˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
แนสทิน่ารีวิว A Time Of Hope : Decca Broadway 1935-1946
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ แนสทิน่ารีวิว A Time Of Hope : Decca Broadway 1935-1946 


Decca Broadway 1935-1946 : A Time Of Hope : 5

รูปแบบเพลง

A Time Of Hope คืออัลบั้มรวมเพลงบรอดเวย์จากค่าย Decca(ค่ายเพลงแนวบรอดเวย์และแจ๊ซซ์ที่ดีที่สุดค่ายหนึ่งของโลก)ตั้งแต่ช่วงปี1935จนถึงปี1946 โดยหยิบงานเด็ดเด่นๆจากซาวน์แทร็คบรอดเวย์ยอดนิยมในอดีตต่างๆ อาทิ Annie Gets Your Gun/Porgy And Bess/Oklahoma!/Streets Of ParisและThis Is The Army เป็นต้น โดยภาคดนตรีได้รวบรวมการนำเสนอเสน่ห์ของภาคดนตรีอลังการๆแบบบรอดเวย์ในรูปแบบที่หลากหลายทั้งคลาาสิค/โอเปร่า/แจ๊ซซ์/บลูส์/สวิง ไปจนถึงภาคดนตรีอลังการที่เปี่ยมไปด้วยความฝันอันยิ่งใหญ่และความบริสุทธิในศรัทธาอย่างทรงพลังรวมถึงอารมณ์แฟนตาซีเทพนิยายแบบโลกเหนือจินตนาการที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เราคุ้นเคยจากการรับชมละครเวทีแบบมิวสิคคัลบรอดเวย์ เป็นต้น

จุดด้อย

ด้วยความที่งานชุดนี้เป็นอัลบั้มรวมเพลงบรอดเวย์ย้อนไปตั้งแต่60-70ปีกว่าโน่น แม้ว่าจะเพราะทรงพลังและอลังการพิเศษในความรู้สึกเหนือคำบรรยายก็ตามแต่เมื่อมาพิจารณาในความเป็นจริงแล้วอัลบั้มนี้ก็คงไม่ใช่อัลบั้มที่ผู้ฟังส่วนใหญ่ยนิยมเปิดรวมถึงคงจะไม่ใช่อัลบั้มสำหรับความเป็นที่นิยมในระยะยาวของใครหลายๆคนด้วย ก็แหม!นี่มันบรอดเวย์นี่คะไม่ใช่มาดอนน่าหรือเอมิเน็มที่เราสามารถเปิดฟังกรอกหูได้เกือบทุกวัน ยากค่ะที่จะหาคนที่มีอารมณ์สุนทรีย์ดื่มด่ำไปกับดนตรีแนวนี้ได้ทุกวันจนถึงในระยะยาวได้ยกเว้นแต่จะเป็นผู้ฟังที่ตกหลุมรักในมนต์ขลังของดนตรีบรอดเวย์เท่านั้นแหละ แล้วในยุคสมัยนี้ทางเลือกในการเสพย์ดนตรีมีมากมายหลายแนวจะมีผู้ฟังกลุ่มดังกล่าวเหลืออยู่อย่างเหนียวแน่นจริงๆซักกี่คนกัน จริงมั้ยคะ?


