Album : A Fine Mess
Artist : Kate Voegele
Release : 18 May 2009
Lable : Myspace , Interscope Records
My Rate : B+
Kate Voegele ศิลปินผู้โด่งดังมาจากซีรี่ย์ One Tree Hill ด้วยวิธีการโปรโมตเพลงผ่านซีรี่ย์ชุดนี้ ทำให้เธอเป็นศิลปินค่ายอินดี้คนหนึ่งที่เรียกได้ว่าได้รับผลตอบรับค่อนข้างสูงกกว่าศิลปินอินดี้คนอื่นๆพอตัว แม้ว่าบางคนอาจจะสงสัยหรือคิดว่า ก็แค่ศิลปินทั่วๆไปที่เอาเพลงมาโปรโมตกับหนังกับละคร คงเหมือนพวกนักแสดงมาร้องเพลงละมั้ง ถ้าคุณคิดอย่างนั้นละก็ อาจจะพลาดศิลปินป๊อปคนนี้ไปอย่างน่าเสียดายเลยทีเดียว (และจริงๆแล้วเธอก็ออกอัลบั้มมาก่อนด้วย)
ด้วยความที่เพลงมีเนื้อหาที่ค่อยข้างโตกว่าศิลปินรุ่นเดียวกัน อีกทั้งความสามารถทั้งด้านการร้อง การแต่งเพลงเองทั้งอัลบั้ม (ได้รับรางวัลการแต่งเพลงยอดเยี่ยมมาแล้ว) โปรดิวซ์เอง ทำอะไรเองหมด ทำให้ผลงานค่อนข้างมีเอกภาพค่อนข้างสูงมากๆ รวมถึงการถ่ายทอดอารมณ์ก็ด้วยเช่นกัน ถึงขนาดที่ ผกก. One Tree Hill ได้ฟังเพลงเธอ เห็นหน้าค่าตาเธอ จนเสนอไปทางค่ายเพลงว่าสนใจจะเล่นซีรี่ย์เรื่องนี้ไหม ซึ่งผลตอบรับคือตกลง ทำให้ศิลปินที่ไม่ค่อยมีใครรรู้จักโด่งดังขึ้นมาพอสมควร
แม้กระทั่งอัลบั้มนี้ A Fine Mess ก็ยังไม่พ้นการโปรโมตเพลงผ่านศีรี่ย์ชุดนี้เช่นเดียวกัน และผลตอบรับที่ถือว่าสูงมากๆสำหรับศิลปินอินดี้ เปิดตัวด้วยยอด 40,000 อัลบั้มในสัปดาห์แรก เข้า Top 10 BB Albums ได้อย่างสวยงาม โดยอัลบั้มนี้จะเน้นไปที่ทางป๊อปโฟล์ค ร๊อคโฟล์ค เจือกับ อดัลท์คอมเทมโปลารี่และลองไปจับงานใหม่ๆเข้ามาผสมอย่างเวสเทิร์นโฟล์ค อาร์แอนด์บี เข้ามาเล่นเพิ่มด้วย
จุดเด่นของอัลบั้มนี้ ก็อย่างที่กล่าวไปข้างต้นทั้งหมด ทั้งน้ำเสียง การถ่ายทอด อะไรๆก็มีเอกภาพค่อนข้างสูงมากๆ บวกกับเนื้อหาที่สละสลวยและโตเกินวัยไปมาก คือเอาเข้าจริงนี้แซงหน้า นังฮิล นังวีน หรือแม้กระทั่งนังห่านด้วยซ้ำ...
