
http://www.facebook.com/hysteriaculture
http://hysteriaculture.wordpress.com/2013/11/13/get-into-the-groove-mariah-carey-the-art-of-letting-go-poprbsoul-72-35/comment-page-1/#comment-384
Mariah Carey : The Art Of Letting Go : Pop/R&B/Soul (72% = 3/5)
ขอสารภาพว่าวินาทีแรกหลังจากฟังเพลงนี้จบเมื่อวานก็เล่นเอาดิฉันถึงกับตาเหลือกด้วยความที่ไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกประทับใจใดๆเลยแม้แต่น้อย ใช่แล้วค่ะ!นี่ดิฉันกำลังบรรยายความในใจถึงวินาทีแรกสุดหลังการดื่มด่ำThe Art Of Letting Goซิงเกิ้ลล่าสุดของแม่มาลัยเจ็ดสีที่ส่วนตัวชะเง้อคอรอท่ามาเป็นแรมเดือนไม่รู้ต่อกี่เดือนชนิดที่เล่นเอาจุกอกไปไม่เป็นถึงขั้นเขียนวิจารณ์ออกมาเป็นตัวหนังสือกันไม่ถูกเลยทีเดียว
ทั้งนี้ทั้งนั้นตัวเพลงมันก็ไม่มีอะไรแย่นะคะแถมในแง่ของเมโลดี้และการเรียบเรียงดนตรีเผลอๆอาจจะเหนือกว่าสามเพลงที่เราได้ฟังกันก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำส่วนตัวเห็นด้วยกับ เดอะบีทแด็ทมายฮาร์ท สคิปป์ เจ้าของเพจBENเพื่อนในเฟซบุ๊คส์ของดิฉันเองที่บอกว่า เพลงนี้ไม่ใช่เพลงที่จะฟังเพียงครั้งสองครั้งแล้วชอบ ต้องให้เวลาซึมซับกับมันหลายๆรอบ ซึ่งทุกอย่างมันก็ชัดเจนในตัวเองอยู่แล้วตั้งแต่รอบแรกที่ฟังจบเอาเป็นว่า The Art Of Letting Go เพลงนี้นี่น่าจะถูกใจบรรดาลูกแกะสาวกที่ชอบเพลงของมารายห์ แครี่ย์ในแบบฉบับที่เป็นClassic Mariahจริงๆด้วยความที่ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ฟังก็ทำเอานึกถึงงานบัลลาดของมารายห์สมัยอัลบั้มแรกที่เป็นงานบัลลาดย้อนยุคสไตล์50sเรียบเรียงใหม่ผ่านมิติของเครื่องสายแชมเบอร์ออเครสตร้าที่นับว่าสอดประสานกับลูกเล่นของความเป็นงานบัลลาดเชิงคอนเทมโพรารี่ย์กึ่งดูว็อพกึ่งอาร์แอนด์บีโซลจำพวกโมทาวน์ในเพลงนี้ได้ในระดับที่ดีเลยทีเดียวโดยส่วนตัวชอบช่วงจบที่สลับไปเป็นงานโซลกอสเพลสูตรสำเร็จตามธรรมเนียมแม่มาลัยแท้ๆแบบที่เราได้ยินกันในMy Saving GraceหรือFly Like A Birdอะไรพวกนี้ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าถ้าแม่มาลัยลองหยิบเพลงแนวๆนี้มาลงสนามนางก็ไม่เคยโดนใครคว่ำได้ง่ายๆอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามพูดกันตรงๆไปเลยนะคะเอาจริงๆชอบเนื้อหาเพลงนี้นะกระแทกใจดี การเรียบเรียงดนตรีมีชั้นเชิงควรค่าแก่การคารวะในส่วนของเสียงร้องก็คงเชื่อว่าระดับนี้แล้วคงไม่มีใครที่จะกล้ากังขาแม่มาลัยของดิฉันอีกต่อไปแต่เพลงนี้เป็นเพลงเพราะที่ไม่มีเสน่ห์เอาซะเลยสำหรับดิฉันที่นั่งฟังเพลงของมารายห์ แครี่ย์มาตั้งแต่อายุ6-7ขวบนี่แหละ โดยส่วนตัวแล้วคำว่า ซ้ำซาก ไม่ค่อยจะเป็นอุปสรรคในความรักความศรัทธาที่ดิฉันมีต่อเธอสักเท่าไรเพราะถ้าเป็นปัญหาทุกวันนี้ดิฉันก็คงเป็นลูกแกะไม่ได้หรอกนะคะ - เชื่อว่าคนเป็นแฟนคลับมารายห์คงไม่มีใครขาดสติถึงขั้นคาดหวังอะไรใหม่ๆจากเธอหรอกค่ะ! - ทั้งหมดทั้งมวลอาจจะเป็นเพราะตัวดิฉันเองอาจจะยังต้องการอะไรที่มากกว่านี้ในเพลงนี้ก็เป็นได้ด้วยความที่เพลงแนวๆนี้ที่เราเคยได้ฟังจากมารายห์ส่วนมากเธอจะพาอารมณ์ร่วมของเราไปได้สุดกว่านี้ในขณะที่เพลงนี้มาแบบให้ความรู้สึกเฉยๆ งั้นๆเป็นแค่เพลงเพราะๆอีกเพลงของมารายห์ที่ออกมาแบบไม่สุดขีดดีฟังไปฟังมาในระยะยาวอาจจะพาลเบื่อพร้อมเลือนหายไปตามกาลเวลาได้เหมือนกับหลายๆเพลงในช่วงหลังๆของเธอที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง มาถึงตรงจุดนี้หลายคนคงงงว่าแล้วให้ไปได้ยังไงตั้ง72%?อันนี้ต้องยกให้ความดีของการเรียบเรียงดนตรีค่ะถึงภาพรวมจะไม่ถูกใจแต่อย่างที่ได้เรียนไปข้างต้นว่าเพลงนี้ไม่ใช่เพลงที่แย่ยิ่งถ้าแยกมาพิจารณาในส่วนของชั้นเชิงการเรียบเรียงดนตรีนี่ก็นับว่า The Art Of Letting Go ผ่านการเจียระไนในแง่ของภาคดนตรีที่ละเมียดละไมระดับคุณภาพอันแทบจะหาฟังไม่ได้แล้วจากดนตรีพ็อพเมนทสตรีมในยุคนี้สมัยนี้รวมถึงจิตวิญญาณของงานดนตรีแท้ๆในแบบฉบับที่ดนตรีดีๆสมควรจะเป็น เหนือสิ่งอื่นใดคือการได้เห็นว่ามารายห์ แครี่ย์ก็ยังคงเป็นมารายห์ แครี่ย์ที่ยังคงยืนหยัดและจริงใจที่จะทำงานดนตรีดีๆในแบบที่เธอรักและเป็นตัวตนของเธอจริงๆ