
Whitney Houston : Whitney Houston (95%)
แม้ว่าดิฉันจะไม่ใช่แฟนเพลงตัวยงของ "วิทนี่ย์ ฮูสทัน" แต่เมื่อวานก็อดช็อคไม่ได้จริงๆค่ะกับข่าวการเสียชีวิตของดิว่าท่านนี้ในแบบที่กระทันหันเกินจะรับทีเดียว แถมเมื่อเดือนที่แล้วดิฉันก็เพิ่งหยิบอัลบั้ม My Love Is Your Love สตูดิโออัลบั้มชุดที่โปรดปรานที่สุดของป้ามาเขียนเป็นงานฉลองวันเกิดครบ25ปีในคอลัมน์ Myspace ของตัวเองก็ไม่คิดว่าท้ายที่สุดจะมาด่วนจากกันไปเร็วขนาดนี้ - - เช่นเดียวกับป้าเอ็ตต้า เจมส์ที่เขียนรีวิวงานของป้าลงมายสเปซหลังจากป้าวิทแค่คอลัมน์เดียวก็มาอำลาโลกไปในระยะเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ - - นับว่าการเสียชีวิตของ "วิทนี่ย์ ฮูสทัน" เป็นหนึ่งในการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรดนตรีสากลเลยทีเดียว ส่วนตัวแล้วในฐานะคนดนตรีและนักวิจารณ์เพลงดิฉันไม่คิดว่าจะต้องมารีบใช้คำว่า "เขียนเพื่อทำความเคารพเป็นครั้งสุดท้าย" กับศิลปินท่านใดเลย แม้ว่าชีวิตนี้ใช้เวลากับดนตรีมาเกินครึ่งชีวิตมันก็น่าใจหายที่พอวันหนึ่งคนที่เป็นตำนานตัวจริงลาจากโลกนี้ไปเรากลับไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวของเธอเลย ทั้งที่จริงๆแล้วงานของป้าที่เป็นซิงเกิ้ลดังๆก็รู้จักและฟังมาตลอดตั้งแต่เด็ก...เป็นบทเรียนที่ดีที่สอนให้ตัวดิฉันได้รู้ว่าแม้ชีวิตนี้จะฟังดนตรีดีๆมาเยอะแต่ก็ได้พลาดที่จะทำความรู้จักกับตัวตนของศิลปินดีๆผ่านทางผลงานของเขาไปเยอะไม่แพ้กัน ที่สำคัญที่สุดในฐานะที่ป้าเป็น "ดิว่า" และเป็นหนึ่งในคนที่สะท้อนของคำว่าดิว่าออกมาได้ดีที่สุดตลอดกาลดังที่ดิฉันเคยพูดไว้ในหลายๆรีวิวว่าสุภาพสตรีเหล่านี้มีความผูกพันทางจิตวิญญาณกับคนที่เป็น "เกย์" อย่างประหลาดทั้งในแง่แรงบันดาลใจและการหล่อหลอมความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณให้พวกเรากล้าที่จะยืนหยัดและเชื่อในความเป็นดิว่าที่มีในตัวของพวกเราพร้อมกับไม่กลัวที่จะระเบิดพลังทางจิตวิญญาณเหล่านั้นออกไปและแสดงให้โลกได้รับรู้และยอมรับในจิตวิญญาณที่แท้จริงของคนๆหนึ่ง...และในวันนี้ดิว่าตัวน้อยๆคนนี้ขอมอบรีวิวชิ้นนี้เพื่อเป็นการอุทิศให้แก่ดวงวิญญาณของเจ้าป้าผู้เป็นดิว่า เป็นเดอะวอยซ์และเป็นตำนานตัวจริงตลอดกาลที่โลกดนตรีไม่มีทางลืมเลือนกับงานสตูดิโออัลบั้มชุดแรกของป้าในปี1985...จุดเริ่มต้นของผู้หญิงธรรมดาๆที่ชื่อ "วิทนี่ย์ ฮูสทัน" ผู้ที่กลายมาเป็นสุภาพสตรีแถวหน้าและราชินีของวงการดนตรีในระยะเวลาเพียงแค่อัลบั้มเดียว
รูปแบบดนตรี
ดวงดาวที่ถูกค้นพบจากการแสดงในไนต์คลับที่นิวยอร์คโดย Clive Davis ที่ได้ตระหนักถึงศักยภาพทางดนตรีและเสียงร้องที่ทรงพลังของป้าโดยเชื่อมั่นอย่างถึงที่สุดว่า "ผู้หญิงคนนี้สามารถที่จะกลายเป็นดาวที่เจิดจรัสและสุกสกาวที่สุดในอนาคตได้" จากความเชื่อมั่นนำไปสู่การขัดเกลาจนก่อเกิดเป็นสตูดิโออัลบั้มแรกภายใต้ชื่อเดียวกับศิลปินชิ้นนี้นับว่าเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าสิ่งที่คุณ Clive ได้เล็งเห้นในตัวของผู้หญิงที่ชื่อวิทนี่ย์คนนี้ไม่ได้ผิดไปจากที่เขาเชื่อมั่นเลยแม้แต่น้อย Whitney Houston