...เพียงแต่ว่าหล่อนดังน้อยกว่า และด้วยไม่ค่อยมีข่าวอะไรมากมายด้วย แม้ว่าภาพลักษณ์และเพลงค่อนข้างจะเป็นเอกภาพ แต่ถ้าขาดการโปรโมตอย่างจริงจัง คือเพลงดีไปก็ดังยากอยู่ดี และเมื่อเปรียบเทียบกับอัลบั้มที่แล้วแล้ว อัลบั้มนี้ฟังง่ายกว่าก็จริง แต่ว่าดูเหมือนว่าจะโดนโปรดิวเซอร์กลืนเอกลักษณ์ของตัวเองไปนิดนึง
ซิงเกิ้ลเปิดตัวอัลบั้ม รวมถึงเปิดตัว One Tree Hill ด้วย Manhattan From The Sky ป๊อปกึ่งบัลลาร์ดเปียโน ผสมกับ อดัลท์คอมเทมโปลารี่สบายๆ ฟังแล้วสบายหูดี แต่ก็มีท่อนที่มาช่วยเสริมพลังให้เพลงนี้แกร่งขึ้น เรียกได้ว่าแทบจจะเป็นเพลงที่ดีที่สุดในอัลบั้มนี้ ฟังง่าย สบาย แต่เก็บรายละเอียดเครื่องสาย กลอง กีต้าโปร่ง เพอร์คัชชั่น ประณีตในทุกๆจุดดีครับ
ซิงเกิ้ลที่สอง 99 Times ที่ขยับมาเป็นร๊อคดิสโก้เก๋ๆ เจือฟล์คบางๆ แบบเนิบๆแล้วมาค่อยๆเพิ่มความหนักเข้าไปเรื่อยๆจนกระทั่งท่อนฮุค ดูน่าสนใจดี แต่ว่ายังดูไม่สุด ด้วยที่ว่าเป็นแนวที่ไม่เคยทำมาด้วยรึเปดังนั้นให้อภัย แต่จริงๆแล้วผลลัพทธ์ที่ออกมาก็โอเคเลยทีเเดยวแหละ น่าสนใจดี
หลังจากฟังเพลงเร็วๆและสดใสๆมาแล้วก็พักยกด้วยซิงเกิ้ลที่ 3 - 5 ซึ่งเป็น Digital Promote เริ่มจาก Angel เพลงนี้เป็นร๊อคโฟล์คบัลลาร์ด เจือดิสโก้บางๆ คล้ายกับว่าเป็นภาคกลับของ 99 Times นั่นเอง ดังนั้นภาคดนตรีจะแอบๆคล้ายๆกัน เพียงแต่ว่าจะหม่นกว่าพอสมควรครับ ตามมาด้วย Lift Me Up จริงๆแล้วเพลงนี้เคยถูกรวมในอัลบั้ม AT&T Team มาแล้ว ซึ่งในเวอร์ชั่นนั้นจะเป็นปีอปบัลลาร์ดเปียโนสดๆ แต่มาในเวอร์ชั่นสตูดิโออัลบั้มจะเพิ่มเครื่องดนตรีเข้ามานิดหน่อย อีกทั้งเทคนิคการร้องก็จะต่างกันด้วย (อันนี้ถือเป็นจุดดี เพราะนักร้องหลายๆคนพอจะจับยัดลงอัลบั้มก็แค่เปลี่ยนดนตรีนิดๆหน่อยแล้วก็ยัดๆลงไป แต่นี้เข้าสตูดิโอร้องใหม่ มันเห็นถึงความใส่ใจรายละเอียดดี) ซึ่งก็ร้งออกมาได้เข้ากับเครื่องดนตรีที่เสริมมาดีครับ และซิงเกิ้ลล่าสุดที่ตัดโปรโมตไป Sweet Silver Lining ป๊อปร๊อคบัลลาร์ดเปียโน ผสานกับอดัลท์คอมเทมโปลารี่ครับ ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากเนื้อหา การเรียบเรียง การถ่ายทอด และการใส่ใจรายละเอียดที่ดีตามแบบฉบับของเคธเองเช่นเคย
ในขณะที่เพลงอื่นๆในอัลบั้มก็ดีไม่แพ้กันเลยทีเดียว ขอเริ่มจาก Forever & Almost Always ที่เรียกได้ว่าบาดใจและทรงพลังอย่างน่าเหลือโดยไม่ต้องพยายามไต่คีย์อะไรมากมาย เพลงนี้เป็นเพลงที่ ผกก. One Tree Hill ได้ฟังแล้วเลือกไปตั้งเป็นชื่อตอนพร้อมกับเอาเพลงนี้ไปประกอบเลยทีเดียว ตัวเพลงเป็นป๊อปบัลลาร์เพียโน เจือ อดัลท์คอนเทมโปลารี่ ฟังสบายๆ เนื้อหามองโลกในแง่ดีของรักที่อาจจะไม่สมหวังตลอดไปทุกครั้ง บวกกับน้ำเสียงที่เข้าอารมณ์มากๆ เอาเป็นว่าการันตีความเพราะเพลงนี้ด้วยนักวิจารณ์ท่านหนึ่งในบอร์ดเราที่เฉยๆกับนางถึงกับออกปากชมเลยทีเดียว
ตามมาด้วยอีกแทร็คที่เรียกได้ว่าแข็งพอตัวและมีประสิทธิภาพที่จะเป็นซิงเกิ้ลได้เลยทีเดียว Who You Are Without Me ตัวเพลงเป็นร๊อคโฟล์คสนุกๆ สไตล์กึ่งบัลลาร์ดนิดๆ ภาคดนตรีที่ทรงพลัง บวกกับการถ่ายทอดที่ดูสนุกๆ โจ๊ะๆ คาดว่าเพลงนี้คงติดหูไม่ยากเกินไป ต่อด้วย Inside Out เป็นแทร็คเปิดอัลบั้มที่คล้ายๆเป็นตัวใบ้ว่าอัลบั้มนี้จะมาแนวไหน ตัวเพลงเป็นป๊อปร๊อคกึ่งบัลลาร์ด ผสาน อดัลท์คอมเทมโปลารี่ แนวหากินของตัวเธอเองด้วย เพลงเรื่อยๆคล้ายๆกับว่าจะปูทางเข้าสู่ของที่รสจัดกว่าในอัลบั้มอย่างไงย่างงั้นเลยทีเดียว
อีกหนึ่งแทร็คที่เรียกได้ว่าเป็นการลองจับงานใหม่ๆเข้ามาผสมกับงานของตัวเองโดยการเอาอาร์แอนด์บีมาผสมกับร๊อคเวสเทิร์นโฟล์ค ติดกลิ่นคันทรี่ย์นิดส์ๆ ฟังสบายๆ กับ Playing With My Heart อารมณ์ประมาณร้านอาหารเม็กซิโก สวมหมวกซอมเบรโอ้ ดีดกีต้าร์โปร่ง เป็นคาวเกิร์ลอะไรประมาณนั้นเลยทีเดียว แ ก็ทำออกมาน่ารักดีครับ เช่นเดียวกับ Takin' Smooth ที่หยิบเอาดนตรีเก่าๆยุคเมโทรมาเล่น ตัวเพลงเป็นเรโทรร๊อคโฟล์คครับ ก็ถือเป็นการจับเอาแนวใหม่ๆมาผสมได้น่าสนใจดี และก็ทำออกมาได้ดีเช่นเคยด้วย
Say Anything เพลงนี้ออกจะหนักกว่าเพลงอื่นในอัลบั้มหน่อย เป็นโมเดิร์นร๊อค ผสานโฟล์คลงไปแบบ บางมากๆๆๆๆๆ เพลงนี้เลยอาจจะดูแปลกๆกว่าเพลงอื่นในอัลบั้ม แต่ก็ถือว่าคิดถูกนะที่ตัดมาเป็น Deluxe Tracks แทน เพราะเสียงของตัวนักร้องไม่ได้หนามากๆถึงขนาดจะไปใส่กับโมเดิร์นร๊อคดุๆได้ พูดง่าย ดนตรีกลบครับ
กลับมาเข้าสู่ตัวตนปรกติๆของเธอกันต่อ Unfair เป็นเวสเทิร์นโฟล์คครับ ฟังสบายๆไม่มีอะไรมาก เช่นเดียวกับ We The Dreamers (Demo) เดโมเพลงที่นำมาให้ฟังกัน ทำให้ได้ฟังเสียงสดๆไม่ต้องผ่านสตูดิโอ ซึ่งออกมาเรียกได้ว่าเสียงคุณภาพจริงๆ ไม่แปลกต่างไปจากเสียงที่ร้องในเพลงอื่นๆเลย แค่เดโมนี่ก็ฆาศิลปินรุ่นเดียวกันตกคลองไปเยอะแล้วนะเนี่ย ฮึฮึ ส่วนเพลงที่เอามาทำในเวอร์ชั่นอคูสติกที่เหลืออีก 2-3เพลงก็ทำออกมาได้ดีทีเดียวเช่นกันครับ
สรุป เป็นศิลปินที่เรียกได้ว่าทำเพลงได้ดีเป็นลำดับต้นๆของวัยรุ่นสมัยนี้เลยทีเดียวครับ แม้ว่าจะน่าเสียดายตรงที่ไม่ใช่ศิลปินค่ายหลัก แต่ว่าขึ้นชื่อว่าศิลปิน ก็ต้องถ่ายทอดผลงานที่ดีและมีคุณภาพออกมา แม้ว่าจะขายอัลบั้มได้มากเท่าไหร่ แต่งานไม่ดีก็ตกเป็นขี้ปากเขาไปงั้นแหละ ใครที่ชอบฟังเพลงสบายๆไม่ควรพลาดอัลบั้มนี้จริงๆครับ รับประกันเลยจริงๆครับผม!!!
_________________
April fighting! + angel Sojin�



