˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
(รสร.) ใครเคยดูหนังเรื่อง The Hours บ้างคร่ะ มาแชร์หน่อย
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ (รสร.) ใครเคยดูหนังเรื่อง The Hours บ้างคร่ะ มาแชร์หน่อย 


อ่ะคร่ะ คือน้องจอยเพิ่งดูหนังเรื่องนี้เมื่ออาทิตย์ก่อน (บ้านนอกมาก)

น้องจอยเดินไปที่ร้านเช่าดีวีดีร้านเดิมเช่นเคย ปกติน้องจอยจะชอบ

หนังวัยรุ่นน่ารักๆๆ แบบHSM แต่พี่ที่ร้านเช่าแบบว่ารู้จักกันเพราะเช่าบ่อยแล้ว

แนะนำเรื่องนั้น เรื่องนี้ น้องจอยก็ดูหมดแล้ว พี่เขาเลยบอกให้เปลี่ยนสไตล์เอาไหม

เค้าก็แนะนำเรื่อง The Hoursมา เราเป็นคนชอบนิโคล คิดจะแมน อยู่แล้ว



ขอข้ามเรื่องนิดนึง คำถามแรก คือ เจ้นิโคลแกทำจมูกใช่มะคร่ะ
ถ้าใครดูเรื่องนี้น่าจะรู้ว่าจมูกแบบคนละสันกับเรื่องออสเตรเลียเลยคร่ะ




เข้าเรื่องๆๆๆ



อยากจะบอกว่าจริงๆแล้วน้องจอยก็ชอบหนังสไตล์นี้นะ แต่อันอื่น(ก็พอ)ดูรู้เรื่องหมด
แต่อีหนังเรื่องนี้อยากจะบอกว่าตั้งแต่ต้นจนจบกุไม่รู้เรื่องเลยคร่ะ ห่าอะไรไม่รู้
คือรู้แค่ว่านิโคลมันแต่งหนังสือ เป็นนักเขียน แล้วทิ้งจดหมายให้ผัว แล้วก็ไปฆ่าตัวตาย

โดยทั้งสามเรื่องเชื่อมโยงกันที่ป้าจูลี่แอน ประทับในเรื่องที่นิโคลเขียนมากๆๆ
แล้วก็คิดอยากฆ่าตัวตาย เพราะ(อาจจะ)รับตัวเอาไม่ได้ที่พยายามจะทิ้งสองพ่อลูกนั่น

ส่วนป้าแก่เมอรีล ก็ถูกผัวที่เป็นHIV เรียกว่า มิสซิสดอลโลเวลอะไรนั้น เพราะนิสัยคล้ายๆกัน
แล้วเพิ่งมารู้ตอนหลังว่าผัวมันเป็นลูกของป้าจูลี่แอนนั่นเองงงง


ฉากนี้เศร้าและป้าจูลี่แอนสวยมากกกก



แต่รู้แค่ว่าป้าจูลลี่แอนน่าจะได้รางวัลซัพพอร์ตแอคเทรสมากๆๆ แสดงดีมากๆๆๆ

ขนานน้องจอยโง่ดูไม่รู้เรื่อง ยังเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคนที่มีความผิดติดที่ตัว

ไม่สามารถพูดกับใครได้ เข้าใจเรื่องที่อี่เพื่อนบ้านที่มันเป็นมะเร็งมดลูก

แล้วอีป้าจูลี่แอนกลับสื่อสารออกทางตาว่า เธอเป็นมะเร็งมดลูก แต่ก็ยังได้มีความสุข

กับ "คนที่ใช่" แต่ฉันมีความทุกข์ และเป็นบาปต่อลูก สังเกตเห็นได้ว่าอารมณ์เธอ

แปรปรวนกับลูกของหล่อนตลอดเวลา เหมือนกับว่าฉันจะกลบเกลื่อนความเลวอย่างไร

จริงๆแอบปลื้มป้าจูลี่แอนตั้งแต่เรื่อง The Forgottenแล้ววว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชอบมากเรื่องหนึ่ง

ชอบพลอตเรื่องถึงแม้มันจะปยอ.ก็เหอะ





นอกจากนั้นน้องจอยก็ไม่เข้าใจแล้วคร่ะ ว่าเรื่องนี้มันเป็นยังไง

ใครที่เป็นนักวิจาร์ณหนัง นักดูหนัง ช่วยอธิบายให้สมองของน้องจอยกระจ่างที่คร่ะ

รู้สึกว่าเรื่องนี้ได้ถึงรางวัลออสการ์หน้าจะมีอะไรมากกว่านี้ นอกจากความงงงวยห่าเหว

























