˹���á Forward Magazine

ตอบ

สุสานนักเรียน ตอนที่2 (8+9)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ สุสานนักเรียน ตอนที่2 (8+9) 


http://hysteriaculture.wordpress.com

hysteria

สุสานนักเรียน ตอนที่2 สุภาพสตรีชุดขาวกับการจองจำมรณะบนชั้น8

บทความ/นิยา่ยในเพจ Hysteria นี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์แก่ผู้เขียน “นายมัลนร ล้ำสกุลวงศ์” (http://www.facebook.com/ArmandVladJekyllDangouleme8774 และเพจ http://www.facebook.com/hysteriaculture )เท่านั้น ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด หรือนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ

“เป็นยังไงบ้างคริสมาสต์?” มาลินถามลูกศิษย์ด้วยความเป็นห่วง “อาการดีขึ้นแล้วครับมิสเดี๋ยวแม่ก็จะมารับกลับบ้านแล้วคืนนี้ ^ ^ ” เด็กหนุ่มตอบมาลินอย่างอารมณ์ดี “ตอนที่มึงวิ่งไปอ้วกและเป็นลมหน้าห้องชันสูตรน่ะกูกับฮาเวิร์ดตกใจมากเลยรู้รึเปล่า? ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” บรูโน่เดินเจาะนมหวานแล้วยื่นให้เพื่อน “ว่าแต่ฮาเวิร์ดกับแอนดี้ไปไหนล่ะ?” คริสมาสต์ถามหาเพื่อนซี้สองคนด้วยน้ำเสียงน้อยใจ “แอนดี้ไม่สบายไม่ได้มาเรียนน่ะวันนี้ ดีไซน์ตกบันไดที่โรงเรียนเมื่อคืนข้อเท้าพลิกส่วนฮาเวิร์ดก็ตื่นมาเรียนไม่ไหว” คำตอบของฟารีดาทำเอาคริสมาสต์ปล่อยก๊าก “แน่นอนจริงๆเพื่อนกู!อ๋อ มิสครับผมขอส่งการบ้านเลนส์นะครับเสร็จตั้งแต่เมื่อเช้าละแต่ไปส่งไม่ได้ 555″ มาลินมองลูกศิษย์ด้วยความเอ็นดู “ครูว่าวันนี้พวกเธอคงจะเห็นวีรกรรมของเพื่อนๆเธอในคลิปกันแล้วสินะมันน่าตีจริงๆ” มาลินถามในขณะที่คริสมาสต์พยักหน้า “คริสมาสต์คะเรื่องลุงศักดิ์น่ะตอนนี้ทางโรงเรียนจัดการให้เรียบร้อยแล้วนะคะที่เขามาเข้าฝันก็คงอยากจะให้ใครสักคนช่วย ยังไงว่างๆก็หาเวลาสวดมนต์หรือทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แกไปนะคะอย่าไปกลัวแกเลย” หลินพูดขณะที่กำลังจัดผ้าห่มและตบหมอนให้ฟู “ครูไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมศักดิ์ถึงทำอะไรแบบนั้นจริงๆเขาก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรถึงขั้นต้องคิดสั้นแต่เรื่องที่ฟารีดาบอกครูมันน่าขนลุกมากๆเลยคือโรงเรียนเรามันมีเรื่องพวกนี้จริงๆนะและแรงด้วยแต่พวกครูบาอาจารย์ส่วนมากไม่หยิบยกมาพูดกันเพราะไม่อยากให้นักเรียนกลัว ยังไงซะครูขอนะทั้งเรื่องผีหรือเรื่องศักดิ์อย่าให้มันแพร่งพรายออกไปให้คนนอกรู้เลยครูสงสารพ่ออธิการ” มาลินกำชับกับลูกศิษย์

“อาจารย์คะ ไหนๆก็ไหนๆแล้วหนูขอถามอาจารย์ตรงๆเลยเกี่ยวกับเรื่องของอธิการโรงเรียนที่ชื่อ ‘บุปผารัตน์’ คือเมื่อคืนฮาเวิร์ด บรูโน่กับแอนดี้เขาเจอน่ะค่ะ เล่นซะแอนดี้จับไข้เลย สรุปเรื่องมันยังไงกันแน่คะ” ฟารีดาตัดสินใจถามมาลินตรงๆ “แล้วทำไมพวกเธอถึงแน่ใจว่าเป็นอธิการคนเก่าล่ะ?” มาลินถามพร้อมรับฟังข้อมูลที่ฟารีดาได้ยินมาจากแอนดี้ “งั้นแอนดี้ก็คงเจอดีแล้วจริงๆสินะ เอาล่ะ! ไม่มีประโยชน์ที่จะปิดพวกเธอ ‘คุณหญิงบุปผารัตน์’ นี่ถ้ายังมีชีวิตอยู่คงมีอายุร่วมจะร้อยปีแล้ว ครูไม่ทันรุ่นท่านหรอกนะแม้แต่พ่อจรัลยังไม่ทันเลยแต่เท่าที่ได้ยินมาจากพวกคนเก่าๆอย่างซิสเตอร์เวโรนิก้า ซิสเตอร์รจิตา มิสอุไร ลุงโก๋หรือมาสเตอร์ชรินทร์แล้วได้ข่าวว่าท่านเป็นแม่อธิการที่ดุมากๆทีเดียวล่ะ ท่านเป็นคนถือยศถืออย่างเพราะว่ามีสามีเป็นนายพลขั้นสูงด้วยนะเห็นว่าเป็นคนเจ้าระเบียบมากๆสมัยก่อนนักเรียนชายคนไหนผมยาวท่านจับกล้อนเลยนะ ใครทำผิดระเบียบนี่ให้นั่งคัดลายมือกลางแดดเป็นร้อยจบไม่ก็ตีหน้าเสาธงเลยนะ อย่างยุคท่านนี่นักเรียนที่เป็นแบบพวกนาเดีย กุ๊ยฉ่ายนี่ท่านไม่เอาไว้นะไล่ออกหมดพวกที่คบกันโจ่งแจ้งแบบฮาเวิร์ดกับดีไซน์นี่ถ้าท่านรู้นี่ประจานหน้าเวทีหยาบๆคายๆเสียคนเลยแหละ ผู้ปกครองหลายคนไม่ค่อยชอบท่านนะครูบาอาจารย์กับพวกบาทหลวงซิสเตอร์ก็ไม่ชอบท่านเหมือนกันเพราะเห็นว่าเป็นคนหยิ่งยะโสทะนงตัว หัวโบราณ ท่านจะทำดีด้วยกับนักเรียนที่มาจากตระกูลนายพลไม่ก็ผู้ดีชั้นสูง คนร่ำรวยมีช่อเสียงและพวกมีผลประโยชน์ต่อโรงเรียนเท่านั้น สากุลวดีร้ายได้ไม่ถึงครึ่งหรอกนะเพราะยุคของคุณหญิงบุปผารัตน์นี่เป็นยุคเดียวจริงๆที่เซนต์มาบุสปกครองด้วยระบอบเผด็จการ ท่านมีเรื่องกับผู้ปกครองเยอะมากจนถึงขั้นต้องเอาทหารมายืนคุมโรงเรียนอ่ะคิดดู” มาลินเล่าเรื่องทั้งหมดให้ลูกศิษย์ฟังและดูเหมือนว่าบรูโน่จะสนใจกับเรื่องนี้ชนิดใจจดใจจ่อผิดวิสัยทีเดียว