แทร็คเด็ด

ต้อนรับผู้ฟังเข้าสู่โลกแห่งความสวยงามของบรอดเวย์ด้วย Oh What a Beautiful Mornin' (5) แทร็คเปิดอัลบั้มจากละครบรอดเวย์เรื่อง Oklahoma! ในปี1943 ที่มีรอบการแสดงสูงถึง2,212รอบ ตัวเพลงถูกขับขานโดยอัลเฟรด เดรคในแนวคลาสสิคคัลบรอดเวย์ที่ให้อารมณ์ยิ่งใหญ่อลังการแบบแฟนตาซีสุดจะพรรณนาประหนึ่งว่ากำลังหลุดลอยเข้าไปผจญภัยในจินตนาการสุดบรรเจิดแห่งโลกเทพนิยาย ฟังกี่ครั้งก็ขนลุกค่ะส่วนตัวแล้วความไพเราะบริสุทธิ์งดงามจัดๆของแทร็คนี้ส่งอิทธิพลต่อเดียนอย่างมากในแง่ของการช่วยเติมเต็มสภาพจิตใจในยามที่เหี่ยวแห้งหดหู่ให้รู้สึกสดชื่นและมีพลังจนพร้อมที่จะลุกขึ้นมาสัมผัสกับรุ่งอรุณที่สวยงามของโลกที่แสนจะมืดหม่นโหดร้ายนี้ในทุกๆวัน ก่อนจะก้าวต่อไปอย่างมุ่งมันด้วยใจที่ปรารถนาลึกๆอย่างแรงกล้าว่าสักวันชีวิตเราคงจะต้องงดงามเหมือนแสงทองที่ส่องประกายเจิดจรัสอยู่เบื้องหน้า ต่อด้วย Summertime (4/5) โดย แอน บราวน์จาก Porgy And Bess ละครบรอดเวย์เลื่องชื่อในปี1935ของจอร์จ เกอร์ชวิน ที่ตัวเพลงถูกถ่ายทอดในแนวโอเปร่าหลอนๆจากพลังเสียงโซพราโน่ทรงพลังบาดขั้วหัวใจให้อารมณืฤดูร้อนที่สุดแสนจะอ้างว้าง มืดหม่นและลึกลับอย่างเป็นรูปธรรมโดยแท้ แถมเป็นเกร็ดแก่ผู้อ่านเล็กน้อยนะคะว่าหลายเพลงในละครบรอดเวย์เรื่องนี้ได้ถูกหยิบยกไปเป็นแรงบันดาลใจในการทำคัฟเวอร์ของศิลปินแจ๊ซซ์หลายท่านมากๆแต่ที่ประสบความสำเร็จสร้างชื่อสุดๆก็คงจะหนีไม่พ้นการคัฟเวอร์เพลงอมตะถล่มทลายอย่าง I Love You,Porgy ของเจ้าป้านีน่า ซีโมนส์ ราชินีเพลงแจ๊ซซ์ระดับโลกในแบบฉบับอาร์แอนด์บีโซลหวานๆอบอุ่นๆในช่วงปี1964ที่ฮิตถล่มทลายจนสามารถขายทะลุล้านซิงเกิ้ลสร้างชื่อให้เจ้าป้าลอยลมบนในยุคโมทาวน์ประดับประวัติศาสตร์มาได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะสุดๆลองหามาฟังกันดูเถิด

