˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
Oasis VS Blur (Mortal Kombat#2) (100%)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Oasis VS Blur (Mortal Kombat#2) (100%) 


Mortal Kombat#2

หลังจากมอร์ทัลคอมแบ็ทครั้งแรกของ3ดิว่าอย่างมารายห์ แครีย์,เจนนิเฟอร์ โลเพซและวิทนี่ย์ ฮุสทันได้เปิดตัวใปพร้อมกับความประทับใจเกินคาดจากท่านผู้อ่าน เราก็มาต่อกับสังเวียนที่2กันเลยดีกว่าค่ะกับศึกบริทพ็อพแมตะนิรันดร์กาลช่วงปี94-95จากอัลบั้มชุด Parklife ของ Blur และ Definitely Maybe ของ Oasis ซึ่งก็เป็นอัลบั้มระดับตำนานแห่งเกาะอังกฤษประจำทศวรรษ90....สังเวียนี้เข้มข้นมันส์หยดแน่นอน

กฏกติกา : เหมือนเดิมคือตัดสินที่ "ความถูกใจ" ส่วนตัวล้วนๆ ซึ่งผู้ชนะจะได้รับการกระหน่ำโพสท์ลิ้งค์อย่างบ้าคลั่งในเฟซบุ๊คส์ของดิฉันเช่นเคย รวมถึงจะได้รับการรีวิวอัลบั้มเต็มพร้อมกับปักหมุดเป็นเวลา2สัปดาห์.....เริ่ม!!!!




Oasis : Definitely Maybe : Alternative Rock

น้ำหนัก = 94%

แสนยานุภาพกราดเกรี้ยว

ย้อนไปเมื่อปี 1994 คอดนตรีคงจำกันได้ดีว่า Oasis เป็นวงร็อคน้องใหม่ซึ่งโด่งดังเจิดจรัสเป็นที่จับตาไปทั่วทุกหัสระแหงของโลกด้วยความสมบูรณ์แบบและดีจัดๆชนิดยากจะหาที่เปรียบของ Definitely Maybe สตูดิโออัลบั้มชุดแรกกับดนตรีอัลเทอเนทีฟร็อคเกรี้ยวกราดรุนแรงกระแทกกระทั้นที่ผนวกเอาจิตวิญญาณของร็อคแอนด์โรลเข้ากับพ็อพอย่างลงตัวฟังแล้วชวนให้อดคิดถึงยุค Beatlemania ในภาคที่ร็อคกว่าไม่ได้ตีคู่ไปกับภาคเนื้อหาชวนขบคิดให้ชาวโลกแซ่ซ้องสรรเสริญ บทสรุปทั้งมวลส่งผลให้ Definitely Maybe ของ Oasis เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดประจำทศวรรษ90ของอุตสาหกรรมดนตรีฝั่งอังกฤษเลยทีเดียว

แผ่แม่เบี้ย

1. อย่างที่บอกว่าเป็นงานที่ดีที่สุดงานหนึ่งประจำทศวรรษ90ของเกาะอังกฤษส่งอานิสงส์ให้เจ้าสองกัลลากอร์ชูคอขู่ฟ่อๆเห่ากัดชาวบ้านเขาได้เป็นนิจสิน....เห็นทีจะดังในระยาวที่อเมริกาก็แค่เรื่องความหยิ่งยะโสน่าหมั่นไส้น่าถีบนี่แหละ!.....ปากดีระดับแนวหน้าของสหราชอาณาจัรนี่เขาว่า!!!

2.เมื่อเทียบกับงานของ Blur ก็คงต้องบอกว่า "ควรค่าแก่การสรรเสรฺญไม่แพ้กัน" ถ้าไม่สนใจเรื่องคุณภาพหรือมองข้ามอคติที่มีต่อศิลปินก็คงต้องบอกว่างานชุดนี้ขอ Oasis เป็นอะไรที่ถูกจริตมากกว่าจนแม้แต่จะเกลียดขี้หน้าเจ้าสองลิงนั่นยังไงก็อดไม่ได้ที่จะต้องยอมรับว่า "ชอบอัลบั้มนี้มากจริงๆ!!!"

