˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
(รสรมม) The Valentine for Being Single
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ (รสรมม) The Valentine for Being Single 
"The Valentine for being single"




"...Being single used to mean that nobody wanted you. Now it means you're pretty sexy, and you're taking your time deciding how you want your life to be, and who you want to spend it with."

ประโยคนี้เป็นประโยคกินใจเรา ที่ Kim Cattrall ซึ่งเล่นเป็น Samantha Jones ในซีรี่ย์แสนรักของเรา Sex and the City ได้พูดไว้เกี่ยวกับความเป็นโสด ทำไมเราถึงชอบประโยคนี้ถึงขนาดเอาไปพูดให้ทุกคนฟังในทุกๆที่ๆมีโอกาสน่ะรึ คำตอบง่ายๆก็คือ "เราโสด" แค่นั้นเอง โสดมานานมากแล้วด้วย ประโยคนี้มันเลยเหมือนเป็นคำที่เอาไว้บอกตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองว่า "นี่แก แกไม่ได้ไม่มีใครเอานะเว้ย แต่แกน่ะเข้มแข็งต่างหาก แข็งแรงพอที่จะใช้เวลาตัดสินใจว่าชีวิตจะเป็นยังไง และใครที่แกอยากใช้ชีวิตที่แกออกแบบนั้นไปด้วยกัน"

และเราก็แข็งแรงเรื่อยมา เลือกรูปแบบชีวิตเรื่อยมา นานมากพอจนกระทั่งวันหนึ่ง ซึ่งก็เช่นเดียวกับหลายๆวันที่มันเคยเป็นมา คือเราได้มีโอกาสคุยกับคนที่เราคิดว่า "คนนี้รึเปล่านะ คือคนที่เราอยากจะใช้ชีวิตที่เราออกแบบร่วมกับเขา" คนนี้พิเศษตรงที่ ทุกอย่างมันเดินทางมาแบบที่มันควรจะเป็น เริ่มต้นจากพี่น้อง แล้วค่อยๆหยอกนิดสะกิดหน่อยพอให้คิดมากไปได้แบบไม่ใช่แค่เข้าข้างตัวเอง เราใช้เวลาคุยกัน (และตามความหมายนั้น คือ...แค่คุย)มานานกว่า 6 เดือนแล้วล่ะมั้ง ตั้งแต่เรายังขยันหอบคอมพ์ไปเล่นเน็ตที่ห้องสมุดกลางอยู่เลย เราเริ่มต้นด้วยดนตรี พูดคุยตามภาษาคนชอบฟังเพลงที่มีพ่อสื่อ (ถ้าเกิดเราได้คบกันอ่ะนะ)คือเวปบอร์ดชื่อดังที่ปิดไปแล้ว กล้าพอที่จะเพิ่มเป็นเพื่อนใน MSN...ซึ่งสมัยนี้เขาอาจจะไม่เรียกสิ่งนี้ว่าความกล้า กล้าพอที่จะขอเบอร์ กล้าพอที่จะโทรหา กล้าพอที่จะไม่โทรไปอีกและตัดใจลบเบอร์ทิ้งไป และกล้าพอที่จะขอใหม่และโทรไปอีกครั้ง จนได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว เป็นอะไรที่ดูมีเรื่องราวอย่างบอกไม่ถูก

