
http://www.facebook.com/HysteriaCulture
http://hysteriaculture.wordpress.com/2014/03/24/after-school-dress-to-kill-j-popdance-popelectropopdiscohouseedm-92-4-55/
After School : Dress To Kill : J-Pop/Dance-Pop/Electropop/Disco/House/EDM (92% = 4.5/5)
เพิ่งจะอิ่มเอมเปรมปรีด์กับซิงเกิ้ลอัลบั้มล่าสุดจากซับยูนิต Orange Caramel ของสามสาวนานะ,เรนะและลิซซี่จากวงเกิร์ลกรุ๊ปซูเปอร์โมเดลAfter Schoolชนิดยังปลาบปลื้มกันไม่เสร็จดีล่าสุดนี่พวกสาวๆก็ส่ง Dress To Kill อัลบั้มภาษาญี่ปุ่นชุดที่สองมาเอาใจเหล่า Play Girlz และ Play Boyz หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีซิงเกิ้ลเด็ดอย่าง Heaven และ Shh ปล่อยมาชิมลางให้เหล่าแฟนจ๋าชะเง้อคอรอคอยตั้งนานแล้ว
ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากทั้งบรรดาสาวกASตลอดจนคอเพลงญี่ปุ่น-เกาหลีทั้งหลายว่า อัลบั้มนี้ดีกว่าชุดที่แล้วมาก!!!! ไอ้เราก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าชุดที่แล้วเป็นยังไงเพราะส่วนตัวคุ้นกับงานจากฟากเกาหลีบ้านเกิดพวกนางมากกว่าแต่เท่าที่ได้ฟังดูแล้วเห็นว่าน่าจะจริงเพราะเนื้องานออกมาดีมากในระดับที่ทำเอาดิฉันอ้าปากค้างคือโดยรวมแล้วอาจจะไม่ได้มาน่ารักสดใสแบบงานของ Kara หรือ Girls Generation เพราะเนื้องาน ดนตรีและการนำเสนอพวกAfter Schoolดูเป็นผู้ใหญ่กว่ามากชนิดหลายเท่าตัว จากภาคดนตรีในอัลบั้ม Dress To Kill ที่เป็นงานเจพ็อพในสายเต้นรำเน้นหนักไปทางดนตรีจำพวกคลับแบงเกอร์ทั้งหลายอาทิ ดิสโก้,กรู๊ฟ,เฮ้าส์และอิเล็คโทรพ็อพมากกว่าที่จะเป็นงาน ทีนพ็อพ หรือ บับเบิ้ลกัมพ็อพ เจาะกลุ่มโอตาคุฐานเดียวกันกับสองวงดังกล่าว โดยรวมสามารถจัดอัลบั้มนี้เข้าหมวดหมู่อัลบั้มเจพ็อพในสาขา EDM (Electronic Dance Music) ด้วยความชัดเจนจากการนำเสนอที่มุ่งไปตีตลาดคลับแด๊นซ์แดนปลาดิบอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่วนตัวขอบอกว่าพวกนางเดินกันมาถูกทางมากๆเพราะ AS มียีนในการทำเพลงเต้นรำที่โดดเด่นเป็นทุนอยู่แล้วยิ่งถ้ามาผนวกกับเพอร์ฟอร์เมนท์เจ๋งๆเริ่ดๆรับรองว่ามีสิทธิ์ลอยลมบน
มานั่งค้นหาข้อเสียของอัลบั้มDress To Killชุดนี้จะโดนสาวกASด่ามั้ยหนอถ้าดิฉันจะบอกว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เพลง คือโอเคอาจจะดูเป็นเนื้อเดียวกันอารมณ์เดียวทั้งอัลบั้มแต่ก็ไหลลื่นเป็นเอกภาพและดู Keep Concept ได้ชัดเจนดีคือไม่ก้ำกึ่งเหมือน T-ara ที่จะแรงจะอัดจริตให้ดูไพร่ดูซ่านกันเต็มที่ก็ยังแคร์สื่อแล้วจำต้องทำเพลงเอาใจพวกแฟนคลับมอร์นิ่งมูซูเมะไม่ก็สาวๆตระกูล48ชีวิตกันอยู่ในขณะที่ AS ชุดนี้มาเต็มเหนี่ยวกันมาก ก็จะแรงนี่คะ ใครจะทำไมกู?!!! วู๊ยยยย เด็ดดวงมีของแบบนี้ล่อกะเทยมากค่าอีเจ๊ชอบ!!! แต่ปัญหาก็คือ ใครเป็นสไตลิสท์ออกแบบชุดและปกอัลบั้มพวกเธอคะ? ช่วยลากมันมาให้เจ๊เอาสากกะเบือตำหน้าสักทีสองทีนะคะ ต๊ายยย เพลงในอัลบั้มพวกเธอเปรี้ยวเก๋และมีคลาสกันขนาดนี้แต่ดันทำหน้าปกยังกับ สาวบาร์ซอยธนิยะ ช่างเป็นอะไรที่สวนทางกับความเลิศเลอค่าในอัลบั้มพวกเธอมาก