3.เป็นอัลบั้มที่ทรงอิทธิพลต่อแรงบันดาลใจของคอดนตรีในระยะยาวโดยแท้ทุกวันนี้แม้ว่าอัลบั้มหลังๆของวงจะไม่มีใครสนใจพูดถึงแต่งานชุดนี้ก็ยังคงเป็นที่หยิบยกมาพูดถึงในแวดวงขอร็อคเสมอ...และทุกวันนี้ยังได้ยินพวกนักดนตรีแถบข้าวสารเขาเล่นเพลง Slide Away กับ Live Forever ไม่ยอมเลิกอยู่เลย

4. "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเชื่อเถอะว่าไม่มีใครลืมว่าครั้งหนึ่ง Oasis ได้สร้างผลงานชั้นยอดประดับโลกดนตรีไว้แล้ว" (นิตยสาร POP ฉบับที่100)

ตีงูต้องตีให้ตาย

1.แม้จะชอบอัลบั้มนี้มากแต่ส่วนตัวไม่ชอบOasisค่ะ ถ้าไม่มองเรื่องความดีของงานในอัลบั้มนี้ก็จะบอกว่า "สักนิ๊ดดดดดดดดคุณน้องก็ไม่ปลื้มพวกตัวจริงๆ!!!"

2.เทียบกับBlurแล้วแม้อัลบั้มนี้ดิฉันจะให้คะแนนเยอะกว่าแต่เอาจริงๆแล้วก็ไม่ได้ดีอะไรไปกว่าเขามากมายหรอกนะ เพียงแค่โชคดีที่เนื้องานดันออกมาโป๊ะเช๊ะ!โคตรเป็นตัวแนสทิน่าเลยทีเดียว

3.ลีดส์กีตาร์ในบางเพลงนี่จะลากให้มันย้วยไปไหนคะเนี่ย? ไม่ปฏิเสธนะที่บางคนเขาเถียงมาว่า "ชัดเจน" กว่างานชุดหลังๆ....ที่พูดมามันก็ถูกแต่ส่วนตัวฟังแล้วก็อดรำคาญไม่ได้อยู่ดี (แต่อย่างน้อยก็ยังทำออกมาได้น่าฟังกว่าอีกหลายงานที่ดาหน้าอกมาให้คนเขาด่ากันทั้งโลกทีหลัง)

4.อยากจะฝากถึงไอ้สองลิงไว้ว่าแม้งานนี้ของพวกตัวมันจะดีจริงๆ แต่ก่อนจะไปแยกเขี้ยวเยี่ยวรดสาดน้ำลายใส่ชาวบ้านเขาไปมั่วๆสั่วๆนี่รบกวนช่วยหันกลับมาดูภาพรวมในระยะยาวของคุณๆนิดนึงนะคะ เพราะที่รอดมาได้ทุกวันนี้นี่เพราะ "บารมี" ล้วนๆหาใช่ "พัฒนาการ" ไม่เห็นแก่แฟนเพลงแต่อย่างน้อยก็ละอายวงอย่าง Manic Street Preachers,Blur ยันเด็กรุ่นใหม่ๆอย่างTravis,Keane หรือ Coldplay ที่ทำงานกันดีค่อนข้างจะคงเส้นคงวาบ้างเถิด

