ว่าแล้วเข้าเรื่องกันเถอะค่ะ ก็รีวิวนี้จะเป็นรีวิว20อันดับเพลงที่เดี๊ยนฟังบ่อยที่สุดประจำเดือนนี้นะคะก่อนอื่นขอทำความเข้าใจกับผู้อ่านทุกท่านก่อนนะคะว่าใน20อันดับนี้บางอันดับอาจจะอัดกันหลายเพลงอยู่เนื่องจากเดี๊ยนเป็นคนที่ชอบนั่นชอบนี่ไปเรื่อยและก็ไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นเพลงของปี2008-2009ด้วยน่ะค่ะ
อ๋อ อีกเรื่องที่อยากจะกราบเรียน รีวิวนี้เดี๊ยนก็จะยังคงรีวิวแบบน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรงรีวิวเป็น100บรรทัดได้ใจความ10บรรทัดเช่นเดิมนะคะ เพราะรีวิวแบบนี้มาตั้งนานแล้วก็มีปัญญาประสบความสำเร็จดีค่ะ ขนาดใจความมีไม่ถึง10บรรทัดสำหรับบางคนนี่แต่หลายคนยังยกให้เป็นอดีตตัวแม่บอร์ดรีวิวเลยนะคะเนี่ย หึหึหึหึหึหึ นี่แหละค่ะดังได้เป็นที่ยอมรับได้โดยศักยภาพของตัวเองดังในทางที่ดีผิดกับบางตัวนะคะไต่อันดับเป็นขวัญใจบอร์ดได้เพราะทำตัวเหมือนหมาติดสัตว์ร่านเยี่ยวรดบนส้นตีนตามติดเป้งพาลชาวบ้านเขาไปทั่ว ของแบบนี้ไม่อยากพูดอะไรมากค่ะรอตายห่าไปพร้อมๆกันทั้งคู่แล้วเราก็จะได้เห็นอะไรดีๆเองว่าใครเป็นที่จดจำในฐานะผู้ที่สร้างประโยชน์ให้สังคม FF มากกว่าคนที่รีวิวงานดีๆหรือพวกคนที่ทำตัวเหมือนหมาเอาขี้มาทิ้งใส่ชาวบ้านเปนกระทู้ๆไปวันๆ เอาล่ะค่ะเดี๊ยนจะรีวิวตามแบบเดิมนะคะจะรีวิวให้ยาวๆๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะไม่หนักห*แม่ห*ยายใคร (หรือถ้าหนักของใครก็รบกวนพีเอ็มมาบอกด้วยนะคะ) เชื่อว่าแฟนๆงานรีวิวของเดี๊ยนหลายๆคนอ่านจบและมีปัญญาหาสาระกันได้มากกว่า10บรรทัดอยู่แล้วส่วนพวกที่กระทั่งรีวิวภาษาไทยภาษาโคตรพ่อโคตรแม่ตัวเองแท้ๆยังไม่มีปัญญาอ่านจับใจความให้จบนี่เดี๊ยนก็คงจะไม่ไปเอาอะไรลึกซึ้งมากหรอกค่ะอย่าว่าแต่จะไปกราบตงกราบตีนทำเป็นตอแหลคุยดีแบบที่มันชอบทำด้วยเลยให้ไปค้นหาอารยทางสันดานที่เจริญแล้วในหมู่คนเหล่านี้นี่เดี๊ยนคงไม่ลดตัวลงไปขุดให้มันเหนื่อยหรอกค่ะ สรุปง่ายๆว่าคนพรรค์นี้จะให้เปรียบสายเลือดของพวกมันก็คงเปรียบได้กับลายของหมาน่ะค่ะ ไปคิดกันเอาเองแล้วกันว่าสะท้อนมาตรงกับพฤติกรรมในโลกไซเบอร์ของมันรึเปล่า
20. Pink : So What /Mariah Carey : I'm That Chick /Beyonce : Broken Hearted Girl /Kylie Minogue : Cosmic / Mandy Moore : All Good Thing