ช่วงนี้ขออุทิศให้แก่ผู้ฟังที่หลงรักบทเพลงของดิว่าย้อนยุคเป็นชีวิตจิตใจนะคะ โดยเฉพาะกะเทงานนี้มีกรี๊ดแตกแน่ๆเพราะแต่ละแทร็คที่หยิบมาแนะนำนี่รับประกันว่าเด็ดดวงทั้งสิ้น มาเริ่มกันที่พ็อพบัลลาดเครื่องสายที่เจือภาคดนตรีคลาสสิคและจังหวะเต้นรำแบบวอล์ทหวานๆใน I Could Write Book (4/5) จากเรื่องPal Joeyโดยวิเวียน เบลน ที่ยอดเยี่ยมทั้งในภาคเนื้อหาและการนำเสนอ กะเทยนางโชว์ที่กำลังสาละวนหาเพลงใหม่ๆมาลิพซิงค์นี่ได้โปรดอย่ามองข้ามแทร็คนี้นะคะเพราะมันจะช่วยขับขานให้โชว์ของคุณดูคลาสสิคและมีเสน่ห์ในเวลาเดียวกันเลยทีเดียว ตามมาด้วยเพลงจากเรื่อง Higher Higherในปี1940กับ It Never Entered My Mind (5) ที่ได้เชอร์รี่ รอสมาขับกล่อมภาคดนตรีละเมียดละไมในแนวบลูส์หวานๆผสานแจ๊ซซ์สวยๆได้อย่างน่าขนลุก ใครที่เป็นแฟนของดิว่าแนวแจ๊ซซ์และบลูส์อย่างป้าบิลลี่ ฮอลิเดย์/เอลล่า ฟิทซ์เจอรัลด์/แอนนิต้า โอเดย์/คาร์เม็น แม็คเรย์/ซาร่าห์ วอห์นและดิน่า วอชิงตันอะไรพวกนี้นี่น่าจะชอบได้ไม่ยาก ส่วนตัวขอยกให้เป็นหนึ่งในแทร็คที่คลาสสิคที่สุดของอัลบั้มนี้ไปเลย สลับมาฟังสวิงกันดูดีมั้ยคะขอแนะขำแทรคจากOn The Townในปี1944กับ I Can Cook Too (4.5/5) บรอดเวย์แจ๊ซซ์ผสานสวิงสนุกๆและบลูส์หอมๆจางๆจากแนนซี่ วอล์คเกอร์ที่ถ่ายทอดความเปรี้ยวปราดของภาคเนื้อหาได้อย่างไพเราะและน่ารักจนอดอมยิ้มไม่ได้ ฟังแล้วอารมณ์ดีบันเทิงใจมากๆทีเดียว มาที่ Make It nother Old Fashion,Please (4/5) และ My Heart Belongs To Daddy (5) สองเพลงจากปลายปากกาของโคล พอร์เทอร์ หนึ่งในบรมครูแห่งวงการบรอดเวย์ โดยแทร็คแรกมาจากละครบรอดเวย์ในปี1940เรื่อง Panama Hattie ซึ่งได้ซูเปอร์สตาร์บรอดเวย์ชื่อก้องโลกอย่างเอ็ธเทล เมอร์แมนมารับหน้าที่ขับขานในแบบฉบับแฟนตาซีคลาสสิคคัลบรอดเวย์บัลาดใครนึกอารมณ์ไม่ออกลองนึกถึงบรอดเวย์แบบเจ้าป้ามาริลีน มอนโรดูนะคะจริตจะก้านในการบรรเลงนี่เหนือชั้นไม่แพ้กันเลยทีเดียว สำหรับแทร็คหลัง กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ กะเทยหามาฟังกันด่วนจี๋นะคะ เหนือชั้นกว่าหนึ่งช่วงตัวด้วยการผสานแจ๊ซซ์หรูๆลงไปได้อย่างมีชั้นเชิงประกอบกับน้ำเสียงอันทรงพลังหวานใสและลีลาการขับขานอันทรงเสน่ห์ร้อนแรงเชือดเฉือนประดุจไฟของแมรี่ มาร์ทิน ที่ได้ร้องไว้ใน Leave It To Meบรอดเวย์ในปี1938 ที่ช่วยขับขานความลุ่มลึกอลังการของภาคเนื้อหาที่โรแมนติคเหนือชั้นจนลอยลำติดทำเนียบหนึ่งในเพลงบรอดเวย์สุดคลาสสิคเหนือกาลเวลาทุกยุคทุกสมัยได้อย่างสมศักดิ์ศรีปราศจากข้อกังขาใดๆทั้งสิ้น

ปิดท้ายด้วยเพลงบรอดเวย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์และคงความเป็นอมตะตลอดกาลกับ There's No Business Like Show Business (5) ที่เป็นการรวมพลังกันถ่ายทอดความอลังการระหว่างวิลเลี่ยม โอ' นีล/มาร์ตี้ เมย์และเรย์ มิดเดิลทัน นักแสดงจากละครบรอดเวย์เรื่อง Annie Gets Your Gun ในปี1946 โดยเอิร์ฟวิ่ง เบอร์ลินนักประพันธ์เพลงบรอดเวย์ระดับปรมาจารย์ที่เป้นแรงบันดาลใจให้แก่ศิลปินในอุตสาหกรรมดนตรีมาหลายยุคสมัย โดยภาคเนื้อหาเปรียบเสมือนภาพสะท้อนหลังม่านของวัฒนธรรมแห่งอุตสาหกรรมบันเทิงทุกยุคทุกสมัยก่อนที่จะถูกเจียระไนออกมาเป็นภาพที่สวยงามเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาบรรดาผู้ชม ส่วนตัวขอคารวะผู้แต้งในฐานะที่สามารถระบายสิ่งที่ตนอุทิศชีวิตลงสู่โลกแห่งเสียงเพลงได้อย่างมีเสน่ห์ สีสันและเป็นรูปธรรมจับจนยืนประดับอยู่ในหัวใจของคนรักดนตรีมากว่าหลายทศวรรษ