Finisher Moves

Rock'N'Roll Star เพลงเปิดอัลบั้มที่แพรวพราวมันส์ระยับด้วยเสียงกีตาร์เกรี้ยวกราดทรงพลังสะใจสุดพระเดชพระคุณฟังแล้วนึกถึงโพรเกรสซีฟร็อคของวงอย่าง The Beatles ในเพลง Sgt.Pepper's Lonely Heart Club Band อยู่เหมือนกัน ในขณะที่ Shaker Maker ก็เป็นอัลเทอเนทีฟร็อคที่เปิดม่านด้วยกีตาร์หม่นๆกระชากใจฟังแล้วแอบนึกถึง Nirvana ในภาคบริทพ็อพ สำหรับ Live Forever ก็เป็นเพลงเก่งประจำอัลบั้มที่ผู้ฟังไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงด้วยภาคเนื้อหาที่มองกันจริงๆแล้วขอโค้งคำนับว่า "ลึก" จนเป็นความง่ายที่แสนจะอัจฉริยะแถมด้วยท่อนฮุคที่โดดเด่นไพเราะทรงพลัง เช่นเดียวกันกับ Slide Away ที่ส่วนตัวขอยกให้เป็นแทร็คสุดยอดของอัลบั้มในฐานะมาสเตอร์พีซและเพลงโลโก้ที่คลาสสิคที่สุดตลอดกาลของ Oasis เป็นหนึ่งในเพลงที่สมบูรณ์แบบและทรงอิทธิพลที่สุดของทางวง เพราะมาก! ปิดท้ายด้วย Married With Children กับกีตาร์บริทพ็อพเพราะๆที่ฉีกออกมาจากอารมณืร็อคหนักหน่วงปวดโสตก่อนหน้านี้ได้อย่างดี แสดงให้เห็นกันชัดๆว่าเสียงของเจ้าเลียม "ไม่ได้เพราะ" หรือ "วิเศษวิโส" ใดๆทั้งสิ้น....โคตรจะธรรมดากลวงโบ๋...แต่มีเสน่ห์เหลือร้ายว่ะ!

คุณสมบัติกองเชียร์

1.แฟนเดนตายของ Oasis ที่พร้อมจะหยุดโลกไว้ที่ยุค90กับพวกเขา

2.อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนดายตายก็ได้เพียงแค่คุณชอบอะไรที่มันเป็นร็อคแบบร็อคจริงๆ --ไม่ได้ฟังเทย์เลอร์ มอมเซ็น,โจนัส บราเธอร์ หรือ เคที่ เพอร์รี่ย์แล้วมาบอกว่าเป็นร็อค -- โดยไม่สนใจลูกเล่นใดๆขอให้มันร็อค มันเร้าใจ มันหม่นดิบเกรี้ยวกรา สแตนเชียร์ของคุณอยู่ทางนี้

3.พวออนุรักษ์นิยมไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง รักศิลปินในแบบที่รู้จักเมื่อแรกพบโดยไม่ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในผลงานใดๆ

4. พวออารมณ์รุนแรง มีจุดดำ มีด้านมืดในจิตใจ ชอบทำตัวมีปัญหาต้องการระบายไปยันเรียกร้องความสนใจมาเจอพวกที่มีปัญหาพอๆกันอย่างไอ้สองลิงนี่ต้องชอบแน่ๆ ว่าแล้วก็อย่าลืมไปหา (What's TheStory) Morning Glory?,Don't BelieveThe Truthหรือแม้แต่ Time Files...1994-2009 มาฟังกัน



Blur : Parklife : Brit-Pop

น้ำหนัก = 91%

ประวัติศาสตร์หน้าใหญ่แห่งบริทพ็อพ

เมื่อพูดถึง Blur สิ่งที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาประกอบหัวข้อมนทนาในหมู่คณะทุกครั้งไม่ได้ขาดก็คืออัลบั้ม Parklife งานดนตรีที่เปรียบเสมือนอัลบั้ม "เพลงชาติ" แห่งวงการบริทพ็อพของทางวง ด้วยค่าที่ผสานวัฒนธรรมทางดนตรีอันหลากหลายตั้งแต่พ็อพ ร็อค เต้นรำ แจ๊ซซืและพั้งค์ลงสู่นิยามของภาคดนตรี "อัลเทอเนทีฟร็อค" หรือที่คอเพลงร็อคอังกฤษเรียกกันติดปากว่า "บริทพ็อพ" ได้อย่างครบครันไปด้วยอารมณ์อันหลากหลายนอกจากนี้ยังสะท้อนถึงมุมมองต่อชีวิตของชนชั้นกลางชาวผู้ดีได้อย่างเจ็บแสบยันลามปามไปก่อให้เกิดปรากฏการณ์ทางภาษาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในแวดวงดนตรีสหราชอาณาจักร ขนไม่เกินความจริงแต่อย่างใดที่จะกล่าวว่า "หากคอนเส็ปท์อัลบั้มชุดแรกของโลกอย่าง Sgt.Pepper's Lonely Heart Club Bands ของThe Beatles เปลี่ยนวัฒนธรรมดนตรีพ็อพกระแสหลักเช่นไร อาณาจักรบริทพ็อพก็ไม่เคยเหมือนเดิมอีกต่อไปหลังจาก Parklife กำเนิดขึ้นสู่โลกเช่นนั้น"

