1. Harmony Korine
2. Abandoner
3. Salvaging
4. Veneno Para Las Hadas
5. No Twilight Within the Courts of the Sun
6. Significant Other
7. Only Child
8. Twilight Coda
9. Get All That You Deserve
10. Insurgentes
Bonus Tracks
1. Port Rubicon
2. Puncture Wound
3. Collecting Space
4. Insurgentes (Mexico)
5. The 78
ความจริงแล้ว ผมจะเขียนอัลบั้มนี้ตอนที่ได้แผ่นอัลบั้มเวอร์ชั่นปกติของ Kscope มาทีเดียว (จริงๆออกราวๆ ต้นเดือน มี.ค. โน่นเลย) แต่ว่า สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวเลยมาเขียนเอาวันนี้แทน แล้วเป็นที่รู้กันตั้งแต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า พี่แว่น วิลสัน จะออกงานเดี่ยวชุดแรกอย่างเป็นทางการในชื่อว่า Insurgentes ซึ่งก็มีที่มาจากชื่อถนนสายสำคัญในประเทศเม็กซิโก แล้วยังเป็นสถานที่ที่แกใช้ทำส่วนหนึ่งของอัลบั้มนี้ด้วย แล้วแกก็เข้าใจหาวิธีการโปรโมทที่ล้ำลึกเสียเหลือเกิน โดยก่อนที่จะปล่อยอัลบั้มก็ยังจะมีเทรเลอร์ให้ชมก่อนสองคลิป ซึ่งกำกับโดย Lasse Hoile แล้วต่อมาในช่วง ต.ค. ปีที่ผ่านมา เว็บไมโครไซต์ของอัลบั้มก็เปิดให้สั่งจอง Limited Edition ทั้งในแบบของซีดีและไวนิลที่ทำออกมาได้สวยงามทีเดียว แล้วที่คุ้มหน่อยก็คือ การมีแผ่นแถมโบนัสแทร็คซึ่งไม่ได้ปล่อยออกมาพร้อมกับอัลบั้มอีกด้วย (ซึ่งในเวอร์ชั่นปกติของ Kscope จะไม่มี) ส่วนดีวีดีนั้นจะแถมหนังสั้นเกี่ยวกับอัลบั้มนี้ ซึ่งจะเป็นเรื่องราวต่อจาก Fear of a Blank Planet ของ Porcupine Tree แต่แล้ว Limited Edition ของอัลบั้มก็ขายหมดไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฝน ส่วนจะทำออกมาอีกหรือไม่นั้นก็อยู่ที่การตัดสินของพี่แว่นแล้วละ
พี่แว่นพอจะทำเดี่ยวก็มีแขกรับเชิญมากันเป็นพรวน ราวกับซูเปอร์กรุ๊ปก็ไม่ปาน มีทั้ง ลุงโทนี่ เลวิน (เบส) น้ารูเดส (เปียโน) ธีโอ ทราวิส (เครื่องเป่าลมไม้) เดิร์ก เซอร์รีส์ (โดรนกีต้าร์) เกวิน แฮริสัน (กลอง) แถมด้วย มิชิโยะ ยางิ มือโคโตะในคาถาของพี่ซอร์น (Tzadik) ที่มาร่วมบรรเลงในไตเติลแทร็ค และก็โบนัสแทร็คอีกหนึ่งเพลง ความจริงยังไม่หมดแค่นี้หรอกครับ แต่เท่าที่บอกมานี้คงจะเพียงพอแล้วสำหรับซูเปอร์กรุ๊ปในแวดวงของโปรเกรสสีฟร็อคในปัจจุบัน แต่ว่าแนวเพลงที่พี่แว่นทำในชุดนี้กลับผิดคาดไป เพราะงานนี้มีส่วนผสมอยู่มากมาย ใน wikipedia จำแนกไว้ว่าเป็นอินดัสเตรียล โดรน ชูเกซ และอาร์ตร็อค แต่ในความรู้สึกผมแล้วมันอาจจะมากกว่านั้น เพราะมีทั้งแอมเบียนท์ ดรีมปอปแบบ No-Man ในยุคแรกๆ แล้วยังแทรกงานบรรเลงเพราะๆไว้อีกเล็กน้อย ส่วนตัวเพลงนั้น พี่แว่นเองคงไม่อยากให้เยิ่นเย้อมากนัก เพราะเพลงแบบพี่แว่นนี้ถ้าฟังนานๆอาจจะกลายเป็นยากล่อมประสาทชั้นดีขนานหนึ่งเลยทีเดียว (คืออาจทำให้หลับได้นั่นเอง)
