˹���á Forward Magazine

ตอบ

Amy Winehouse+Duffy+Adele (Myspace#89)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Amy Winehouse+Duffy+Adele (Myspace#89) 






Amy Winehouse : Frank : Soul/R&B/Neo-Soul/Jazz (95%) + Duffy : Rockferry : Pop/Soul (92%) + Adele : 19 : Pop/Soul (95%)

มายสเปซคอลัมน์ที่89นี้ต้องขอขอบคุณน้องเฟี๊ยต "Mcqueen" สุดหล่อที่เพิ่งจะรีเควสต์อัลบั้ม 19 ของอะเดลมาทางเฟซบุ๊คส์เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ดิฉันได้แรงบันดาลใจว่าไหนๆจะเขียนถึงอัลบั้มโซลจากฝั่งอังกฤษแล้วเราก็จับเอาอัลบั้มแรกของสามสาวโซลที่ส่วนตัวดิฉันจับตามองผลงานของพวกเธอและคิดว่าน่าสนสนใจมาโดยตลอด หลังจากวินาทีรุ่งโรจน์ของลิซ่า สแตนฟีลด์ (คนนี้จะออกแนวอาร์แอนด์บีที่กระเดียดไปทางทริพฮอพ),เบเวอลี่ย์ ไนท์และจอส สโทนแล้วก็มีสามท่านที่ดิฉันยกผลงาพวกเธอนมาเขียนในคอลัมน์ครั้งนี้แหละค่ะที่เป็นตัวแทนของบริทโซลฝากศิลปินหญิงจากฝั่งสหราชอาณาจักรที่ดิฉันคิดว่าเด็ดดวงที่สุดแล้วในครึ่งหลังของทศวรรษ2010ที่ผ่านมา

เริ่มต้นด้วยศิลปินมากความสามารถที่ด่วนลาโลกไปเมื่อปีที่แล้วอย่าง "เอมี่ ไวน์เฮ้าส์" กับอัลบั้มเปิดตัวในปี2003 - -แต่ไฮไลท์ของเธอทราบกันดีว่าคืองานถัดจากนี้ในอัลบั้มชุด Back To Black ในปี2006 - - ภายใต้ชื่อ Frank กับงานดนตรีแนวคอนเทมโพรารีย์ดิบดำเข้มข้นสไตล์ "โซลอาร์แอนด์บี" ที่ทั้งภาคดนตรี รูปแบบการนำเสนอและเสียงร้องของเธอในงานชุดนี้เปรียบเสมือนกับการทริบิ้วท์ให้แก่ศิลปินผิวสียุค50-60รวมถึงวัฒนธรรมของอาณาจักรดนตรีในช่วงนั้น - - กลางยุควินเทจแจ๊ซซ์จวบจนย่างเข้าสู่กลางโมทาวน์ - - ท่ามกลางภาคดนตรีที่เปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์สุดคลาสสิคอย่างแจ๊ซซ์ที่ผสานเข้ากับจิตวิญญาณของความร่วมสมัยแบบ "นูโซล" ผนวกเข้าสู่ความเป็นเอกภาพได้อย่างกลมกลืนแถมยังอิสระไร้ขอบเขตุสุดๆ ฟังแล้วชวนจินตนาการถึงวันที่วิญญาณของเจ้าป้า "บิลลี่ ฮอลิเดย์" นึกสนุกแล้วลงมาชวน "เอริคา บาดู" เข้าห้องอัดเสียงทำสตูดิโออัลบั้มด้วยกัน...ผลงานที่ได้ก็คงจะออกมาอีหรอบเดียวกับอัลบั้ม Frank ชุดนี้กับความทรงพลังบนดนตรีโซลอาร์แอนด์บีเข้มข้นดิบบ้างลอยละล่องบ้างที่ผสานอิทธิพลของการอิมโพรไวซ์อย่างเหนือชั้นภายใต้วัฒนธรรมพลิ้วไสวหวานหอมแต่แฝงภายในไว้ด้วยความเร่าร้อนและห้วงอารมณ์อันรุนแรงดิบลึกและเชือดเฉือนแบบแจ๊ซซ์...จะว่าไปแม้จะไม่โด่งดังสร้างชื่อเท่า Back To Black แต่เอกภาพและความทรงพลังในเนื้องานเหนือชั้นกว่าชนิดที่เห็นได้ชัดทีเดียว