ผลงานชิ้นโบว์แดง

1.อีกหนึ่งอัลบั้มที่เป็นปรากฏการณ์ระดับตำนานของแวดวงดนตรีฝั่งอังกฤษช่วงทศวรรษ90 แสดงให้เห็นถึงกึ๋น พัฒนาการและการระเบิดศักยภาพอย่างถึงขีดสุดของ Blur ต่อยอดไปสู่พัฒนาการอันน่าประทับใจไม่หยุดยั้งในอัลบั้ใชดหลังๆ

2.เทียบกับงานของ Oasis ที่ยกมาส่วนตัวแม้จะไม่ถูกจริตเท่าแต่ในแง่ของความเก๋าพูดได้เต็มปากว่า "ไม่ก้มหัว" ให้อีกฝั่งง่ายๆแน่นอน

3.เป็นงานดนตรีที่ทรงอิทธิพลต่อวัฒนธรรมของคนเจเนอเรชั่นในอย่างแท้จริงประกอบกับเป็นช่วงที่วงการบริทพ็อพกำลังรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดพอดี

4.ไม่ได้ติดตามข่าวสารของ Blur ป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าวงนี้บึ้มไปเรียบร้อยรึยังเพราะถ้าจำไม่ผิดงานชุดล่าสุดเห็นจะเป็นช่วงต้นๆปี2000 แต่เชื่อเถอะไม่มีใครลืมพวกเขาในฐานะ "หนึ่งในวงบริทพ็อพที่เก่งที่สุด" เท่าที่เกาะอังกฤษเคยมีมาแน่นอน

นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง

1.ส่วนตัวไม่เคยสนใจBlurคือเป็นศิลปินที่ต่อให้งานดีขนาดไหนถ้าเลี่ยงได้ก็จะไม่หยิบขึ้นมาฟัง ถึงOasisนี่จะเข้าขั้นไม่ชอบเลยแต่ก็ยังอยู่ในความสนใจนะ

2.มีบางจุดในแง่ของเอกภาพในงานชุดนี้ที่ส่วนตัวเรายังรู้สึกว่าทำให้อารมณ์ร่วมที่มีค่อนข้างจะสะดุดอยู่

3.เชื่อมั้ยว่างานรีวิวชิ้นนี้เขียนขึ้นโดยการอุปมาตัวเองให้ย้อนไปมีมุมมองแบบคอดนตรีบริทพ็อพในยุคนั้น แต่ถ้าถามว่าเมื่อย้อนกลับมาสู่สถานะปัจจุบันแล้วรู้สึกประทับใจแสนสาหัสเท่าที่เขียนไปข้างต้นมั้ย? คงตอบได้แค่ว่าเป็นงานเขียนที่เขียนไปตามมุมมองของโลกแค่นั้น

4.บางคนบอกว่าอัลบั้มชุดนี้ของ Blur ดีกว่าแต่ส่วนตัวฟังในฐานะที่ไม่ได้เป็นแฟนของใครสักวงเห็นว่า "พอๆกัน" ในเรื่องของเนื้องานทั้งสองชุดที่เอามาเทียบ.....แต่ถ้าถามว่าวิสัยทัศน์สองวงนี้ใครเจ๋งกว่าต้องตะโกนตอบดังๆว่า Blur กินขาด