ถึงแม้ว่าในที่สุด เราก็ไม่เข้าข้างตัวเองเท่าไร โดยการทิ้งช่วงห่างไว้อย่างที่มันควรจะเป็น ก็ทำให้เรารู้สึกได้เป็นนัยๆว่ามันไม่ใช่อย่างที่เราคิดไว้หรอก คนๆนี้ไม่มีทางเป็นไปได้มากกว่าน้อง ทั้งๆที่เราแสนอยากจะให้มันเป็น และเราจะไม่ดื้อดึงเข้าข้างตัวเองอีกต่อไป ในเมื่อมันไม่ได้เป็น ก็ไม่เห็นเป็นไร เข้มแข็งและเดินทางต่อไปสิ แค่นั้นก็จบแล้วใช่มั้ย? เปล่าเลย เรื่องมันมาเปลี่ยนตรงที่ว่า วันหนึ่งหลังจากที่ไม่ได้คุยกันมานาน หลังจากการผ่าตัดไส้ติ่งของเรา เราเลยโทรหาเขาคนนั้น และ ณ นาทีที่ 30 หลังจากการพูดคุยหยอกล้อเรื่องการสวนปัสสาวะ ก็มีสายซ้อนเข้ามาจากสายของปลายทาง เขาแว้ปไปรับและกลับมาในเวลาอันสั้น และเล่าให้เราฟังว่า น้องเขาโทรมาบอกว่ามาถึงแล้ว เราก็หยอดไปตามปกติด้วยประโยค 5 น.หนูอย่างที่เคยทำว่า "นั่นแน่ น้องไหนน้อ" แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความจริงที่ว่า น้องไหนน้อคนนั้นคือน้องที่เขาพยายามจีบอยู่ และเขาก็ดูกำลังคลั่งน้องคนนี้ได้ทีเลยทีเดียว ...น่าสะเทือนใจไม่น้อย เราได้รู้ว่าเขาชอบน้องคนนั้นแค่ไหน เขาทำอะไรให้น้องคนนั้นบ้าง เวลาเจอน้องคนนั้นแล้วเขาอายแค่ไหน หรือเขาคิดึงน้องคนนั้นแค่ไหนเวลาไม่ได้เจอกัน อันที่จริงเขาบอกเราทุกอย่างเลยนะ (ซึ่งลึกๆก็แอบน้อยใจและอิจฉาอยู่ในที) หลังจากนั้นเราก็เลยได้แลกเปลี่ยนความเป็นไปของการจีบครั้งนี้กับเขาในฐานะ "ครู" เราแนะนำเขาไปแม้กระทั่งแผนลับวันวาเลนไทน์ ทำอย่างไรถึงจะพิชิตใจน้องคนนั้นได้เลยทีเดียว และขอพูดอย่างจริงใจไว้ตรงนี้เลยว่า เป็นการให้คำแนะนำอย่างจริงใจและหวังให้เกิดผลสำเร็จอย่างที่สุด เราไม่ได้เคืองเลยแม้แต่น้อยว่าแทนที่จะเป็นเรื่องระหว่างเรา แต่ดันกลายไปเป็นเรื่องระหว่างเขา โดยเราเป็นผู้ชี้นำไปซะงั้น เราไม่ได้โกรธเลยสักนิดที่เขาไม่ได้สนใจความรู้สึกเรา แต่เราดันดูภูมิใจมากซะอีกที่ได้ช่วยเขาอย่างที่เราอยากจะช่วยจริงๆ ...ในฐานะพี่คนหนึ่ง