สลับจากงานโซลอาร์แอนด์บีดิบๆมาที่บลูส์อายส์โซลหวานๆจากศิลปินฝั่งเวลส์อย่าง "ดัฟฟี่" กับสตูดิโออัลบั้มเปิดตัวสุดโปรดปรานของดิฉันอย่าง Rockferry กันบ้าง ซึ่งงานเปิดตัวชุดนี้ของเธอก็สร้างความสำเร็จอย่างล้นหลามชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ย่อยๆที่แถบจะไม่ค่อยเกิดกับศิลปินที่ทำดนตรีแนวๆนี้สักเท่าไร ตั้งแต่ทะยานขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งบน UK Album Charts ได้ (นี่ยังจิ๊บๆเพราะเพลงดีจริง ไม่ได้ก็แย่แล้ว!!!) ถ้าจำไม่ผิดนี่งานชุดนี้น่าจะเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของเกาะอังกฤษในปี2008ด้วยมั้งคะ นอกจากนี้อัลบั้มนี้ยังพาดัฟฟี่ขึ้นไปคว้ารางวัลบนเวที่บริทอวอร์ดในปี2009อีกด้วยลามไปจนถึงการเฉือนชนะคู่แข่งเขี้ยวลากดินทั้งหลายแหล่บนเวทีแกรมมี่ครั้งที่51โดยเอาชนะรางวัลสาขา Best Pop Vocal Album มานอนกอดได้ (ได้ยังไงวะ?) เห็นภาพลักษณ์เรียบๆนิ่งๆจากหน้าปกและในเอ็มวีทำเอาดิฉันนั่งไม่เชื่ออยู่นานแต่พอได้ลองสัมผัสกับผลงานของเธอนี่ต้องขอบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งสา่วที่ต้องใช้สำนวนว่า "เสื่อซ่อนเล็บ" โดยแท้เพราะ Rockferry เป็นอัลบั้มพ็อพโซลที่เชือดเฉือนและทุกๆแทร็คโดดเด่นมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนแถมยังไพเราะยกอัลบั้มอีกต่างหาก ไม่เฉพาะเพลงเก่งของงานชุดนี้อย่าง Warwick Avenue งานอดัลท์คอนเทมโพรารีย์พ็อพโซลบัลลาดงามงดจับจิตที่คุณเธอโหนเสียงได้เพราะพริ้งเจียนขาดใจและ Mercy อันเป็นงานพ็อพโซล60แบบโมทาวน์แท้ๆที่ท้าชนกับพวกเจ้าป้าอรีธ่า แฟรงคลินร่างยักษ์ไล่แถกๆไปชนบลูส์อายส์โซลตัวแม่อย่างดัทที่ สพริงฟีลด์ไปจนถึงวงอาร์แอนด์บีโซลระดับตำนานอย่าง The Supremes ให้เจ็บปวดรวดร้าวเลือดซิบกันไปข้างแล้ว ทีเด็ดในอัลบั้มก็ยังมีไทเทิ่ลแทร็คอย่าง Rockferry ที่ล่วงหน้าเป็นซิงเกิ้ลแรกเป็นพ็อพโซลบัลลาดผสานซอฟท์ร็อคงามระยับ เครื่องสายสวยๆและกีตาร์บลูส์เชือดๆแต่สิ่งที่พาเพลงไปถึงจุดไคลแม็กซ์ได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของ "น้ำเสียง" ที่ส่งอารมณ์ได้สุดยอดจริงๆ Syrup&Honey นี่อาจจะไม่ถูกหูมากนักในช่วงต้นแต่ฟังไปนานแล้วขอยกให้เป็นงานบลูส์โซลที่ดีไม่แพ้บางเพลงใน Soul Sessions ของจอส สโทนเลยทีเดียว ปิดท้ายด้วย Distant Dreamer เพลงปิดอัลบั้มที่สวยสุดๆอลังการมาก