Finisher Moves

ถ้าถามว่าคิดถึงเพลงไหนเป็นเพลงแรกในงานชุดนี้ขอตอบว่าไทเทิ่ลแทร็คอย่ง Parklife แน่นอน อ้างอิงจากคอลัมน์ "Live Forever : Music โดยคุณฐกฤต รุ่งเรืองธัญญา จากนิตยสาร Alert" ท่านให้ข้อมูลมาว่าเป็นแทร็คที่สร้างปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมได้โดดเด่นที่สุดจนก่อให้เกิดกระแสนิยมสำเนียง Estuary English ที่มาพร้อมกับเสียงร้องของเดม่อน อัลบาร์น มาที่ตัวดิฉันเองประทับใจเพลงนี้ที่การเรียบเรียงด้วยการตัดสลับท่อนพูดของฟิล แดเนียลส์นักแสดงจาก East Enders กับท่อนฮุคที่ทรงพลังโดดเด่นดีแท้ End Of A Century กับ This Is A Low สองแทร็คบริทพ็อพเมโลดี้สวยๆสุดไพเราะดูเรียบง่ายตามพิมพ์นิยมของบริทพ็อพในยุคนั้นแต่ก็เป็นอะไรที่กินใจสุดๆ เพลงอื่นๆที่ชอบมากก็มี Bank Holiday ที่ฉีกออกไปเป็นแนวพั้งค์ร็อคกราดเกรี้ยวสับกีตาร์มันส์ระยับ เก๋ไก๋! Trouble In The Message Centre เป็นงานอัลเทอเนทีฟร็อคสุดบรรเจิดที่ผนวกลูกเล่นของซาวนด์Futuristicจากสรรพสำเนียงโรโบติคเยือกเย็นไร้ชีวิตชีวาเข้ากับจิตวิญญาณของฮารด์ร็อคติดพั้งค์หนักหน่วง Jubilee กับ Tracy Jacks ก็เป็นอีกสองเพลงที่ติดหูมากจนกู่ไม่กลับ ปิดท้ายด้วย Girls&Boys ซิงเกิ้ลเปิดอัลบั้มที่ไม่พูดถึงไม่ได้ในฐานะเพลงที่เรียกได้ว่า "ดังที่สุด" ของวงเลยก็ว่าได้ -- ขนาดPet Shop Boys ที่มารีมิกซ์เพลงนี้ยังหยิบขึ้นไปเล่นในคอนเสิร์ตตัวเองเลย -- เป็นงานลูกผสมที่หลอมเอาพ็อพ ร็อค แด๊นซ์และพั้งค์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวตีซี้เกี่ยวก้อยไปกับท่อนคอรัสแรงๆโดดเด่นและเนื้อหาเจ็บแสบกระชากใจ เป็นเพลงที่ชอบทื่สุดแล้วของงานชุดนี้!!!!

คุณสมบัติกองเชียร์

1.พวกที่ออกตัวว่าเป็นคอ "บริทพ็อพ" แต่ถ้ายังไม่เคยฟังงานชุดนี้นี่ก็ต้องบอกว่าชีวิตการฟังบริทพ็อพของคุณยังไม่สมบูรณ์ดีนะคะ

2.บริโภคกึ๋นไปพร้อมกับความหลากหลายผูดมิตรกับงานดนตรีที่มีสีสันละลานตาและรสชาติมากมายให้เลือกชิม

3.ดีหรือไม่ดีไม่รู้แต่ถ้าอัลบั้มไหนได้รับยกย่องให้เป็นตำนานหรือขึ้นหน้าประวัติศาสตร์คุณก็พร้อมที่จะเนียนแห่แหนไปด้วย -- ทั้งที่จริงๆแล้วอาจจะยังไม่ได้ฟังแต่ก็ทำเป็นปลาบปลื้มไปก่อน -- เพื่อนที่คุณจะได้เป็นคนที่เก๋

