˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
แนสทิน่ารีวิวจอส สโทน The Soul Sessions (ดิว่า#17)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ แนสทิน่ารีวิวจอส สโทน The Soul Sessions (ดิว่า#17) 



Joss Stone : The Soul Sessions : 4.5/5

รูปแบบเพลง

ส่วนตัวแล้วอยากจะเรียก The Soul Sessions ว่าเป็นอัลบั้มแรกอย่างไม่เป็นทางการของจอส สโทนเนื่องจากจุดประสงค์ที่แท้จริงแล้วงานชุดนี้ทำออกมาเพื่อลองตลาดก่อนที่จะปล่อย Mind,Body,And Soul รวมถึงเป็นการประเดิมอุปสงค์ผู้ฟังในยุคที่ดนตรีที่เคยได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในอดีตอย่างโซลได้กลายเป็นเหมือนกับของนอกกระแสไปแล้ว (โซลที่ได้กล่าวถึงนี้คือโซลแบบเพียวโซล/บลูส์โซล/โซลอาร์แอนด์บีไปจนถึงนีโอโซลไม่เกี่ยวกับอาร์แอนด์บีโซล/พ็อพโซลยันฮิพฮอพโซลที่เราได้ยินกันโครมๆในปัจจุบันน่ะคะ) กลับมาที่ตัวเพลงในอัลบั้มเป็นการนำเพลงในยุค60-70รวมถึงบางเพลงในทศวรรษล่าสุดเช่นซิงเกิ้ลแรกมาถ่ายทอดใหม่โดยยืนพื้นที่ดนตรีและสรรพสำเนียงแบบโซลดิบๆหนักหน่วงชนิดที่ไม่ได้ยินจากศิลปินฝั่งสหราชอาณาจักรหน้าไหนมาเนิ่นนานเอาการตบด้วยอารมณ์เจิดจรัสและทรงพลังจากความสดของลูกเล่นแบบบลูส์ แจ๊ซซ์และอาร์แอนด์บี (ฉบับ60-70ไม่ใช่ฮิพฮอพอาร์แอนด์บีที่เราๆฟังกันจนเอียนนะคะ)ย้อนกลับสู่บรรยากาศเรโทรย้อนยุคชนิดที่Back To Basicของอีติ๊กระเด็นหลุดวงโคจรไปเลย ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นอัลบั้มพ็อพโซลคัฟเวอร์ที่สดและไพเราะสุดๆชนิดที่ฟังแล้วแถบไม่อยากจะเชื่อว่าน้ำเสียงที่กำลังถ่ายทอดบทเพลงที่กำลังทะลวงโสตประสาทเดี๊ยนอยู่ในขณะนี้ผนวกกับเนื้องานระดับเหนือชั้นแบบนี้จะถูกกลั่นกรองออกมาจากเด็กสาวอายุเพียง17ปี (ในขณะนั้น) เป็นปรากฏการณ์เดียวกันกับความอึ้งทึ่งและประทับใจที่เราได้รับจากอัลบั้มแรกของศิลปินหญิงอย่างมารายห์ แครีย์/คริสทิน่า อากิเลร่า/พิ้งค์ไปจนถึงเจสซิก้า ซิมป์สันเผลอๆอาจจะเหนือชั้นกว่าบางนางด้วยซ้ำไป หึหึหึ

จุดด้อย

สำหรับคนที่ยี้อัลบั้มคัฟเวอร์เป็นชีวิตจิตใจ (ไม่ต้องอื่นไกลเดี๊ยนแหละคนนึงเต็มๆ) ก็ขอให้อย่าเพิ่งมองข้ามอัลบั้มนี้ไปเพียงเพราะแค่เป็นของเก่าเอามาเล่าใหม่นะคะเพราะเธอคนนี้สามารถฉีกตัวเองออกจากกรอบอิทธิพลของความเหนือชั้นแบบเดิมๆและนำมาระบายใหม่ในแบบฉบับของตนเองได้อย่างวิจิตรเหนือชั้นเสียจนเดี๊ยนละขนลุกไปเลยทีเดียว สำหรับจุดด้อยในอัลบั้มนี้หากตัดสินจากภาพรวมโดยใช้มาตรฐานของเดียนก็คงจะต้องบอกว่า "ไม่มี" แต่เมื่อลองมาคิดกันเล่นๆว่าถ้าคุณไม่ใช่คอโซลคอบลูส์ย้อนยุคนี่ก็อาจจะไม่ใช่งานที่ถูกหูคุณแน่นอนแต่เมื่อถึงเวลาที่คุณพร้อมจะเปิดใจรับอะไรใหม่ๆหรือเบื่อกับความจำเจจากภาคดนตรีเดิมๆแล้วล่ะก็อยากจะลองนำเสนอไว้ให้พิจารณากันสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยลองสัมผัสกับงานดีๆชุดนี้นะคะ ไม่อยากให้พลาด