กลับมาที่เรา หลังจากคุยทุกอย่างไปหมดแล้ว วางสายพร้อมหยิกเล็กๆว่า อย่าคิดถึงน้องเขามากนะ เดี๋ยวมันจะเข้าขั้นเพ้อแล้วจะรักษาไม่ได้ (ใช้ๆ เรากำลังเล่นเป็นเภสัชกรเลือกยารักษาคนไข้คลั่งรักอยู่นี่นะ) ภาพที่เราเห็นตอนนั้นคือ เราคนเดิม ในห้องเดิม กับความรู้สึกเดิมๆที่ไม่เคยอยากให้มันมีในหัว นั่นก็คือ "อีกแล้วหรอว่ะ ทำไมชอบใครที่ไรต้องเป็นอันมีแฟนไปหมด รึไม่ก็มีคนที่แอบชอบอยู่แล้วทุกทีเลย" สุดท้ายเราก็ต้องหยุดความรู้สึกเข้าข้างตัวเองทุกอย่างไว้เพียงแค่นั้น และที่แย่ที่สุดคืออะไรรู้มั้ย มันคือทำไมเราถึงต้องเป็นอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าน่าเบื่อหน่าย ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งได้คบกับคนที่ชอบจริงๆแค่คนเดียว แถมถูกทิ้งอีกต่างหาก ที่เหลือก็เจอแบบนี้ทุกครั้งไป และที่น่าเศร้าใจก็คือ เราเป็นคนบอกน้องคนนั้นไปว่า "ไม่ต้องห่วงพี่หรอก ตอนนี้พี่กำลังรักความโสดของพี่ เพราะพี่คิดว่า ความโสดนั้นไม่ได้หมายความว่าไม่มี..." คุณรู้ใช่มั้ยว่าเราพูดคำว่าอะไรออกไป และหลังจากที่พูดเสร็จ ความรู้สึกที่ได้กลับมามันไม่ใช่ความรู้สึกเข้มแข็งแบบเดิมแล้ว แต่มันดันเป็นความคิดว่า เฮ้ย! ทำไมเราถึงน่าสมเพศแบบนี้ว่ะ

ตกลงประโยคที่ว่า มันทำให้เราเข้มแข็ง หรือแค่เป็นประโยคที่เราใช้หลอกตัวเอง?

ตกลงคำพูดที่เราใช้มันบอกคนอื่นเพื่อแสดงว่าเราเข้มแข็งพอที่จะอยู่คนเดียวได้ มันเป็นแค่คำพูดสวยงามที่เอาไว้หลอกตัวเองให้รอดไปวันๆ รอดจากชีวิตที่ "ไม่มีใครเอา" ไปวันๆหรือเปล่า เราใช้ภาพลักษณ์ที่ดูแข็งแรง พึ่งพาตัวเองได้ และไม่สนใจใคร เพื่อเป็นหน้ากากบดบังความจริงอันโหดร้ายที่ว่า เรามันก็แค่คนตัวคนเดียว มีชีวิตลำพัง มีอคติและมองความรักในแง่ลบ และไม่เคยประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก ก็เลยแกล้งๆสร้างภาพไปอย่างนั้นล่ะมาตัวเองเจ๋ง ถามจริงๆเถอะ มีใครบางมั้ยที่อยู่ตัวคนเดียวได้จริงๆโดยไม่ต้องการความรัก โดยไม่เคยแม้แต่วินาทีเดียวที่จะคิดอยากมีคู่ อยากรู้จริงๆว่าชีวิตมันจะเป็นยังไงถ้าเราไม่ได้รู้จักไอ้คำว่า "รัก" มันจะดีกว่าหรือแย่กว่าชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้นะ เป็นคำถามโลกแตกที่เราว่าตอบยากไม่แพ้คำถามที่ว่า ทำอย่างไรคนไทยจะเลิกกัดกันเอง