เอาล่ะค่ะอันดับที่20นี่ล่อไป5เพลงเลยนะคะ 5เพลงที่กล่าวมานี้นี่ชอบโดยเหตุผลต่างๆกันไปค่ะอย่าง So What ของพิ้งค์นี่ส่วนตัวต้องขอสารภาพเลยนะคะว่าแรกๆนี่เฉยๆไปจนถึงขั้นเกลียดเลยทีเดียวเป็นแทร็คเปิดตัวที่เดี๊ยนผิดหวังที่สุดจากพิ้งค์รองจาก Stupid Girl เลยทีเดียวพ็อพร็อคจังหวะกะโหลกกะลาผสานความเป็นแดนซ์และอิเล็คโทรอ่อนๆเข้ามาเป็นกระษัย ต๊ายๆๆๆๆๆตายๆๆๆๆๆๆทำไมอีเจ๊ทำเพลงกะเป๊ปกะป๊าปอย่างนี้เล่าคะ หากแต่นานๆไปหลังจากที่มันได้อันดับหนึ่งหลังจากที่คนและแวดล้อมรอบข้างกระหน่ำเพลงนี้ใส่หูเดี๊ยนอย่างไร้สติแล้ว (แม้กระทั่งผับเกย์ที่สีลม) ชอบเลยค่ะ ไม่มีอะไรจะมอบให้นอกจากจะบอกว่าเป็นเพลงที่มีฮุคเจ๋งที่สุดในรอบปีเพลงนึงเลยทีเดียว ความติดหูนี่มันปีนไปถึงความสะท้านใจได้ไม่ยากเย็นจริงๆ
สำหรับ I'm That Chick นี่เป็นหนึ่งในแทร็คที่โปรดที่สุดของมารายห์เลยนะคะ คือจากการที่ติดตามเจ๊มาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มที่เจ๊ทำแนวพ็อพบัลลาดย้อนยุคมาถึงช่วงที่เจ๊สลัดคราบมาเป็นสาวอาร์แอนด์บีฮิพฮอพนี่ใครจะไปคิดว่าเจ๊จะทำเพลงเต้นรำดิสโก้ได้เข้าท่าขนาดนี้ เพลงนี้ตัวเพลงเป็นโอลด์สคูลแดนซ์-พ็อพ ดิสโก้ที่ผสานกลิ่นของความเป็นฟั้งค์กี้ย์และอาร์แอนด์บีได้อย่างลงตัวเลยทีเดียวแฟ่นมากๆค่ะ ต๊ายยยยย ถ้าอีเจ๊หมีเดี๊ยนทะลึ่งแปลงร่างเป็นแดนซ์ซิ่งควีนช่วงทศวรรษหน้าล่ะก็ มาดอนน่า ไคย์ลีย์ บียอนเซ่ ริฮานน่าและอีติ๊หนาวแน่ๆคอยดูนะคะ
มาที่เพลงนี้จริงๆแล้วก็ต้องยอมรับนะคะว่าไม่ใช่บัลลาดที่เด็ดที่สุดจากอัลบั้ม I Am.... ของบียอนเซ่ อย่างไรก็ตามในแง่ของความโดนด้วยความไพเราะและภาคเนื้อหาที่กรีดกลางใจมากๆ ทำให้แทร็คนี้เป็นแทร็คที่เดี๊ยนชอบที่สุดในงานชุดนี้เลยทีเดียว เมนท์สตรีมพ็อพโซลอาร์แอนด์บีบัลลาดเนียนๆผสานสรรพสำเนียงและการร้อยเรียงภาคดนตรีที่ทรงพลังแบบบลูส์โซล แอร๊ยยยย ไม่มีอะไรจะมอบค่ะเป็นหนึ่งในแทร็คบัลลาดที่ทรงพลัง ไพเราะและสมบูรณ์แบบที่สุดแทร็คหนึ่งจากบียอนเซ่เลยทีเดียว
ไม่เคยนึกฝันนะคะว่าศิลปินอย่างแมนดี้ มัวร์จะเนรมิตเพลงที่สะกดให้เดี๊ยนต้องตกอยู่ในภวังค์ได้อย่างเพลงนี้ ตัวเพลงเป็นพ็อพโฟล์คหม่นๆเจือความเป็นพ็อพร็อค โฟล์คร็อค อัลเทอเนทีฟและเคลติคสุดคลาสสิคได้อย่างลงตัวมากๆ ฟังแล้วอึ้งค่ะ เพราะและเศร้ามากๆ เป็นอีกแทร็คที่ฟังแล้วน้ำตาตก เป็นหนึ่งในแทร็คที่มืดหม่นหดหู่ที่สุดที่เคยได้ยินจากแมนดี้แต่ในขณะเดียวกันเป็นแทร็คที่สวยงามเปี่ยมศักยภาพพอที่จะเป็นตัวแทนในการเปลี่ยนทัศนคติผู้ที่ได้ฟังให้เลงเห็นถึงความเป็นศิลปินคุณภาพในตัวเธอ