มาที่อัลบั้มที่ถูกใบสั่งให้เขียนมาบ้าง รีเควสต์นี้จากคุณน้อง Mcqueen เจ้าค่ะบอกว่า "อยากอ่านรีวิวอัลบั้มอัลบั้ม19ของอะเดลมากๆ" ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณน้องเฟี๊ยตนะคะที่รีเควสต์อัลบั้มนี้มาเพราะทำให้พี่ได้ย้อนกลับไปตั้งใจฟังงานชุดนี้อีกครั้งและเปรียบเทียบกับงานชุดล่าสุดอย่าง "21" ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมาสเตอร์พีซของเธอ ซึ่งตอนนี้ส่วนตัวไม่เห็นด้วยซะแล้วว่าเธอมีมาสเตอร์พีซเพียงชิ้นเดียว...เราอาจจะต้องยอมรับว่าใน 21 อะเดลพัฒนาขีดของศักยภาพที่สามารถไต่ระดับไปเล่นกับภาคดนตรีที่หลากหลายมากขึ้นตั้งแต่อินดี้ร็อควิ่งขึ้นไปหาเพลงระดับสูงอย่างพวกกอสเพลเลยทีเดียวรวมถึงความโดดเด่นและความกระชากใจของแทร็คที่เป็นไฮไลท์ อาทิ Rolling In The Deep และ Someone Like You เป็นต้นนี่ต้องยอมรับว่าทำได้ "ถึง" และทรงพลังกว่าเยอะ หากแต่พอได้ฟังงานชุดนี้แล้วกลับรู้สึกว่า "มีเอกภาพในตัวสูงกว่า" อันนี้มันแน่นอนนะคะเพราะด้วยภาคดนตรีที่มีขีดจำกัดในตัวมากกว่ามันก็ย่อมฟังแล้วลื่นไหลต่อเนื่องมากกว่าเป็นธรรมดา แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือความสมูธของ "เสียง" ที่มันสำคัญตรงที่ฟังแล้วมันรู้สึกอึดอัดน้อยกว่า 21 ที่ค่อนข้างจะเล็งขาดและเป๊ะกับตัวโน๊ตเกินจนฟังแล้วเกร็งขาดความเป็นธรรมชาติ (นั่นไม่ได้หมายความว่างานไม่ดี) ความรู้สึกนี้มันเริ่มตั้งแต่เมโลดี้ใน Daydreamer บรรเลงขึ้นอีกครั้งกับดนตรีแผ่วเบาของกีตาร์หวานๆและเสียงทุ้มนุ่มอบอุ่นแบบอคูสติคโซลซึ่งพอย้่อนกลับมาฟังแล้วสัมผัสได้ชัดเลยว่า "อะเดลสนุกและสบายๆกับอัลบั้มนี้มากกว่า" บางทีความที่ไม่ปรุงแต่งอะไรมากมันก็ทำให้เราเข้าใกล้สิ่งดีของศิลปินได้มากกว่าความสมบูรณ์แบบที่มันมีเกินขีดจำกัดจนเกินไปนะ!! Best For Last นี่แรกๆฟังแล้วไม่เข้าใจในการสื่อสารของเธอที่อิมโพรไวซ์แบบเลอะๆดิบๆในช่วงต้นแต่พอเข้าช่วงท่อนคอรัสเท่านั้นแหละ "เจิดจรัส!!!" (ทำเสียงแบบทาทา ยัง) กลายร่างเป็นงานโมทาวน์โซลจ๋าชนิดที่คอโซลและอาร์แอนด์บีฟังแล้วต้องลงไปชักๆๆๆๆๆรากเลือด เริ่ดมากกกกกกกกกกกกกกกว่าอะไรทั้งปวง ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คงจะเป็น Chasing Pavements งานอดัลท์คอนเทมโพรารีย์บัลลาดเจืออารมณ์บลูส์โซลหม่นๆเหงาๆแรกๆฟังแล้วไม่ชอบเสีัยงของเธอแต่พอฟังไปนานๆแล้วถึงกับหยุดไม่ได้ แหมมม๊ อีแบบนี้มันต้องเบิ้ลๆๆๆๆๆๆอีกสักสิบรอบ อ๋อ เพลงนี้ชนะแกรมมี่สาขาศซิลปินพ็อพหญิงยอดเยี่ยมปี2009ด้วยนะคะ Crazy For You เป็นงานบลูส์บนเชิงอคูสติคเรียบง่ายแต่ชวนขนลุกแท้ๆ น่าจะชอบเกือบที่สุดในอัลบั้มนี้แล้ว Right As Rain นี่ติดหูตั้งแต่รอบแรกที่ฟัง อีกหนึ่งเพลงพ็อพโซลแบบโมทาวน์ดีๆที่ผสานดนตรีไลท์แจ๊ซซ์เข้ามาได้อย่างกลมกล่อมดีแท้ มาที่ Make You Feel My Love คัฟเว่อร์จากบ็อบ ดีแลนในฉบับคอนเทมโพรารีย์บัลลาดผสานโซลกรีดกรายฟังแล้วนึกถึง "แครอล คิง" ขึ้นมาจับใจ ปิดท้ายด้วย Hometowm Glory ซิงเกิ้ลเปิดตัวเป็นงานเพียโนบัลลาดสุดอลังการประหนึ่งสกอร์ประกอบภาพยนตร์จำพวกมิวสิคคัล เริ่ดมากกกกกกกกกกกกกก!!!