ซิงเกิ้ล

Fell In Love With A Boy (4/5) ซิงเกิ้ลเปิดตัวที่จิกเอาเพลงFall In Love With A Girl จากอัลบั้ม White Blood Cellsในปี2002ของวงThe White Stripesขึ้นมาคัฟเวอร์ โดยเปลี่ยนสรรพสำเนียงจากอัลเทอเนทีฟร็อคตรงสู่ความเป็นบลูส์โซลดิบลึกบาดใจชนิดอยู่กันคนละมิติกับเวอร์ชั่นของต้นฉบับเลยทีเดียว ส่วนตัวขออกปากเลยนะคะว่าฟังครั้งแรกถึงกับสะดุ้งโหยงเลยทีเดียวไม่น่าเชื่อนะคะว่าอายุแค่นี้จะสามารถทำดนตรีและใช้ลูกเล่นน้ำเสียงได้ทรงพลังเกินตัวขนาดนี้ที่สำคัญที่สุดอึ้งค่ะเพราะไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าจะสามารถจับเพลงในปีก่อนหน้านี้แค่ปีเดียวมาสลัดคราบจนไม่เหลือกำพืดของเดิมได้หมดจดขนาดนี้ ฟังแล้วก็อยากจะให้ตั้งแต่ Westlifeกับอัลบั้มคัฟเวอร์Allow Us To Be Frankไปยันศิลปินระดับโลกอย่างทาทา ยังกับหลายๆเพลงคัฟเวอร์ในอัลบั้มTemperature Risingนี่มาช่วยฟังแล้วดูการคัฟเวอร์ของเด็กอายุ17คนนีร้เป็นตัวอย่างก่อนที่จะเอาของเก่ามาปู้ยี้ปู้ยำให้ชาวบ้านด่ากันเล่นๆนะคะ

Super Duper Love [Are You Diggin' On Me?] Pt.1(4.5/5) ซิงเกิ้ลสองที่คัฟเวอร์มาจากวิลลี่ การ์เนอร์ในปี1974 โดยฉบับของหนูจอสทำออกมาในรูปแบบพ็อพโซลหวานๆน่ารักๆผสานอารมณ์ฟั้งค์ร็อครวมถึงกลิ่นความเป็นบลูส์ร็อคกระจ่างใสอ่อนๆก่อนจะตบด้วยกลิ่นอายของความเป็นโซลแบบโมทาวน์ได้อย่างลงตัว ฟังแล้วเพลิดเพลินจรรโลงอารมณืตลอดวันมากๆ

ป.ล. ได้ข่าวว่าในบีไซด์ของซิงเกิลมีแถมไลฟ์เพลงIt's A Man's Man's Worldคัฟเวอร์ของเจมส์ บราวน์ที่ถูกตัดออกไปด้วยนี่คะ กรี๊ดดดดดดดดๆๆๆๆๆๆอยากฟังอ่ะค่ะ อยากรู้ว่าจะตบเวอร์ชั่นมหาโหดของอีติ๊งานแกรมมี่ได้กระจุยดังเสียงลือเสียงเล่าอ้างรึเปล่า หึหึหึหึ