เอาล่ะค่ะมาถึงเจ๊ไคย์ลีย์ ต้องเรียนตามตรงนะคะว่าปกติบัลลาดเจ๊ไคย์นี่ไม่ค่อยจะทำให้เดี๊ยนตกหลุมรักได้มากมายเท่าไรที่ชอบนี่นับนิ้วได้เลยค่ะมี Put Yourself In My Place / Loving Day แล้วก็เพลงนี้เนี่ยแหละค่ะ มาที่ภาคดนตรีในCosmicเป็นโอลด์สคูลเมนท์สตรีมพ็อพบัลลาดที่ภาคการนำเสนอและเรียบเรียงให้ความรู้สึกถึงอาร์แอนด์บีโซลบัลลาดในยุค70ไปจนถึงบัลลาดแบบคาบาเร่ต์ที่ใช้โชว์ตามอัลคาซ่าร์เลยทีเดียว ส่วนตัวเป็นแทร็คที่ฟังบ่อยที่สุดในอัลบั้ม X ของอีเจีไคย์เลยทีเดียวมีความสัมพันธ์กับจิตวิญญาณอย่างประหลาด เชียร์ให้เข้าทำเนียบบัลลาดสีม่วงโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะพุ่งเข้าได้ค่ะเจ๊
19.Rammstein : Engel
โดยส่วนตัวแล้วไม่ใช่คอเพลงของพวกอินดัสเทรียลเมทัลก็ต้องขอบคุณแฟนของเดี๊ยนนะคะที่เป็นคอเพลงแนวนี้และก็ได้ช่วยแนะนำให้เดี๊ยนรู้จักกับวงเมทัลที่มีเสน่ห์ที่สุดวงหนึ่งจากเยอรมัน (ถ้าจำไม่ผิด) อย่างวงนี้ โดยส่วนตัวแม้ว่าจะไม่ได้หล่อหลอมโสตประสาทของตัวเองเข้ากับเพลงของวงนี้หรือดนตรีแนวนี้มากนักแต่ปฏิเสธไม่ลงค่ะว่าแทร็คนี้เป็นแทร็คที่สะกดเดี๊ยนอยู่หมัดจริงๆ ด้วยภาคดนตรีโพสท์-อินดัสเทรียลเมทัลดิบกร้าวผสานโกธิคหลอนๆและหยอดบีทเต้นรำกึ่งๆเทคโนลงไปแบบเจือจางให้ผลลัพธ์ออกมาโดนใจมากๆ แม้ว่าจะไม่ได้หนักหน่วงจนน่ากลัวและฟังไม่รู้เรื่องอย่างพวกแบล็คเมทัลหรือเดธเมทัลแต่ด้วยส่วนผสมที่คลาสสิคและเปแนพ็อพขึ้นมาอีกหลายระดับในแทร็คนี้นี่เข้าทางรสนิยมเดี๊ยนดีแท้
18.Anita O'day : Tea For Two/Nina Simone : Wild Is The Wind
สลับมาฟังแจ๊ซซ์กันดูบ้างมั้ยคะแน่นอนค่ะเพลงแจ๊ซซ์ที่โปรดปรานที่สุดคลอดกาลสำหรับเดี๊ยนจะขาด Tea For Two ของเจ้าป้าแอนนิต้า โอเดย์ไปเสียไม่ได้ ตัวเพลงเป็นสแตนดาร์ดเพียโนไลท์แจ๊ซซ์ยืนพื้นผสานลูกเล่นบีบ็อพและสวิงวัดกันที่ภาคดนตรีอาจจะไม่มีอะไรไปมากกว่าเพลงสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ชิลล์ๆที่หาฟังได้ทั่วไปช่วงยุค50หาแต่เพลงนี้มีทีเด็ดอยุ่ที่การอิมโพรไวซ์เสียงร้องที่รวดเร็วและเหนือชั้นมากๆอีมาลัยหรือบียอนเซ่ที่ว่าร้องด้นเร็วๆมาเจอเจ้าป้าเข้าไปนี่กราบเลยค่ะ เหนือชั้นมากๆการร้องของเจ้าป้าในเพลงนี้และอีกหลายๆเพลงถูกจัดให้เป็นการร้องแจ๊ซซ์โดยศิลปินหญิงที่ใช้สปีดเสียงเร็วที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์แจ๊ซซืเคยมีมาเลยทีเดียว
จากสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์หวานๆชิลล์ๆมาสู่บัลลาดเพียโนแจ๊ซซ์อันหมองหม่นอีกอารมณ์ด้วยน้ำเสียงดิบกร้าวทรงพลังแบบบลูส์โซลอาร์แอนด์บีดิบๆคลอไปกับภาคดนตรีคลาสสิคสแตนดาร์ดเพียโนไลท์แจ๊ซซ์บางๆเป็นแบ็คกราวนด์ แค่เสียงป้าก็กินขาดทุกสิ่ง ใครชอบดิว่าเพลงบลูส์เพลงโซลกับน้ำเสียงดิบๆเนื้อเสียงโซลหนาๆแน่นๆล่ะก็เดี๊ยนว่าคงชอบเพลงนี้ได้ไม่ยาก