เป็นงานดนตรีอดัลท์คอนเทมโพรารีย์ที่ผนวกเอาความเป็นพ็อพหวานหูและเป็นมิตรกับทุกคลื่นวิทยุเข้ากับพลังเสียงที่ทรงพลังแบบอาร์แอนด์บีดิบดำเข้มข้นของเจ้าป้าที่โดยเฉพาะในส่วนของบัลลาดจำพวก "สแตนดาร์ด" ที่เป็นงานคอนเทมโพรารีย์ผสานสมูธแจ๊ซซ์นุ่มละมุนรวมถึงกลิ่นของความเป็นบัลลาดจากยุค50ผสานโซลกลมกล่อม ซึ่งจะว่าไปแล้วถัดจากยุคของอรีธ่า แฟรงคลินมาก็มีป้าวิทนี่แหละที่เข้ามาสานความนิยมของศิลปินในแนว "ดิว่าโชว์พลังเสียง" และส่งอิทธิพลเสมอมาจนก่อให้เกิดช่วงเวลาของมารายห์ แครีย์,ซีลิน ดิออน,คริสทิน่า อากิเลร่า,เจสซิก้า ซิมป์สันและอีกมากตามมา
จุดด้อย
ไม่มีน่ะค่ะเพราะในแง่ของเอกภาพนี่เป็นงานที่ลงตัวสมศักดิ์ศรีคนที่เป็นตำนานทำจริงๆแถมยังเป็นงานที่ไพเราะมากๆอีกต่างหากฟังแล้วก็ไม่แปลกใจว่าทำไมชื่อของป้าถึงได้เป็นชื่อของศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดเป็นอันดับต้นๆมาจวบจนทุกวันนี้และเชื่อว่าแม้ต่อให้ป้าจะจากไปอีก10ปีก็ตาม
แทร็คเด็ด
You Give Good Love (4.5/5) ที่ส่วนตัวของยกให้เป็นหนึ่งในเพลงที่คลาสสิคที่สุดของเจ้าป้าทั้งเนื้อหาที่บูชาในศรัทธาตลอดจนมุมมองที่ขาวสะอาดของความรัก เป็นบัลลาดที่ส่วนตัวคิดว่าสามารถโชว์ศักยถาพในการร้องเพลงของป้าได้อย่างชัดเจนที่สุดเพลงหนึ่งทีเดียวรวมถึงในแง่ของดนตรีงานจำพวกนี้นับว่าเป็นโมเดิร์นอาร์แอนด์บีของยุค80เลยก็ว่าได้นะคะ เก๋!!! How Will I Know (4.5/5) ก่อนที่เพลง I Wanna Dance With Somebody ในอัลบั้มชุดถัดมาจะโด่งดังก็มีเพลงนี้นี่แหละที่เปรียบประดุจเพลงแม่ของเพลงนั้นกับการประสานเอาจังหวะเต้นรำของดนตรีพ็อพ80เข้ากับจิตวิญญาณของอาร์แอนด์บีและโซลผิวสีของป้าได้อย่างลงตัว ฟังแล้วนึกถึงเพลงเต้นรำของศิลปินผิวดำช่วงยุค70เหมือนกัน All At Once (5) ในแง่ของอิทธิพลแล้วอาจจะสู้อีกหลายๆบัลลาดของเจ้าป้าไม่ได้แต่ส่วนตัวขอบอกเลยว่ารู้สึกผูกพันกับเพลงนี้อย่างประหลาดตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟังตั้งแต่ตอนเด็กๆเลยอ่ะค่ะ เป็นเพลงที่ส่วนตัวรักและพิเศษในความรู้สึกที่สุดเพลงหนึ่งของป้าวิทเลยทีเดียว ปิดท้ายด้วย Saving All My Love For You(5) กับ Greatest Love Of All (5) สองบัลลาดที่เป็นโลโก้ของเจ้าป้าไปแล้วงานสแตนดาร์ดพ็อพอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าป้าที่ผสานเอาอารมณ์สุนทรีย์จำพวกสมูธแจ๊ซซ์เข้ากับความดิบสดเข้มข้นในแบบฉบับอาร์แอนด์บีและโซล คลาสสิคสุดๆ
สรุป
บทสรุปของทุกสิ่งทุกอย่างของผู้หญิวงชื่อวิทนี่ย์ ฮูสทันคงเป็นจริงอย่างในทุกถ้อยคำที่เธอได้เคยร้องไว้ในท่อนนึงของเพลง Greatest Love Of All ว่า "At Least I Lived As I Believed.No Matter What They Take From Me,The Can't Take Away My Dignity"...ชื่อของป้าจะเป็นตำนานตลอดไปและจะยังอยู่ในความทรงจำของคนดนตรีทุกคนไปอีกนานเท่านาน หลับให้สบายนะคะวิทนี่ย์ ฮูสทันป้าได้มอบความบันเทิงให้แก่โลกมามากมายแล้วถึงเวลาที่ป้าจะได้พักผ่อน แนสจะจำป้าไปตลอดค่ะ... Rest In Peace!!!
แก้ไขล่าสุดโดย Armand D'Angouleme เมื่อ Mon Feb 13, 2012 2:52 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง