และแล้วสาวผิวสี เสียงเหน่ออย่าง ริอานน่า ก็เดินทางมาจนถึงอัลบัมที่ 7 อย่าง อันอะโพโลเจติก หลังจากประสบความสำเร็จแบบไม่เต็มที่นักกับอัลบัมที่ผ่านมา Talk That Talk หลายคนคงตกใจล่ะสิ ที่จู่ๆก็รีบปิดอัลบัมเก่าแล้วมาเปิดอัลบัมใหม่ชนิด 1อัลบัม/ปี เลยทีเดียว แต่ฉันคิดว่า หล่อนทำถุกแล้วค่ะ เพื่อที่จะลบล้างโปรแกรมมิ่งสำเร็จรูป มาเลือกที่จะเติบโตและมีชั้นเชิงในดนตรีเพิ่มขึ้นในอัลบัมนี้นั่นเอง
ยังไงก็ตามดิฉันคิดว่าอัลบัมนี้ออกไปทางฮิปผอปดิบๆล้ำของ นิกกี้ ไมนาจที่นำเสนอออกมามาละเอียดอ่นและมีชั้นเชิงกว่า เน้นเก่ไม่เน้นเพราะ
ภาพรวม อัลบัมนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแนว ฮิปฮอป - อาร์แอนด์บี เรกเก้ ที่แทบไม่หลงเหลือความเป็นป๊อปอยู่เลย แทรคส่วนมากเนนไปที่ความดิบของดนตรี ที่ฟังดูดีๆแล้วนางทำมาปราณีตมากๆในภาพรวมที่ดูดิบนั้นดนตรีมีการใส่อะไรที่แปลกขึ้น ละเอียดอ่อนแม้แต่เมโลดี้เบาๆที่แทบไม่ได้ยิน
และนี่คงจะเป็น Rated R ในเวอร์ชั่นที่หม่นน้อยลง และไปในทางดิบมากยิ่งขึ้น แต่ก็มีชั้นเชิงในการนำเสนอเช่นเดียวกัน สำหรับใครที่ต้องการเสพความเป็นศิลปะในดนตรีแล้ว นี่คงเป็นอีกงงานนึง ที่ศิลปินสมัยนี้แทบไม่มีใครทำแล้ว แต่ด้วยความที่ดิฉันไม่ค่อยจะเข้าใจความเป็นศิลป์เท่าไร จะให้มาตอแหลว่าซึ้งในจุดอาร์ตของนางแล้วให้คะแนนเยอะๆก็คงไม่ได้ ฉนั้นจึงขอเขียนรีวิวนี้มาใน ฐานะ คนที่ไม่ถนัดที่จะฟังเท่าไรนะคะ
จุดเดิ้น ริห์อานน่า ชื่อนี่ไม่เคยนำเสนอความจำเจ คงจะพอใช้เป็นคำจำกัดความกับนังนักร้องคนนี้ อัลบัมนี้มีจุดเด่นเลอค่าใครความลึกลับและชั้นเชิงของเมโลดี้แสนละเอียดอ่อนในแทรคแต่ละแทรค ความเด็ดขาด และเปรี้ยวชนิดๆดำเป็นดำ ขาวเป็นขาวผิดกับทอล์คแดททอล์คอย่างสิ้นเชิงถูกถ่ายทอดผ่าน 14 แทรคในอัลบัมนี้ ที่นางเสนอให้เราได้ลิ้มรสชาติแบบจัดจ้านของเรกเก้ ฮิปฮอป และ อาร์แอนด์บีอย่างเกือบจะเต็มอิ่มพอสมควร
จุดดับ การทำอะไรแบบนี้มันก็เป็นดาบสองคมเหมือนกัน เพราะดูท่าแล้วนางคงคิดว่า 14 แทรคจะใส่ความเป็นนางในช่วงนี้ออกมาได้ไปพอ เลยยัดทุกแทรคด้วยสรรพสิ่งที่นางอยากจะทำ บรรดาลให้เพลงล้นเกร่อไปด้วยอะไรก็ตามที่ "มาก" เกินที่หูคนต้องการเสพ แต่ละเพลงจึงมากไปด้วยซาวหลากหลายประเภท ทำให้ฟังไม่ทันจบก็ เบื่อ และไม่คิดอยากจะฟังแทรคต่อไป