นะคร่ะ



_________________

คงจะมีรักจริงรออยู่ ที่ดินแดนใดสักแห่ง...
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ยังไม่ได้ดูเลยยยยย

แต่น่าดูนะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ก็ชะนี 3 คนใน 3 ยุคไง มีมิสซิสดัลโลเวย์เป็นตัวเชื่อม


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
โปสเตอร์นี่
คนไหนนิโคลอะคับ หาไม่เจอ -*-

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
หนังสร้างมาจากหนังสือ แนะนำถ้าอยากจะรู้อะไรโดยง่ายๆโดยไม่ต้องใช้อารมณ์ให้ความคิด ก็อ่านหนังสือดีกว่า

อย่างที่จื่อฉงบอก เรื่องมันเกิดคนละยุค มีหนังสือของ โดลลาเวลเป็นตัวเชื่อม

นิโคลทำจมูกในเรื่องนี้ครับ แต่ไม่รู้ว่าใช้วิธีฉีด เสริม หรือใช้แป้งอะไรเป็นเอฟดฟครึเปล่า



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
หนังสือนั่นชื่อว่า Mrs. Dalloway ที่ Virginia Woolf แต่งคะ
โดยเนื้อเรื่องเกียวกับ คุณนายสาวดาลโลเวย์กำลังว้าวุ้นกับการเตรียมตัวจัดปาร์ตี้คะ
ระหว่างที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดปาร์ตี้ก็มีโทรศัพท์มาคะ แล้วหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์นางดาลโลเวย์ก็หวนคิดถึงเรื่องเก่าๆ และทำให้นางรู้สึกหวั่นไหวไม่มั่นคงคะ

นิโคลเล่นเป็นเวอจิเนีย วูล์ฟ คนเขียนหนังสือเรื่องนั้น

ป้าเมอรีล สตีฟ เล่นเป็นสาวยุกปัจจุปันที่ตอนสาวๆ เคยจีบกับหนุ่ม
แล้วหนุ่มคนนั้นเรียกเธอว่า Mrs. Dalloway เพราะอะไรกันก็ลืมไปแล้วคะ
หนุ่มคนนั้นตอนท้ายเป็นเกย์และกำลังจะตายเพราะ HIV
หนุ่มคนนั้นได้รางวัลหรืออีป้าเมอรีลได้รางวัลอะไรซักอย่าง
แล้วอีป้าเมอริลกำลังจะจัดปาร์ตี้ฉลอง
ทันใดนั่นก็มีสายมาจากแม่ของเกย์หนุ่มเพื่อนชายอีป้าเมอริลมาคะ
ปรากฎว่าเป้นแม่ของคุณลุงเกย์นั้นโทรบอกว่าจะมาเยี่ยมใช่ไหมคะ
พอเจอแม่ปุ๊บปรากกว่าแม่คือป้าจูลีแอน มัวร์คะ

ป้าจูลีแอนตอนเป้นสาวๆ แล้วเดหวอดเป็นเด้กๆ (เพิ่งนึกออกว่าชื่อเดหวิด)
วันหนึ่งป้าจุลีแอนจะจัดงานฉลองเลื่อนตำแหน่งให้สามรีใช่ไหมคะ
แต่ป้าเกิดอะไรไม่รุ้อยากทิ้งสามีและลูกไปคะ

งงๆ นะคะ

แต่คือทั้งหมดทั้งปวงตั้งแต่
นิโคล จูลีแอน และ เมอริล เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นภายในวันเดียวคะ
แล้วเรื่องก็มีสถานะการเดียวคือ
ตัวเอกกำลังจะเป็นเจ้าภาพปาร์ตี้ กำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดปาร์ตี้แต่แล้วก็เกิดมีอะไรบางอย่างมกระทบจิตใจให้หวั่นไหวคะ

คือเหมือนในนิยายเรื่อง Mrs. Dalloway แป๊ะเลยคะ
หลังสือทั้งเล่มเกิดขึ้นภายในหนึ่งวัน ความรู้สึกและอารมณ์ของตัวละครก็อ่อนไหว เบาบางแต่รุนแรงมากคะ

อ่านก็รู้เลยว่าคนแต่งโรคจิต

กันไม่เคยอ่านภาษาไทยนะคะ
แล้วเล่มนี้กันก็คิดว่ามันใช้ภาษาไม่ง่ายเลย
กันจึงคิดว่าตัวเองตีความนิยายเรื่องนี้ไม่แตกคะ