แทร็คอื่นๆ

แทร็คแรก The Chokin' Kind (5) เปิดอัลบั้มด้วยนุ่มลึกแบบบลูส์โซลอาร์แอนด์บีจัดๆผสานกลิ่นของความเป็นแจ๊ซซ์หวานๆและพ็อพโซลอ่อนๆได้อย่างมีชั้นเชิง แม้ว่าภาคดนตรีจะเล่นกันออกมาเรียบง่ายตามธรรมเนียมที่ได้ยินจากโซลยุค60-70ทั่วไปแต่ผลลัพธ์ออกมาสดและทรงพลังชนิดที่กระชากวิญญาณผู้ฟังย้อนเข้าไปสู่คลับดนตรีผิวสีในยุคดังกล่าวเลยทีเดียวแถมยังมาชนกับเนื้อเสียงของหนูจอสแล้วยิ่งเนียนบาดใจกรีดกรายไปอีกหลายระดับเลยทีเดียว ส่วนตัวฟังแล้วขอสนับสนุนให้เพลงอารมณ์โซลย้อนยุคชนิดเหงาหวานผสานโศกแบบนี้ถูกจับยัดเข้าเป็นซาวนด์แทร็คประกอบภาพยนตร์โรแมนติคคอมเมดี้ไปยันดราม่าหนักๆจะช่วยทะยานอารมณ์ร่วมและเพิ่มอรรถรสในการชมได้อย่างมีชั้นเชิงเลยทีเดียว พิสูจน์ได้อีกเพลงกับ I've Fallen In Love (3.5/5) ที่แม้ว่าเมื่อเทียบกับแทร็คอื่นๆแล้วค่อนข้างจะดาดดื่นและน่าสนใจน้อยกว่าหนึ่งช่วงตัวแต่เมื่อพิจารณาถึงความเพราะติดหูกับอารมณ์ที่สดและดิบกร้าวจนสัมผัสได้ชัดกว่าแทร็คอื่นๆแล้วยังยืนยันชั้นเชิงของอีหนุคนนี้ได้อย่างดีเลยทีเดียวว่าไม่ธรรมดาน่ะค่ะ มาที่ Victim Of A Foolish Heart (4.5/5) ต๊ายยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!! ฟังแล้วนางสาวไทยพูดไม่ออกค่ะ คือเพราะมากๆๆๆๆๆๆชนิดที่ฆ่าแทร็คเพราะๆที่เหลือตายไปข้างแบบไม่ได้ผุดได้เกิดกันเลยทีเดียว ภาคดนตรียื้นพื้นที่ความเป็นบลูส์โซลอาร์แอนด์บีบัลลาดผสานพ็อพแจ๊ซซ์หม่นๆมายกระดับความทรงพลังให้เหนือชั้นขึ้นไปอีกเหลือคณานับเกินจะกล่าว เชื่อว่าถ้าเลือกตัดเป็นซิงเกิ้ลนี่แทร็คนี้คงโดนใจคอโซลได้ไม่ยากเลยทีเดียว ต่อด้วย I Had A ream (4/5) ที่โชว์เนื้อเสียงและลูกเล่นในการร้องให้ทุกหูได้ประจักษ์ถึงนิยามของคำว่า "เสียงสวรรค์" ได้อย่างดีก่อนจะหยอดความเป็นกอสเพล แจ๊ซซ์ อดัลท์คอนเทมโพลารีย์และโซลอาร์แอนด์บีเข้ามาเสริมทัพในช่วงกลางเพลงได้อย่างลงตัวสุดๆและถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงสั้นๆแต่ก็เชือดเฉือนกระชากความรู้สึกสุดๆ เป็นอีกแทร็คที่เธอสามารถใช้เนื้อเสียงล้วนๆในการสร้างอารมณ์ไคลแม็กซ์โดยแท้

