พึ่งกลับไทยมาก็รีบบึ่งมาที่โรงหนังก่อนเรย ทำไมนะเหรอ ก็เพราะหนังผีที่น่าดูที่สุดแห่งปีเข้าฉายไปจนจะออกโรงแล้วนะสิ รวบรวมสุดยอดผู้กำกับมาทำหนังผีรวมเรื่อง น่าดูจริงๆ ทั้งผู้กำกับชัตเตอร์ แฝด และบอดี้ แต่ละเรื่องเด็ดๆทั้งนั้น พลาดไม่ได้จริงๆ
แต่พอดูมาแล้วแอบผิดหวังนิดส์ๆ อาจเพราะคาดหวังไว้มากหน่อย
โดยส่วนตัวชอบตอนที่สามกับสี่ ของผู้กำกับโต้ง-โอ๋ ยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ดี
สมกับเป็นผู้กำกับ ชัตเตอร์-แฝด (ดีกว่าแฝดนิสนึง แต่ก็ยังด้อยกว่าชัตเตอร์อยู่ดี)
ผิดหวังกับตอนที่สองที่สุด เพราะชอบบอดี้มากๆ ซีจีเรื่องบอดี้ก็ไม่ได้แย่อะไร
บางส่วนอาจดูไม่สมจริง แต่มันคือเป็นเรื่องเกี่ยวกับจินตนาการของผู้ป่วยโรคจิต
ภาพที่เห็นจะไม่สมจริงก็ไม่แปลก แต่นี่อะไร ผีห่าอะไรยังกะกอลั่ม จากจะสนุกก็เน่าไปเลย
โดยรวมหนังไม่ค่อยมีเหตุมีผลเท่าที่ควร แต่ก็พอดูได้ ยังดีกว่าหนังผีรวมเรื่องอื่นๆ
ต่อไปนี้สปอยล์(นิดหน่อย)นะ..
..
..
..
..
..
เหงา (Happiness)
ตอนที่หนึ่งเล่นกับอารมณ์คนดูดีมากๆ ค่อยๆกดอารมณ์ให้เครียดขึ้นเรื่อยๆ จนมาระเบิดเอาตอนท้าย แต่แอบเสียอารมณ์ที่ผี มันง่ายไปหน่อยไม่คร่ะ เอาภาพขาวดำคนมาขยายใส่หน้าจอ มันก็ตกใจดีอยู่หรอก แต่มันดูจะไม่ค่อยลงทุนเรยนะคร่ะ ตอนนี้ดูได้รอบเดียวคร่ะ เพราะถ้ารู้เรื่องแล้ว ตอนแรกๆ เรียกได้ว่าน่าเบื่อเลยทีเดียว ผีออกมาตอนท้ายตอนเดียวเลย
อีกอย่างก็คือ ตอนนี้ดูไม่ค่อยมีเหตุมีผลเท่าไหร่ ปกติผีจีทีเอชมันไม่ค่อยไปยุ่งกะคนอื่นที่ไม่รู้เรื่อง แต่เรื่องนี้อะไรคร่ะ ผีติดใจก็มาเอาไปอยู่ด้วยเรยซะงั้น
ยันต์สั่งตาย (Tit For Tat)
ลืมบอกก่อนว่าเรื่องแรกเอามาจากหนังเรื่องสั้น มาเรื่องนี้ก็อีก เอามาจากหนังสือการ์ตูน "จิตหลุด" ชื่อเรื่อง "อย่ามองชะตาจะขาด" เนื้อเรื่องนี่ดีมากๆเลยนะ แต่มาเสียเอาที่ตัวหนัง คุณปวีณก็เก่งแต่ใส่ซีจีแบบบ้าพลังจริงๆ เพราะพอไปดูเครดิตรเรื่องบอดี้ก็จะเห็นว่าเค้าเขียนเรื่องมาให้ ตัวเองมีหน้าที่เอามาใส่ซีจีอย่างเดียว ในตอนเรื่อบอดี้นั้น เพราะผีดารารายตายด้วยการชำแหละศพ และผ่าท้องเอาลูกออก ผีเลยออกมาเป็นแบบนั้น สมเหตุสมผลแล้ว แต่นี่อะไรคร่ะ ไอลูกสัปเหร่อตกลงมาโดนเสาธงเสียบตาย ไหงกลายมาเป็นกอลั่มแบบนั้น นักแสดงเยอะ แต่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เรย เรื่องนี้ดีนะออกแนว ไฟนอลเดสติเนชั่น อะไรเทือกนั้น แต่มาเสียอารมณ์ที่ผีกอลั่มนั้นแหละ เฮ้อออ
คนกลาง (In The Middle)
บอกคำเดียวว่า เริ่ด ทั้งผสมผสานความกลัวกับความฮาเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว แถมมีสปอยล์กันกระจุย
(ช่างกล้า สปอยลตอนจบ์ชัตเตอร์หนังของตัวเองเรย) แล้วไททานิค ดิออเทอร์ ซิกเซนส์อีก สุดท้ายหักมุมอีก
ภาพยังเนียนสวยเหมือน ชัตเตอร์กับแฝดอยู่ ทุกอย่างลงตัวดีคร่ะ แทบไม่มีอะไรจะติ
เพียงแต่แอบงงว่า ตอนนั่งเรือนี่ ใส่เสื้อชูชีพกันแล้วยังจนน้ำตายกันได้อยู่อีกนะคร่ะ คนมันถึงคาดแล้วจริงๆ ?
เที่ยวบิน 224 (Last Fright)
นี่ก็อีก เริ่ดมากๆ เนื้อเรื่องก็ดี หลายๆคนบอกว่าเรื่องเฉลยทุกอย่างตั้งแต่ต้นเลย ไม่มีการหักมุม แต่เดี๊ยนว่าแบบนี้ก็ดีนะคร่ะ หนังแค่สามสิบนาทีจะเอาเวลาที่ไหนไปหักมุมเก็บเรื่องไว้คร่ะ สู้บอกๆไปแต่ต้นแล้วเอาเวลามาหลอกผีให้สุดๆไปเลยดีกว่า แถมยังเล่นกับความรู้สึกคนดู ที่อยู่บนเครื่องมืดๆแคบๆ ฝนตก ฝ่าพายุ แถมหนีไปไหนไม่ได้แน่ๆ สูงซะขนาดนั้น
แต่ก็ยังมีจุดบอดอยู่เยอะที่ทำให้คนดูมองว่าไม่สมจริง แล้วทำให้ดูไม่สนุก ซึ่งหลายเรื่องเดี๊ยนเชื่อว่าเป็นไปได้นะคร่ะ อย่างเรื่องขนศพขึ้นเครื่องแบบนั้น ในเรื่องก็อธิบายไปแล้วว่าเป็นเจ้าหญิง ในความเป็นจริงทางปฏิบัติแล้ว เค้าก็ทำกันแบบนั้นจริงๆคร่ะ เหมาลำแล้วเอาศพห่อขึ้นเครื่องชั้นเฟิร์สคลาส เพราะจะให้โหลดมันไม่เหมาะสมกับศักดิ์ฐานะแน่ๆ ส่วนที่ไม่ใส่โลง เพราะมันเอาโลงขึ้นเครื่องไม่ได้คร่ะ (แต่โหลดใส่ใต้ท้องเครื่องได้) เพราะฉนั้นจึงต้องห่อศพไว้เป็นมัมมี่แบบนั้น และถ้าเจ้าหญิงเป็นชาวอิสลามก็คลายข้อสงสัยเรื่องต้องรีบขนศพได้เลย เพราะต้องรีบฝังภายใน 24 ชั่วโมง เลยต้องรีบขนด้วยภายใน 15 ชั่วโมง
แต่ที่มันไม่ค่อยน่าจะเป็นไปได้เลยคือ หนึ่ง เรื่องที่เจ้าหญิงเสด็จมาคนเดียว ถึงจะบอกว่าเปนส่วนพระองค์ก็เถอะ องครักษ์หรือคนใช้ไม่มีซักตัว ถึงจะอ้างว่า เจ้าหญิงจะตกกระป๋องแล้ว หรือเจ้าหญิงอยากจะมาคนเดียวเพื่อแก้แค้นพิมพ์(พลอย) แต่มันก็ไม่สมเหตุสมผลกับตำแหน่งเจ้าหญิงอยู่ดี
สองคือ การตายของเจ้าหญิง เรื่องแพ้กุ้งหน่ะ เชื่อว่าตายได้ถึงแม้คีบกุ้งออก แต่จนเครื่องลงแล้วเจ้าหญิงไม่มีอาการหายใจไม่ออก หรือดิ้นทุรนทุรายอะไรเลย เพียงแค่ไปอาเจียน เลือดออกปากออกตา แต่ลงไปถึงมือหมอแล้ว ก่อนไปเจ้าหญิงยังนั่งนิ่งแถมยังปรายตามาจิกมองพิมพ์อยู่เรย ดูน่าจะรอดแล้ว แต่ไหงยังตายได้อีก
และข้อสุดทาย อันนี้เป็นไปไม่ได้แน่ๆคร่ะ ที่ตอนขนศพขึ้นเครื่องยังวางศพนอนอยู่เลย ซึ่ง ศพน่าจะแข็งตัวได้แล้ว แต่ไหงพอเอาขึ้นเครื่องยังจับศพนั่งได้อีก ศพนี่ไม่ใช่หุ่นนะคร่ะ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทางสายการบินเค้าจะจัดศพให้นอนบนเก้าอี้คร่ะ (เก้าอี้ชั้นเฟิร์สคลาสจะดึงที่วางเท้าใต้เบาะนั่งออกมาเป็นที่นอนได้)
ถึงอย่างไร ถ้าดูไม่คิดอะไร หนังมันก็จะสนุกอะนะ แต่ตอนนี้เขียนยาวสุดเพราะชอบสุดอะแหล่ะ ฉากจบหลอนมากๆ
..