สรุป

จากจุดเริ่มต้นของการใช้ดนตรีบรอดเวย์เป็นเครื่องมือให้ความบันเทิงพร้อมทั้งแทรกสื่อกลางในการกระจายสัญญาณแห่งความหวังพร้อมและอิสรภาพสู่มนุษยชาติ สู่การเดินทางกว่า7ทศวรรษของการเติมเต็มทางปัจเจกภาพอย่างสมบูรณ์แบบในปัจจุบัน A Time Of Hope คือหนึ่งในตัวแทนที่นำเสนอร่องรอยทางประวัติศาสตร์ดนตรีที่ส่งอิทธิพลอย่างยิ่งยวดต่อสภาพการดำเนินชีวิตของบรรดาผู้คนในสมัยก่อน ซึ่งตีแผ่สู่วัจักรแห่งเสียงเพลงอีกครั้งเพื่อตอบข้อพิสูจน์แก่อนุชนรุ่นหลังให้กระจ่างถึงอำนาจของเสียงดนตรีสื่อกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการจุดประกายความหวังได้อย่างเจิดจรัส ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถประคับประคองมนุษยชาติและโลกให้ก้าวหน้าจากยุคปฏิวัติหลายๆสิ่งมาสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ที่อารยธรรมมนุษย์พบกับความเจริญรุ่งเรื่องถึงขีดสุดโดยเคียงคู่กันมาจวบจนปัจจุบันโดยปราศจากร่อยรอยที่จะล่มสลายหรือเลือนหายไปเหมือนอารยธรรมอื่นๆที่ถูกกลืนหายไปตามกาลเวลาแต่อย่างใด




แก้ไขล่าสุดโดย Da Nastina เมื่อ Mon May 19, 2008 10:04 am, ทั้งหมด 8 ครั้ง

_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


เสร็จแล้วค่ะเอา There's No....ไปลองฟังกันนะคะนี่ไม่ใช่เวอร์ชั่นในอัลบั้มนะ เออ



แก้ไขล่าสุดโดย Da Nastina เมื่อ Mon May 19, 2008 10:35 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง

_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เจ๊นี้ฟังเพลงเก่งเว่อเนอะ โฟนี่ไม่รุจักเลย T T


_________________


JLo Thailand https://www.facebook.com/Jlothailand
.
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Dhoom_girls พิมพ์ว่า:
เจ๊นี้ฟังเพลงเก่งเว่อเนอะ โฟนี่ไม่รุจักเลย T T


ต๊ายยยย น่ารักมากๆค่ะมาเจิมเป็นกระทู้แรกเชียวโดยส่วนตัวเจ๊ไม่ใช่คนฟังเพลงเก่งอะไรหรอกนะ (นี่เรื่องจริงค่ะไม่ได้ถ่อมตัว) เพียงแต่อาศัยฟังเยอะและพยายามเรียนรู้เปิดใจสัมผัสกับดนตรีหลากหลายประเภทมากกว่าน่ะค่ะรวมถึงกล้าที่จะหยิบอะไรใหม่ๆมานำเสนอเขียนลงไปใส่ลงไปให้เต็มที่ผิดถูกอีกเรื่องมันแก้ไขและพัฒนากันได้ของแบบนี้ โดยส่วนตัวก็มีแนวที่ตัวเองชอบแบบจำกัดอยู่เหมือนกันอย่างท่รู้ๆว่าเจ๊เป็นคนชอบฟังเพลงของดิว่าโดยเฉพาะพ็อพดิว่าและแจ๊ซซ์ดิว่านี่คลั่งมากๆๆๆๆ เจ๊ชอบเพลงพ็อพเป็นชีวิตจิตใจถ้าใครมาถามว่าคุณชอบแนวไหนที่สุดนี่ตอบได้ง่ายๆเลยค่ะว่าพ็อพฟังง่ายฟังสบายดีไม่เครียดแถมเข้าถึงง่ายอีกต่างหากฟังเอาความบันเทิงแต่ก็สามารถมีชั้นเชิงได้ด้วยการไต่ระดับไปเรื่อยๆน่ะค่ะ ตอนนี้แนวหลักๆนอกจากพ็อพ แดนซ์ แจ๊ซซ์ โซล อาร์แอนด์บีแล้วก็มีพังค์ ร็อค ฮิพฮอพแล้วก็พวกคลาสสิคอะไรพวกนี้อ่ะค่ะ แต่ถามว่าตอนนี้อารมณ์ฟังอัลบั้มใครบ่อยที่สุดเจ๊ฟังอัลบั้มแรกของบริทนีย์กับคริสทิน่าบ่อยมากๆช่วงนี้ คิดถึงเพลงยุค90จังเลยค่ะว่าจะหยิบมารีวิวส่วนตัวคิดว่าเธอทั้งสองคนทำพ็อพใสๆได้เข้าถึงและมีเสน่ห์มากๆเลยทีเดียว

