˹���á Forward Magazine

ตอบ

สุสานนักเรียน ตอนที่3 (1)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ สุสานนักเรียน ตอนที่3 (1) 


http://hysteriaculture.wordpress.com

hysteria

สุสานนักเรียน ตอนที่3 เรื่องเล่าสยองขวัญจากห้องน้ำนักเรียนชายที่ถูกปิดตาย (1)

บทความ/นิยา่ยในเพจ Hysteria นี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์แก่ผู้เขียน “นายมัลนร ล้ำสกุลวงศ์” (http://www.facebook.com/ArmandVladJekyllDangouleme8774 และเพจ http://www.facebook.com/hysteriaculture)เท่านั้น ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด หรือนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทู้ ยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทู้ ยู…” เสียงร้องเพลงอวยพรวันเกิดดังสนั่นมาจากโต๊ะๆหนึ่งของกลุ่มเด็กๆในร้าน Pizza Company โดยที่เด็กหนุ่มเจ้าของงานกำลังนั่งงงเป็นไก่ตาแตกเนื่องจากเซอร์ไพร์สแบบไม่ทันตั้งตัวของเพื่อนๆ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเริ่มแดงระเรื่อด้วยความตื้นตันใจ “Happy Birthday To You ค่าฮาเวิร์ดที่รัก” ดีไซน์จบเพลงอวยพรก่อนที่จะโผเข้ากอดและหอมแก้มแฟนหนุ่มพร้อมกับยื่นของขวัญชิ้นแรกสำหรับวันเกิดครบรอบ17ปีให้เขาท่ามกลางเสียงวี๊ดวิ๊วหยอกล้อของเพื่อนๆ “เฮ้ย! เจ้าของงานน้ำตาคลอด้วยว่ะ ฮ่าๆๆๆ ซึ้งขนาดนั้นเลยเหรอ? เอ้านี่!” คริสมาสต์ยื่นกล่องของขวัญชิ้นที่สองให้ตามด้วยบรูโน่ที่ยังคงทำหน้าที่ตากล้องจำเป็นได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง “เอาดูนะครับเพื่อนๆชาวโซเชี่ยลแคม ยูทูบ เฟซบุ๊คส์ อินสทาแกรม ทวิตเตอร์ผมเพิ่งรู้ว่ามันขี้แงก็วันนี้แหละ” เด็กหนุ่มแซวเจ้าของงานที่ขณะนี้น้ำตากำลังคลอหน่วยอย่างหนัก “ไอ้เชี่ยโน่พอเลยนะมึง!” ฮาเวิร์ดยกมือบังหน้า “ไม่เอาค่ะฮาเวิร์ด! วันเกิดตัวเองอย่าพูดจาไม่เพราะสิ เป่าเค้กได้แล้ว” หลินบอก “เอาล่ะๆ 1Sec 1Sec Guys!” เด็กหนุ่มโบกมือให้เพื่อนๆเงียบ “เอาล่ะครับผมขอกราบขอบพระทัยองค์พระผู้เป็นเจ้าสำหรับวันที่แสนจะสวยงามในวันนี้ ขอบคุณจริงๆครับสำหรับการมอบชีวิตที่ดีและเพื่อนที่ดีทุกคนให้แก่ผม วันเกิดปีนี้ผมสัญญาว่าจะทำตัวเป็นเด็กที่ดีกว่าเดิมและผมให้สัญญาว่าผมจะไม่ลืมมองคนที่เขาเผชิญความยากลำบากกว่าเวลาเผชิญกับปัญหา ผมขอพระพรของพระองค์โปรดสถิตย์กับผมและเพื่อนๆของผมทุกคนโปรดคุ้มครองพวกเขาให้มีชีวิตที่ดีและมีความสุขสมหวังในทุกเรื่อง ผมขอใช้พื้นที่นี้ในการขอโทษเพื่อนคนหนึ่งที่ผมเคยทำไม่ดีกับเขาและหวังว่าเขาจะให้อภัยผม” เด็กหนุ่มมองตรงไปทางแอนดี้ “และขอบคุณผู้หญิงคนนี้ดีไซน์ที่อยู่เคียงข้างผมมาโดยตลอดผมรักดีไซน์นะครับ” ฮาเวิร์ดหอมแก้มแฟนสาวก่อนจะเป่าเค้กท่ามกลางเสียงปรบมือของเพื่อนๆ

แอนดี้ปรบมือพลางอมยิ้มไปกับภาพความสุขตรงหน้าของเพื่อนรักคนล่าสุดของเขานับว่าความน่ากลัวและอันตรายทั้งหมดที่ร่วมฝ่าฟันกันมานั้นเป็นสิ่งล้ำค่าเพราะมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างตัวเขากับฮาเวิร์ดหลังจากคืนที่เกิดเรื่องบนชั้น8ที่ฮาเวิร์ดเสี่ยงชีวิตเข้าไปปกป้องเขานั้นมันเกินจากที่เขาคาดคิดไว้มากทีเดียว นับว่าเวลาที่เซนต์มาบุสช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อสำหรับแอนดี้ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องชวนสยองขวัญในคืนวันนั้นมันจะผ่านล่วงเลยเกือบจะเข้าเดือนที่สองไปแล้วและนี่พวกเขาก็เพิ่งจะสอบมิดเทอมได้ไปสามวันซึ่งก็มีเวลาเหลือเฟือสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจเล็กๆน้อยๆก่อนการสอบวันสุดท้ายจะมาถึงในอีกสองวันข้างหน้า

“เอานี่ฮาเวิร์ดของขวัญของฉันกับหลิน พวกฉันสองคนแชร์ตังค์กันซื้อนะแต่คิดว่าเธอต้องชอบแน่ๆ” ฟารีดายักคิ้วให้ฮาเวิร์ดที่กำลังอุ้มห่อใหญ่ๆที่เพิ่งรับมาจากเธอโดยมีบรูโน่ที่กำลังมองอย่างใจจดจ่ออยู่ข้างๆ “Save The Best For Last Man!” แอนดี้ยื่นของขวัญให้ฮาเวิร์ดเป็นคนสุดท้ายก่อนจะชนหมัดกับฮาเวิร์ดเป็นภาษาฮิพฮอพแบบที่เขาสอนในขณะที่คริสมาสต์แอบเงียบหายไปจัดการกับสปาเก็ตตี้ของเขาเสียหมดจาน

“อ้าว!พวกเรายังมีเวลานะใครอยากจะไปปาร์ตี้ต่อที่คอนโดผมบ้าง?” ฮาเวิร์ดเอ่ยปากชวนเพื่อนๆหลังจากเดินออกมาจากร้านพิซซ่า “หลินก็อยากไปนะแต่นี่ก็สามทุ่มแล้วอ้า เดี๋ยวพ่อดุ ขอโทษจริงๆนะคะฮาเวิร์ด” หลินขอปลีกตัวคนแรก “แหม จะรีบกลับไปอ่านหนังสือน่ะสิยัยหลินฉันรู้ทันนะยะ” ดีไซน์หันมาจิกเบาๆทำเอาหลินหัวเราะแห้งๆ “ฉันก็อยากไปนะแต่คงอยู่ได้ไม่เกินเที่ยงคืนอ่ะเพราะศุกร์นี้สอบวิทยาศาสตร์กับประวัติศาสตร์ด้วย” ฟารีดารีบพูดเสนอขึ้นเพราะกลัวฮาเวิร์ดเสียน้ำใจ “เออดีๆจะได้มีเพื่อนกลับบ้านด้วย ^ ^ ” คริสมาสต์พูดอย่างอารมณ์ดีโดยไม่รู้สึกทุกข์ร้อนว่าศุกร์ที่จะถึงนี้จะเปรียบ้สมือนวันที่เขากำลังจะเดินขึ้นแดนประหารเพราะไม่ได้มีความรู้ใดๆติดหัวมาเลย “แล้วแอนดี้ไปได้มั้ยเพื่อน?” ฮาเวิร์ดหันมาถามอย่างมีความหวัง “เอ่อ คือ” แอนดี้กระอักกระอ่วนที่โทรศัพท์ของเขาจะดังขึ้น “ฮัลโหล ถึงสยามแล้วเหรอครับอยู่ไหนเนี่ย!” แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขัดขึ้นด้านหลัง “อยู่ข้างหลังคุณแล้วไงครับ” แอนดี้หันมาพร้อมกับเห็นร่างของคิรินทร์ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกับเอาโทรศัพท์นาบไว้ที่หูของตัวเอง เกิดความเงียบอันน่าอึดอัดแผ่ปกคลุมทั้งกลุ่มโดยเฉพาะฮาเวิร์ดที่ดูเหมือนจะหัวเสียนิดๆเมื่อเห็นคิรินทร์เพราะเขายังคงไม่ลืมวันที่ถูกคิรินทร์กระโดดถีบจนลงไปนอนกองกับพื้นเช่นเดียวกับคิรินทร์ที่มองเด็กหนุ่มด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน

“เอ่อ สวัสดีค่ะคิรินทร์สบายดีมั้ย?” ฟารีดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “สบายดีตามอัตภาพครับ” เด็กหนุ่มตอบฟารีดาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่น้ำเสียงมีความอารีอารอบ “เอ่อ คือนี่แฟนเราชื่อคิรินทร์น่ะ ขอโทษนะที่ไม่เคยแนะนำ เอ่อ…” แม้แต่แอนดี้เองก็ยังคงรู้สึกลำบากใจกับบรรยากาศมาคุอันชวนอึดอัดนี้ “ไม่เป็นไรน่าแอนดี้อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป ใช่มั้ยครับ?” ฮาเวิร์ดยื่นมือมาทางคิรินทร์ที่ยอมยื่นมือกลับมาสัมผัสมือกับเขาโดยดี “ครับ ผมขอบคุณที่คุณเคยเสี่ยงชีวิตช่วยแอนดี้นะครับถ้าไม่ได้คุณเขาคงแย่ ถ้าไม่ว่าอะไรผมขอรับแอนดี้กลับบ้าน” คิรินทร์พูดกับฮาเวิร์ดโดยไม่มีรอยยิ้มปรากฏบนหน้าเขาเลยแม้แต่น้อย แววตาของคิรินทร์ดูเย็นชาและเปล่งรังสีอำมหิตเสียจนดีไซน์กับฟารีดาถึงกับขนลุกในขณะที่คริสมาสต์และบรูโน่ต่างยืนก้มหน้าก้มตากับบทสนทนาที่แสนจะอึดอัดนี้ “ถ้าไม่รังเกียจเชิญไปปาร์ตี้ที่คอนโดผมนะครับ” ฮาเวิร์ดยิ้มตอบกลับอย่างท้าทาย “ก็คงต้องแล้วแต่แอนดี้ครับเพราะผมยังไงก็ได้ ถ้าไม่สะดวกไว้เจอกันวันอื่นก็ได้นะครับแอนดี้” คิรินทร์หันไปถามแอนดี้ที่สะดุ้งโหยง “เอ่อ ขอโทษจริงๆนะฮาเวิร์ดคือเรา…” แอนดี้ตอบอย่างระมัดระวังแต่ฮาเวิร์ดตบไหล่เขาเบาๆ “เฮ้ย! กูเข้าใจน่า ไม่เป็นไรๆ Have Fun Tonight!” ก่อนจะหันไปแซวคิรินทร์แบบที่เล่นทีจริง “ดูแลเพื่อนผมดีๆด้วย ผมรักเพื่อนคนนี้มาก” ในขณะที่คิรินทร์ยิ้มตอบกลับให้เขาไปแต่ดูเหมือนเป็นการยิ้มเยาะมากกว่า “เช่นกันครับ!” คิรินทร์ตอบกลับสั้นๆด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนที่แอนดี้จะจูงมือเขาเดินออกจากวงไป

“ทำไมแอนดี้ต้องเป็นแฟนกับคนนี้ด้วยนะ ดีไซน์ไม่ชอบเขาเลยอ่ะ คนอะไรไม่เฟรนด์ลี่เลย!” ดีไซน์บ่นลับหลัง “ของแบบนี้ต้องใช้เวลาสิครับดาร์ลิ่งคนเคยมีเรื่องกันมาก่อนมันก็ธรรมดาที่จะเข้าหน้ากันยากน่ะ นานๆไปเราอาจจะเป็นเพื่อนซี้กันก็ได้” ฮาเวิร์ดยักไหล่ก่อนที่จะโอบแฟนสาว “รู้มั้ยฉันดีใจนะที่เธอโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ฉันกลัวว่านานไปแอนดี้จะเป็นฝ่ายลำบากใจน่ะสิเพราะคิรินทร์ดูเหมือนจะเข้ากับพวกเราไม่ได้สักเท่าไร” ฟารีดาพูดอย่างเป็นกังวล “ก็แม่งโคตรหยิ่งซะขนาดนั้น! แต่ไม่น่าเป็นเกย์เลยว่ะหล่อๆกันทั้งคู่กูเสียดายแทนผู้หญิง” บรูโน่ส่ายหน้ากับความอยู่ยากขึ้นทุกวันของโลกใบนี้