..
..
..
ยังมีส่วนเริ่ดๆของหนังเรื่องนี้อยูคร่ะ
คือชื่อเรื่อง ภาษาไทยคือ "สี่แพร่ง" แต่ภาษาอังกฤษคือ "4bia" ซึ่ง 4 หมายถึงสี่ คือสี่เรื่อง แต่ถ้าอ่านทั้งหมดจะอ่านได้ว่า Phobia ซึ่งเป็นอาการความกลัวนั่นเองคร่ะ
ชื่อเรื่องเหงาคือ Happiness อันนี้ไม่รู้ทำไมคร่ะ สงสัยตอนจบนางเอกได้ผัวซักที ผีก็ได้เมีย เลยจบแบบมีความสุขมั้งคร่ะ
ชื่อเรื่องยันต์สั่งตายคือ Tit For Tat เป็สำนวนหมายถึงการแก้แค้นคร่ะ
และชื่อเรื่องเที่ยวบิน 224 คือ Last Fright ซึ่งถ้าอ่านผ่านๆนึกว่า Flight จะแปลว่าเที่ยวบินสุดท้าย แต่คำนี้จะแปลว่า ความกลัวสุดท้าย เข้าใจเล่นคำดีคร่ะ
แถมยังมีส่วนเชื่อมเรื่องคือ ตอนแรกที่นางเอกเสิร์ชหาข่าวการตายครบร้อยวันในเน็ตก็มีกระทู้ข่าวการตายของเจ้าหญิงโซเฟียในตอนที่สี่ด้วย
ตอนที่สองมีหนังสือพิมพ์ข่าวที่ตกลงมาผ่านหัวสัปเหร่อ... อันนี้ไม่แน่ใจนะ ข้ามดีกว่า
ตอนที่สาม เต๋อที่จมน้ำตายไป เป็นน้องของตุ้ย ซึ่งเป็นเพื่อนแอร์ของพิมพ์ในตอนที่สี่ ทำให้พิมพ์ต้องบินคนเดียว เพราะตุ้ยต้องไปจัดการเรื่องงานศพน้อง
ตอนที่สี่ ที่พิมพ์ดูข่าวการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงมีแถบตัววิ่งข้างใตรายงานข่าวการตายเด็กช่างกล ซึ่งน่าจะเป็นตอนที่สอง
และอันนี้ไม่เกี่ยว ตอนที่สี่ พลอยเล่นเป็นพิมพ์ (พิม-พลอย แฝด -*- )
และฉากเริ่มกเป็นทางสี่แพร่งนั่นแหละ แต่ตอนคนกลางนี่ไม่แน่ใจหว่ะ
เฮ้อออ เหนื่อย สรุปว่าสนุกนะ แต่คาดหวังไว้สูงไปหน่อยจริงๆ มีตอนสามกะสี่นี่แหละที่ชอบมาก ภาพสวยสมจริง เนื้อเรื่องดีสนุกสนาน แต่ถ้าถามว่าเรื่องไหน เหมาะจะเป็นหนังยาวมากกว่า คือเรื่องที่สองกะสี่นี่แหละ เนื้อหามันเยอะ สามารถยืดใส่อะไรเข้าไปได้อีกเยอะ จะทำให้ดูรู้เรื่องมากกว่าและสามารถหักมุมหนังให้เป็นอย่างที่หลายๆคนว่าไว้ได้ ส่วนตอนแรกกะตอนที่สามนี่พอดีแล้ว
_________________