สำหรับงานกีต้าร์ของพี่แว่นก็คงรู้กันในความเป็นเอกลักษณ์ของแก บางทีก็จะมีทั้งโดรนบ้าง ชูเกซบ้าง หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็น Soundscapes เข้าไปในอัลบั้มนี้ จนบางทีก็บดบังเสียงร้องที่ล่องลอยของแกไปนิดหน่อย ส่วนเล่นเปียโนที่แกเล่นใน Get All That You Deserve กับไตเติลแทร็คนั้นให้น้ำเสียงที่หม่นหมองมากกว่าตอนที่เล่นใน All Sweet Things ของ No-Man อยู่พอสมควร และเพลงที่โดดเด่นในด้านโดรนกีต้าร์อย่าง Veneno Para Las Hadas ที่เอาชื่อมาจากหนังสยองขวัญท้องถิ่นในเม็กซิโก (แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า The Evil Fairies) พี่แกเอาไลน์กีต้าร์ที่ใกล้เคียงกับ Glacial 1602 จากอัลบั้ม Molotov & Haze มาประยุกต์ใช้ได้อย่างนุ่มนวล และประสานกับไลน์เปียโนใสๆของน้ารูเดสพ่วงด้วยเสียงคลาริเน็ตโดยคุณแว่นธีโอที่เนิบนาบพอกัน ส่วนกลองของเกวินนั้นก็ยังคงสำเนียงที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจาก Porcupine Tree ไปเท่าไหร่นัก ยังได้โชว์เทคนิคแบบที่ทำในวงบ้างเล็กน้อยในเพลง No Twilight Within the Courts of the Sun ที่เป็นเพลง (เกือบจะ) บรรเลง ที่ให้สำเนียงที่เป็นโพสร็อคชอบกลอยู่ ส่วนเบสของลุงโทนี่ก็ยังคงเอกลักษณ์ไว้อย่างเหนียวแน่น มีการสอดแทรกเทคนิคเล็กๆน้อยๆแบบพองาม สำหรับเครื่องดนตรีอื่นๆอย่างโคโตะก็หลอนพอที่จะไปเล่นกับพี่ซอร์นได้เลยทีเดียว รายละเอียดดนตรีของอัลบั้มนี้สูงเกินกว่าที่จะบรรยายได้หมด อย่างไรก็ลองฟังกันต่อในอัลบั้มได้ครับ
สำหรับเพลงที่น่าสนใจในอัลบั้มนี้ก็คงจะเริ่มจากเพลงเปิดตัวอย่าง Harmony Korine ที่ควรจะนำมาเป็นซิงเกิ้ลอย่างที่สุด เพราะเป็นเพลงที่ทำให้รู้สึกฮึกเหิมดี ถ้าใครเป็นคอดนตรีชูเกซก็คงจะชอบได้ไม่ยาก ส่วนถ้าใครชอบงานหม่นๆก็แนะนำให้ฟัง Get All That You Deserve ที่มีไลน์เปียโนและเสียงร้องที่หม่นหมองก่อนที่จะมีพีคในช่วงท้ายๆเพลง และยังมีเพลงเพราะๆอารมณ์ Blackfield อย่าง Significant Other ที่เอาไว้สำหรับแฟนๆของ Porcupine Tree กับ Blackfield โดยเฉพาะ ความจริงแล้ว ทุกเพลงของอัลบั้มล้วนมีความเด่นเฉพาะตัวไม่แพ้กันเลย แต่ขอยกตัวอย่างไว้เพียงเท่านี้ก่อน ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวจะเป็นการลำเอียงกันเปล่าๆ
งานเดี่ยวของพี่แว่นนี้ ผมขอพูดสั้นไว้ว่า เป็นบทสรุปของทุกสิ่งทุกอย่างที่แกทำมา ทั้ง Porcupine Tree, Blackfield, No-Man, Bass Communion และ IEM (เท่ากับว่า ถ้าฟังอัลบั้มเดียวจะได้ทุกๆแนวดนตรีที่วงเหล่านี้ทำ) และผมยังเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ของพี่แว่นยังคงเดินหน้าต่อไปโดยไม่หยุดนิ่ง เราคงต้องคอยติดตามกันตอนต่อไปละว่าแกจะเอาอะไรมานำเสนอเหล่าผู้ฟังอีก



