เอาเป็นว่าจะมาเล่าให้ฟังวันละนิด วันละหน่อยละกันนะคะ
จะขอข้ามขั้นตอนอีรุงตุงนังของการสมัคร อบรม เตรียมเอกสารไปนะคะ ขี้เกียจเล่ามั่กๆ
เอาเป็นว่าวีซ่าของ่ายมากส์ๆๆ จิงๆ แต่ถามว่าทำงานที่ไหน แค่เนี้ย ผ่าน!
แต่ปัญหาเรื่องที่ทำงานนี่สิคะ ยืดยาวย้วยมากๆ
ตอนแรกงานอยู่ซานดิเอโก ทำงานร้านขายยูนิฟอร์ม มีกันอยู่สิบกว่าคน เอาไปเอามา มันตัดคนเหลือแปด ก็คือ เอี่ยว วิค รุ่ง ปิง เอ ต้อง แคร์เพื่อนเน็ต แล้วก็ตัวเน็ตเอง
แล้วก็เสือกตัดอีกสามคน คือรุ่ง ปิง และเอ ต้องย้ายไปทำซูเปอร์มาร์เกตที่ไมอามี่
และแล้วตอนใกล้ถึงเวลา ก่อนเดินทางแค่ประมาณสัปดาห์นึง เจือกตัดอีกสอง ทีนี้
เรา และแคร์ก็ต้องถูกอัปเปหิไปยังซานฟรานซิสโก ทำงานโรงแรมชื่อว่า เมโทรโฮเทล
ในใจคิดว่า บุญกูแล้วสิเนี่ย ได้มาซานฟราน
หึหึ แล้วคอยดูกันต่อไป
ก่อนไปก็ซื้อของนะคะ เยอะแยะมากมาย สากกระเบือยันเรือรบหลวงจักรี
ผลที่ออกมาก็คือ...แต่น แตน แต๊น สองกระเป๋ายักษ์ เกือบเอาตัวไม่รอดซะแล้ว
นี่ก็คิดๆอยู่นะเนี่ย ว่าตูจะเอากลับยังไงว้า...
เอาล่ะ ในที่สุดก็ถึงวันเดินทางแล้ว ที่สิบแปด มีนาคม เดินทางกะเพื่อนรวมเราด้วยก็ห้าคน ส
สามคนนั้นคือ เอี่ยว วิค และต้อง ไปลงซานดิเอโก ที่เราจะไปตอนแรกน่ะแหละ ส่วนเน็ตกะแคร์ไปไปลงซานฟรานซิสโก (แคร์มาสนามบินช้ามาก เครื่องจะขึ้นอยู่แล้ว ยังไม่มาอีก งานนี้แม่เน็ตโมโหใหญ่เลย บอกว่าแคร์ไม่มีความรับผิดชอบ ซึ่งก็จริงน่ะแหละ เห็นไม่น่าไว้ใจตั้งแต่ตอนนี้แล้ว
ใช่มั้ย หึหึ ต้องคอยดูกันต่อไป)
ส่วนเพื่อนฝูงข้าเจ้าที่แสนดีทั้งหลายก็ไม่มาส่งกรูเล๊ยยย ทุกคนมีกิจกรรมที่หมาลัยหมด แย่ๆๆๆ
เลยมีแค่แม่ น้องชาย และเพื่อนอีกสองคนที่ฝึกงานอยู่สนามบินมาส่ง
แต่ก็ดีนะ มันเข้าไปส่งได้ถึงข้างในเกทเลย อิอิ
เสร็จสรรพก็ขึ้นเครื่องสายการบินไชน่าแอร์ไลน์
เข้าไปปุ๊บ ตายแร้นน ห่วยมาก ทั้งเครื่อง ทั้งแอร์ สจ๊วต
ใครจะไปไหนอย่าขึ้นของมันเชียว แหม ถึงว่าลบ่ะ ราคาถูกจัง ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
ยังดีนะ ที่แต่ละที่นั่งยังมีทีวี ดู enchanted กะ juno ไป ยังไม่ทันจบดี เครื่องถึงไทเปซะละ
แหม เร็วจริงๆ สี่ ชม.