อีกอย่างคือความล้ำ ในดนตรีที่ถึงแม้เข้าถึงไม่ยากนัก แต่นังฟังเพลงที่ต้องการความสนุกที่ไหนเขาจะหยุดฟังล่ะ นอกเสียจากแฟนคลับที่ยินดีจะดื่มด่ำกับทุกบทบรรเลงของนาง
01 Fresh Off the Runway (3/5)
เปิดอัลบัมนี้ด้วยอาร์แอนด์บีฮิปผ่อผสุดดิบสไตล์ Nicki Minaj ที่นางได้เพิ่มความเป็น R&B เข้ามามากว่าฮิปฮ่อป และเสริมความจัดจ้านเข้ามา เติมความแซ่บให้แก่เพลง เติมสีสันให้เพลงบวกเสียงรัวกลองแนวคนดำ แต่นั่นคงไม่ทำให้เพลงนี้เก๋ด้วยสำเนียงสตรีท และคอรัสเสียงสังเคราะห์ของคนที่ทำให้เพลงนี้รวมกันเป็นสิ่งที่เก๋ สิ่งนึง แต่เชื่อฉันเถอะ ถ้าไม่ใช่คอฮิปผอปจริงๆคงฟังได้ไม่ถึงครึ่งเพลงก่อนส่งพลงนี้ลง Recycle Bin
02 Diamonds (4/5)
เข้าสู่อารมณ์เทพนิยายด้วยเสียงกดออร์แดนนุ่มทุ้ม ไปกับบทประพันธ์แสนละเมียดละไมในดนตรีธีมลัลลาร์ดหม่นๆแบบ Russian Roulette แต่เธอกลับนำเสนอมาในรูปแบบที่กระชับกว่าจะทำให้เพลงนี้เลื่อนลอย แฝงด้วยความเข้มแข็ง ตัดพ้อ และอารมณ์ในเพลง ผสมปนเปกันออกมาแล้วลงตัว แถมติดหูพิลึก
03 Numb ( Feat. Eminem ) (3.5/5)
เกริ่นเพลงด้วยเสียงขลุ่ยสไตล์อินเดีย กรั่นกรอกฃงด้วยเสียงกระทบกลองดิบๆ คลอเคลียไปกับเสียงมึนๆของนังห่าน รองด้วยจังหวะอาร์แอนด์บีหม่นๆ แต่หนักแน่น ความละเอียดของดนตรีถูกถ่ายทอดออกมาในรูปเพลงดิบๆแนวพื้นบ้าน ปะติดกับเสียงสังเคราะห์ของผู้ชายท่ามกลางท่อนฮุคล่องลอยของนาง ตบท้ายด้วยแรปดิบๆของป๋าเอ็ม ในช่วงจังหวะฮิปฮอป ที่ออกจะน้อยไปนิด
04 Pour It Up (2.75/5)
อินโทรด้วยเสียงกลองนุ่มๆหม่นๆ ก่อนจะกลายร่างเป็นฮิปฮ่อปอาร์แอนบีมารู้สึกตัวที่ทีตรงคอรัสที่เป็นการแอดลิโชว์เสียงกังวาลสวยๆนึกนึงของนาง แต่กรนั้นดนตรีก็ยังไม่มีการเพิ่มเพียงแต่อย่างใด เดินจังหวะทั้งเพลงด้วยจังหวะเดียวทั้งหมด ชวนให้เบื่อ เหมือนอัลบัม Million Light ของนังแชร์รีลอย่างแรง
05 Loveeeeeee Song (3/5)
ตัวอียาวไปไหนยะเพลงนี้ ใครนับไว้ไหมว่ามีกี่ตัว ตัวเพลงเป็นบัลลาร์ดอร์แอนด์บีสวยๆแบบ หน่วงจังหวะ คงสาแก่ใจกับจังหวะดิบๆแล้วจึงบุเพลงนี้ออกมานุ่มนวลพอควร แต่การเอาเสียงผู้ชายมาสังเคราะห์ซะยังกะแขกเป่าปี่นั่นออกมาเสร่อชะมัด