17. Sarah Brightman Feat. Kazim Al Sahir : The War Is Over
จริงๆแล้วเพลงนี้อาจจะไม่ใช่เพลงที่ดีที่สุดจากเธอนะคะแต่เมื่อช่วงต้นเดือนได้ไปขุดซีดีอัลบั้ม Harem ของเธอกลับมาฟังแล้วเกิดอาการปิ๊งแทร็คนี้อีกครั้งด้วยความไพเราะของน้ำเสียงและวาทะศิลป์ที่สวยงามเหนือชั้นของการร้อยเรียงถ้อยคำประพันธ์ ตัวเพลงไม่ได้เข้าขั้นโอเปราติคพ็อพอย่างที่เราคุ้นเคยจากเธอหากแต่มาในรูปนิวเอจพ็อพบัลลาดหวานๆลอยละล่องผสานกลิ่นอายเวิลด์มิวสิคจากเครื่องสายและจังหวะของดนตรีพื้นเมืองโซนตะวันออกได้อย่างทรงเสน่ห์ ไม่ต้องโก่งคอหวีดมากมายเธอก็ร้องเพลงได้เพราะฆ่าคนฟังตายไปเลยทีเดียว เริ่ด
16.Nirvana : Heart-Shaped Box/ Oasis : Slide away / Travis : Re-offender
ถ้า Smells Like Teen Spirit คือแทร็คหฤโหดที่กินใจคอกรั๊นจ์ขาพั้งค์และชาวร็อควัยโจ๋ที่สะเด็ดสะเด่าและคลาสสิคเข้าขั้นแทร็คบรมครูที่สุดของวงนี้แล้วล่ะก็ Heart-Shaped Box ก็เปรียบเสมือนแทร็คที่จะหลอมคุณให้ละลายและดำดิ่งลงสู่ด้านมืดของจิตใจทั้งความก้าวร้าว ดิบโหด ความมืดหม่นอนธกาลและแน่นอนความเดรัจฉานอย่างไร้ขีดจำกัดที่ดำเนินการเดินทางภายใต้ดนตรีกรั๊นจ์ร็อคบัลลาดที่เป็นสูตรสำเร็จและเสน่ห์ของ Nirvana ที่ผสานเข้ากับความเป็นพั้งค์และฮาร์ดร็อคก่อให้เกิดอัตลักษณ์ทางดนตรีอันแสนยิ่งใหญ่ที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่มาจนถึงวินาทีนี้
แม้ว่าส่วนตัวจะไม่ใช่สาวก Oasis แล้วก็ไม่ได้นับถือชอบพออะไรวงนี้เลยด้วยซ้ำแต่ไม่ปฏิเสธค่ะว่า Slide Away จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเดี๊ยนไปแล้ว คือเป็นเพลงที่ฟังมาตั้งแต่เด็กๆพลังความเป็นร็อคแอนด์โรลและพั้งค์ในภาคดนตรีของเพลงนี้มันยังส่งแรงขับเคลื่อนให้แก่ชีวิตของเดี๊ยนมาจนถึงทุกวันนี้ รักเพลงนี้มากๆค่ะ
มาพบกับความหมองหม่นในอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่ได้มาในแนวกราดเกรี้ยวก้าวร้าวแบบสองเพลงข้างต้นหากแต่มาในแบบกรีดกรายหวานใสเหนือระดับกับภาคดนตรีงามระยับแต่กระซวกลึกไปถึงแก่นของหัวใจกับ Re-Offender ของ Travis ที่ตัวเพลงเป็นบริทพ็อพบัลลาดผสานความเป็นอคูสติค โฟล์คร็อคและเครื่องสายแบบเมนท์สตรีมสุดอลังการที่นำพาผู้ฟังทะลวงไปถึงแก่นที่ลึกที่สุดของความเศร้าโศก ฟังแลเวยอมรับค่ะว่าหลุดลอยไปเลยเป็นความเจ็บปวดทุกข์ระทมบีบคั้นอย่างรวดร้าวที่สุดเท่าที่เคยได้รับหากแต่แปลกที่รักและยินดีจะจมอยู่กับมันไปชั่วกาลนาน ถ้าวันไหนฆ่าตัวตายจะเปิดเพลงนี้ค่ะจะได้ตายง่ายๆหน่อย