เช้าวันรุ่งขึ้นในโรงอาหารที่แสนจะอึกทึกจอแจของเซนต์มาบุส ฟารีดาชะเง้อมองหาแอนดี้ด้วยความร้อนใจ “นี่มันจะเข้าแถวอยู่แล้วนะทำไมแอนดี้ยังไม่มาอีก?” เด็กสาวพูดด้วยความเป็นห่วงในขณะที่คริสมาสต์ที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นจากโจ๊กร้อนๆที่เขาฝืนใจกินไปได้เพียงไม่ถึง5คำก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาเพื่อนสนิท “เหวย! อยู่ไหนแล้ววะเนี่ย? อ้าวยังไม่หายอีกเหรอ แล้วไปหาหมอยัง? เออๆ ไม่กวนละ พักผ่อนเยอะๆนะ!” เด็กหนุ่มวางสายก่อนจะมองหน้าฟารีดาและหลินที่เป็นห่วงอาการของแอนดี้ไม่แพ้กัน “เป็นครั้งแรกนะคะที่แอนดี้ป่วยจนขาดโรงเรียนไปสองวัน ปกติขนาดเวลาไม่สบายหนักเขายังฝืนมาเรียนเลย หลินกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรรึเปล่าเพราะหลังจากคืนวันอาทิตย์เขาก็เก็บตัวเฟซบุ๊คส์ Skype ก็ไม่ออน เราน่าจะลองไปเยี่ยมเขาดูกันนะคะ” หลินพูดขึ้นในขณะที่ทั้งกลุ่มพยักหน้าเห็นด้วย

หน้าเสาธงสัปดาห์นี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นราบรื่นแบบที่เด็กเก่าๆของเซนต์มาบุสเคยสัมผัสเนื่องจากซิสเตอร์สากุลวดียังคงเข้าเงียบอยู่ที่เชียงใหม่ ในขณะที่ทุกคนกำลังยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยให้แก่การจากไปของ “เนติอุดม” ฟารีดารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกบางอย่างตรงต้นคอ กลิ่นของลมหายใจที่เหม็นเน่าและเสียงสวดภาวนาพระผู้เป็นเจ้าชวนขนหัวลุกที่เธอจำได้ไม่มีวันลืมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เด็กสาวชำเลืองมองไปด้านข้างก่อนที่จะเห็นร่างของชุดคลุมร่างหนึ่งค่อยๆย่างกรายผ่านเธอไป ฟารีดาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวก่อนจะกลั้นใจหันหลังตามไปดูก่อนที่จะเบิกตาโพลงเมื่อเธอเห็นร่างของซิสเตอร์ท้องแก่คนนั้นหันหลังส่งยิ้มมาให้ระหว่างบีบไหล่ร่างบางๆร่างหนึ่งที่ดูคุ้นตา ฟารีดาสะดุ้งสุดตัวก่อนจะกรีดร้องออกมากับสิ่งที่เห็นเธอล้มลงไปท่ามกลางความตื่นตระหนกของเพื่อนร่วมห้อง ครูบาอาจารย์และซิสเตอร์ “ฟารีดาๆเป็นอะไรลูกใจเย็นๆไว้” มาลินและผการีบวิ่งเข้าไปดูอาการก่อนที่ดีไซน์และหลินจะก้มลงช่วยหยิบยาดมและพัดมาปฐมพยาบาลเป็นการใหญ่ “นอนหงายสิฟารีดาจะได้หายใจสะดวก” เสียงเย็นยะเยือกตรงปลายเท้าของซิสเตอร์เวโรนิก้าดังขึ้น เด็กสาวทำตามอย่างว่าง่ายก่อนจะตาเบิกโพลงเมื่อมองขึ้นไปเห็นภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของผู้หญิงสวมชุดขาวบนชั้น8ที่กำลังจ้องเธอไม่วางตาซึ่งข้างๆของบุปผารัตน์มีร่างบางๆร่างหนึ่งที่ดูคุ้นตายืนใบหน้าอาบเลือดอยู่ด้านข้าง ฟารีดาแทบจะไม่เชื่อสายตาของตัวเองเมื่อได้เห็นใบหน้าของเด็กสาวคนนั้นจังๆ ใบหน้าที่สวยหวานที่เคยสดใสกับดูหม่นหมองและเศร้าสลดเมื่อกำลังยืนมองเธอลงมาจากด้านบน เธอพยายามจะลุกขี้นมาแต่ร่างของซิสเตอร์ตรงหน้าได้กดตัวเธอไว้ “นอนหงายสิฟารีดาจะได้หายใจได้สะดวก” ใบหน้าที่เน่าเฟะและหนอนชอนไชยื่นหน้าเข้ามาแสยะยิ้มให้เธอ “กรี๊ดดดดดดดด!!!!” เด็กสาวกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด “ฟารีดาๆลูกนี่ซิสเตอร์เอง” เวโรนิก้าพยายามจะเขย่าตัวฟารีดาเพื่อเรียกสติแต่เด็กสาวกลับหมดสติไปเสียก่อน