ป.ล. พวกบรรดาเพื่อนๆของเดี๊ยนที่กำลังอ่านอยู่ตั้งแต่พวกกระแดะทำมาเป็นเด็กแนวเด็กอินดี้พวกฮาร์ดคอร์เมทัลฟังยากๆอะไรนี่ เดี๊ยนรู้นะคะว่าพวกหล่อนกำลังเบื่อแนวเดิมๆเต็มทน ว่าแล้วหันมาฟังBaby One More TimeกับGenie In A Bottleกันอย่างเอาเป็นเอาตายเถิดหมู่เฮา



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อ่านไป รู้สึกเลี่ยนๆบอกไม่ถูกน่ะคร่ะ

เอาเป็นว่า เดี้ยนแนะนำให้หล่อนเลิกไปซักพักน่ะคร่ะ

เพราะเอียนกับสำนวนหล่อนมากมาย

ไม่ใช่ว่า ไม่ดี น่ะคร่ะ

แต่มันเลี่ยนคร่ะ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
พลอย (น้องปูน) พิมพ์ว่า:
อ่านไป รู้สึกเลี่ยนๆบอกไม่ถูกน่ะคร่ะ

เอาเป็นว่า เดี้ยนแนะนำให้หล่อนเลิกไปซักพักน่ะคร่ะ

เพราะเอียนกับสำนวนหล่อนมากมาย

ไม่ใช่ว่า ไม่ดี น่ะคร่ะ

แต่มันเลี่ยนคร่ะ


เลี่ยนก็ไม่ต้องคลิกเข้ามาอ่านสิคะ คนที่เขาอยากอ่านก็มีเยอะคนที่เขาเบื่อเหม็นขี้หน้าเดี๊ยนก็มีเยอะค่ะเดี๊ยนเข้าใจเดี๊ยนก็เบื่อกับวิธีการตอบรีพลายแบบพยายามจะแรงแต่เป็นความแรงที่ไม่มีสกุลรุนชาติประมาณนี้เช่นกัน ตอนนี้มีอารมณ์จะรีวิวก็ไม่ไปไหนหรอกค่ะจะรีวิวแม่งงี้แหละใครจะเลี่ยนจะเบื่อช่างแม่งมันเพราะว่าไม่ได้ไปนั่งพิมพ์อยู่บนหัวใครถึงเวลาที่เดี๊ยนเลี่ยนเดี๊ยนเบื่อของเดี๊ยนเดี๊ยนก็ระเห็จไปเองไม่ต้องรอให้หมามันมาไล่กัดหรอกน่ะค่ะหล่อน เดี๊ยนก็มีเรื่องให้ทำเยอะเช่นกันค่ะเพียงแต่ช่วงว่างๆก็หาอะไรทำคลายเครียดแค่นั้น หึหึหึ ดังนั้นเลี่ยนก็ต่างคนต่างอยู่ค่ะง่ายดีไม่ต้องอ่านไม่ต้องรีพลายไม่ต้องโดนด่าไม่ต้องวอนโดนตบด้วยนะคะ หล่อนก็แปลกนะคะอายุเท่าไรแล้วเรื่องแค่นี้กลับคิดไม่ได้น่าอายนะคะเรียนมหาวิทยาลัยก็ออกจะดี บอร์ดมันมีที่กว้างๆให้หล่อนไปใช้ความสุขโดยส่วนตัวของหล่อนแบบไม่ต้องมาทำตัวเป็นไพร่รีพลายระรานชาวบ้านเขาแบบนี้นี่คะหรือที่สถาบันไม่ได้สอนเรื่องการรู้จักให้เกียรติผู้อื่นเวลาเข้าสังคมคะ