เสร็จแล้วก็เตร็ดเตร่อยู่ในสนามบินอยู่อีกห้าชั่วโมงกันห้าคน พอถึงเวลาขึ้นเครื่อง
ก็ได้แยกจากกันตอนนี้แหละ เพราะซานดิเอโกกะซานฟรานขึ้นเครื่องคนละเครื่องกัน
ต่างคนต่างบอกลาแล้วก็ไปต่อ
บนเครตื่องไฟลท์ที่ไปซานฟราน ไม่รู้ทำไมสิ ตั้งสิบกว่า ชม บนเครื่องดั๊นนน ไม่มีไรเลย
ไม่มีทีวีส่วนตัวให้กรูดูหนัง เล่นเกมเลยเนี่ย ตั้งสิบกว่า ชม นั่งหลับกันจนเบื่อไปข้างนึง
และแล้ว ก็ถึงเวลากัปตันบนเครื่องประกาศ ตุ่งตุงตุ๊ง ขณะนี้เรากะลังจะร่อนลงจอด ณ สนามบินซานฟรานซิสโก ทุกท่านกรุณารัดเข็มขัดอยู่กับที่...
ตอนนั้นที่ไปถึงเป็นเวลาประมาณสี่ทุ่ม โอ้ไห...ซานฟรานกลางคืนสวยมากๆ เห็นสะพานโกลเด้นเกทเด่นชัดมาแต่ไกล คิดในใจ โอ้.......เป็นบุญของข้าเจ้าเหลือเกิน
ส่วนเพื่อนของดิชั้น ทำไม๊ทำไมก็ไม่รุ มันช่างไม่ตื่นเต้นตกใจอะไรเสียเลย
หล่อนลุกขึ้นมา เหลือบมองหน้าต่าง "อืมๆ ถึงแล้วเหรอ สวยจัง ขอนอนต่อก่อนนะ"
อ่าว นี่มรึงมิตื่นเต้นอะไรเลยหรือเนี่ย...เออวะ กูตื่นเต้นคนเดียวก็ได้
พดถึงเวลาลงเครื่อง ทีนี้ก็ต้องไปอิมมิเกรชั่น โดนถามว่าเอาอะไรมาบ้าง เอาอาหารเข้าประเทศรึป่าว
เราก็ตอบอย่างอายๆว่า เอามาค่ะ เอาบะหมีกึ่งสำเร็จรูปมา
ที่นี้มันก็เลยถามเราว่า อ้าว นี่คุณคิดว่าอาหารอเมริกันไม่อร่อยรึไง
กรูก็งงเว้ย เฮ้ย ก็เลยตอบไปว่า ป่าวค่ะ แต่มีคนบอกว่าควรจะเอามา เผื่อเวลาไม่ม่ไรกิน
มันก็เลยตอบมาว่า บะหมีอเมริกามีเยอะแยะ ยี่ห้อ มาม่า ที่คุณเอามาเนี่ย ที่ไหนก็มีขาย
(ดันรู้อีกว่ายี่ห้ออะไร) เราก็ ค่ะๆๆๆ แล้วเค้าก็บอกว่า เอาล่ะ welcome to USA นะ
โชคดีสาวน้อย (สาวน้อยเหรอวะเนี่ย) และแล้วก็ถึงสหราชอาณาจักรโดยปลอดภัย ครบถ้วน ทุกประการ
ยังมีต่อ ไว้ค่อยเล่าต่อนะ เดี๋ยวไปทำงานก่อน พิมพ์จนเหนื่อยเลยตู
รับรอง มันส์กว่านี้อีกสิบเท่า ชีวิตเน็ตตี้ในอเมริกา
หุหุ
โปรดติดตาม
_________________