Dirty Man (5) กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขนจิ๋มลุกซู่ๆๆๆๆๆๆยิ่งกว่าเจอทราวิส ฟิมเมลแก้ผ้าอยู่ตรงหน้าอีกค่ะเพลงนี้ภาคดนตรีนี่เป็นโคตรพ่อโคตรแม่บลูส์โซลย้อนยุคที่โดนเด่นด้วยกีตาร์บลูส์ดิบๆกร้าวๆผสานความเป็นอคูสติคบลูส์ร็อค พ็อพและอารมณ์บลูส์โฟลค์คันทรีย์สะท้านโลกันตร์ลอยละล่องคลอไปกับเสียงโซลทรงพลังบาดเนื้อลึกๆ ผลลัพธ์ออกมาเรียบง่ายแต่ฆ่าทุกเพลงที่กล่าวไปข้างต้นตายเรียบเลยทีเดียวค่ะ หึหึหึ เริ่ดมากกกกก ลองคิดเล่นๆสิว่าถ้าในอนาคตเธอเอาพื้นฐานความเป็นบลูส์โซลดิบกร้าวของเธอไปต่อยอดเข้ากับอัลเทอเนทีฟคันทรีย์หรือบลูส์กราสอะไรพวกนี้จะออกมาเริ่ดชนะเลิศกวาดโล่ห์ทั้งสังเวียนขนาดไหน แอร๊ยยยยย ไม่อยากจะคิด แทร็คถัดไป Some Kind Of Wonderful (4/5) คัฟเวอร์จากจอห์น เอลลิสันที่หนูจอสถ่ายทอดใหม่ในแบบอดัลท์คอนเทมโพลารีย์พ็อพโซลสนุกๆตามแบบฉบับSignature Songที่เป็นพ็อพโซลหวานๆติดหูจังหวะน่ารักๆที่เราได้ยินจากงานหลังจากนี้อย่าง Don't Cha Wanna Rideไม่ก็ Baby Baby Baby นั่นแหละ มาที่ All The King's Horses (4/5) ต๊ายยยย เล่นของสูงนะยะจิกงานราชินีเพลงโลอมตะตลอดกาลอย่างเจ้าป้าอรีธ่า แฟลงคลินมาประชันกันให้รู้ดำรู้แดงไปเลยว่าของใหม่อย่างหนูจะเหยียบบังลังก์ราชินีเพลงโซลเป็นเดอะ เน็กซ์ ควีน ออฟ โซลคนต่อไปของวงการเฉกเช่นที่สื่อขนานนามไว้ได้รึเปล่า มองการณ์ไกลดีนะคะ หึหึหึ ปิดท้ายด้วย For The Love Of You (3.5/5) แทร็คปิดอัลบั้มที่คัฟเวอร์จากงานเก่าของ The Isley Brothers บอกลาผู้ฟังในอัลบั้มแจ้งเกิดให้เกิดความกระหายที่จะรอคอยติดตามงานชุดถัดไปด้วยใจจดจ่อ


สรุป

แม้ว่าจะเข้าค่ายงานลองเชิวลองใจแต่กลับดังเป็นพลุแตกประสบความสำเร็จแบบไม่ทันตั้งตัวชนิดที่ทั้งศิลปินและทีมงานก็มีแอบงงๆกันเองในช่วงแรกๆ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมาพิจารณากันตามตรงแล้วหากเธอไม่ได้งานระดับนี้มาเปิดตัวแล้วล่ะก็หนทางการเป็นศิลปินของเธออาจจะไม่ได้สวยงามและเป็นรูปเป็นร่างได้รวดเร็วอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ส่วนตัวแล้วค่อนข้างจับตามองและแอบปลื้มในตัวเธออยู่ค่อนข้างมากเช่นกันยิ่งพอได้มามีโอกาสรีวิวอัลบั้มนี้มันเปรียบเสมือนพาเดี๊ยนให้มองย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของเธอแล้วคิดถึงจุดเริ่มต้นของศิลปินหญิงคนอื่นๆเมื่อวัยใกล้เคียงกันกับเธอแล้วยิ่งอยากจะแสดงความคารวะจากใจเนื่องจากเนื้องานที่ได้มันคนละเรื่องกันเลย พิสูจน์ได้อีกหนึ่งคำรบใหญ่ว่าผลงานเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดผู้ที่เป็นนักร้องว่าจะข้ามพรมแดนมายืน ณ สถานภาพที่สร้างสรรดนตรีออกมาในฐานะศิลปินที่แท้จริงได้หรือไม่ และไม่ว่าเขาหรือเธอคนนั้นจะดังหรือไม่ดังอย่างไรแต่เชื่อว่าผลงาที่ได้พิสูจน์ออกมาให้ทุกสายตาประจักษ์นี้เป็นการปูเส้นทางให้แก่ผู้ที่ทำเพลงดีๆให้ขยับเข้าไปใกล้คำว่าศิลปินได้อย่างน่าภาคภูมิใจมากกว่านักร้องอีกหลายคนที่ดัง เสียงดี ยอดขายเยอะแต่ยากที่หาวิญญาณความเป็นศิลปินในผลงานได้เจอไม่