4.พวกติ๊สท์ๆศิลป์ๆหาแรงบันดาลใจจากงานดนตรีนี่แหละเหมาะนัก อัลบั้มนี้มีวัตถุดิบเก๋ๆที่จุดดประกายไอเดียให้คุณมากมายไปยันตราบเท่าที่สิ้นลมเลยทีเดียว

Credit : ขอบคุณคุณฐกฤติ รุ่งเรืองธัญญากับนิตยสาร Alert สำหรับข้อมูลเก๋ๆที่ดิฉันขออนุญาติหยิบยกขึ้นมาประกอบรีวิวพาร์ทนี้ ^ ^



เร็วๆนี้ Smile



แก้ไขล่าสุดโดย Armand D'Angouleme เมื่อ Sat Jan 01, 2011 6:57 am, ทั้งหมด 21 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


Mortal Kombat#2 = Oasis

ยืนยันคำเดิมว่า "ไม่ชอบOasis" และการที่พวกเขาชนะในสังเวียนนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าดิฉันจะรู้สึกชอบพวกเขามากขึ้น วงอะไรก็ไม่รู้ทำดนตรีซ้ำซาก ยืดย้วย แหกปากปั่นประสาทมาได้จะร่วม16-17ปี แต่แปลกนะที่แม้ว่าจะไม่เคยชอบการนำเสนอกับตัวตนของพวกเขาแต่ก็อดห้ามใขที่จะชอบเมโลดี้สุดเกรี้ยวกราดเชือดเฉือนกระแทกกระทั้นพร้อมกับท่อนคอรัสคมกริบบาดใจของพวกเขาไม่ได้ ซึ่งความไม่ชอบพวกเขามันไม่เกี่ยวกันเลยใช่มั้ยกับการทำใจให้กว้างและเปิดใจยอมรับงานๆหนึ่งที่ดีและมีอิทธิพลตอการฟังเพลงของเราจริงๆ และนี่คือเหตุผลที่มอร์ทัลคอมแบ็ทครั้งนี้เราเลือก Definitely Maybe ให้เป็นผู้ชนะ





แก้ไขล่าสุดโดย Armand D'Angouleme เมื่อ Tue Dec 28, 2010 5:45 am, ทั้งหมด 3 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
แปลกใจ ที่ทำไม ไม่เป็น What's the story?

แนะนำว่า เปลี่ยนยังทันโน๊ะ ตอนนี้ เดม่อน อัลเบิร์ต ณ gorillaz นำอยู่โข

Surprised Surprised Surprised Surprised Surprised Surprised Surprised Surprised

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
D พิมพ์ว่า:
แปลกใจ ที่ทำไม ไม่เป็น What's the story?

แนะนำว่า เปลี่ยนยังทันโน๊ะ ตอนนี้ เดม่อน อัลเบิร์ต ณ gorillaz นำอยู่โข

Surprised Surprised Surprised Surprised Surprised Surprised Surprised Surprised


ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะลุง แต่เอาตามนี้แหละ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Armand D'Angouleme พิมพ์ว่า:
D พิมพ์ว่า:
แปลกใจ ที่ทำไม ไม่เป็น What's the story?

แนะนำว่า เปลี่ยนยังทันโน๊ะ ตอนนี้ เดม่อน อัลเบิร์ต ณ gorillaz นำอยู่โข

Surprised Surprised Surprised Surprised Surprised Surprised Surprised Surprised


ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะลุง แต่เอาตามนี้แหละ


อืม

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เอาจริงๆแล้วส่วนตัวไม่ชอบ Oasis และไม่เคยสนใจ Blur เลย เลยมองงานชุดนี้แบบเป็นกลางมากกกกกกกกกกกกกกมั้ง เท่าที่ดูคิดว่ามวยนี้เสมอกันนะ งานดีทั้งคู่ แต่ถ้าจะตัดสินแพ้ชนะก็คงอยู่ที่ความถูกจริตมากกว่า Oasis อัลบั้มนี้บางคนบอกว่าน่าเบื่อเพราะลีดส์กีตาร์กระแทกกระทั้นลากยาวซ้ำซากในขณะที่ Blur อัลบั้มนี้พัฒนาขึ้นจาก2-3งานก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัดแต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ลงตัวเท่าที่ควรนะ ถ้าลองวัดจากงานชุดหลังๆของBlurที่ภาพรวมจัดมาเด็ดกว่านี้มาก.....แต่ก็เป็นอัลบั้มแห่งวัฒนธรรมประจำเกาะอังกฤษยุค90ทั้งคู่

