˹���á Forward Magazine

ตอบ

อุ่นเครื่องก่อนไปเจอตัวจริงที่งาน 40 Years of Morrissey
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ อุ่นเครื่องก่อนไปเจอตัวจริงที่งาน 40 Years of Morrissey 





อุ่นเครื่องก่อนถึงวันแสดงคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยของ Morissey อดีตนักร้องนำแห่งวง The Smiths ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักร้องและนักแต่งเพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล ซึ่งจะจัดขึ้นที่ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ทาง The Rock Pub และ Live Nation Tero ก็ได้จับมือกันจัดงาน 40 Years of Morrissey ค่ำวานนี้ ซึ่งก็มีเหล่าแฟนเพลงตัวจริงของ The Smiths และ Morrisey มากันเพียบ

ต้องขอปรบมือให้ดังๆกับวง The Chocolate Cosmos ที่หยิบเพลงขึ้นหิ้งของวง The Smiths และ Morrissey มาเล่นได้ดีอย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งซาวด์ในการแสดงสดที่เก็บทุกเม็ดและทุกย่านเสียงได้คมกริบชนิดที่เรียกได้ว่าเหมือนเปิดแผ่นเสียงฟังกับเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์เลยทีเดียว ส่วนเพลงที่ทางวงหยิบมาเล่นก็ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงที่เป็นรากฐานสำคัญให้กับวงการเพลง บริทป็อป ยุค 90s ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น Alma Matters, Please, Please, Please, Let Me Get What I Want, Everyday is Like a Sunday นอกจากนี้ก็ยังมีเซอร์ไพรส์โชว์จากศิลปินรับเชิญโดยนักร้องนำวง Zweed & Roll ที่ขึ้นเวทีมาร้องเพลง There is the Light That Never Goes Out ได้ในแบบเข้าถึงอารมณ์เพลงมากๆ ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นแฟนเพลงตัวจริงของวงนี้ โดยเพลงที่วง The Chocolate Cosmos เลือกนำมาเล่นปิดโชว์ทริบิวต์ Morrissey ก็คือเพลง First of the Gang to Die ที่ทุกคนต่างก็ร้องตามกันได้

ความไม่ธรรมดาของทริบิวต์ในครั้งนี้ก็คือการย้อนประวัติศาสตร์เพลงร็อคทางเลือกฝั่งอังกฤษที่มีวงอย่าง The Smiths, Joy Division, New Order, The Cure เป็นหัวหอกในช่วงปลายยุค 70 จนถึงช่วงต้นยุค 80 ที่ซาวด์ดนตรีในแนว นิว เวฟ, กอธิก ร็อค, โพสต์ พังก์, ไปจนถึง ดาร์ก เวฟ เหล่านี้ส่งอิทธิพลอย่างสูงต่อวงอัลเทอร์เนทีฟ ร็อค และ บริทป็อป ยุค 90s อย่างวง Ash, Arctic Monkeys, The Stone Roses, Suede ไปจนถึง Blur ที่ แกรห์ม คอกซัน มือกีตาร์นำสำเนียงการเล่นกีตาร์ของ จอห์นนี่ มาร์ มาพัฒนาต่อจนกลายเป็นลายเซ็นของตัวเอง โดยวง The Chocolate Cosmos ได้หยิบเพลงของวง บริทป็อป หลายวงที่กล่าวมา มาเล่นคัฟเวอร์สลับกับเพลงของวงพั้งก์และนิวเวฟที่ถึงแม้ว่าจะมีแนวทางการเล่นที่แตกต่างกันมากอย่างวง The Clash, Tear for Fear หรือแม้กระทั่ง Jesus and Mary Chain แต่ด้วยริฟฟ์กีตาร์จังหวะเบสและกลองที่ใกล้เคียงกัน ทางวงก็นำมาเล่นต่อกันได้ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของวงการดนตรีร็อคฝั่งอังกฤษที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวและส่งต่อซาวด์อันเป็นเอกลักษณ์ไปยังวงร็อครุ่นหลังๆได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งก็รวมถึงดนตรีการาจร็อคในแบบวง The Strokes ด้วย

นับว่าเป็นโชว์อุ่นเครื่องก่อนที่แฟนๆจะได้ชมคอนเสิร์ตของ Morrissey ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าได้อย่างน่าประทับใจและแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า Morrissey เป็นศิลปินที่มีบทบาทและความสำคัญมากขนาดไหนต่อวงการเพลงร็อคทางเลือกที่แพร่กระจายไปทั่วโลกหลังยุค 90sเป็นต้นมา


_________________

Like กดที่รูป
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com