แก้ไขล่าสุดโดย Da Nastina เมื่อ Fri Jul 11, 2008 11:55 pm, ทั้งหมด 4 ครั้ง

_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ก็เท่าที่ได้คุยกับน้องหลายๆคนแล้วรู้สึกว่ามีหลายคนอยากจะลองฟังโซลจริงๆดูเยอะอยุ่แต่ก็กล้าๆกลัวๆนะคะ อู๊ยยยย ไปกลัวมันทำไมกันคะฟังกันไปเถอะโซลไม่ได้ฟังยากอะไรขนาดนั้นค่ะหรือถ้าต้องการโซลที่ฟังง่ายจริงๆ ล่ะก็เจ๊ขอแนะนำโซลที่เข้าถึงได้ง่ายอย่างจอส สโทน/ไดอาน่า รอส/เพ็ตตี้ ลาเบล/อรีธ่า แฟลงคลินอะไรพวกนี้นะคะฟังสบายมากๆ ไม่ก็ไปพวกโซลอาร์แอนด์บีแบบอลิช่า คียส์/แมรีย์ เจ ไบลท์ ยุคแรกๆ/เอริคา บาดู/ลอริน ฮิลอะไรพวกนี้ก็โอเคค่ะดูจะหลากหลายและม่วนขึ้นมาอีกระดับ แล้วค่อยไต่ไปฟังพวกศิลปินบลูส์โซลดำๆที่ค่อนข้างฟังง่ายอย่างเจมส์ บราวน์/มาร์วิน เกย์/นีน่า ซีโมนส์ไปยันพวกศิลปินโมทาวน์ยุค60-70น่ะค่ะฟังไม่ยากหรอกก่อนที่จะวิ่งเข้าหาพวกรุ่นที่เก๋ากว่านั้นจริงๆ น่ะค่ะ แต่ถ้าต้องการอะไรที่ง่ายกว่านั้นจริงๆก็นี่เลยค่ะเชื่อว่าฟังกันได้แน่โซลแบบอีมารายห์/คริสทิน่า อากิเลร่าและบียอนเซ่นี่ง่ายๆสุดๆแล้วออกไปทางพ็อพจ๋าจัดๆเลยด้วยซ้ำโดยเฉพาะอีสองตัวแรก แล้วถ้ายังฟังไม่ได้อีกเจ๊แนะนำว่าไม่ต้องไปฟังมันแล้วค่ะมันคงไม่ใช่แนวจริงๆฟังอะไรที่เป็นเราดีกว่านะคะ





แก้ไขล่าสุดโดย Da Nastina เมื่อ Sat Jul 12, 2008 12:06 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
จอส สุดยอดจริงๆ
อัลบั้มนี้ยังฟังแค่ไม่กี่รอบแต่ชอบ

Super Duper Love (Are You Diggin')

ชอบมากก เพราะมากๆๆ


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ทั้งๆทีจอส สโตนก็ออกอัลบั้มมาราวๆเดียวกะนังฮิล นังวีน แต่กลับไปได้ไกลกว่ามากมายอย่างเหนได้ชัด ชีเปนได้มากกว่าทีนดีว่ากระจอกๆอ่ะค่ะ เทียบกะบรรดา 4 อรหัตรุนแรก รวมทั้งนังบี อัลบั้มแรกชีทำออกมาได้ไพเราะ และละเมียดละไมกว่าด้วยซ้ำไป ถึงชีจะไม่ได้ประสบความสำเร็จถล่มถลายในวงกล้าง แต่เรื่องฝีมือและการยอมรับ ไม่แพ้ติ๊แต่นอน


_________________


JLo Thailand https://www.facebook.com/Jlothailand
.
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Disney Boy พิมพ์ว่า:
จอส สุดยอดจริงๆ
อัลบั้มนี้ยังฟังแค่ไม่กี่รอบแต่ชอบ

Super Duper Love (Are You Diggin')

ชอบมากก เพราะมากๆๆ


Super......เป็นหนึ่งในเพลงที่เจ๊นิยมเปิดฟังเวลาเครียดมากๆๆๆๆๆๆๆค่ะเพราะว่าฟังทีไรจะแบบว่าอารมณ์ดีสุดๆเป็นเพลงที่จรรโลงและบันเทิงจิตมากๆ เจ๊ว่าเธอทำเพลงน่ารักๆได้มีเสน่ห์นะคะ ก็หวังว่ารีวิวของเจีชิ้นนี้ก็อาจจะสามารถเป็นไกด์คุณน้องได้ไม่มากก็น้อยนะคะแล้วเรามาแลกเปลี่ยนความเห็นกันค่ะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
นอนยัน และนั่งยัน ว่าดีกว่า อัลบั้ม Wannabe Soul ของนักร้องบางคนน่ะ