แค่ Dress To Kill (4/5) แทร็คเปิดอัลบั้มต่อจาก Dress Code ~ Theme Of Dress To Kill ที่เป็นอินเทอลูดเปิดอัลบั้มแค่นี้ก็น่าจะบ่งบอกภาพรวมได้แล้วกระมังคะว่าสาวๆASงวดนี้เน้นงานปล่อยของกันแน่ๆ ฟังจากช่วงต้นแล้วสำลักอิทธิพลจาก Kill Bill ภาพยนตร์เลือดสาดสุดคลาสสิคเรื่องนั้นไม่น้อยซึ่งก็ผนวกเข้ากับซาวนด์คลับแด๊นซ์สไตล์แด๊นซ์พ็อพผสานเทคโนได้ลงตัวมาก แหม องค์ในตัวเริ่มสั่นนะคะพอฟังไปหลับตาไป อดขยับแข้งขยับขาตามไม่ได้จริงๆยิ่งเพลงถัดไปอย่าง Ms.Independent (4/5) นี่บีทดั๊บสเต็ปวิ่งกันพล่านในหัวตั้งแต่หูซ้ายทะลุผ่านแกนสมองวิ่งไปยันหูขวา พวกขาแด๊นซ์คอคลับแบงเกอร์ทั้งหลายคงน่าจะชอบงานEDMผสานอิเล็คโทรเฮ้าส์ร่วมสมัยแบบนี้กัน Triangle (4.5/5) ขึ้นต้นมาด้วยเสียงแร็พเท่ห์ๆปะทะกับบีทเต้นรำอิเล็คโทรนิคตึ๊บๆก่อนจะพุ่งเข้าสู่วัฒนธรรมของงาน EDM แรงๆชนิดเต้นกันตับแล่บไปข้างอีกครั้ง เบรคอารมณ์แด๊นซ์กระจายมาที่งานคอนเทมโพรารีาย์อาร์แอนด์บีเซ็กซี่ๆใน Yes No Yes (4/5) กันบ้าง คือก็ไม่ได้เลิศเลอถึงขีดสุดหรอกค่ะเพียงแต่มันเด่นและโดดออกมาจากอัลบั้มเลย การเรียบเรียงมีชั้นเชิงมากผ่านทั้งอาร์แอนด์บี ฮิพฮอพ กรู๊ฟ โซลและอิเล็คโทรพ็อพ สุนทรีย์มาก!!! เพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มนี้ยกให้ Heaven (5/5) ซิงเกิ้ลเปิดอัลบั้มที่เคยเขียนอวยไปเยอะมากๆเมื่อปีที่แล้ว เอาเป็นว่าท่านผู้อ่านลองSearchหาในบล็อคเพื่ออ่านรีวิวเต็มๆกันได้นะคะ บรรเจิดและกรีดกรายมากๆกับงานเต้นรำสุดมีคลาสเป็นแด๊นซ์เฮ้าส์ประสานกรู๊ฟและดิสโก้สุดกรีดกรายที่ส่วนตัวขอยกให้เป็นซิงเกิ้ลภาษาญี่ปุ่นที่ดีที่สุดของพวกเธอไปเลย แทร็คถัดมา Rock It! (4.5/5) แค่ซินธิ์ช่วงต้นเพลงก็เขย่าโสตประสาทชนิดเล่นเอาหัวใจเต้นเป็นจังหวะตามไม่ทัน ฟังแล้วคิดถึงงานเฮ้าส์ยุค90sในมิติของดีเจคัลเจอร์แบบยุคปัจจุบันแท้ๆและปิดท้ายด้วย Spotlight (4/5) ที่ส่วนตัวขอลุ้นให้ตัดโปรโมตเป็นซิงเกิ้ลเพราะเพลงแบบนี้แหละสามารถร่ายมนตร์สะกดให้คนในคลับระเบิดพลังเต้นกันกระเจิดกระเจิงได้ ท่อนดั๊บสเต็ปเบรคชวนให้คิดถึงเพลง Hold It Against Me ของบริทนี่ย์แต่ภาคดนตรีโดยรวมเป็นงานEDMคลับแบงเกอร์ที่แรงกว่าหลายระดับ ก่อนจะอำลาไปจากฟลอร์เต้นรำอย่างสง่างามใน Killing Eyes ที่เป็นOutroปิดอัลบั้ม
ฟังจบแล้วหอบแฮ่กๆคือไม่คิดว่าจะเจออัลบั้มภาษาญี่ปุ่นชุดไหนที่เต้นได้มันส์ขนาดนี้ คือขอมอบตำแหน่งหนึ่งในอัลบั้มโปรดประจำปี2014นี้ให้ไปแบบไม่คิดหน้าคิดหลังเลยฟังจบแล้วจากที่เป็นขาจรASมาตลอดจะมาขอเป็นขาประจำก็วันนี้แหละค่ะ