ขอปิดท้ายด้วยการพูดถึงทั้งสามท่านเล็กน้อยสำหรับ "เอมี่ ไวน์เฮ้าส์" นี่คงต้องบอกว่าแม้จะชอบน้อยสุดแต่ส่วนตัวดิฉันให้เครดิตเธอเป็นตำนานไปแล้วน่าเสียดายที่ด่วนไปเข้าร่วม Forever 27 Club ทั้งๆที่เธอคนนี้เป็นศิลปินที่เก่งและมีวิสัยทัศน์ทางดนตรีที่ดี มาที่ "ดัฟฟี่" อาจจะพลาดในอัลบั้มที่สองแต่ส่วนตัวชอบเธอที่สุดเลยนะและขอเป็นกำลังใจให้เธอทำงานดีๆออกมาให้พวกเราฟังได้อีกในเร็วๆนี้ สิ่งที่อยากจะพูดคือในบรรดาสาวโซลจากฝั่งอังกฤษนับจาก "จอส สโทน" แล้ว ดัฟฟี่เป็นศิลปินหญิงที่ดิฉันให้ความสนใจในเรื่องของ "น้ำเสียง" ของเธอมากที่สุดคิดว่าเธอมีเส้นเสียงที่น่าสนใจและมีการอิมโพรไวซ์กับแอดลิบในตัวที่มีเสน่ห์มากๆแม้จะถุกค่อนขอดว่าเสียงของเธอจะออกลูกน่ารำคาญไปบ้าง แต่ก็อย่าได้แคร์!! ดิฉันคนนึงล่ะคะที่จะรอฟังเสียงของเธอในงานใหม่ๆอีก ส่วนอะเดลนี่ต้องขอบอกว่าเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่ "สุดยอด" ทั้ง19และ21เป็นอัลบั้มพ็อพโซลที่ทรงคุณภาพและมีพลังมากๆ เอาใจช่วยให้เธอสามารถพิสูจน์ตัวเองได้อย่างเหนือครั้งอีกในครั้งที่3 4และครั้งต่อๆไป - - ขอขอบคุณทั้งสามท่านที่ช่วยสานมนตร์เสน่ห์ของบริทโซลที่เปี่ยมไปด้วยความหวังอันเรืองรองให้ยังคงงดงามจวบจนทุกวันนี้ เอมี่ด่วนลาโลกไปแล้วไม่เป็นไีรเธอจะไม่ถูกลืมแน่นอน....ดังนั้นดัฟฟี่กับอะเดลรีบๆออกงานดีๆมาให้ฟังกันอีกนะคะ ^ ^


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชอบทั้ง 3 นาง ของอเดลอัลบั้ม 19 ได้ฟังแึค่บางเพลง ส่วนเอมี่กับดัฟฟี่เพลงนางเริ่ดทุกเพลง ชอบสไตล์เพลงแบบพวกนางมากค่ะ อยากให้รีวิวอัลบั้มของ Paloma Faith ด้วยค่ะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
บอกตามตรงว่าตอนอาราบั้ม Rockferry ของดัฟฟี่ตอนที่ฟังครั้งแรกก็ชอบเอาซะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฟังหลายรอบมากเลยอาราบั้มนี้ Syrup and honey, Rockferry, I'm scared, Stop เพลงพวกนี้จะฟังบ่อยเป็นพิเศษ ทุกวันนี้ก็ยังหยิบมาฟังอยู่เรื่อยๆ

เอมี่ ไวน์เฮาซ์ไม่เคยฟังนะ เคยฟังก็รีแหบอ่ะ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบน้ำเสียงแบบนี้เท่าไหร่ ฟังแล้วปวดหัว ในทางกลับกันกลับชอบจอส สโตนเอาซะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ น้ำเสียงฟังแล้วรู้สึกว่ามีสเนห์ ฟังครั้งแรกก็เพลง right to be wrong ตกหลุมรักจอส สโตนจากเพลงนี้เลย ชอบมากๆๆๆ เลยติดตามอัลบั้มมาเรื่อยๆ บอกตามตรงว่าน้ำเสียงแบบนี้ล่ะชอบมากๆๆๆๆๆ

อเดลนี่ไม่ต้องพูดถึง ส่วนตัวไม่เคยนึกพิศวาสเพลงแนวอเดลอยู่แล้ว แต่ไหงๆ มาฟังเป็นเอาจริงเอาจังได้ไงก็ไม่รู้ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


_________________
สโมสรฟุตบอล ที่ปลอดพวกหน้าปรุ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ผมรักงานduffyมากกกกกกกก โดยเฉพาะ distant dreamer
และคิดเหมือนกันเลยในเรื่องเสียง

ชื่นชมจริงอะไรจริง

แต่ผมเบื่ออเดลอะ รู้สึกว่านางออกเตฟเดียว เพลงมันเลยวนๆๆ
ถ้าไม่ตั้งใจฟังทั้งอัลบั้มจะเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากก


_________________
.



ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
3 คนนี้ แบบเริ่ดอ่ะ ชอบ Duffy มากเหมือนกันค่ะช่วงนั้น แต่ตอนนี้คงต้องยกให้ Adele


_________________
CLICK

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เสียงพวกชีไม่ได้เพราะนะแต่ฟังแล้วสะบายหูมีเสน่ห์และเอกลักษณ์มากๆ ส่วนตัวปลื้มDuffy เปนพิเศษ


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com