“สัปดาห์นี้มันอะไรกันนักกันหนานี่ทำไมมีแต่เรื่องก็ไม่รู้!” มาลินพูดอย่างอ่อนใจในชั่วโมงโฮมรูม “คริสมาสต์วันนี้แอนดี้ขาดเรียนอีกแล้วเหรอ?” มาลินถามด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงๆจนทำเอาเด็กหนุ่มสะดุ้ง “ครับ อาจารย์เห็นเขาว่าเขาไม่สบายเย็นนี้พวกผมจะไปเยี่ยม” คริสมาสต์ตอบ “อืม ดี! เสียดายที่วันนี้ครูต้องอยู่คุยกับตำรวจและผู้ปกครองของเนติอุดมเพื่อรับทราบผลความคืบหน้า ฮาเวิร์ด! ดีไซน์! วันนี้มากันก็ดีแล้วรู้แล้วใช่มั้ยว่าถูกลงโทษให้ทำอะไรเพราะเรื่องอะไร? ฉันจะทำยังไงกับเธอดีนะฮาเวิร์ดก่อเรื่องได้ไม่เว้นแต่ละวัน! เห็นมั้ยว่าแอนดี้ป่วยหนักมาเรียนไม่ได้ไปสองวันก็เพราะว่าพวกเธอเล่นอะไรกันแผลงๆนี่ล่ะ” มาลินปล่อยหมัดเป็นชุดจนทั้งคู่หน้าเจื่อน “วันนี้ฉันยกเว้นให้ฟารีดาไม่ต้องอยู่ทำเวรพวกที่โดนทำโทษจะคัดค้านมั้ย?” ทั้งดีไซน์ บรูโน่และฮาเวิร์ดต่างก้มหน้าก้มตาไม่ทักท้วงอะไร “ดี! ว่าแต่ฮโยมินขาดเรียนไปสองวันแล้ว เธอรู้มั้ยดีไซน์ว่าเพื่อนไปไหน?” มาลินถามแต่นาเดียขัดขึ้นมาก่อน “เมื่อเช้าแม่ฮโยมินก็โทรมาบอกว่าไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่วันอาทิตย์แล้วค่ะ!” นาเดียรีบรายงาน “ตายแล้ว!!!! ไม่ได้กลับบ้าน โรงเรียนก็ไม่มาแล้วนี่เพื่อนเธอไปไหนเธอไม่รู้จริงๆเหรอดีไซน์? ฉันถึงบอกไงว่าอย่ามาอยู่เล่นซนกันที่โรงเรียนตอนดึกๆแถวสีลมพวกเธอก็น่าจะรู้ว่ามีแต่เสือสิงห์กระทิงแร่ดอันตรายจะตายไป” มาลินตวาดใส่ดีไซน์ ฮาเวิร์ดและบรูโน่อย่างเหลืออด “ก็คืนนั้นหนูบันไดขาเจ็บค่ะแล้วฮโยมินกับฟารีดาก็ช่วยกันพยุงหนูลงมาข้างล่างแต่พวกหนูเจอผีค่ะแล้วฮโยมินก็วิ่งหนีลงไปคนเดียวแล้วเราก็คลาดกัน หนูเลยคิดว่าฮโยมินกลับบ้านไปแล้วค่ะ” คำพูดของดีไซน์ทำเอาทั้งชั้นถึงกับฮือฮา

“ว่าแต่วันนั้นหล่อนเจอผีจริงๆเหรอนังดีไซน์” นาเดียรีบหันมาถามหลังจากมาลินเดินออกจากห้องโฮมรูมไป “ก็ใช่สิแก! นี่แบบขนลุกไปหมดเลยล่ะ เป็นผีซิสเตอร์นะแกท้องแก่ยืนคลอดลูกให้พวกฉันดูต่อหน้าเลย” เด็กสาวพูดด้วยความขนลุกขนพอง “แต่ยัยฮโยมินน่ะสิดันชิ่งหนีไปดีนะที่ฟารีดาอยู่ด้วยไม่งั้นฉันคงจับไข้หัวโกร๋นลงมาจากชั้นสองไม่ได้แน่ๆ” ดีไซน์พูดอย่างเดือดดาล “ชั้นสอง! ว๊ายยย นี่คาบสามคาบสี่พวกเราต้องไปเรียนคหกรรมชั้นสองนะแก๊!!!” กุ๊ยฉ่ายกรีดร้องเสียงหลงก่อนที่ซิสเตอร์รจิตาจะเดินเข้ามาในคาบคณิตศาสตร์

ฟารีดาที่ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงห้องพยาบาลเริ่มจะกระสับกระส่าย เหงื่อบนใบหน้าของเด็กสาวหยดไหลเป็นทาง “ยะ อย่า อย่า!!!!” เธอเริ่มเพ้อกับภาพที่เธอเห็นในความฝัน – - “สามหาว!!! มึงรู้มั้ยว่ากูเป็นใคร?!!!” ภาพของหญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมไทยสีชมพูสดขับลายทองตระการตาเขวี้ยงแก้วกาแฟใส่หน้าเด็กนักเรียนชายคนหนึ่งจนคิ้วแตกเลือดไหลอาบ “กูน่ะ ‘คุณหญิงบุปผารัตน์’ ผัวกูเป็นนายพลมึงจำใส่กระบาลมึงไว้ด้วย” เธอเอานิ้วชี้จิ้มไปกลางหน้าผากเด็กหนุ่มที่กำลังยืนน้ำตาไหลอาบหน้าอย่างแรงก่อนจะหยิบไม้เรียวหวดฟาดไปที่ก้นของเด็กชายอย่างรุนแรงหลายสิบที พินิจจากรูปร่างลักษณะของเธอแล้วมองปราดเดียวก็ดูออกว่าผู้หญิงคนนี้มาจากตระกูลที่สูงศักดิ์ ผมของเธอนั้นดำขลับดัดเป็นลอนเงางามพอๆกับเครื่องเรือนไทยที่ประดับห้องของเธออยู่ ท่าทางทรงศักดิ์อวดดีวางมาดและหยิ่งยะโสอยู่ในทีของเธอนั้นทำให้เครื่องหน้าที่งดงามนั้นดูอำมหิตกราดเกรี้ยวโดยเฉพาะดวงตาที่เธอกำลังใช้จับจ้องเด็กชายคนนั้นไม่ต่างอะไรกับนางพญาหงส์ที่หมายจะปลิดชีพหนูตัวเล็กๆ “ถอดกางเกงออก!” เธอสั่งเด็กชายที่ยังคงยืนนิ่งด้วยความตื่นตะลึง “กูบอกให้ถอดออก!!!!” เธอตวาดจนเด็กชายคนนั้นยอมทำตามอย่างว่าง่าย “ถอดกางเกงในด้วยนะ!” เธอยิ้มอย่างเป็นต่อก่อนจะหยิบไม้เรียวฟาดไปที่ก้นเปลือยเปล่าของเด็กชายอย่างไม่ยั้ง “มึงไม่ต้องหันหน้าเข้ากำแพง หันออกไป หันไปให้คนเดินผ่านมาเขาดูให้หมด มึงมันก็แค่ลูกภารโรงจะมาทำอะไรกูได้” บุปผารัตน์หัวเราอย่างสะใจกับภาพความเจ็บปวดและอับอายที่เธอมอบให้เด็กหนุ่มคนนั้น “ทีนี้มึงกราบตีนกู จำไว้นะไอ้ลูกภารโรง พ่อมึงเป็นขี้ข้ากู กูจะทำอะไรมึงกับพ่อมึงก็ได้ กลับบ้านไปเก็บข้าวของได้เดี๋ยวกูจะส่งมึงไปดัดสันดานที่ค่ายทหารบนเขาชนไก่” เธอเอาเท้าเหยียบหัวเด็กหนุ่มที่ก้มกราบเธอตัวสั่นงันงก


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
“ว่าแต่ในคลิปพวกฉันเห็นมีโซ่ลากในห้องด้วยอ่ะ ได้ยินเสียงคนร้องเพลงไทยเดิมและเห็นคนใส่ชุดขาวแว๊บๆด้วยแกฉันเชื่อนะว่าพวกแกไม่ได้จัดฉากเพราะห้องนั้นล็อคอยู่ น่ากลัวจังเลยอ่ะ!!!” นาเดียรีบลากกุ๊ยฉ่ายวิ่งมาเม้าท์กับดีไซน์ในขณะที่คริสมาสต์ที่เมื่อวานดูคลิปเดิมวนมาหลายครั้ง “มันยังไงกันแน่วะฮาเวิร์ด?” เด็กหนุ่มถามระหว่างทางที่กำลังเดินไปห้องคหกรรม ฮาเวิร์ด ดีไซน์และบรูโน่เล่าเรื่องที่เจอมาทั้งหมดให้คริสมาสต์,หลิน,กาโต้และพวกแก๊งค์กะเทยในห้องฟัง “อร๊ายยๆๆๆๆ ตายๆๆๆน่ากลัวอ่ะ โผล่มาขนาดนั้นเลยเหรอแล้วพวกแกก็ช่างกล้าเนอะเป็นฉันไม่ยืนถ่ายแบบนั้นหรอกคงยกมือไหว้สวยๆแล้ววิ่งหีแหกมาเลย” กุ๊ยฉ่ายพูดเรียกเสียงหัวเราะลั่นทั้งกลุ่ม “แต่เห็นแอนดี้มันยืนยันว่าเป็นอธิการคนเก่าที่ชื่อบุปผารัตน์นะ” คริสมาสต์พูด “แล้วมันจะรู้ได้ยังไงล่ะ? แม่งกลัวจนไข้ขึ้นแล้วเพ้อเจ้อไปเองรึเปล่า” ฮาเวิร์ดพูดด้วยน้ำเสียงเยาะๆ “เรื่องนี้อยากรู้ก็ต้องพิสูจน์สิคะ!” อ๊อฟกะเทยนักเรียนประจำร่างยักษ์พูดขึ้นมา “พิสูจน์ไงวะ?!” บรูโน่ถาม “พวกแกก็รู้นี่ว่าฉันเป็นเด็กตำหนัก ฉันมีองค์เจ้าแม่อยู่ในตัวเรื่องพวกนี้แค่เข้าทรงแล้วถามก็สิ้นเรื่อง” อ๊อฟพูดหน้าเชิ่ดอย่างสำคัญตัว “แล้วหล่อนไม่กลัวเหรออีอ๊อฟ?” ดีไซน์ถาม “นี่แกฉันถามจริงแกว่าผีกับเทพใครจะน่ากลัวกว่ากัน? ลองมันสามหาวกับองค์เจ้าแม่ฉันสิมันไม่ได้ไปผุดไปเกิดแน่ๆ” อ๊อฟย้อนในขณะที่ฮาเวิร์ดดูเหมือนจะสนใจ “เออ ดีว่ะ! งั้นเดี๋ยวพักกลางวันนี้พวกเราขึ้นไปลองกันให้มันรู้ไปเลย ไหนๆพวกเราก็คงขึ้นมาโรงเรียนตอนกลางคืนกันยากแล้ว มึงแน่ใจนะอ๊อฟ?” เด็กหนุ่มถามในขณะที่อ๊อฟพยักหน้าอย่างมั่นใจที่จะได้พิสูจน์ตัวเอง “ใครเอาบ้างวะ?” ทั้งกลุ่มยกมือขึ้นยกเว้นคริสมาสต์กับหลินที่ขอตัวไปดูอาการของฟารีดา ในขณะที่กาโต้ก็ไม่ขอเสี่ยงด้วย

“ตายแล้ว! ฮาเวิร์ดดีไซน์ลืมไอโฟนไว้บนห้องค่ะ” ดีไซน์พูดก่อนจะรีบหันหลังวิ่งขึ้นบันไดไปทันทีในขณะที่ฮาเวิร์ดก็วิ่งตามไปติดๆ “ดีไซน์ป่านนี้อาจารย์เข้าห้องเรียนกันไปหมดแล้วขึ้นลิฟท์ดีกว่า” ฮาเวิร์ดคว้ามือแฟนสาวก่อนจะกดลิฟท์จากชั้นสามขึ้นไปชั้นเจ็ด พอลิฟท์เปิดขึ้นทั้งคู่ถึงกับตกใจที่เห็นว่ามีคนอยู่ในลิฟท์ “อุ๊ย ฮโยมิน! ต๊ายย เดี๋ยวนี้แน่นะคะกล้าขึ้นลิฟท์คนเดียวด้วย”

ดีไซน์รีบจูงมือฮาเวิร์ดวิ่งเข้าไปในลิฟท์ “วันนั้นทิ้งฉันวิ่งหนีไปเฉยเลยนะแก!” ดีไซน์ตีเผียะเข้าที่แขนของเพื่อนสาวแต่ฮโยมินกลับหันมากอดดีไซน์แล้วปล่อยโฮดังสนั่น “ฉันขอโทษจริงๆดีไซน์ ฉันมันเห็นแก่ตัว เธออย่าโกรธฉันเลยนะ” ฮโยมินสะอึกสะอื้นในขณะที่ดีไซน์และฮาเวิร์ดดูเหมือนจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก “บ้า! ฉันไม่โกรธแกหรอก เรื่องแค่นี้เองคิดมากไปรึเปล่าแก” ดีไซน์ลูบหัวเพื่อนสาว “ว่าแต่เธอไปไหนมาฮโยมิน เห็นว่าไม่กลับไปบ้านตั้งสองวัน รู้มั้ยว่าพ่อแม่เธอเป็นห่วงมาก!” ฮาเวิร์ดถามในขณะที่เดินออกจากลิฟท์ “ฉันกลับไปบ้านไม่ได้น่ะก็เลยนอนที่โรงเรียนตลอด” ฮโยมินรีบตอบด้วยใบหน้าซีดเผือดขณะที่กำลังเดินเลี้ยวเข้าสู่ปีกขวาห้องม.5/3 “ทะเลาะกับแม่เหรอ? แล้วทำไมไม่ไปนอนบ้านฉันล่ะ มีอะไรทำไมไม่เล่าให้ฉันฟัง?” ดีไซน์คว้าแขนฮโยมินมาถาม แต่เด็กสาวหันมากอดเพื่อนสนิท “ถ้าเธอเจอหม่าม๊าฉันก็ฝากบอกท่านด้วยนะว่าฉันคิดถึงท่านมาก ฉันรักป๊ากับม๊าฉันมากและฉันก็รักเธอสองคนนะดูแลตัวเองดีๆด้วย” ฮโยมินร้องไห้ออกมาอีกครั้ง “พูดเหมือนยูจะลาไปเด๊ดที่ไหนงั้นแหละมิ้นท์!” ฮาเวิร์ดแซวในขณะที่ดีไซน์หันไปทุบเด็กหนุ่มไม่ยั้ง “ทำไมยูพูดแบบนี้ เพื่อนมันเครียดอยู่นะ นี่แน่ะๆๆๆ” ฮาเวิร์ดจับดีไซน์มากอดหมุนไปหมุนมาพลางหัวเราะลั่น “ล้อเล่นน่า เนอะ ฮโยมิน อะ อ้าว!” เด็กหนุ่มหันมาแต่ก็ไม่เห็นใครยืนอยู่ตรงนั้น “อ้าว อีนี่คิดจะไปก็ไป!” ดีไซน์ยืนเกาหัวแกรกๆ “โทรศัพท์อ่ะดีไซน์!” ฮาเวิร์ดวิ่งไปหยิบโทรศัพท์ที่กำลังแผดเสียงดังสนั่นมาให้แฟนสาวก่อนที่เธอจะหยิบมารับ “สวัสดีค่ะ หม่าม๊าเมื่อกี้เพิ่งเจอฮโยมินเองเดี๋ยวหนูกล่อมให้ชียอมกลับบ้านเองนะคะ”

“งั้นก็ดีเลยทีเดียวค่ะ ทางโรงเรียนเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นตัวแทนจัดงานการกุศลในครั้งนี้รวมถึงดิฉันจะขอช่วยระดมทุนเรี่ยไรเงินจากผู้ปกครองอีกแรง” บุปผารัตน์กราบลานาวาอากาศเอกที่มาขอความช่วยเหลือด้านสถานที่และทุนทรัพย์จากทางเซนต์มาบุส “ชรินทร์! ฉันขอมอบหน้าที่เรื่องการเตรียมการงานการกุศลนี้ให้ทางฝ่ายอาคารสถานที่ดูแลรวมถึงพิมพ์เอกสารเรี่ยไรเงินบริจาคจากผู้ปกครองด้วยนะ อย่างต่ำฉันต้องการท่านละสองพัน” บุปผารัตน์หันมาสั่งมาสเตอร์ชรินทร์ด้วยน้ำเสียงวางมาดและท่วงท่าประดุจนางพญา “แต่คุณหญิงครับเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคุณหญิงก็เพิ่งเรี่ยไรเงินเพื่อต่อเติมอาคารประชุมไปแล้วนี่จะเรี่ยไรอีกแล้วผู้ปกครองจะคิดยังไงครับ เด็กบางคนก็เป็นเด็กนักเรียนทุน” ชรินทร์แย้ง “มันจะคิดยังไงแล้วเธอจะไปสนใจมันทำไม?!!! หน้าที่เธอคือทำตามที่ฉันสั่งแค่นั้นแหละ พวกที่มันยากจนมากหรือไม่มีปัญญาก็ให้มันพาลูกมันย้ายไปเรียนที่อื่น ประเทศไทยมีโรงเรียนเต็มบ้านเต็มเมืองถ้ากระจอกมานักก็อย่ามาเรียนโรงเรียนฉัน!” บุปผารัตน์ตวาดเธอดูอารมณ์ร้ายขึ้นมาโดยฉับพลันผิดกับภาพแม่พระใจบุญที่เธอแสดงต่อหน้านาวาอากาศท่านนั้น “เรียกจากพวกมันเยอะๆน่ะดีแล้ว ตอนนี้พวกผู้ปกครองไม่ค่อยพอใจระบอบการปกครองฉันถ้าจะต้องลงจากหลังเสือเมื่อไรฉันคงไม่มานั่งรอกินเงินเกษียณหรือเงินบำนาญเป็นเดือนๆหรอก พัฒนาโรงเรียนถึงขนาดนี้มันก็ต้องมีค่าตอบแทนพิเศษให้กันบ้าง ว่าแต่แกล่ะ! ที่แย้งขึ้นมาคงอยากได้ล่ะสิ? ฮึก็เงินไม่ใช่น้อยๆเลยนี่นะ” บุปผารัตน์พูดด้วยน้ำเสียงดูถูกพลางมองชรินทร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า “ฉันจะแบ่งเงินบริจาคให้แกสักยี่สิบเปอร์เซนต์พอใจรึยังล่ะ?” บุปผารัตน์ลุกขึ้นเดินไปมองที่หน้าต่างพลางยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อมองผ่านกระจกลงไปที่สนามมองดูภาพพลทหารกว่าสิบนายที่สามีสั่งให้มาอารักขาเธอรอบโรงเรียน ภาพตัดไปที่บุปผารัตน์ในชุดผ้าไหมสีแดงสดกำลังยืนมองภาพของกลุ่มผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ บาทหลวงซิสเตอร์และนักเรียนที่รวมกลุ่มกันปิดบริเวณหน้าโรงเรียนเพื่อประท้วงการปกครองที่เผด็จการและไม่ชอบธรรมของเธอก่อนที่ประตูห้องจะเปิดขึ้นปรากฏภาพของมาสเตอร์ชรินทร์กับชายอีกคนหนึ่งที่กำลังจ้องเธออย่างกินเลือดกินเนื้อ “พวกมึงขึ้นมากันทำไม? ไม่รู้หรือไงว่ากูเป็นเมียนายพล!” ภาพของบุปผารัตน์ค่อยๆจางหายไปเมื่อคริสมาสต์และหลินเข้ามาปลุกเธอช่วงพักกลางวัน ทั้งคู่นำขนมปัง นมและน้ำมาให้เธอ “คริสมาสต์นี่กี่โมงแล้วฉันอยากเจอแอนดี้?!!!” ฟารีดาลุกขึ้นพร้อมกับเรื่องในฝันทั้งหมดให้คริสมาสต์และหลินฟัง

“สวัสดีครับชาวโซเชี่ยลแคม เฟซบุ๊คส์และยูทูบ ผมฮาเวิร์ดเจ้าเก่านะครับจากเพจเน็ตไอดอลนักสืบเยาวชน คราวก่อนเราได้พาทุกท่านขึ้นมาลองความลี้ลับของห้องเรียนที่ปิดตายในชั้น8มาแล้ววันนี้เราจะพาคุณมาไขปริศนาว่าวิญญาณผู้หญิงที่โผล่ในคลิปท่านนั้นคือใครและเพราะเหตุใดดวงวิญญาณของเธอถึงยังได้วนเวียนอยู่ในที่แห่งนี้ไม่ยอมไปสู่สุขคติเสียที ก่อนอื่นผมขอแนะนำ Special Guest ของเรา ‘คุณอ๊อฟฟี่’ จากชั้นเรียนมัธยม5/3ซึ่งวันนี้จะมาทำพิธีเข้าทรงเพื่อติดต่อกับดวงวิญญาณครับ”

“เฮ้ยมึงว่าอีเชี่ยอ๊อฟมันจะไหวเหรอวะ?” บรูโน่คุยกับฮาเวิร์ดในขณะที่ยืนมองอ๊อฟกำลังเดินเข้านั่งกลางห้องอย่างมาดมั่น ในขณะที่ดีไซน์,กุ๊ยฉ่ายและนาเดียต่างเปลี่ยนใจโดยขอเป็นฝ่ายยืนให้กำลังใจนอกห้องแทน “กูว่ามันกล้าเดินเข้าไปขนาดนี้องค์มันก็ต้องดีจริงแหละว่ะ ถ่ายได้แล้วไปมึง! พร้อมนะครับอ๊อฟ?” ฮาเวิร์ดให้สัญญาณในขณะที่อ๊อฟพยักหน้า “เอาล่ะครับขณะนี้แขกรับเชิญของเราพร้อมแล้วและเขากำลังจะทำพิธีเพื่อเชิญองค์เจ้าแม่มาประทับเพื่อติดต่อกับดวงวิญญาณนะครับ เริ่มได้ครับ!” สิ้นสุดคำพูดของฮาเวิร์ดอ๊อฟก็เริ่มท่องมนตร์บางอย่างคล้ายๆภาษาแขกที่ทำเอาทุกคนที่ยืนมองอยู่ถึงกับขนลุก ร่างของเด็กหนุ่มเริ่มสั่นเทิ้มก่อนที่เขาจะแผดเสียงหัวเราะออกมาอย่างทรงอำนาจ “อีวิญญาณชั้นต่ำมึงอยู่ทีใด? ปรากฏกายเจ้ามากราบแทบตีนกูในบัดดลหรือมึงจะให้กูฉีกมึงเป็นชิ้นๆ” อ๊อฟลุกขึ้นชี้ไปรอบๆก่อนที่ร่างของเขาจะเต้นและร่ายรำสลับกับกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เสียงพูดของเขาที่แหลมเล็กกลายเป็นทุ้มต่ำและดูดุดันน่ากลัวเหมือนเสียงของพญายักษี “มามึงจงมา มามึงจงมา มามึงจงมา” เด็กหนุ่มร้องเป็นเพลงเหมือนกับเพลงแขก ทำเอาดีไซน์ที่กำลังกอดนาเดียอยู่ถึงกับตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว “อีอ๊อฟมันมีองค์จริงๆเหรอเนี่ย?!” นาเดียที่กำลังยืนตัวสั่นไม่แพ้กันยืนมองอ๊อฟที่ขณะนี้กำลังกระทืบเท้าในห้องพลางกรีดร้องออกมาอย่างน่าสยดสยอง ก่อนที่ประตูห้องจะปิดลง “เฮ้ย อะไรกันวะ?!!!” ฮาเวิร์ดวิ่งออกมาด้วยความงุนงงเขาพยายามจะเปิดประตูแต่มันกลับปิดแน่นประหนึ่งถูกโซ่เป็นสิบๆเส้นคล้อง

