˹���á Forward Magazine

ตอบ

(Back In The Day) Christina Aguilera : Stripped
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ (Back In The Day) Christina Aguilera : Stripped 


http://www.facebook.com/hysteriaculture

http://hysteriaculture.wordpress.com/2014/01/11/back-in-the-day-christina-aguilera-stripped-poprbsoulrockhip-hop-98-55/

Christina Aguilera : Stripped : Pop/R&B/Soul/Rock/Hip-Hop (98% = 5/5)

(วันที่12 มกราคมเป็นวันคล้ายวันเกิดของดิฉันดังนั้นจึงขอหยิบรีวิวหนึ่งในอัลบั้มที่ทรงอิทธิพลที่สุดตลอดกาลต่อชีวิตของดิฉันมาลงอีกครั้ง)

รูปแบบเพลง

เมื่อปี1999เราได้รู้จักเธอครั้งแรกจาก Genie In A Bottle ซิงเกิ้ลดังตีตลาดโลกกระเจิงพร้อมกับภาพลักษณ์สาวน้อยผมบลอนด์สวยใสผู้ถ่ายทอดบทเพลงแนวพ็อพบับเบิ้ลกัมติดหูติดตลาดบริโภคง่ายตามกระแสนิยม เรารู้จักทุกเพลงฮิตของเธอดีไม่ว่าจะเป็น What A Girl Wants/I Turn To You/Come On Over/Lady Marmalade ฯลฯ รวมถึงรู้จักเธอดีในฐานะทีนดิว่ารวมถึงชื่อที่สื่อขนานามให้ต่างๆนานาไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งของบริทนีย์ สเปียรส์ หรือ มารายห์วอนนาบี เป็นต้น แต่แล้วเมื่อได้มีโอกาสมาทำความรู้จักกับเธออีกครั้งในStrippedคิดว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่เราเคยสัมผัสจากผู้หญิงคนนี้มันเปลี่ยนไปมากทั้งแนวเพลงที่มาพร้อมหับพัฒนาการขึ้นไปอีกหลายระดับชนิดก้าวกระโดดแบบผิดหูผิดตาเช่นเดียวกับภาพลักษณ์และภาคการนำเสนอบทบาทความเป็นศิลปินของเธอที่ฉีกต่างออกไปจากรูปแบบเดิมๆโดยสิ้นเชิง โดยภาคดนตรีในอัลบั้มนี้ได้สลัดความเป็นพ็อพบับเบิ้ลกัมออกอย่างหมดจดแล้วเบนเข็มมายืนพื้นที่ความเป็นพ็อพอาร์แอนด์บีที่ต่อยอดสู่การผสมผสานทางดนตรีที่หลากหลายด้วยฮิพฮอพ ร็อค โซล ละทิน แจ๊ซซ์และกอสเพลลงสู่พ็อพได้อย่างลงตัวจนกลายเป็นเอกภาพที่น่าทึ่ง ที่เชื่อว่าหลายคนที่ได้ทำความรู้จักกับงานชุดแรกของเธอเมื่อได้ลองฟังงานชุดนี้แล้วคงจะต้องหันกลับไปมองเธอและประเมินค่าเสียใหม่โดยสิ้นเชิง