06 Jump (2.75/5)
ได้เวลาเข้าสู่อาร์แอนด์บีจังหวะเก๋ๆ ที่ขึ้นต้นด้วยการอัพบีทดนตรีค่อยๆเร่งความแรงขึ้น คอรัสด้วยการดับเสียงดนตรีและตบด้วยดิสโก้แดนซ์ออโต้จูนหนึบๆ แต่ติดหูอยู่ ขอยกความดีให้ Kanye West ที่เข้ามาร่วมแจมให้เพลงๆนี้ดูเป็นเพลงมากขึ้นกว่าดนตรีที่เอามาปะติดกัน
07 Right Now (feat. David Guetta) (3.75/5)
ขึ้นชื่อว่า เดวิด เกทตา เพลงนี้ออกมาไม่เสร่อแน่นอน เริ่มต้นเพลงด้วยดนตรีกลิ่นอายละตินสวยๆแบบนัง JLO เพิ่มจังหวะดังคลับแดนซ์บิทหนึบๆเก๋ๆ ต่อท้ายด้วยออโต้จูนแดนซ์ชนิดๆที่ฟังแล้วไม่เสร่อ เอาเป็นว่านี่เป็นเพลงที่ฟังแล้วลื่นหูเพลงแรกหลังจากไดอามอนจบไปเลยทีเดียว มีข้อแก้ตัวไหมกับตอนจบเพลงที่เสือกใส่คอรัสมาให้เพลงเสียเล่นงั้นๆ
08 What Now (3/5)
แทบลืมบัลลาร์ดไปแล้ว ว่าอัลบัมนี้มีเพลงช้าที่ขึ้นต้นด้วยเสียงดีดพิณนุ่มๆก่อนกลายเป็นบัลลาร์ดอาร์แอนด์บีจังหวะแปลกๆ ร้องคร่อมเพลงแบบไม่แคร์จังหวะ ก่อนฆ่าตัวตายด้วย Dub step หน่วงๆตรงคอรัส เพลงนี้ถ้าตัดดนตรีทิ้งคงจะดีไม่น้อย ฟังแล้วก็หวนนึกถึงนัง Cheryl Cole ที่ออโต้จูนทำทุกอย่าพังแท้ๆ
09 Stay (feat. Mikky Ekko) (4/5)
เริ่มต้นด้วยเสียกดเปียโนสะอาดๆหวานๆนุ่มนวล เคล้าคลอไปกับน้ำเสียงของนังห่านที่ถ่ายทอดด้วยสำเนียงบลูส์ เรียกได้ว่าเป็นเพลงสวยๆพักหู แต่ใครมันจะไปคิดว่านางจะประสานเสียงกับอีกฝ่ายออกมาได้กลิ่นอายโซล ย้อนยุคในอารมณ์หม่นๆในวันฟ้าครึ้มฝนปรอย แบบนี้ย์ แถมดนตรียังทำมาได้มี"สมอง" มากกว่ายัดเยียดทุกสิ่งที่กำลังเก๋แบบแทรคบน
10 Nobody's Busines (3.75/5)
ก้ไม่ใช่ธุระของใคร ที่ฉันจะทำเพลงป๊อป ดิสโก้แดนซ์สไตล์ย้อนยุคแบบนี้ แถมยังนำอดีตคู่ขาคู่เข่าคริสบราวน์มาฟีทด้วย ต๊าย มันออกมาเจิดจะตายชนิดทีว่า ถึงนางจะโดนซ้อมอีกรอบก็ช่างแม่มันเถอะ ด้วยเพลงทีคอเคลียไปกับเสียงกึ่งพูด ก่อนเข้าฮุคแบบเรียบๆแต่ติดหู และดนตรีซิกเนเจอร์ของ MJ ชนิดที่ว่าพอคริสบาวมาร้องนึงว่าผีไมเคิลคืนชีพมาจับใหม่ ขอมอบรางวัลให้แก่ท่อนคริสบราวน์ที่ขับเคลื่อนเพลงนี้ออกมาได้ดีอารมณ์ดิบๆดีมาก แย่หน่อนนะที่เพลงดูซาวมันจะเยอะเกินจำเป็นไปหน่อย