ป.ล. ดูจากการตอบนี่ท่าทางคุณ D ไม่ฝักใฝ่Oasisแน่นอนเลยใช่มั้ยคะ ^ ^

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Armand D'Angouleme พิมพ์ว่า:
เอาจริงๆแล้วส่วนตัวไม่ชอบ Oasis และไม่เคยสนใจ Blur เลย เลยมองงานชุดนี้แบบเป็นกลางมากกกกกกกกกกกกกกมั้ง เท่าที่ดูคิดว่ามวยนี้เสมอกันนะ งานดีทั้งคู่ แต่ถ้าจะตัดสินแพ้ชนะก็คงอยู่ที่ความถูกจริตมากกว่า Oasis อัลบั้มนี้บางคนบอกว่าน่าเบื่อเพราะลีดส์กีตาร์กระแทกกระทั้นลากยาวซ้ำซากในขณะที่ Blur อัลบั้มนี้พัฒนาขึ้นจาก2-3งานก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัดแต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ลงตัวเท่าที่ควรนะ ถ้าลองวัดจากงานชุดหลังๆของBlurที่ภาพรวมจัดมาเด็ดกว่านี้มาก.....แต่ก็เป็นอัลบั้มแห่งวัฒนธรรมประจำเกาะอังกฤษยุค90ทั้งคู่

ป.ล. ดูจากการตอบนี่ท่าทางคุณ D ไม่ฝักใฝ่Oasisแน่นอนเลยใช่มั้ยคะ ^ ^


ผิด อย่างรุนแรง ตอนนี้ คลั่ง Stop Crying you heart out มากมาย

แต่ถึงจะชอบ doncamatic ด้วย แต่ก็ไม่ได้แปลว่า ชอบ blur ตอนนี้น่ะ

ส่วนฝั่งที่เลือก ก็ตอบไปแล้ว แต่นับเรื่องคุณภาพน่ะ แต่ความประทับใจ ต้องให้อีกฝั่ง

เพราะซื้อแผ่นแท้มา

ปล. ใจจริง อยากรีวิวมาก แต่ไม่ใช่อัลบั้ม หรือ เพลง น่ะ

EDIT: ฟังอัลบั้ม Definitely M. ยังมีลีดกีต้าร์เป็นเรื่องราวชัดเจน กว่า อัลบั้มหลังน่ะ

อัลบั้มแรกน่ะ ถ้าไม่ปล่อยของ ก็ขายไม่ได้ ไม่มีอัลบั้มสองหรอก

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
D พิมพ์ว่า:
Armand D'Angouleme พิมพ์ว่า:
เอาจริงๆแล้วส่วนตัวไม่ชอบ Oasis และไม่เคยสนใจ Blur เลย เลยมองงานชุดนี้แบบเป็นกลางมากกกกกกกกกกกกกกมั้ง เท่าที่ดูคิดว่ามวยนี้เสมอกันนะ งานดีทั้งคู่ แต่ถ้าจะตัดสินแพ้ชนะก็คงอยู่ที่ความถูกจริตมากกว่า Oasis อัลบั้มนี้บางคนบอกว่าน่าเบื่อเพราะลีดส์กีตาร์กระแทกกระทั้นลากยาวซ้ำซากในขณะที่ Blur อัลบั้มนี้พัฒนาขึ้นจาก2-3งานก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัดแต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ลงตัวเท่าที่ควรนะ ถ้าลองวัดจากงานชุดหลังๆของBlurที่ภาพรวมจัดมาเด็ดกว่านี้มาก.....แต่ก็เป็นอัลบั้มแห่งวัฒนธรรมประจำเกาะอังกฤษยุค90ทั้งคู่