อ๊อฟที่กำลังอยู่ในห้องกำลังนั่งลงด้วยความหวาดกลัวพลางยกมือไหว้ไปรอบๆ “หนูจะไม่ลองดีอีกแล้ว หนูขอโทษ!!!” เสียงลากโซ่ปริศนาดังขึ้นภายในห้องที่ว่างเปล่าพร้อมกับเสียงร้องเพลงไทยเดิมที่อ้างว้างเยือกเย็นชวนขนลุก “งามแสงเดือน มาเยือนส่องหล้า งามใบหน้า มาสู่วงรำ” อ๊อฟที่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเจอของจริงเข้าให้แล้วรีบกระโจนออกจากบริเวณวงกลมกลางห้องที่เขาเอาชอล์กไปวาด เด็กหนุ่มปล่อยโฮพลางวิ่งไปกระชากประตูสุดกำลังแต่ทำยังไงมันก็ไม่ยอมเปิดออก “มึงลองดีกับกู อีเด็กวิปริตผิดเพศ มึงมันก็แค่เจ้าเข้าทรงของปลอมลวงโลก มึงมาทำไม มึงรู้มั้ยว่าผัวกูเป็นนายพล?!” อ๊อฟค่อยๆหันมามองเจ้าของเสียงที่ปรากฏตัวมายืนอยู่ตรงหน้ากระดานดำเธอค่อยๆลากโซ่ย่างสามขุมเข้ามาหาเด็กหนุ่ม ร่างในชุดสีขาวที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยเพลิงแค้นในขณะที่เลือดเน่าๆส่งกลิ่นเหม็นคาวจากหน้าผากข้างขวาที่ถูกตีจนยุบลงไปยังคงไหลลินลงมาเปรอะเปื้อนชุดสีขาวของเธอ บุปผารัตน์กระโจนเข้าใส่อ๊อฟที่กรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว

ฮาเวิร์ดกับบรูโน่กระโดดเอาตัวกระแทกประตูอย่างแรงแต่มันก็ยังไม่ยอมเปิดออกมิหนำซ้ำพวกเขาทั้งคู่ยังกระเด็นลงไปนอนจุกกับพื้นเหมือนกับเพิ่งวิ่งชนตึกมายังไงยังงั้นทั้งๆที่ประตูบานนั้นก็ไม่ได้ลงกลอนใดๆไว้เลย “นี่พวกเธอทำอะไรกันเนี่ย?!!!” มาสเตอร์ชรินทร์กรีดนิ้วมาทางเด็กหนุ่มทั้งสองก่อนจะวิ่งมาดูด้วยความตกใจ “ตายแล้วๆฮาเวิร์ดของครูเป็นยังไงบ้างคะลูก?!!!” ชรินทร์เข้ามาประคองฮาเวิร์ดโดยที่ไม่สนใจแม้แต่จะแยแสบรูโน่จนดีไซน์รีบเข้ามากันซีน “เจ็บมั้ยฮาเวิร์ด?” เด็กสาวเข้ามากอดฮาเวิร์ดพลางมองอาจารย์กะเทยเฒ่าอย่างกินเลือดกินเนื้อ “แล้วนี่พวกเธอๆๆแล้วก็เธอมาทำอะไรกันยะ? นี่มันจะได้เวลาเรียนอยู่แล้วนะ” ชรินทร์ชี้ไปที่ดีไซน์,นาเดีย,กุ๊ยฉ่ายและจิ้มไปที่อากาศข้างๆกุ๊ยฉ่ายจนทั้งหมดถึงกับงง “มาสเตอร์พูดกับใครคะ?” ดีไซน์ถามพลางมองชรินทร์ด้วยความขบขัน “เอาเถอะๆ มาสเตอร์ครับ อ๊อฟมันติดอยู่ข้างในครับ ช่วยมันด้วย” ฮาเวิร์ดที่จุกจนลุกไม่ขึ้นรีบตัดบท “ว๊ายยย แล้วอีนังอ๊อฟมันเข้าไปทำบ้าอะไรในนั้นยะ?” ชรินทร์รีบลุกขั้นมาก่อนจะวิ่งเข้าไปทุบประตูที่เปิดออกโดยง่ายจนตัวเขาพุ่งเข้าไปนอนหน้าทิ่มหมดสภาพด้านใน “กรี๊ดดดดดดด!!!!!!!!!!” ดีไซน์,นาเดียและกุ๊ยฉ่ายกรีดร้องเสียงหลงกับภาพที่ปรากฏตรงหน้าในขณะที่ชรินทร์ที่เงยหน้าขึ้นมามองก็ถึงกับช็อคจนตาเหลือก “อ๊อฟ” ในสภาพที่เลือดไหลอาบทั่วจนแดงฉานทั้งร่างกำลังถูกโซ่ตรึงที่ขาทั้งสองข้าง ร่างไร้วิญญาณเด็กหนุ่มถูกมัดห้อยกลับหัวลงมาจากพัดลมเพดาน ดวงตาของเขาเบิกโพลงเช่นเดียวกับปากที่อ้าค้างประหนึ่งว่าได้พบเจอสิ่งที่เขย่าขวัญเขาจนถึงขีดสุดก่อนจะสิ้นลม “อะ อะ อีอ๊อฟ!!!” กุ๊ยฉ่ายและนาเดียกอดกันแน่นพร้อมกับระเบิดเสียงร้องไห้ออกมากับภาพการตายปริศนาอันชวนสยองขวัญของเพื่อนรัก