15.Rihanna : Take A Bow/Ashanti Feat. Lloyd : Take Me Tonight/Mya : Fallen/Alicia Keys : Girlfriend
เชื่อว่าหลายคนคงตกใจนะคะที่มี Take A Bow ของห่านอยู่ในลิสต์เดี๊ยนด้วย เอ่อ ส่วนตัวใครจะคิดอย่างไรไม่ทราบนะคะแต่สำหรับเดี๊ยนรักเพลงนี้และเพลงนี้โดนมากๆ เนื่องด้วยช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิตช่วงหนึ่งเพลงนี้เปรียบเสมือนเพื่อนที่คอยปลอบประโลมและอยู่เคียงข้างตลอดรวมถึงภาคเนื้อหาที่แบบคือแต่งออกมาโดนใจคนใช้ชีวิตรักอยู่แล้วไปกันได้ดีกับตัวเพลงที่เป็นพ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดสูตรสำเร็จที่กำลังระบาดอย่างหนักในฝั่งอเมริกา โอเคโหลค่ะไม่เถียง แต่ถ้าโหลแล้วออกมาดีครบสูตรสำเร็จที่ควรจะดังแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ควรชมนอกจากนี้เพลงนี้ยังแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงพัฒนาการในภาคบัลลาดของตัวห่านเองที่มีสูงขึ้นจากบัลลาดแล้วๆมาของเธอมากๆ ลงตัวค่ะเยี่ยม
มาที่ Take Me Tonight ของอแชนทิต้องสารภาพนะคะว่าฟังทีแรกแล้วตกใจมากๆคือไม่คิดว่าจะได้ยินเพลงระดบนี้จากเธอ ภาคดนตรีเป็นโมเดิร์นอาร์แอนด์บีผสานชิลล์แจ๊ซซ์ โซล ฟั้งค์และอาร์แอนด์บีฮิพฮอพไล่เลียงดนตรีได้อย่างเหนือระดับมากๆยิ่งได้นายลอยด์มาช่วยฟีทเจอริ่งแล้วยิ่งเซ็กซี่บาดใจหนักเข้าไปอีก กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อะไรๆก็ลงตัวไปหมด เริ่ดมากๆเป็นหนึ่งในแทร็ดที่ดีที่สุดของอแชนทิ
สำหรับเดี๊ยน Fallen คือแทร็คบัลลาดที่ดีและที่สุดจากมายาอย่างไร้ข้อครหาใดๆเลยทีเดียวกับภาคดนตรีแบบโมเดิร์นพ็อพโซลอาร์แอนด์บีเมโลดีย์สวยเหนือระดับอาร์แอนด์บีทั่วไปอยู่หลายช่วงตัวผนวกเข้ากับภาคการนำเสนอสุดอลังการและความสมบูรณ์แบบรอบด้านทุกองค์ประกอบ เป็นแทร็คที่ไม่เคยหายไปจากชีวิตการฟังดนตรีตั้งแต่ได้พบกัน
สำหรับเดี๊ยนแล้วถ้าจะให้หาแทร็คที่ฟังบ่อยมากๆของอลิช่า คียส์นี่ก็หลายแทร็คนะคะ คงจะเกินความสามารถที่จะมานั่งไล่ลำดับว่าเพลงไหนฟังมากฟังน้อยจากเธอเอาเป็นว่าขอรีวิวแทร็คที่อยากเชียนถึงก็แล้วกัน โดยส่วนตัวช่วงนี้สนใจที่จะพูดถึง Girlfriend เนื่องจากภาคการนำเสนอนั้นถือว่าเปรี้ยวและเด็ดมากทีเดียวในช่วงต้นยุค2000กับภาคดนตรีแบบพ็อพโซลอาร์แอนด์บีผสานความเป็นคลาสสิคและฮิพฮอพได้อย่างมีมิติจัดว่าเป็นอีกหนึ่งแทร็คที่อลิช่านำดนตรีฟังยากอย่างโซลอาร์แอนด์บีมายกระดับให้ร่วมสมัยมากขึ้นอย่างน่ายกย่องเลยทีเดียว