ป.ล. แล้วไม่ต้องมาอ้างสิทธิมนุษยชนในการแสดงความคิดเห็นหรืออะไรที่มันเลี่ยนยิ่งกว่าพรรค์นั้นนะคะ มันแลดูเหมือนจะมีการศึกษาดีและยึดมั่นในปัจเจกดีหรอกค่ะแต่จริงๆแล้วมันก็แค่วิธีแก้ต่างของอีพวกหมดปัญญาชนที่มักเห่าๆๆๆๆไปก่อนจะใช้สมองตริตรองให้รอบคอบก่อนพอโดนคนเขาด่ากลับแล้วก็คิดอะไรไม่ออกถึงต้องมาประดิษฐ์วาทะศิลป์ให้ดูดีแต่มันก็ยังไพร่เหมือนหลายๆรีพลายที่หล่อนใช้แสดงเวลาวิวาทกับชาวบ้านเขาน่ะค่ะ อีปูน เซี่ยนมากก็มาค่ะตอนนี้ยิ่งอารมณ์เสียๆอยู่ด้วยกวนตีนมากนักแม่จะด่าให้แหกไปเลย หึหึหึหึ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อ๋อ อีกอย่างอยากจะดังในทางผิดๆเพราะทำตัวแรงๆให้คนเขาพูดถึงเขาโจษจันกันในทุกแง่มันไม่มีใครเขาว่าหรอกค่ะแต่บางทีกาลเทศะมันประดับมาคู่กับผู้ที่เจริญแล้วจริงๆนะ เนื่องในโอกาสวันพระเห็นหล่อนเข้าห้องสมุดบ่อยว่างๆก็ไปหาหนังสือธรรมมะไม่ก็หนังสือตระกูลสมบัติผู้ดีมาอ่านควบกับพวกแคลคิวลัสไม่ก็พื้นฐานวิศวะอะไรของหล่อนก็ดีนะคะ จะได้พัฒนาคุณภาพจิตใจไปพร้อมๆกับสติปัญญาอะไรๆมันจะได้ลงตัวไม่ขาดไม่เกินอย่างที่เห็นๆน่ะค่ะ แนะนำทางสว่างให้แล้วก็ไม่ต้องมาหาว่าเดี๊ยนปากจัดอีกล่ะ จริงๆเพื่อนกันก็ไม่อยากจะด่าจะว่าอะไรแรงๆหรอกค่ะแต่ขอโทษนะคะเพื่อนก็เพื่อนเพราะหล่อนแสดงกิริยาทรามๆแบบนี้กับเดี๊ยนและคนอื่นไว้หลายทีแล้วถ้าชอบอะไรแรงๆเดี๊ยนก็จะสนองอะไรแรงๆให้ก็แล้วกันค่ะ จริงๆไม่อยากจะถือสากับคำพูดของหล่อนแต่ความอดทนคนเรามันมีจำกัดน่ะค่ะหล่อนสมควรจะเรียนรู้จุดนี้ไว้ด้วย เดี๊ยนเอาจริงๆนะคะจะลองดูก็ได้เพราะคงไม่ทนแล้วรำคาญ หึหึหึ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Da Nastina พิมพ์ว่า:
Dhoom_girls พิมพ์ว่า:
เจ๊นี้ฟังเพลงเก่งเว่อเนอะ โฟนี่ไม่รุจักเลย T T


ต๊ายยยย น่ารักมากๆค่ะมาเจิมเป็นกระทู้แรกเชียวโดยส่วนตัวเจ๊ไม่ใช่คนฟังเพลงเก่งอะไรหรอกนะ (นี่เรื่องจริงค่ะไม่ได้ถ่อมตัว) เพียงแต่อาศัยฟังเยอะและพยายามเรียนรู้เปิดใจสัมผัสกับดนตรีหลากหลายประเภทมากกว่าน่ะค่ะรวมถึงกล้าที่จะหยิบอะไรใหม่ๆมานำเสนอเขียนลงไปใส่ลงไปให้เต็มที่ผิดถูกอีกเรื่องมันแก้ไขและพัฒนากันได้ของแบบนี้ โดยส่วนตัวก็มีแนวที่ตัวเองชอบแบบจำกัดอยู่เหมือนกันอย่างท่รู้ๆว่าเจ๊เป็นคนชอบฟังเพลงของดิว่าโดยเฉพาะพ็อพดิว่าและแจ๊ซซ์ดิว่านี่คลั่งมากๆๆๆๆ เจ๊ชอบเพลงพ็อพเป็นชีวิตจิตใจถ้าใครมาถามว่าคุณชอบแนวไหนที่สุดนี่ตอบได้ง่ายๆเลยค่ะว่าพ็อพฟังง่ายฟังสบายดีไม่เครียดแถมเข้าถึงง่ายอีกต่างหากฟังเอาความบันเทิงแต่ก็สามารถมีชั้นเชิงได้ด้วยการไต่ระดับไปเรื่อยๆน่ะค่ะ ตอนนี้แนวหลักๆนอกจากพ็อพ แดนซ์ แจ๊ซซ์ โซล อาร์แอนด์บีแล้วก็มีพังค์ ร็อค ฮิพฮอพแล้วก็พวกคลาสสิคอะไรพวกนี้อ่ะค่ะ แต่ถามว่าตอนนี้อารมณ์ฟังอัลบั้มใครบ่อยที่สุดเจ๊ฟังอัลบั้มแรกของบริทนีย์กับคริสทิน่าบ่อยมากๆช่วงนี้ คิดถึงเพลงยุค90จังเลยค่ะว่าจะหยิบมารีวิวส่วนตัวคิดว่าเธอทั้งสองคนทำพ็อพใสๆได้เข้าถึงและมีเสน่ห์มากๆเลยทีเดียว

ป.ล. พวกบรรดาเพื่อนๆของเดี๊ยนที่กำลังอ่านอยู่ตั้งแต่พวกกระแดะทำมาเป็นเด็กแนวเด็กอินดี้พวกฮาร์ดคอร์เมทัลฟังยากๆอะไรนี่ เดี๊ยนรู้นะคะว่าพวกหล่อนกำลังเบื่อแนวเดิมๆเต็มทน ว่าแล้วหันมาฟังBaby One More TimeกับGenie In A Bottleกันอย่างเอาเป็นเอาตายเถิดหมู่เฮา


หลายๆคนชอบดูถูกเพลงพ๊อพนะค่ะ หาว่ากะโหลกกะลามั้งแหละ ห่วยบ้างแหละ แต่มันก้อเปนแนวเพลงที่จีรีงที่สุดนะค่ะ โฟเชื่อว่าจุดเริ่มต้นของการฟังเพลงของหลายๆคนก้อคงมาจากพ็อพเนี่ยแหละค่ะ ไม่ว่าจะยุคไหนเพลงพ็อพก้อยังเปนตัวเลือกที่อยู่อันดับต้นๆเสมอ และพ็อพก้อยังใช้เปนบันไดเพื่อต่อยอดทางดนตรีไปกับแนวอื่นๆได้อย่างลงตัวที่สุดแล้วอ่ะค่ะ

** หากเจ๊คิดถึงยุค 90s สไปเกิร์ล กะ on the 6 หรือ แม่ไคลี่ ก้อเปนตัวเลือกที่ไม่เลวทีเดียวน้า



_________________


JLo Thailand https://www.facebook.com/Jlothailand
.
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
หึหึหึ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 3
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com