ป.ล. ดูจากการตอบนี่ท่าทางคุณ D ไม่ฝักใฝ่Oasisแน่นอนเลยใช่มั้ยคะ ^ ^


ผิด อย่างรุนแรง ตอนนี้ คลั่ง Stop Crying you heart out มากมาย

แต่ถึงจะชอบ doncamatic ด้วย แต่ก็ไม่ได้แปลว่า ชอบ blur ตอนนี้น่ะ

ส่วนฝั่งที่เลือก ก็ตอบไปแล้ว แต่นับเรื่องคุณภาพน่ะ แต่ความประทับใจ ต้องให้อีกฝั่ง

เพราะซื้อแผ่นแท้มา

ปล. ใจจริง อยากรีวิวมาก แต่ไม่ใช่อัลบั้ม หรือ เพลง น่ะ

EDIT: ฟังอัลบั้ม Definitely M. ยังมีลีดกีต้าร์เป็นเรื่องราวชัดเจน กว่า อัลบั้มหลังน่ะ

อัลบั้มแรกน่ะ ถ้าไม่ปล่อยของ ก็ขายไม่ได้ ไม่มีอัลบั้มสองหรอก


ค่ะ ขอบคุณสำหรับการแชร์ข้อมูลนะ Very Happy

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Armand D'Angouleme พิมพ์ว่า:
D พิมพ์ว่า:
Armand D'Angouleme พิมพ์ว่า:
เอาจริงๆแล้วส่วนตัวไม่ชอบ Oasis และไม่เคยสนใจ Blur เลย เลยมองงานชุดนี้แบบเป็นกลางมากกกกกกกกกกกกกกมั้ง เท่าที่ดูคิดว่ามวยนี้เสมอกันนะ งานดีทั้งคู่ แต่ถ้าจะตัดสินแพ้ชนะก็คงอยู่ที่ความถูกจริตมากกว่า Oasis อัลบั้มนี้บางคนบอกว่าน่าเบื่อเพราะลีดส์กีตาร์กระแทกกระทั้นลากยาวซ้ำซากในขณะที่ Blur อัลบั้มนี้พัฒนาขึ้นจาก2-3งานก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัดแต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ลงตัวเท่าที่ควรนะ ถ้าลองวัดจากงานชุดหลังๆของBlurที่ภาพรวมจัดมาเด็ดกว่านี้มาก.....แต่ก็เป็นอัลบั้มแห่งวัฒนธรรมประจำเกาะอังกฤษยุค90ทั้งคู่

ป.ล. ดูจากการตอบนี่ท่าทางคุณ D ไม่ฝักใฝ่Oasisแน่นอนเลยใช่มั้ยคะ ^ ^


ผิด อย่างรุนแรง ตอนนี้ คลั่ง Stop Crying you heart out มากมาย

แต่ถึงจะชอบ doncamatic ด้วย แต่ก็ไม่ได้แปลว่า ชอบ blur ตอนนี้น่ะ

ส่วนฝั่งที่เลือก ก็ตอบไปแล้ว แต่นับเรื่องคุณภาพน่ะ แต่ความประทับใจ ต้องให้อีกฝั่ง

เพราะซื้อแผ่นแท้มา

ปล. ใจจริง อยากรีวิวมาก แต่ไม่ใช่อัลบั้ม หรือ เพลง น่ะ

EDIT: ฟังอัลบั้ม Definitely M. ยังมีลีดกีต้าร์เป็นเรื่องราวชัดเจน กว่า อัลบั้มหลังน่ะ

อัลบั้มแรกน่ะ ถ้าไม่ปล่อยของ ก็ขายไม่ได้ ไม่มีอัลบั้มสองหรอก


ค่ะ ขอบคุณสำหรับการแชร์ข้อมูลนะ Very Happy


PM ไม่ตอบ ถามจริง คิดอะไรอยู่

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com