
http://www.facebook.com/hysteriaculture
http://hysteriaculture.wordpress.com/2013/11/14/m-i-a-matangi-alternative-hip-hopelectronicaraggaetondubworld-beatexperimental-100-55/comment-page-1/#comment-387
M.I.A. : Matangi : Alternative Hip-Hop/Electronica/Raggaeton/Dub/World Beat/Experimental (100% = 5/5)
อัลบั้มนี้เป็นรีเควสต์จากน้องเพชร Pattarawut Miengmuk แฟนคลับสุดเหนียวแน่นของสาวM.I.A.นะคะรวมถึงน้อง Natz Say คนอ่านเพจHysteriaที่ก่อนหน้านี้เคยรีเควสต์ซิงเกิ้ลBring The Noizeมากับทางเพจแต่ส่วนตัวดิฉันไม่ได้เขียนให้เพราะเท่าที่ฟังแล้วคิดว่าอยากจะเก็บไว้พูดถึงในรีวิวอัลบั้มแบบเต็มๆมากกว่า
นับว่า Matangi สตูดิโออัลบั้มชุดที่4ของสาวM.I.A.แร็พเพอร์ชาวอังกฤษเสื้อสายชาวทมิฬศรีลังกานางนี้นี่ก็เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่ส่วนตัวดิฉันตั้งหน้าตั้งตารอคอยมาชนิดแทบจะข้ามปีแถมยังเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่คาดหวังมากที่สุดชุดหนึ่งประจำปี2013นี้อีกต่างหากหลังจากที่อัลบั้มชุดก่อนหน้านี้อย่าง Maya อาจจะถูกจริตตัวดิฉันเองไม่ถึงขีดสุดเสียเท่าที่ควรคือก่อนอื่นต้องบอกนะคะว่าเป็นอัลบั้มโคตรดีแต่เมื่อเทียบกับสองอัลบั้มแรกอย่างArularและKalaแล้วเนื้องานค่อนข้างจะเบาลงเยอะในความรู้สึกของดิฉันทีเดียว - ถึงกระนั้นงานนางก็ไม่เคยปราณีผู้ฟังขาจรอยู่ดี ฟังยากมากกกก!!!!!
ตอนแรกเราก็แอบตื่นเต้นคาดเดาไปต่างๆนานาว่าคอนเส็ปท์ของอัลบั้มMatangiชุดนี้จะออกมาในรูปแบบไหนเมื่อย้อนรอยกลับไปตั้งแต่อัลบั้มแรกอย่าง Arular ที่อุทิศแด่อุดมการณ์ทางการเมืองและชีวิตในฐานะผู้ร่วมขบวนการกบฏพยัคฆ์ทมิฬอีแลมของผู้เป็นพ่อโดยถ่ายทอดความเกรี้ยวกราดของภาคเนื้อหาที่เสียดสีการเมือง สังคมและความไม่เป็นธรรมในฐานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ครอบครัวเธอได้รับผ่านภาคดนตรีจำพวกGrime,ฟั้งค์คาริโอก้า,แด๊นซ์ฮอลล์และอิเล็คโทรนิคที่นำมาหลอมรวมกับฮิพฮอพจนกลายเป็นที่จับตามองของสาธารณชนคนดนตรีอย่างล้นหลามในช่วงเวลานั้น ในขณะที่ Kala สตูดิโออัลบั้มถัดมาที่มีซิงเกิ้ลสร้างชื่ออย่างPaper Planesที่ผลักดันชื่อของM.I.A.ให้ลอยลำเข้าสู่ท็อป10ของบิลบอร์ดชาร์ตรวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่นี่ก็เป็นการอุทิศความตั้งใจทั้งหมดมอบให้แด่ผู้เป็นแม่รวมถึงพื้นฐานในชีวิตของเธอในวัยเด็ก แรงบันดาลใจตลอดจนกลิ่นอายของวัฒนธรรมบอลลีวูดที่เธอรักซึ่งแม้ว่าในส่วนของภาคดนตรีจะดิบและดูฟังยากขึ้นเป็นเท่าตัวแต่ส่วนตัวดิฉันรู้สึกว่าอัลบั้มKalaชุดนี้เป็นผลงานที่เข้าถึงง่ายที่สุดในบรรดาผลงานทั้งหมดของเธอคนนี้รวมถึงขอยกให้ผลงานชุดนี้เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดตลอดกาลชุดหนึ่งที่ชีวิตนี้เคยฟัง มาถึงในส่วนของ Maya งานชุดก่อนหน้านี้ที่เป็นการถ่ายทอดความเป็นตัวเธอล้วนๆก็ดูเหมือนกับเป็นงานที่เธอพยายามจะทดลองกับตัวเองอีกครั้งมีตั้งแต่งานอัลเทอเนทีฟฮิพฮอพ Grimeและงานจำพวกอิเล็คโทรนิคฟังยากตามสไตล์สาวมายาจวบจนถึงความพยายามที่จะปรับงานดนตรีของตัวเองให้เข้าสู่วัฒนธรรมของเมนทสตรีมในขณะเดียวกันก็มีความเป็นExperimentalติ๊สท์ๆแปลกประหลาดเข้าใจยากอุ้มตัวงานอยู่เกินครึ่งทั้งหมดทั้งมวลมาจากการหล่อหลอมตัวตนของเธอในโลกทัศน์ใหม่อีกครั้งหลังจากเที่ยวตระเวนเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจไปทั่วโลก
การหวนคืนสู่งานดนตรีอย่างเต็มตัวอีกครั้งกับผลงานชุดMatangiเธอได้ประกาศไว้ชัดเจนว่าจะเป็นการบูรณาการแรงบันดาลใจจากทั้ง3อัลบั้มก่อนหน้านี้เข้าหากันซึ่งส่วนตัวเท่าที่ฟังอัลบั้มนี้วนไปวนมาไม่รู้ตั้งกี่รอบตอนกำลังเขียนรีวิวนี่ส่วนตัวดิฉันก็เห็นด้วยนะคะเอาแค่เบื้องต้นกับชื่ออัลบั้ม Matangi ที่เป็นชื่อต้นของเธอรวมถึงเป็นชื่อของหนึ่งในร่างแบ่งภาคสำหรับการสงครามของ พระแม่ปารวตี แค่นี้ก็เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนบ่งบอกถึงทุกสาส์นที่เธอต้องการจะสื่อลงสู่งานดนตรีชุดนี้ได้อย่างครบถ้วนแยบยลตั้งแต่เรื่องของภาคเนื้อหาที่แสดงถึงความเป็นส่วนตัวในด้านของความเชื่อและจิตวิญญาณเชื่อมโยงไปตั้งแต่พื้นฐานในวัยเยาว์จวบจนแง่มุมในฐานะศิลปินที่สาธารณชนจับตามอง มุมมองที่เกรี้ยวกราดในการเสียดสีต่อต้านสังคมจวบจนเรื่องของการกลับชาติมาเกิดและเวรกรรม ในขณะที่ส่วนของภาคดนตรีนี่ก็ดูเหมือนว่าเธอจะจัดจ้านและสุดโต่งกว่าเดิมอันนี้นี่นอกจากความเก๋และรสนิยมอันดีเป็นการส่วนตัวของนางแล้วนี่คงต้องยกให้อีกเรื่องคือความได้เปรียบในด้านของเชื้อชาติที่ก่อนหน้านี้เธอคนนี้ได้ผ่านการหล่อหลอมจากวัฒนธรรมที่หลากหลายทั้งจากฟากตะวันออกและตะวันตกซึ่งได้กลายมาเป็นจุดแข็งทางดนตรีของแร็พเพอร์สาวมากความสามารถท่านนี้มาจวบจนทุกวันนี้เพราะเชื่อว่าผู้ฟังที่ได้ติดตามผลงานของเธอมาคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอคนนี้เป็นหนึ่งในศิลปินที่มีซาวนด์ดนตรีเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างยิ่งยวด
การผสานซาวนด์ดนตรีจากทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกเข้าด้วยกันในอัลบั้มชุดนี้ส่วนตัวดิฉันสัมผัสได้ถึงความลงตัวและชัดเจนที่สุดจาก Bad Girls (5/5) ซิงเกิ้ลเปิดที่ปล่อยล่วงหน้ามาให้ฟังกันตั้งแต่ปีที่แล้วกับการจับเอาความเป็นเออร์บันดิบๆจากซาวนด์ฮิพฮอพสอดประสานเข้ากับกลิ่นอายจากวัฒนธรรมตะวันออกกลางที่ตลบอบอวนถ้วนทั่วทั้งเพลงตัดสินจากภาพรวมแล้วจะว่าไปเพลงนี้ก็นับว่าเป็นหนึ่งในซิงเกิ้ลที่ฟังง่ายแทบจะที่สุดของM.I.A. ไม่มีกลิ่นแบบGrimeหรืออิเล็คโทรแคลชเขย่าขวัญสั่นประสาทแบบที่เธอชอบทำก่อนหน้านี้ฟังไปฟังมาแล้วรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังนั่งฟังงานเก๋ๆของแร็พเพอร์หญิงฝั่งอีสต์โคสต์อยู่ ท่อนคอรัสหลอนหัวมาก!!!! ในขณะที่เพลงที่เหลือในอัลบั้มมาสายแข็งและฟังค่อนข้างยากไปจนถึงระดับต้องปีนกะไดฟังเสียจนเล่นเอาคนฟังหัวโกร๋นเอาตั้งแต่เปิดอัลบั้มใน Karmageddon (4.5/5) ที่คล้ายจะเป็นอินเทอลูดเบิกโรงเก๋ๆด้วยซาวนด์แบบเพลงสวดมนต์ฮินดูตบตามด้วยบีทฮิพฮอพชนกับอิเล็คโทรนิคตึ๊บๆที่ลักษณะการร้องกึ่งแร็พของเธอคล้ายกับกำลังบริกรรมคาถาอยู่ยังไงยังงั้น เป็นงานอัลเทอเนทีฟฮิพฮอพเชิงเอ็กซ์เพอริเมนทัลสั้นๆแต่เปี่ยมไปด้วยความขลังและมนตร์สะกดชนิดที่โผล่มาแค่หนึ่งนาทีครึ่งกว่าๆก็สามารถบ่งบอกภาพรวมได้ครบถ้วนทั้งอัลบั้ม ของจริงเริ่มขึ้นเมื่อไทเทิ่ลแทร็ค Matangi (5/5) ขึ้นต้นมา เชื่อว่าแฟนเพลงของเธอที่ชอบงานสไตล์อัลเทอเนทีฟฮิพฮอพที่เป็นการประสานงากันระหว่างดนตรีจำพวกGrime แด๊นซ์ฮอลล์ อิเล็คโทรนิค เฮ้าส์และฟั้งค์คาริโอก้าหรือที่เรียกอีกชื่อว่าไบเล่ฟั้งค์อย่างที่เคยได้ยินกันไปในBird Flu,Boyzแล้วก็Sunshowersประมาณนั้นนั่นแหละ ชอบตรงเฟดเอ๊าท์ที่บีบเอาดนตรีพื้นเมืองแบบบอลลีวูดมาเล่นกับซาวนด์อิเล็คโทรนิคติดกลิ่นกรู๊ฟนิดๆปิดท้ายเพลงได้เก๋ไก๋สุดๆ Come Walk With Me (4.5/5) ขึ้นต้นมาเป็นงานซินธิ์พ็อพติดกลิ่นนิเวฟเพราะๆแบบที่เคยได้ยินจากเธอในอัลบั้มKalaและงานอัลบั้มแรกของซานติโกลด์ฟังตอนแรกแล้วโยกหัวตามไปด้วยเลยน่ารักมากๆก่อนจะมาตาเหลือกเอาอีตอนนาทีที่01.30ที่สลับไปเป็นเล่นกับงานจำพวกเวิลด์บีทและนิวเรฟดื้อๆแบบที่เธอเคยทำซึ่งมันไม่ใช่อะไรหรอกค่ะมันเหมือนเพลงพิณอีสานบ้านเรามากๆ หล่อนฟังหมอลำด้วยเหรอ?!!!! ฟังแล้วรักเลยไอเดียบรรเจิดเก๋ไก๋เลอค่าสุดๆแถมตอนจบเพลงมีแซมเพิ่ลท่อนจากBamboo Bangaในอัลบั้มKalaมาด้วยนะคะ บ้าดีว่ะเธอ! Only 1 U (4.5/5) กับ aTENTion (5/5) นี่น่าจะถูกใจคนชอบงานสไตล์อัลเทอเนทีฟแด๊นซ์แบบที่เธอทำในอัลบั้มแรกขนมาครบตั้งแต่ฮิพฮอพ เต้นรำ นิวเรฟที่มีทั้งอิเล็คโทรนิคปะทะกับพั้งค์ตลอดจนงานแบบRaggaetonและกลิ่นอายพื้นเมืองจำพวกเวิลด์ เยอะนะแต่ไม่ล้นแถมยังติดหูอีกต่างหาก สำหรับใครที่ชอบงานเร็กเก้เพราะๆลองมาฟัง Double Bubble Trouble (4.5/5) ดูเพียงแต่อาจจะเฟี้ยวฟ้าวเกินด้วยความหนักหน่วงแบบอิเล็คโทรแคลชที่ตบมาครบตั้งแต่ร็อค ซินธิ์พั้งค์ อิเล็คโทรนิค ยูเคการาจดั๊บสเต็ปไปยันเออร์บันดิบดำที่จับมาชนกับเร็กเก้พื้นเมืองแท้ๆได้อย่างมีชั้นเชิง Bring The Noize (5/5) อีกหนึ่งเพลงเก่งของอัลบั้มและ Y.A.L.A. (5/5) ที่เห็นว่ากำลังจะปล่อยเป็นซิงเกิ้ลล่าสุดที่ฟังแล้วก็นึกถึงจุดเริ่มต้นของM.I.A.สมัยบุกเบิกกับงานอย่างพวกGalangและBucky Done Gunsไม่ได้กับงานเต้นรำจำพวกนิวเรฟที่เป็นอิเล็คโทรพั้งค์ชนกับกลิ่นอายเออร์บันจำพวกฮิพฮอพ,Grime,แด๊นซ์ฮอลล์และไบเล่ฟั้งค์ที่แม้ว่าจะชุลมุนไปนิดแต่รับประกันความสะใจ
จะว่าไปหาข้อสรุปทั้งหมดทั้งมวลจากการฟังตอนรีวิวอย่างละเอียดนี่ส่วนตัวคิดว่างานชุดนี้การนำเสนอดนตรีมีความสุดโต่งแบบArularค่อนข้างสูงมากๆในขณะที่ปกคลุมด้วยกลิ่นอายและสีสันของวัฒนธรรมแบบKalaตบด้วยอิทธิพลของความเป็นซาวนด์ทดลองสุดโต่งเชิงเอ็กซ์เพอริเมนทัลแบบที่ได้ยินในMayaที่ต่างออกไปก็คือในMatangiชุดนี้ดูเหมือนว่าเธอจะสามารถตัดความเก้ๆกังๆที่พยายามทำบางเพลงในอัลบั้มออกมาให้เอาใจเมนทสตรีมแบบที่ได้ยินในอัลบั้มก่อนออกไปเสียหมดสิ้นส่งผลให้งานชุดนี้กลายเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มของเธอที่มีทิศทางในตัวเองที่ชัดเจนรวมถึงมีเอกภาพสูงเสียดฟ้านับจากKalaซึ่งก็นับว่าน่าภูมิใจในตัวเธอที่สามารถผลิตผลงานออกมาได้เหนือกว่าระดับคุณภาพเสมอๆ ขอยกให้อัลบั้มMatangiชุดนี้เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของปีนี้และเป็นเพียงอัลบั้มเดียวที่ดิฉันให้100%เต็มของปี2013