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าตัวละครหลักในเรื่องนั้นมีรสนิยม"ทางเพศ" แบบเดียวกันก่อนนะคับ มันจะช่วยให้เข้าใจถึงความกดดันและอึดอัดบีบคั้นที่ตัวละครยุค 1920 และ 1950 ไม่สามารถแสดงออกมาได้ ต่างจากตัวละครในยุค 2001 ที่มีอิสระแสดงออกได้ถึงความรู้สึกและตัวตนที่แท้จริง

ในขณะที่ผู้หญิงสองคนในยุคก่อนไม่อาจเลือกชีวิตที่เธอต้องการได้ ด้วยกฎและเกณฑ์ต่างๆ แต่ผู้หญิงคนสุดท้ายในปัจจุบันที่แม้มีเสรีภาพที่จะทำในสิ่งที่ผู้หญิงสองคนแรกไม่อาจทำได้คือควบคุมชีวิตตนเอง ก็ยังต้องทนทุกข์ต่อช่วงเวลาหลังความสุขที่ผ่านเข้ามา

ในตอนหนึ่งของหนังมีคำพูดที่ว่า เราไม่จำเป็นต้องไปปาร์ตี้ ไม่ต้องไปฉลองอะไร ไม่ต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำ ทำอะไรอย่างที่อยากทำ

แต่ว่าเราทุกคนต้องเผชิญกับโมงยามนั้น ยามที่ปาร์ตี้และงานเลี้ยงสิ้นสุดลง ทุกชั่วยามหลังจากนั้น

ถ้าชีวิตคนเราจำต้องดำเนินเดินไปตามวิถีที่ถูกกำหนด เหมือนเข็มนาฬิกาที่ต้องเดินวนเวียนผ่านไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าและไม่อาจหลุดไปจากกรอบเวลาเดิมๆ ได้ การที่เราจะเลือกช่วงเวลาที่เป็นความสุขก็ขึ้นอยู่กับว่าเรารอที่จะมีคนซื้อดอกไม้มาให้หรือเลือกที่จะไปซื้ออกไม้ด้วยตัวเองนั่นเอง


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
VJ พิมพ์ว่า:
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าตัวละครหลักในเรื่องนั้นมีรสนิยม"ทางเพศ" แบบเดียวกันก่อนนะคับ มันจะช่วยให้เข้าใจถึงความกดดันและอึดอัดบีบคั้นที่ตัวละครยุค 1920 และ 1950 ไม่สามารถแสดงออกมาได้ ต่างจากตัวละครในยุค 2001 ที่มีอิสระแสดงออกได้ถึงความรู้สึกและตัวตนที่แท้จริง

ในขณะที่ผู้หญิงสองคนในยุคก่อนไม่อาจเลือกชีวิตที่เธอต้องการได้ ด้วยกฎและเกณฑ์ต่างๆ แต่ผู้หญิงคนสุดท้ายในปัจจุบันที่แม้มีเสรีภาพที่จะทำในสิ่งที่ผู้หญิงสองคนแรกไม่อาจทำได้คือควบคุมชีวิตตนเอง ก็ยังต้องทนทุกข์ต่อช่วงเวลาหลังความสุขที่ผ่านเข้ามา

ในตอนหนึ่งของหนังมีคำพูดที่ว่า เราไม่จำเป็นต้องไปปาร์ตี้ ไม่ต้องไปฉลองอะไร ไม่ต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำ ทำอะไรอย่างที่อยากทำ

แต่ว่าเราทุกคนต้องเผชิญกับโมงยามนั้น ยามที่ปาร์ตี้และงานเลี้ยงสิ้นสุดลง ทุกชั่วยามหลังจากนั้น

ถ้าชีวิตคนเราจำต้องดำเนินเดินไปตามวิถีที่ถูกกำหนด เหมือนเข็มนาฬิกาที่ต้องเดินวนเวียนผ่านไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าและไม่อาจหลุดไปจากกรอบเวลาเดิมๆ ได้ การที่เราจะเลือกช่วงเวลาที่เป็นความสุขก็ขึ้นอยู่กับว่าเรารอที่จะมีคนซื้อดอกไม้มาให้หรือเลือกที่จะไปซื้ออกไม้ด้วยตัวเองนั่นเอง


ว๊ายยย
มิน่าละคะ
ทำไมป้าจูลีแอนถึงดูดปากกับอีเบตตี้ เบตซี่หรืออะไรซักอย่างนั้นที่มาหา
ปรึกษาปัญหาครอบครัวกันระหว่างวัน

แล้วนิโคลที่เล่นเป็นเวอจิเนียก็ดูดปากพี่สาวตัวเอง
แอร๊ยยยยยย
อย่างนี้นี่เอง


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


นิโคลทำจมูกมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com