จุดด้อย

เชื่อว่าผู้ฟังส่วนมากยอมรับคุณภาพทั้งในแง่ของความสมบูรณ์แบบและความลงตัวที่ค่อนข้างสูงมากของอัลบั้มนี้นะคะแต่อย่างไรก็ตามเมื่อลองย้อนไปดูข้อผิดพลาดที่เธอได้รับจากอัลบั้มนี้คงจะต้องบอกตามตรงว่าในส่วนของ “ภาพลักษณ์” ที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงนี่ถือว่าเป็นดาบสองคมที่ส่งผลกระทบต่ออัลบั้มทั้งในแง่บวกและลบอยู่มากเลยทีเดียวกล่าวคือจากกระแสต่อต้านในเบื้องต้นรวมถึงความรู้สึกที่ไม่ยอมรับ ไม่ชินและไม่อยากให้คริสทิน่าดูโสมมแบบนี้ส่งผลอย่างยิ่งให้บรรดาแฟนๆแลบะผู้ฟังขาจรต่างมองข้ามอัลบั้มชุดนี้ไปเพียงเพราะว่า”เธอดูแรงเข้าขั้นอย่างว่า” แต่ในทางกลับกันดูแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าต่อการเสี่ยงต่อการที่จะแป๊กในช่วงแรกเพราะในระยะยาวภาพลักษณ์ของเธอถือว่าเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ทั้งอัลบั้มและตัวเธอเปรี้ยงชนิดที่ต่อสายป่านบนอุตสาหกรรมดนตรีแก่อีติ๊นาได้นานพอดูเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังช่วยเขยิบชื่อของ คริสทิน่า อากิเลร่าให้เข้าสู่ความเป็นไอดอลที่นิยมในหมู่มากยิ่งขึ้นและอาจจะเข้าขั้นเป็นศิลปินที่จุดประกายแรงบันดาลใจให้แก่หลายๆนางนายเลยทีเดียว ไม่ต้องอะไรมากค่ะความสำเร็จสูงสุดวัดได้จากที่บรรดาปวงประชาเกย์ เก้งกะเทยทั้งหลายพร้อมใจกันยกอีนี่ขึ้นหิ้งบูชากราบไหว้เป็นอีกหนึ่งเทพีประจำสังเวียนชาวสีม่วงไปแล้ว หึหึหึหึ ศิลปินหญิงโลกนี้มีเยอะค่ะแต่มีไม่มากหรอกนะคะที่จะลงแข่งในลีคส์ดังกล่าวได้ มาที่ส่วนของภาคดนตรีที่ถึงแม้ว่ากรอบทางแนวเพลงจะกว้างมากๆแต่พอมาฟังแล้วรู้สึกว่าเธอกลั่นกรองมันออกมาอย่างลงตัวจนน่าประหลาดใจจุดด้เอยที่เห็นอาจจะอยู่แค่ความฟังยากที่มีมากขึ้นและถอยห่างจากตลาดเดิมอยู่มากอาจมีผลที่มำให้เสียฐานแฟนเก่าท่านที่นิยมอะไรใสๆน่ารักสมวัยไปแต่อย่างน้อยเธอก็สามารถตักตวงผู้ฟังฐานใหม่ๆได้ประเภทหมวดบริโภคคุณภาพ หมวดนิยมของแรงและที่สำคัญที่สุดหมวดพวกมีผีมีองค์มีอำนาจลึกลับฝังลึกแต่กำเนิดอย่างพวกเดี๊ยนๆเข้ามากักตุนปูเป็นฐานแฟนเพลงที่แข็ง แน่นและมีสีสันกว่าฐานเก่าที่เคยมีมา

ซิงเกิ้ล

Dirrty Feat. Redman (5/5) ด้วยภาพลักษณ์ใหม่และกระแสต่อต้านเอ็มวีที่ค่อนข้างแรงในช่วงนั้นส่งผลให้การเปิดตัวในบิลด์บอร์ดชาร์ตครั้งนี้ไต่ไปได้ไม่สวยอย่างที่ควรจะเป็น แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องถือว่าไม่เสียทีค่ะที่เะอเลือกตัดเพลงนี้ออกมาเป็นซิงเกิ้ลแรกเพราะนอกจากจะเป็นเพลงที่เธอระเบิดศักยภาพหลายๆด้านออกมาให้ประจักษ์แล้วยังสามารถที่จะกินความสำเร็จในระยะยาวจากการหยอดภาพลักษณ์ลงสู่ตัวเพลงได้อย่างทรงพลังและแยบยลซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เธอชยับเข้าสู่ความเป็นไอดอลที่แข็งขึ้นอีกระดับรวมถึงสามารถนำชื่อ คริสทิน่าอากิเลร่า เข้าสูความเป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมดนตรีและตลาดโลกได้มากขึ้นอย่างแท้จริง พิจารณาภาคดนตรีส่วนตัวแล้วเดี๊ยนเห็นว่าแทร็คนี้มีความสมบูรณ์แบบในตัวสูงมากๆ อาร์แอนด์บีฮิพฮอพผสานจังหวะจะโคนของดนตรรเต้นรำ แร็พ พ็อพและร็อคเข้าด้วยกันอย่างเหนือชั้นที่สำคัญให้ภาพรวมออกมาเหนือระดับกว่าเพลงแนวเดียวกันที่มีให้เห็นเกลื่อนตลาดเลยทีเดียว น่าเสียดายที่ถูกภาพลักษณ์ประหารคุณภาพโดยแท้