“พวกเธอต้องโดนไล่ออกกันก่อนใช่มั้ยถึงจะหยุดก่อเรื่องได้!” ซิสเตอร์รจิตาตบโต๊ะด้วยความโกรธจัดเธอกวาดสายตามองทุกคนอย่างน่ากลัวและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ฮาเวิร์ด” ที่ดูเหมือนเธอจะเพ่งเล็งเป็นพิเศษ “ครูไม่รู้จะพูดยังไงดีเมื่อวันอาทิตย์ก็เนติอุดมและวันนี้ก็อ๊อฟอีก” มาลินนั่งหมดแรงอยู่บนเก้าอี้โดยมีผกาคอยหยิบยาดมและเสิร์ฟน้ำเย็นให้ “แจ๋วอย่าไปว่าพวกเด็กๆเลย พวกเขาก็ไม่ได้ทำผิดกฏอะไรตอนพักกลางวันใครจะไปไหนก็ได้นี่หน่าถ้าพวกเขาลอบขึ้นตึกตอนกลางคืนอีกนี่สิถึงจะต้องเอาผิด” ซิสเตอร์เวโรนิก้าแย้งด้วยเหตุผล “ใช่ค่ะซิสเตอร์ ไม่ผิด!แต่พวกนี้มันโตขนาดนี้แล้วก็น่าจะมีความคิดกันได้แล้วไปเล่นกับสิ่งที่ไม่ควรเล่น ทำไม? อยากเจอผีกันมากขนาดนั้นหรือยังไง? ถ้าแบบนั้นทั้งเดือนนี้ตอนหนึ่งทุ่มพวกเธอก็ขึ้นไปนั่งสมาธิในห้องนั้นบนชั้น8ทุกวันเลยฉันจะขึ้นไปเฝ้าเองจะได้ดูด้วยว่ามีผีมั้ย?”

“ซิสเตอร์ครับ จะไม่มีเด็กคนไหนขึ้นไปชั้น8อีกพ่อขอสั่งให้บริเวณนั้นเป็นเขตุหวงห้ามโดยเฉพาะของเซนต์มาบุส” บาทหลวงจรัลเดินเข้ามาในบ้านพักซิสเตอร์โดยมีพ่อกับแม่ของฮโยมินที่หน้าตาค่อนข้างทุกข์ใจเดินตามมาติดๆ “และพ่อขอให้การตายของอ๊อฟในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับพวกเธอทุกคนว่าจะไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องที่ไม่ควรยุ่งอีก เคราะห์ดีที่พวกเธอถ่ายคลิปวิดีโอไว้เพราะถ้าไม่มีคลิปนั้นเป็นหลักฐานพวกเธอทุกคนอาจจะโดนตั้งข้อสงสัยว่าร่วมกันฆ่าเพื่อน” จรัลหันมาพูดกับนักเรียนทุกคนด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ “พ่อขอให้เธอหยุดพฤติกรรมของเธอได้แล้วนะฮาเวิร์ด ให้การตายของเพื่อนเป็นข้อเตือนใจ ถึงเวลาที่ลูกต้องคิดและทบทวนได้แล้วก่อนที่ครั้งหน้าลูกอาจจะไม่ได้โชคดีลงมานั่งทบทวนแบบนี้และคืนนี้พ่อคงต้องขอความร่วมมือให้พวกเธอให้ปากคำกับตำรวจ” จรัลพูดก่อนจะหันมาเชิญให้พ่อแม่ของฮโยมินนั่งลง “มิสมาลินครับวันนี้พ่อกับแม่ของฮโยมินมาคุยกับพ่อบอกว่าฮโยมินไม่ได้กลับไปที่บ้านเลยตั้งแต่คืนวันอาทิตย์” จรัลหันมาพูดกับมาลินที่รีบลุกขึ้นมารับรองพ่อกับแม่ของฮโยมิน “ดีไซน์วันนี้หนูบอกว่าหนูเจอฮโยมินใช่มั้ยลูก?” แม่ของฮโยมินถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ใช่ค่ะแม่ วันนี้หนูลืมไอโฟนไว้ที่ห้องตอนเรียนคหกรรมเลยแอบขึ้นลิฟท์กลับไปที่ห้องกับฮาเวิร์ดแล้วก็เจอฮโยมินที่ลิฟท์ค่ะแต่หลังจากนั้นก็ไม่เจอนะคะแถมวิชาคหกรรมฮโยมินก็ไม่ได้เข้าห้องเรียนด้วย” ดีไซน์อธิบาย “อ้าว! เมื่อกี้ฉันก็เห็นฮโยมินยืนอยู่กับพวกเธอที่ชั้น8นี่หน่า!!!” มาสเตอร์ชรินทร์ท้วงขึ้น “ว๊ายย ไม่มีนะคะมาสเตอร์ ไม่มีจริงๆคือฮโยมินไม่ได้อยู่กับพวกเราตั้งแต่คาบคหกรรมแล้วนะคะ” นาเดียรีบแย้ง “จะไม่มีได้ยังไงก็ฉันชี้เธอ เธอ เธอแล้วก็เธอนี่หน่า หน้าห้องเรียนเก่าชั้น8อ่ะ พวกเธอยังถามเลยว่าฉันชี้ใครทั้งๆที่ยัยฮโยมินยืนหัวโด่อยู่!” มาสเตอร์ชรินทร์เถียง “แต่ในคลิปวีดิโอไม่มีฮโยมินนะคะ มาสเตอร์!!!” ผกาแทรกขึ้นมาสร้างความพิศวงงงงวยไปทั้งห้อง


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com