โชคดีที่ความรู้สึกดีๆสำหรับตัวเองนั้นไม่ได้หายากเลยสำหรับเรา และบางครั้งมันอาจจะเกิดภายหลังการสระผมครั้งแรกในรอบสี่วันตลอดการผ่าตัดของเราก็ได้ เราได้คำตอบสำหรับคำถามที่ว่าเราควรจะยังชื่นชมประโยคบูชาความความโสดนี้อยู่ หรือจะลืมๆทิ้งๆมันไปซะเถอะ คำตอบที่ได้สำหรับเรานั้นแสนมหัศจรรย์ คือทำมันทั้งสองอย่างนั้นล่ะ... เรายังเชื่อมั่นในคำพูดนี้ของ Kim อย่างที่สุด และเราก็จำใจต้องตัดบางส่วนของมันทิ้ง เพราะเราคิดว่า คำว่า "โสด" สำหรับแต่ละคนนั้นมันไม่เหมือนกันหรอก เราไม่สามารถเอาคำจำกัดความของคนอื่นมาใช้เป็นของเราได้ เพราะเรามีมุมมองของความโสดที่ไม่เหมือนกัน สำหรับเรา เรายังคงเชื่อว่าเราไม่ใช่ไม่มีใครเอา (เพราะเอาเข้าจริงๆ มันมีนะ และเหนือสิ่งอื่นใด ขอบคุณพระเจ้าที่เราไม่ได้หลอกตัวเองในประโยคนี้) แต่เราต่างหากที่เลือกที่จะค่อยๆเดินไปเรื่อยๆ มองก้าวที่ผ่านมา พิจารณาจุดยืน ณ ปัจจุบัน และสอดสายตาเตรียมพร้อมสำหรับก้าวที่กำลังจะเดินไปอย่างมีสติ อย่างเข้มแข็ง และอย่างมีเป้าหมาย คำจำกัดความของเรามีจุดสำคัญอยู่เพียงแค่นี้ เราไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครมาใช้ชีวิตนี้ร่วมไปกับเราอีกต่อไป เราอยู่คนเดียวได้ แน่นอนที่สุด เราจะอยู่คนเดียวให้ได้ แต่เราจะอยู่กับชีวิตที่ออกแบบไว้โดยรายล้อมไปด้วยความรัก ไม่จำเป็นเลยที่เราอาจจะโชคร้ายในเรื่องแบบนี้แล้วเราจะผลักไสไล่มันไปจากชีวิต ไม่จำเป็น และเราคิดว่ามันเป็นเรื่องขี้ขลาดไปหน่อยที่จะคิดแบบนั้น แต่เราจะยินดีและชื่นชมความรักจากมุมของคนนอก คนที่มีความสุขกับการขอแค่เพียงได้มองดูมันอยู่ห่างๆ ไม่จำเป็นต้องได้สัมผัส ไม่จำเป็นต้องรู้จักไปมากกว่านี้ และไม่จำเป็นต้องพยายามวิ่งเข้าไปหามันอย่างบ้าคลั่งอย่างที่เราอาจจะเคยเป็น และนั่นก็ยังหมายถึงสิ่งที่เรากำลังจะทำกับน้องคนนี้ "ลูกศิษย์"อีกคนหนึ่งของคุณครูมาลี

"...Being single used to mean that nobody wanted you. Now it means you're pretty sexy and strong, and you're taking your time deciding how you want your life to be just exactly what you want. To live that life with your strong, powerful heart and soul 'till you don't need anybody at all." ...การเป็นโสดนั้นไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครต้องการเรา แต่มันหมายถึงเรานั้นแสนจะเซ็กซี่และเข้มแข็ง และเราก็กำลังใช้เวลาค่อยๆออกแบบชีวิตเราในอย่างที่เราอยากจะให้เป็น และเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตนั้นด้วยจิตใจและจิตวิญญาณที่ห้าวหาญและทรงพลัง จนเราไม่ต้องการใครอีกเลย"

สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะทุกๆคน

PS. แค่อยากระบายเท่านั้นเองครับ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ไม่ได้อ่านอ่ะค่ะ ยาว แต่คิดว่าคงหัวอกเดียวกันมั้ง

ตลอด 18 ปี น้องจุกยังไม่เคยได้ดอกไม้วันวาเลนไทน์เลยอ่ะ ฮือๆ

ใครจะเปนคนแรกน๊อออ


_________________




ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
สงสัยเพลินไปหน่อย อิอิ
ผก็ไม่เคยได้เหมือนกัน
งั้นเรามาแลกกันเอาป่ะคับน้องจุก

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
โอ้เคยเป็นนะครับที่ปรึกษา

แต่ตอนนี้ ก็พ้น สถานะโสดมาแล้ว

บางที การที่เราวิ่งตามหรือไขวขว้า หาความรัก มันก็ทั้งเหนื่อยกายและเหนื่อยใจ

อย่างที่บอกหล่ะครับ ว่า ไม่มีใครไม่อยากอยู่โดยปราศจากคำว่า "รัก"