Beautiful (5/5) พ็อพบัลลาดที่ดำเนินเรื่องอย่างเรียบง่ายบนท่วงทำนองเพียโนบัลลาดและเครื่องสายแต่กินใจสุดๆด้วยการถ่ายทอดผ่านสรรพสำเนียงบลูส์อายส์โซลนุ่มนวลแต่เฃือดเฉือนตามแบบฉบับคริสทิน่าผนวกเข้ากับภาคเนื้อหาที่เปี่ยมด้วยความสวยงามทางภาษและความทรงพลังทางการป้อนความรู้สึกสื่อสารอารมณ์ร่วมแก่ผู้ฟังซึ่งถูกขับขานออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรมที่ยิ่งใหญ่และสง่างามสมชื่อ สิริรวมแล้วเดี๊ยนขอยกให้เป็นซิงเกิ้ลที่ดีที่สุดในชีวิตการทำงานของคริสทิน่าค่ะ และถึงแม้ว่าเพลงนี้จะทำอันดับบนบิลด์บอร์ดชาร์ตได้ดีที่สุดแค่อันดับสอง แต่เชื่อว่าคุณภาพจากเนื้องานที่สาธารณชนได้สัมผัสมันก็เป็นข้อพิสูจน์ให้ทุกสายตาได้ประจักษ์แล้ว่า “เธอมีดีจริง” ส่วนตัวเห็นด้วยกับคุณพี่แคนดี้ในรีวิวเมื่อหลายปีก่อนนะคะที่ว่า “เพลงนี้เป็นข้อพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่ว่าท้ายที่สุดแล้ว”พ็อพ” คือดนตรีที่ยังคงความเป็นที่นิยมอยู่ทุกยุคสมัย”

ป.ล. ว่ากันว่าเพลงนี้เป็นชนวนระเบิดที่ทำให้พิงค์กับคริสทิน่าเป็นปรปักษ์กันแบบถาวรจนถึงทุกวันนี้นะคะ คือจริงๆแล้วเพลงนี้ป้าลินดาแกแต่งไว้เป็นสมบัติส่วนตัวนะคะแล้วเผอิญอีพิงค์ดันไปได้ยินเป็นคนแรกตอนทำงานชุด Missundaztood! กับป้าแล้วชีดันตกหลุมรักเพลงนี้จนเอ่ยปากขอเป็นกรรมสิทธิ์แต่แล้วก็หน้าแหกค่ะเพราะบารมีไม่ถึง มาคราวป้าทำงานชุดนี้กับอีติ๊ก็ไม่รู้ว่าอีติ๊ไปใช้เล่มเกวียนที่เท่าไรกล่อมป้าซะเคลิ้มจนปาดหน้าเค้กชิ้นงามเอามาเป็นสัมปทานของตัวเองไปซะได้ แถมอีป้าลินดายังพร่ำไม่คาดปากก่อนจะตัดเป็นซิงเกิ้ลอีกนะคะว่าเพลงนี้กับน้ำเสียงจากอีคริสทิน่ามันต้องได้เข้าชิงแกรมมี่แน่นอนค่าาา ว่าแล้วก็สมหวังน่ะค่ะ ส่วนอีพิงค์หลังจากนั้นก็ไม่มีวี่แววจะสงบศึกกับอีติ๊นะคะตามเห่าตามกัดตามล้างตามเช็ดทุกครั้งที่มีโอกาส กิ๊วๆๆๆๆๆๆ อีเจ๊ของหนูนี่ขี้แพ้ชวนตีนี่หว่า