14. Britney Spears : Shattered Glass
มีน้องหลายคนถามมานะคะว่า พี่แนสขาใน Circus พี่ชอบแทร็คไหนที่สุดเหรอคะ ตอนแรกนี่มีถูกใจหลายแทร็คอยู่นะคะตั้งแต่ Circus/Kill The Light/Unusual You/Mannequin/My Baby อะไรพวกนี้แต่ไปๆมาๆแทร็คที่ฟังบ่อยเข้าขั้นบ้าเลยก็คือ Shattered Glass ซึ่งตอนนี้เดี๊ยนรู้ตัวแล้วว่าเป็นแทร็คที่โปรดปรานที่สุดฟังบ่อยมากๆค่ะ ด้วยความที่ฟังครั้งแรกแล้วมันปิ๊งเลยกับภาคดนตรีอิเล็คโทรแดนซ์-พ็อพ เทคโนสลวยๆที่แม้ว่าจะไม่แรงเท่ากับหลายๆแทร็คที่เหลือในอัลบั้มไปจนถึงถูกค่อนขอดว่าเธอทำออกมาได้เสี่ยวโหลไม่ถึงเกณฑ์ แต่อย่างไรก็ตามแทร็คนี้มันมีอะไรพิเศษในตัวสำหรับเดี๊ยนที่แทร็คอื่นๆไม่มีน่ะค่ะ พลังของความเป็นบริทนีย์ยังไงล่ะคะ
13. The Feeling : Fill My Little World
แม้ว่าจะไม่ใช่แฟนเพลงขาประจำของวงนี้ก็ตามแต่ก็จำได้ว่ามีช่วงนึงที่บ้าเพลงนี้เอามากๆด้วยลูกบ้าและความสดใสน่ารักของตัวเพลงที่ยืนพื้นบนดนตรีซอฟต์ร็อคใสๆผสานพ็อพร็อคกลิ่น70-80น่ารักๆ แต่อะไรก็ไม่เท่ากับท่อนฮุคค่ะบรรจงแต่งมาได้น่าหยิกมากๆฟังบนแท็กซี่ตอนแรกแล้วกรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆหาชื่อวงอยู่ตั้งสองอาทิตย์ ใครจะไปเชื่อว่าเพลงน่ารักๆเพลงเดียวจะเปลี่ยนวันธรรมดาๆให้กลายเป็นวันพิเศษได้
12.Tahiti 80 : Here Comes.../The Rapture : Don Gon Do It/The Black Eyed Peas : Where Is The Love?/Adam Rickitt : Everything My Heart Desires
แม้ว่าจะไม่ใช่โอลด์สคูลเฟรนซ์พ็อพน่ารักๆอย่างที่เราคุ้นเคยกันจากเพลงก่อนหน้านี้ของ Tahiti 80 ก็ตาม อย่างไรซะแทร็คนี้ถ้ามองข้ามภาคดนตรีที่รายละเอียดค่อนข้างย่บยั่บออกไปแล้วจัดว่ามีมีฮุคที่เหนือชั้นเลยทีเดียวนะคะ รวมถึงภาคการนำเสนอที่น่าสนใจที่ยกระดับเฟรนซ์พ็อพน่ารักๆเข้ากับการเหยาะบีทฮิพฮอพหนักๆ โซล ฟั้งค์ ทริพฮอพและดาวน์เทมโพก่อนจะตบท้ายด้วยความเป็นอคูสติคลงไปได้อย่างค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว ออกมาเป็นเฟรนซ์พ็อพอีกหนึ่งอารมณืที่ฉีกออกไปได้อาร์ทและแนวกันมากๆค่ะตัว
จริงๆแล้วเพลงของ The Rapture ที่ดีกว่าเพลงนี้ยังมีอีกมากค่ะแต่โดยส่วนตัวแล้วถูกชะตากับแทร็คนี้อย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว ด้วยความโจ๊ะที่เข้าถึงง่ายไม่ต้องไต่บันไดฟังมากมายน่ะค่ะ มาที่ภาคดนตรีเป็นเรโทรแดนซ์-พั้งค์ที่ใส่ความเป็นคลับแดนซ์ยุค80ใส่ความเป็นพั้งคร็อคติดกลิ่นโลไฟก่อนจะตบด้วยฟั้งค์และดิสโก้ได้อย่างเหนือชั้น เก๋มากๆ
