก็เหมือนกับกีต้าร์ที่ใช้ Sustain มหาศาลนั่นเอง ดนตรีแบบนี้มี ผู้เบิกทางเป็นนักเปียโนอิมเพรสชันนิสต์ชาวฝรั่งเศสชื่อว่า Erik Satie (ขอบคุณ DJ Limonado ณ yesindie สำหรับข้อมูล) มาในศตวรรษที่ยี่สิบ มีศิลปินหลายรายที่นำเทคนิคโดรนมาใช้ในดนตรีของพวกเขา อย่างเช่น Brian Eno หรือ Kraftwerk มาในยุคปลาย 80 ก็เกิดแนวใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งคือ โดรนเมทัล (โดรนดูม) เป็นการนำกีต้าร์และเครื่องดนตรีสดอื่นๆมาเล่นซ้ำไปซ้ำมาจนเกิดเป็นเพลง โดรนเมทัลจะหนักกว่าโดรนแอมเบียนท์ปกติหลายเท่าตัวทีเดียว วงแรกๆที่เริ่มเล่นก็คือ Earth ส่วนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดก็เห็นจะเป็น Sunn O))) และยังมีอีกหลายวงเช่น Nadja, Khanate, Teeth of Lions Rule the Divine
คราวนี้เรามาเข้าทางภาคดนตรีของชุดนี้กันบ้าง สำหรับกีต้าร์ที่ Colin กับ Kevin เล่นนั้นต่างก็มีปมเด่นเฉพาะตัวอยู่แล้ว แต่คาดว่า Kevin เป็นคนสร้างเมโลดี้และ Colin เป็นตัวรองพื้นหลังให้มีความละเอียดยิ่งขึ้น แต่ผมไม่รู้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะเมื่อนิ้วกันรึเปล่านะครับ อัดเสียยาวขนาดนั้น ส่วน Jarboe นี่สบายไปเลยครับ ร้องซ้ำไปซ้ำมาอยู่ตลอดจนบางทีเสียงกีต้าร์ทั้งสองก็กลบเสียงคุณเธอไปเลยก็มี แต่ก็อย่างว่าครับ งานโดรนพวกนี้ต้องใช้เอฟเฟกต์มากเป็นพิเศษ ซึ่งอาจจะมากกว่าโพสร็อคเสียด้วยซ้ำ เท่ากับว่าทั้งสามคนค้องมีความสอดคล้องกันในเสียงดนตรีกันอย่างสูงเลยทีเดียว
พวกเขาฉลาดมากครับที่เอาเพลงคี่ (หนึ่ง สาม และห้า) ทำเป็นโดรนแอมเบียนท์ที่เกรี้ยวกราด หลอกหลอน และล่องลอย และเพลงคู่ (สอง และ สี่) เป็นเพลงบรรเลงกีต้าร์พลิ้วไนแบบอะคูสติก ทำอย่างนี้เหมือนกับการตบหัวและลูบหลังจริงๆ เข้าท่ามากครับที่ทำได้แบบนี้ ไม่งั้นคนฟังจะเกิดอาการกดประสาทตายกันก่อนแบบ Skullflower ที่ไม่ปรานีปราศรัยใครเลย แต่มีข้อสังเกตอีกแล้ว งานทั้งสองชุดนี้ (ผมขอเอาไปเทียบกับ Skullflower ชุด Tribulation นะครับ) มีสิ่งที่เหมือนกันคือใช้กีต้าร์สร้าง Noiseพร้อมกับสร้างเมโลดี้ไปด้วยพร้อมกัน (ถึงแม้มันจะน้อยไปนัก)
เพลงแรก Jarboe อาจจะยังร้องไม่มากเท่าไหร่ แต่เพลงที่สามนี่สิครับมีการคำรามราวกับผีดูดเลือด มีเสียงของ Mosquito มาเสริมด้วยอีกหนึ่งเสียง เราคงต้องฟังพวกเขาคำรามกันไปจนจบเพลงนะครับ ต่อมาที่เพลงสุดท้าย ที่ยาวที่สุด เป็นไฮไลต์เลยก็ว่าได้ครับ เพราะมี Mick Barr มาร่วมแจมกีต้าร์กับเขาด้วย (Mick เป็นมือกีต้าร์ของ Orthrelm) ทำให้โดรน(เมทัล)เบียนท์ชิ้นนี้มีสีสันมากขึ้น
สำหรับงานโดรน(เมทัล)เบียนท์ชิ้นนี้นั้น เป็นงานที่หาฟังยากยิ่ง ถ้าใครต้องการศึกษางานพวกนี้ก็ลองหามาฟังกันได้ครับ คงจะสนุกสนานกันดีกับอารมณ์ที่สลับกันไปมาระหว่างอะคูสติกกับอิเลกทริกที่แปลกพึลึกเช่นนี้



