งานดนตรีของพี่นุ้ยเริ่มจะมีความเปลี่ยนแปลงให้เห็นและได้ยินอยู่กลายๆมาตั้งแต่ตอนที่ออกอัลบั้มที่สองกับเดอะพีชแบนด์ที่ชื่อว่า All Over Again แล้ว ซึ่งงานดนตรีเริ่มจะเป็นอาร์แอนด์บีบางๆในหลายๆเพลง แต่มาในงานดียวของเธอนี้ งานดนตรีเริ่มจะมีความ “ดำ” มากขึ้น (ไม่ได้ว่าไม่ดีนะครับ แต่จะบอกว่ามันเริ่มไปทางแบล็คมิวสิกมากขึ้นเท่านั้นเอง) มันจะไม่ใช่เพียงปอปและอาร์แอนด์บีเท่านั้น แต่มันจะเพิ่มความเป็นฟังค์ ฮิปฮอป แถมยังมีดิสโก้ติดมาเล็กน้อย ทำให้เอกลักษณ์ของอัลบั้มมีความชัดเจนขึ้นไปอีก
สำหรับโปรดิวเซอร์ในงานชุดนี้ก็เป็นที่รู้จักกันดีพอสมควร เขาคนนั้นคือ พี่ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ ซึ่งเคยอยู่เบื้องหลังศิลปินมาแล้วหลายๆคน และนักดนตรีในอัลบั้มส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนๆร่วมค่ายอย่างคุณกั้ง (ซาโนวา) พี่ๆจากโมโนโทนกรุ๊ป และยังมีนักแต่งเพลงรับเชิญอย่าง Zentrady และคุณโตน-จักรธร (วงโซฟา) ที่มาช่วยสร้างเสริมเนื้อเพลงให้ไพเราะมากขึ้น เจ้าของอัลบั้มเองก็มีส่วนร่วมในการทำดนตรีกับเนื้อเพลงด้วยเช่นกัน ทำให้งานดนตรีออกมาค่อนข้างสมบูรณ์
ทำนองในแต่ละเพลงนั้นให้อารมณ์ที่โดดออกมาค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากใช้นักดนตรีที่แตกต่างกัน แต่ว่าเรื่องความไพเราะนั้นคงจะหายห่วงได้เพราะแต่ละเพลงนั้นออกแบบมาเพื่อพี่นุ้ยโดยตรง เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นในริทึ่มเซคชั่นต่างสร้างทำนองขึ้นมาได้อย่างรัดกุมและเหมาะสมกับอารมณ์ ส่วนบราสเซคชั่นก็ทำหน้าเป็นสีสันได้อย่างสนุก อย่างเช่นในเพลง Free Free ที่เครื่องเป่านี้จะมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ (ซึ่งท่าน Kijjaz นั่นเองที่เป็นคนทำหน้าที่ในส่วนของเครื่องเป่าเหล่านี้) สำหรับเสียงร้องนั้น พี่นุ้ยยังคงรักษามาตรฐานได้เหมือนเดิม และเนื่องด้วยแนวดนตรีที่เข้มข้นทำให้การออกแบบเสียงมีความหลากหลายมากขึ้นอีกด้วย
สำหรับเพลงเด่นๆในชุดนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น ที่แห่งรัก ที่ตั้งใจจะทำออกมาเป็น “อีปิก” นิดๆ (พูดเหมือนว่าจะทำเพลงโปรเกรสสีฟร็อคอย่างนั้นแหละครับ ฮา) ออร์เคสตร้ามีมาครบเครื่อง แต่ซาวด์นั้นกลับทำให้นึกถึงเพลง Truenorth ของ No-Man ที่ให้อารมณ์คล้ายๆกัน (แต่อันหลังจะหม่นกว่า) และก่อนที่จะถึงท่อน Reprise ของที่แห่งรัก ก็จะมีเพลง Melody ซึ่งทำออกมาเป็นปอปง่ายๆคือมีกีต้าร์กับโปรแกรมมิ่งนิดหน่อย แต่ทีไม่ธรรมดาคือนักร้องรับเชิญที่ชื่อ แพรวา จิรประวัติ ณ อยุธยา เสียงของคุณแพรเธอน่ารักและกังวานไสดี เข้ากับตัวเพลง และอีกเพลงก็เห็นจะเป้น Free Free ที่มีบราสเซคชั่นซึ่งท่าน Kijjaz เป็นผู้เรียบเรียงขึ้นมาเป็นจุดเด่น
อัลบั้มนี้เริ่มจะเห็นความเป็นตัวตนของพี่นุ้ยจริงๆเสียทีละครับ เห็นได้จากดนตรีที่มีความเข้มข้นมากขึ้น รายละเอียดที่มีมากขึ้น ทำให้งานของเธอมีความโดดเด่นมากกว่าตอนที่อยู่กับเดอะพีชแบนด์เสียอีก ที่เหลือเราคงต้องมาติดตามกันว่างานเพลงต่อๆไปของเธอจะเป็นอย่างไร
ปล.
วันนี้ไม่มีรูปปกอัลบั้มให้ดูนะครับ ต้องขออภัย