Fighter (4/5) ซิงเกิ้ลที่สาม ต๊ายยย อีติ๊ทำร็อคค่ะเอาเป็นว่าเพลงนี้ทำเอาสาวกเก่าๆของเธอยุคจินนี่หลายนางร็อคแทบสลบเมื่อตอนฟังครั้งแรก (ก็ใครมันจะไปคิดว่าจะได้ยินเธอร้องเพลงแบบนี้) ภาพรวมเป็นพ็อพร็อคที่แซมความเป็นฮาร์ดคอร์ โกธิคและลูกเล่นที่พยายามจะเป็นพวกซิมโฟนิคเมทัลและอีโมสครีมโมอ่อนๆไว้อย่างแนบเนียน โดยโครงสร้าง รูปแบบ การนำเสนอและเนื้อหาติ๊ได้แรงบันดาลใจมากจาก November Rain ของ Gun’N’ Roses โดยเพลงนี้ได้รับเกียรติจากเดฟ นาวาร์โรมือกีตาร์ของวงดังกล่าวมาเกากีตาร์ให้เองเลย มาที่ภาคเนื้อหาเด็ดดวงค่ะว่าด้วยจุดที่เรายืนย้อนกลับไปมองประสบการณ์ที่เราเก็บเกี่ยวผ่านขวากหนาม ความทุกข์ระทม ความมืดมิดและความทรมานแสนสาหัสจนหล่อหลอมให้เรากลายเป็นดาบที่คมและแกร่งพร้อมที่จะฟาดฟันเพื่อตะกายขึ้นมาสู่จุดที่สูงที่สุดของชีวิต เริ่ด

ป.ล. ชอบสุดๆตอนที่อีติ๊ประโคมเบสส์กับกีตาร์หนักๆก่อนจะมาเบรคด้วยเครื่องสายตอนกลางเพลงได้นิ่มมากๆ ลงตัวและเซ็กซี่สุดๆ เริ่ด

Can’t Hold Us Down Feat. Lil’ Kim (4.5/5) ซิงเกิ้ลถัดไป สุดยอดค่ะเพลงนี้ อาร์แอนด์บีฮิพฮอพแรงๆบนภาคเนื้อหาที่ว่าด้วยการเรียกร้องสิทธิของสตรีเพศรวมถึงเป็นการตั้งคำถามเบื้องลึกแก่สังคมกลายๆต่อศักดิ์ศรี ทัศนคติและสถานภาพของเพศหญิงแถมสื่อหัวสียังเม้าท์กันว่าเพลงนี้อีติ๊ตั้งใจจะมอบให้เอมิเน็มกับเฟร็ด เดิร์สซี้เก่าแต่ชาติปางก่อนโดยเฉพาะเลยทีเดียว สำหรับแร็พเพอร์รับเชิญก่อนหน้านี้ต้นสังกัดได้เลือก “อีฟ” ไว้ในลิสต์ช่วงแรกๆน่ะค่ะก่อนที่จะมาเปลี่ยนเป็นลิล คิม ด้วยเหตุผลที่ว่าช่วงนั้นเจ๊คิมเราคั่วกับสก็อท สทอร์ทโปรดิวซ์เซอร์หลักในอัลบั้มนี้ของอีติ๊อยู่แล้วไหนชีจะเป็นซี้ย่ำปึ้กกับนางติ๊นาตั้งแต่ร่วมทำโปรเจ็กต์เลดี้ มาร์มาเลดด้วยกันอีก ถึงขั้นออกมาด่าอีพิ้งค์ว่าถ้าหล่อนยังเห่าใส่ติ๊นาที่น่ารักของฉันอีกแม่จะตามไปแหกเยี่ยวรดถึงหน้าบ้านหล่อนจริงๆด้วย ว่าแล้วสบโอกาสงามอีเจ๊คิมก็เลยเล่นใช้เส้นซะเลย (ใช้เส้นหมี่ดำซะด้วยนะคะ หึหึหึหึ) ก็ไม่ผิดหวังค่ะทำสถิติท็อป20บนบิลด์บอร์ดให้เจ๊คิมถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะได้ที่12นี่แหละและทำสถิติท็อป5บนเกาะอังกฤษอีก ไม่น่าล่ะรีบเสนอตัวเชียะ