55555 แทร็คนี้นี่ชอบจริงๆค่ะใครจะหาว่าโหลก็ช่างค่ะ แต่ฟังแล้วไม่เคยเบื่อเลยด้วยภาคดนตรีแบบเป็นฮิพฮอพอาร์แอนด์บีที่บีบความเป็นพ็อพสูงกว่าฮิพฮอพอาร์แอนด์บีทั่วไปเข้าไปเสริมทัพได้อย่างถูกกาละเทศะมากๆ รวมถึงความติดหูและภาคเนื้อหาอันบริสุทธิ์ยิ่งใหญ่ที่ทำให้เดี๊ยนต้องหันกลับย้อนมองชีวิตตนเองในทุกบทบาทและทุกสังคมแล้ว ก็พยายามที่จะรู้จักมอบความรักให้คนรอบข้างมากกว่าที่เป็นอยู่นี่นะคะ
แหมๆๆๆๆๆๆก็ชอบเพลงนี้นี่คะ แม้ว่าจะพี่อดัมของเดี๊ยนจะออกมาดังอยู่สองเพลงแล้วหายไปก็ตามแต่สำหรับเดี๊ยนปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียวนะคะว่าไอ้สองเพลงของพี่นั่นน่ะ มันมีอิทธิพลกับชีวิตสีลมหนูมาจนถึงทุกวันนี้เลยทีเดียว โดยเฉพาะเพลงนี้จัดว่าเป็นเพลงพ็อพเต้นรำที่มีฮุคและความหมายน่ารักมากๆ ส่วนตัวฟังแล้วคิดถึงหน้าแฟนหนูทุกคนเลยค่ะ หึหึหึหึหึหึหึ เลยฟังบ่อยเป็นพิเศษ ทุกวันนี้ยังได้ยินแถวๆสีลมอยู่เลย
11.Bessie Smith : Nobody Knows You When You're Down And Out/Billie Holiday : Goodmorning Heartache
อย่างที่เคยได้รีวิวไปแล้วนะคะว่าเพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงที่เดี๊ยนชอบที่สุดในชีวิตการฟังเพลงเลยทีเดียว เป็นเพลงบลูส์บัลลาดที่เชือดเฉือนทั้งภาคเนื้อหาและทรงพลังในแง่ของการถ่ายทอดอย่างแท้จริง ทุกคำที่ป้าเบสซี่เปล่งออกมาจากหัวใจนี่เด็กคนนี้เห็นภาพเป็นรูปธรรมและเข้าใจมันอย่างดีค่ะว่าคนเราเวลาชีวิตมันเดินมาถึงจุดตกต่ำแล้วมันโดดเดี่ยวแค่ไหน นี่คือภาพสะท้อนชีวิตครอบครัวของเดี๊ยนได้อย่างสมจริง โหดร้ายแต่สมบูรณ์แบบมากๆ
เป็นอีกหนึ่งเพลงแจ๊ซซ์ที่เดี๊ยนรักที่สุดนอกจากความอมตะสุดคลาสสิคในตัวของมันแล้วป้าบิลลี่ยังระเบิดอารมณ์เพลงออกมาได้อย่างบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจกับดนตรีบลูส์โซลสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์บัลลาดเข้มๆหม่นๆ ส่วนตัวนับว่าเป็นแทร็คที่ทำออกมาได้อย่างเข้าใจอารมณ์และวินาทีชีวิตในช่วงที่โหยหาการเติมเต็มทางหัวใจและการเยียวยารักษาบาดแผลทางความรู้สึกได้อย่างมีชั้นเชิงทีเดียว
แก้ไขล่าสุดโดย Da Nastina เมื่อ Thu Jan 22, 2009 2:00 pm, ทั้งหมด 27 ครั้ง
_________________





โดนคนรังเกียจขนาดนี้น่าจะพิจารณาตัวเองได้แล้วนะเนี่ยครับผม!!!