“ผมขอโทษนะครับที่เป็นตัวทำลายบรรยากาศวันนี้” คิรินทร์เริ่มพูดขึ้นลอยๆหลังจากที่ทั้งคู่เดินจูงมือนิ่งเงียบกันมานานในสยามสแควร์ที่เริ่มเปลี่ยวขึ้นเรื่อยๆ “ทำไมคิดแบบนั้นล่ะครับคิรินทร์? มันไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย!” แอนดี้พูดขึ้นอย่างตกใจ “ผมนึกว่าแอนดี้โกรธผมเพราะแอนดี้ไม่คุยกับผมสักคำเลย” คิรินทร์พูดน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความน้อยใจ “ไม่ใช่แบบนั้นนะ” แอนดี้หยุดเดินก่อนจะหันมาบีบมือแฟนหนุ่มของเขาไว้แน่น “ผมยอมรับว่าเมื่อกี้ผมอึดอัดเลยทำอะไรไม่ถูกแต่ผมไม่ได้ว่าใครผิดเลยครับ ผมเข้าใจว่าบางทีเรื่องแบบนี้มันก็ต้องใช้เวลา แล้วมันจะลงตัวไปเองนะครับคิรินทร์” เด็กหนุ่มอธิบาย ณ ขณะนี้เขาไม่สบายใจที่ความไม่รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเขากระทบความรู้สึกของคิรินทร์ เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้เกิดความรู้สึกเหินห่างนี้เลย “ครับ ผมดีใจจังที่แอนดี้ไม่โกรธ ผมสัญญานะว่าต่อไปมันจะดีกว่านี้” แอนดี้รู้สึกโล่งใจที่คิรินทร์เข้าใจแต่ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้เมื่อเห็นน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอของแฟนหนุ่มซึ่งยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดที่ทำคิรินทร์ร้องไห้ “ผมรักคุณนะ” แอนดี้กอดคิรินทร์แน่น

“วู้ยยยย!!!! เด็กผู้ชายสมัยนี้แม่งหวานกันจังว่ะ มึงดูเด่ะ” เด็กผู้ชายวัยรุ่นท่าทางกุ๊ยๆสามคนเดินมาล้อมตัวของพวกเขาไว้ “ชอบอัดตูดกันเองเหรอไอ้น้อง? มีเงินป่าววะ ถ้ามีก็มาแบ่งๆกันใช้บ้างเด่ะ!” หนึ่งในนั้นชักมีดพกออกมาเป็นเชิงข่มขู่ “อย่าทำอะไรพวกผมเลยครับอยากได้เงินหรือโทรศัพท์ก็เอาไปเลย” แอนดี้ตกใจจนหน้าซีดแต่คิรินทร์จับมือเขาไว้ “อย่าไปยอมคนพวกนี้แอนดี้!” เด็กหนุ่มดันแอนดี้เข้าไปติดกำแพงก่อนจะหันไปประจันหน้ากับโจรทั้งสามซึ่งพวกมันถึงกับผงะเมื่อใบหน้าตี๋ๆที่หล่อเหลาใสสะอาดของคิรินทร์กลายเป็นใบหน้าซีดเผือดประหนึ่งซากศพ ปากนิ่มๆบางๆของเด็กหนุ่มเน่าเฟะและมีหนอนชอนไชยั๊วะเยี๊ยะส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งพร้อมกับดวงตาที่ดำสนิทไร้แวว ไม่ใช่สิ! มันถูกควักออกจนกลวงโบ๋และมีเลือดบูดๆเน่าๆไหลอาบจนชุ่มเป็นสาย คิรินทร์ยืนแสยะยิ้มให้พวกมันอย่างยินดี “เฮ้ย!!! พวกมึงทำอะไรน่ะ?” รปภที่ศูนย์หนังสือจุฬาวิ่งตรงมาทำเอาทั้งเด็กหนุ่มทั้งสามคนที่ได้สติถึงกับวิ่งหนีจนป่าราบ “ไม่เป็นไรนะครับน้อง แถวนี้พวกไถตังค์มันเยอะดึกๆอย่ามาเดินเลย” รปภพูดกับแอนดี้ที่ท่าทางยังดูเสียขวัญและคิรินทร์ที่ยังคงมองตามโจรทั้งสามไปอย่างไม่วางตา “ขอบคุณครับลุง แอนดี้ไม่เป็นไรใช่มั้ย? เรากลับบ้านกันเถอะ!” คิรินทร์หันไปโอบไหล่แอนดี้ที่หันมามองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยคำขอบคุณ เขารู้สึกดีใจที่คิรินทร์เป็นคนที่คุ้มครองดูแลและช่วยเขาให้รอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายมาได้นักต่อนัก


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com