11 Mother Mary (4/5)
แม่ขาหนูจะแต่งงานแล้วนะ สิ่งที่นางจำนำเสนอพวกเราผ่านบัลลาร์ดจังหวะนุ่มๆกับเสียงสะอาดๆของหนังคอเคลียไปกับดนตรีละเมียดละไมที่แฝงอยู่ สัมผัสได้ถึงความแกร่ง และดุดันของเพลงผ่านการเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะกลายเป็นอาร์แอนด์บี ก่อนเปลี่ยนอารมณ์เพลงด้วยดิสโก้
ฮิปฮอปส่งท้ายเพลงแต่ไม่ยักทำให้เพลงนี้เสียจังหวะ แต่คุณเธอขา ทำห่าอะไรมาตั้ง 6 นาทีคะ เฃถ้าตัดหลือ 3-4 นาทีป่านนี้ได้คะแนนเยอะกว่านี้ไปแล้ว อิหอยเอ้ย
12 Get It Over With (3.5/5)
อุ้ยตาย ขึ้นต้นมาเพราะอ่ะ ยังกับเพลงช้าสมัยก่อน และก้ไม่ผิดหวังจริงๆที่เพลงนี้มาแบบซอฟๆ พอจะมีจังหวะกรับๆ ของเครื่องดนตรีแนวเรกเก้เบาๆ ผสานไปกับเสียงสวยๆโซลๆของนังห่าน มาแบบผ่านมาง่ายๆ แต่น่าจดจำกว่าเพลงเร็วๆเยอะ
13 No Love Allowed (3/5)
ทำไมคะ เขาจ้างให้ร้องเพลงนี้ไปประกอบเกมส์มาริโอ้หรอคะ ถึงได้มาด้วยด้วยดนตรีดิสโก้หลอนๆกลวงไปกลวงมา เก๋หน่อยตรงเสียงกลองแบบละติน หอมๆ ตัดกับเสียงดุๆของอิห่าน แต่คอรัสกลับออกมาเพราะแบบไม่ง้อดนตรี แต่ไม่ทันไร พอร์ชคอรัสกับการร้องเย้เยเยของนางทำให้ทุกอย่างน่าเบื่อ แถมเพลงยังจังหวะเดียวกันทั้งเพลงอีก ตัดเหลือท่อนฮุคแล้วเอาไปปะเพลงอื่นจะดีกว่ามั้ง ??
14 Lost in Paradise (3.75/5)
อยากจะบอกหล่อนเลยย่ะว่าเพลงเร็วที่ผ่านมาทำฉัน Lost in the hell มากๆ กว้าจะมาเจอพาราไดซ์สมชื่อเพลงก็เพลงสุดท้ายซะละ ที่นำเสียงคอรัสหม่นๆมายำกับฮิปฮอปอาร์แอนด์บีอ่อนๆ แต่นั่นนไม่เก๋เท่ากับ Du step หน่วงจังหวะในท่อนฮุคที่ชุบชีวิตเพลงนี้ขึ้นมา แต่นางคงกะให้คนLost มากไปหน่อยเลยใช้คอรัสหลอนๆปะปนไปกับเสียงปี่แขกๆ ดำเนินการในช่วงหลังเพลงทั้งหมด จึงทำให้ดิฉัน "หลอน อิน เดอะเฮล" มากกว่า "ลอส อิน พาราไดส์" นะคะ
อ้างอิงจาก:
อาจเป็นเพราะไม่ค่อยเกทกับเพลงแนวนี้ เพลงแต่ละเพลงจึงไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ ใครที่ต้องการป๊อปสนุกๆล่ะก็ ลืมอัลบัมนี้ไปได้เลย แต่ถ้าใครต้องการจะเสพศิลป์ หรือความเก๋ใดๆก็ช่างแนะนำให้โลหดบางแทรคมาไว้ฟังค่ะ