The Voice Within’ (5) ซิงเกิ้ลปิดตัวในรูปแบบพ็อพบัลลาดบนท่วงทำนองหวานหูอลังการแบบเมท์สตรีมออเครสตร้าแบบฉบับบัลลาดดิว่ายุค90sตบด้วยอารมณ์โซล โกธิคและกอสเพลอย่างมีชั้นเชิง ปิดท้ายการโปรโมตงานคุณภาพชุดนี้ได้อย่างสง่างาม

แทร็คอื่นๆ

Make Over (4/5) แม้จะถูกค่อนขอดว่ามีส่วนคล้ายกับ Overload ของ Sugababe อยู่มาก แต่ก็ต้องยอมรับนะคะว่าในแง่ของการสื่ออารมณ์ ความเข้าถึงตัวเนื้อหาและความแปลกใหม่นี่ถือว่าติ๊นาทำได้ดีเลยทีเดียว ตัวเพลงยืนพื้นที่อัลเทอเนทีฟร็อคผสานอินดี้ แดนซ์ โพสท์กรั๊นจ์ พั้งค์รวมถึงกลิ่นอายอันเดอกราวนด์ได้อย่างลงตัว แม้ว่าความชัดเจนยังจะไม่เข้าขั้นแต่ส่วนตัวแล้วชอบนะ มาที่ Loving Me 4 Me (4/5) อาร์แอนด์บีพ็อพหวานๆเย็นๆที่เคลือบด้วยกลิ่นอายไลท์แจ๊ซซ์และคลาสสิคอาร์แอนด์บีได้อย่างกลมกล่อมบนภาคเนื้อหาที่ระบายนิยามส่วนตัวของคำว่า “รัก” ออกมาได้อย่างมีวาทธศิลป์และสลวยสวยงามทุกตัวอักษร ในขณะที่ Walk Away (3.5/5) เป็นการถ่ายทอดความปวดร้าวและตัดพ้อตัวเองบนภาคดนตรีคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีดวลอารมณ์บลูส์โซลหม่นๆได้อย่างลงตัว โดยคงความประณีตและชั้นเชิงในการใช้ภาษาได้สละสลวยไม่แพ้กัน ต่อด้วย Get Mine,Get Yours (3/5) ก็เป็นพ็อพอาร์แอนด์บีเต้นรำที่ตอบโจทย์ภาพลักษณ์สาวแสบของคริสทิน่าในช่วงนั้นรวมถึงภาคเนื้อหาที่สะกิดใจประชาชนลัทธิ Free Will กับ One Night Stand ไม่มากก็น้อยแม้ว่าจะแลดูไม่ค่อยลงตัวแต่ภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งที่สัมผัสมาตั้งแต่ต้นอัลบั้มก็สามารถประคับประคองผู้ฟังให้ร่วมหฤหรรษ์ไปกับเพลงนี้ได้ไม่ยาก Soar (5/5) ขอยกให้เป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มนี้นะคะ พ็อพโซลอาร์แอนด์บีผสานท่วงทำนองละเมียดละไมกึ่งบัลลาดและจังหวะจะโคนที่อลังการมีมิติและที่สำคัญทรงพลังตามแบบฉบับของกอสเพล ซึ่งช่วงขับขานความยิ่งใหญ่ของภาคเนื้อหาที่ว่าด้วยความเชื่อมั่น ความรัก ความขบถเหนือสิ่งอื่นใดศรัทธาในตนเองจนเหนือคำบรรยาย ต่อด้วย Cruz (3/5) แทร็คก่อนหน้านี้ พ็อพบัลลาดแสนธรรมดากับภาคการนำเสนอที่เรียบง่ายซึ่งฟังโดยผิวเผินอาจจะไม่ต่างอะไรจากบัลลาดของศิลปินเสียงดีทั่วไป ซึ่งนั่นก้จริงค่ะเพียงแต่โดยส่วนตัวสัมผัสสิ่งพิเศษบางอย่างจากตัวเพลงได้มันเป็นความรู้สึกเกี่ยวกับความอัดอั้น ความอาทรและความรู้สึกที่หลุดพ้นหลังากชีวิตถูกพันธนาการมานานแสนนาน ความเข้มข้นทางความรู้สึก (ที่เดี๊ยนอาจจะปรุงแต่งไปเอง) เหล่านี้ช่วยยกระดับให้เพลงธรรมดาๆเพลงนี้มีอะไรพิเศษเหนือกว่าเพลงเพราะๆธรรมดาๆทั่วไป มาที่ Impossible Feat. Alicia keys (4.5/5) เพลงที่เธอร่วมงานกับอลิช่าส์ คียส์ซึ่งผลลัพธ์ออกมาเป็นบลูส์โซลอาร์แอนด์บีผสานแจ๊ซซ์ในแบบฉบับยุค50s-60sตามสไตล์อลิช่าส์ ฟังแล้วนึกถึงงานของดิว่าสมัยก่อนตั้งแต่เอ็ทท่า