บางที่ เราคงต้องหยุดพักบ้าง เพราะการที่เราวิ่งตามหาความรัก บางทีมันอาจจะวิ่งตามเราอยู่ก็ได้

เพียงแต่วิ่งช้ากว่าเรา ลองหยุดดู หรือมองกลับไปข้างหลังดูบ้างครับ

ส่วนตัวเองเคยมี อคติมาบดบัง แต่พอเอาออกในที่สุด เราก็เจอ คนที่รักเรา และคนที่เรารัก

เราไม่อาจจะรู้ได้หรอกว่ารักแท้ไหม ขอแค่เรามีความสุขกับมันก็พอแล้ว

ส่วนตัวเองก็ไม่มีใครให้ดอกกุหลาบเหมือนกันนะ เหอๆ

เอาแบบนี้สิครับ ไหนๆวันแห่งความรักทั้งที่ ถ้ามีเพื่อนแก๊งค์โสดก็อาจจะพากันไปเที่ยวเล่นกัน

หรืออาจจะไปพักผ่อนๆ เล็กๆน้อยๆ กับครอบครัว

เพราะทั้งสองอย่างที่กล่าวไปนั้นๆ ต่างเป็นรัก ครั้งแรกๆ ของเราเองทั้งนั้น




แก้ไขล่าสุดโดย Disney Boy เมื่อ Tue Feb 10, 2009 10:53 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
กรี๊ดดดดดดดดดด ดอกไม้ดอกแรก


_________________




ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เวลารีพายกระทู้เดียวกะน้องปูแล้วรู้สึกว่าตัวเองโตแต่ตัวยังไงไม่รุ ฮ่าๆๆๆ


_________________




ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ปีนี้ก็เลยเหงาๆ
แถมไอ้น้องคนนี้ดันบอกว่า
งั้นวาลนไทน์ปีนี้มันจะขอนัดเราซะงั้น
เพราะเรานไปบอกแผนมันว่าวาเลนไทน์ให้ทำตัวนิ่งๆไว้
เขาจะได้สงสัยว่าเราหายปไหน แล้วเขาจะได้คิดถึง
เฮ้อๆๆๆๆๆๆ

ชอบคำพูดโอ้จังเลยคับ

นั่นคือสิ่งทีเรากำลังพยายามทำอยู่คับ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
น้องจุก พิมพ์ว่า:
เวลารีพายกระทู้เดียวกะน้องปูแล้วรู้สึกว่าตัวเองโตแต่ตัวยังไงไม่รุ ฮ่าๆๆๆ


คิดมากอ่าพี่

อิอิ วาเลนไทน์ปีนี้

ขออวยพรให้ใครที่ยังไม่มีคู่ ก็เจอคนที่สามารถทำให้คุณ ยิ้ม ออกได้เป็นเวลานานๆ

และมีความสุข ใครที่มีคู่แล้ว ขอให้รักกันยิ่งๆ ขึ้นไป

และเหนือสิ่งอื่นใด อย่าลืมรักพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพือนๆ และคุณที่คุณรัก

ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตไปโดยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้ทุหคนมีความสุขในวันวาเลไทน์ครับ

ปล. ใครที่สอบช่วงนี้ ขอให้ ความรู้รักคุณมากๆ นะครับ จะได้ไม่หนีไปไหนทำข้อสอบได้ อิอิ


like

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
น่าสงสารที่สุดของแจ้ ครับ

สู้ๆครับ PChristie

แต่ถ้าคิดจะตัดใจ เด็ดขาดหน่อยก็ดีครับ ไม่งั้นเราจะมา พะวง อยู่ว่า

เอ๊ะเขาคิดอะไรอยู่รึเปล่า แล้วถ้าแบบ เขาชอบมาเล่านู้นเล่านี้ หรือปรึกษา ขอให้ปรึกษาแต่พอตัวดีกว่าครับ

It's Hurt ใช่ไหมครับ
Confused

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 3
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com