เจมส์/นีน่า ซีโมนส์/บิลลี่ ฮอลิเดย์/ซาร่าห์ วอห์นและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดิน่าห์ วอชิงตัน ที่สรรพสำเนียงการถ่ายทอดบลูส์โซลแบบร็อคของคริสทิน่านี่ปลุกวิญญาณเจ้าป้ามากๆ เป็นอีหนึ่งแทร็คสุดโปรดปรานประจำอัลบั้มนี้ แทร็คถัดไป Underappreciated (4/5) โอลด์สคูลพ็อพโซลยุค60ผสานความเป็นแจ๊ซซ์ อาร์แอนด์บีและสวิงอ่อนๆก่อนจะตบความร่วมสมัยด้วยบีทอาร์แอนด์บีฮิพฮอพประสานทัพได้อย่างมีเสน่ห์จัดเป็นแทร็คที่ฟังแล้วติดหูชะงัดแต่รอบแรก แม้ว่าจะไม่โดดเด่นจนน่าพูดถึงมากนักแต่ในแง่ของการเป็นรอยต่อสู่งานBack To Basicsก็จัดว่าเป็นพ็อพย้อนยุคที่เฉียบอยู่เหมือกัน รวมถึงส่วนตัวประทับใจในภาคเนื้อหาที่ว่าด้วยเรื่องของการแบกรับความรู้สึกที่ปวดร้าวจากความพยายามในการประคับประคองความสัมพันธ์ที่ท้ายที่สุดก็ดำเนินมาถึงจุดแตกหัก Infatuation (5/5) เด็ดดวงค่ะ ภาคดนตรีจัดว่าเป็นอีกแทร็คที่น่าจับตามองโดยเล่นความเป็นลูกผสมระหว่างละทินพ็อพกับจังหวะจะโคนอาร์แอนด์บีผสานโซลร่วมสมัย ซึ่งโดยส่วนตัวเธอก็พิสูจน์ตัวเองได้อย่างดีกับ Mi Reflejoแล้วว่าเหมาะกับดนตรีโซนละทินเวิล์ดมิวสิคแบบนี้ แน่นอนค่ะว่าผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาดหมาย เซ็กซี่ ลงตัวและบาดใจมาแต่ไกลตั้งแต่แซมเพิ่ล Primer Amor Interlude เลยทีเดียว ส่วนตัวที่ให้5เนื่องจากเพลงนี้มีอะไรที่พิเศษต่อความรู้สึกเดี๊ยนมากๆฟังแล้วคิดถึงแฟนเก่าที่เป็นคนละทินน่ะค่ะ แม้ว่ามันจะไม่ใช่ความปวดร้าวจากการพรากจากรักครั้งแรกแบบคริสทิน่าก็ตาม แต่ฟังทีไรความทรมานจากเสน่หาอาลัย ช่วงเวลาดีๆและการจากลากันในฐานะศัตรูตลอดกาลมันแผดเผาความรู้สึกตลอดเวลา มาที่ I’m Ok (4.5/5) อคูสติคพ็อพบัลลาดที่ถ่ายทอดบนท่วงทำนองโฟล์คเหงาๆโชยกลิ่นอายบลูส์โซลหม่นๆกับโกธิคแอมเบี้ยนท์ลอยละล่องเคียงคู่ไปกับการพรรณนาความเจ็บปวดรวดร้าวจากความทรมานทางจิตใจในวัยเด็กผนวกเข้ากับภาคเนื้อหาที่แฝงถึงความแข็งแกร่งแต่ในขณะเดียวกันก็กลับเสียดสีโชคชะตาที่ตนเองได้รับอยู่ในทีเป็นอีกหนึ่งสัจธรรมที่ตอกย้ำความเป็นจริงที่ว่างานศิลป์ดีๆมักถูกรังสรรค์ขึ้นจากความเจ็บปวดโดยแท้ Keep On Singin’ My Song (5/5) โอลด์สคูลเพียวโซลบัลลาดเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณและอิทธิพลจากสตีวี่ วอนเดอร์โดยการใส่ลูกเล่นของความเป็นโมทาวน์ในทั้งรูปแบบของความเป็นบลูส์ อาร์แอนด์บีและกอสเพลอย่างเต็มที่ โดยส่วนตัวเห็นว่าเปรียบเสมือนสาส์นจากคริสทิน่าถึงแฟนๆแทนคำขอบคุณสำหรับพลังและแรงบันดาลใจที่ส่งถึงเธอในทุกขณะ รวมถึงเป็นข้อความทางดนตรีที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังแก่แฟนๆให้ไม่ลืมที่จะตระหนักถึงการยืนหยัดในสิ่งที่ตนเชื่อมั่นพร้อมก้าวต่อไปในเส้นทางที่ดีที่สุดที่เราทุกคนเลือกอย่างมั่นคงและสง่างาม

สรุป

โดยส่วนตัวแม้ว่า Stripped จะไม่ใช่งานที่ให้เอกภาพและศักยภาพทางดนตรีที่สูงสุดจากเธอ แต่ในแง่ของการเป็นอัลบั้มที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์อย่างหมดจดที่สุดในประวัติศาสตร์ (เครดิตพี่โอ๋ นิติเทพ คูณค้ำ) และพัฒนาการทางดนตรีที่น่าตื่นตาตื่นใจจากศิลปินส่งผลให้งานชุดนี้กลายเป็นงานชุดที่ดีที่สุดและน่าสนใจที่สุดที่ผู้ฟังได้รับจากเธอ เหนือสิ่งอื่นใดเป็นงานที่แสดงถึงศักยภาพด้านต่างๆของคริสทิน่าออกมาให้ผู้ฟังประจักษ์ว่าเธอมีดีมากกว่าเสียงอันทรงพลังที่เปล่งออกมา มีดีกว่าความสวยที่เห็น มีดีกว่าที่หลายคนประเมินเธอใต้เงาบริทนีย์หรือมารายห์ และถึงแม้ว่างานชุดนี้จะไม่มีเพลงแตะอันดับหนึ่งบิลด์บอร์ดชาร์ตรวมถึงอาจจะถูกครหาในหลายๆด้านจนถึงทุกวันนี้ก็ตามแต่ Stripped ก็สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพ ความสามารถ พัฒนาการ การรู้จักเล่นกับตลาดโดยระบายภาพลักษณ์สู่งานดนตรีและที่สำคัญที่สุดความตั้งใจของคริสทิน่าที่มันหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นศิลปินที่ดีจริงและพร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางของอุตสาหกรรมดนตรีพ็อพที่เชี่ยวกรากโหดร้ายอย่างมั่นคง สู่ความเป็นตำนานที่อ้าแขนรอรับเธอในวันข้างหน้าอย่างสง่างาม


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com