ปล ตอนนี้ เรื่องเพลง ลุงไม่ค่อยอยากคุยกับหล่อนมากน่ะ พอดี ตอนนี้ มีแต่ Kamikaze ในสมอง

แบบว่า เมื่อไหร่ลาออกจาก Pharmacy ก็ขอให้ได้สมที่ใจคิดในเร็ววันน่ะ ถือว่า ลุงสงสารดีกว่า

เอ่อ สุดท้าย อยากให้หล่อนเปลี่ยนมารีวิวพวก Main Stream Rock อย่าง Coldplay หรือ

พวกเกาะอังกฤษที่ดังๆหน่อย ก็โอ น่ะ อันนี้ ก็ Suggust กันไป


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Dhoom_girls พิมพ์ว่า:
ทั้งๆทีจอส สโตนก็ออกอัลบั้มมาราวๆเดียวกะนังฮิล นังวีน แต่กลับไปได้ไกลกว่ามากมายอย่างเหนได้ชัด ชีเปนได้มากกว่าทีนดีว่ากระจอกๆอ่ะค่ะ เทียบกะบรรดา 4 อรหัตรุนแรก รวมทั้งนังบี อัลบั้มแรกชีทำออกมาได้ไพเราะ และละเมียดละไมกว่าด้วยซ้ำไป ถึงชีจะไม่ได้ประสบความสำเร็จถล่มถลายในวงกล้าง แต่เรื่องฝีมือและการยอมรับ ไม่แพ้ติ๊แต่นอน


ในส่วนของฮิลนี่จอสไปไกลกว่าอย่างเห็นได้ชัดค่ะ แต่เมื่อเทียบกับวีนแล้วอันนี้เจ๊ค่อนข้างไม่เห็นด้วยนะคะเพราะว่างานชุดแรกของวีนก็ออกมาดีมากๆไม่แพ้กันแถมอาจจะชนะขาดกว่าตรงสไตล์และความเป็นออริจินัลในแบบฉบับของเธอเอง กล่าวคือมองกันในแง่ความต่างของภาคดนตรีเนี่ยถือว่าพอตัวทั้งคู่เพราะใ Let Go ของวีนสำหรับเจีถือว่าเป็นอัลบั้มพอพร็อคที่เหนือชั้นในรอบหลายๆปีมากๆเลยทีเดียว เช่นเดียวกับอัลบั้มแรกของบริทกับติ๊ที่ถือว่าทำออกมาได้ดีสมพ็อพแต่ถ้าให้พูดกันตามตรงโดยเจาะที่เนื้องานเจ๊ว่างานของจอสจะถูกใจผู้ฟังที่เป้นคอดนตรีที่เน้นหมวดคุณภาพมากกว่าแม่พวกนี้รวมกันยกเซตน่ะค่ะ แต่ถ้าถามเจ๊นะเจ๊ดันชอบอัลบั้มแรกของอีวีนกับอีบริทมากกว่าอัลบั้มนี้อ่ะ หึหึหึหึ ส่วนอีบีเจ๊ว่าซิงเกิ้ลมันแรงค่ะแต่ถ้าเนื้องานในอัลบั้มเจีว่างั้นๆนะธรรมดาด้วยซ้ำมองอย่างเป็นกลางในเนื้องานยังเป็นรองบริทนีย์ด้วยซ้ำไปเจีว่า ส่วนเรื่องฝีมือเมื่อเทียบกับอีติ๊แล้วคงต้องดูกันต่อไปน่ะค่ะในเรื่องเสียงและการร้องสดเจ๊ว่ากินขาดแต่ในเรื่องภาพลักษณ์และลูกล่อลูกชนนี่อีติ๊แดกขาดสบายเลย หึหึหึหึ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
พิม (ลุงนีล) พิมพ์ว่า:
นอนยัน และนั่งยัน ว่าดีกว่า อัลบั้ม Wannabe Soul ของนักร้องบางคนน่ะ







ปล ตอนนี้ เรื่องเพลง ลุงไม่ค่อยอยากคุยกับหล่อนมากน่ะ พอดี ตอนนี้ มีแต่ Kamikaze ในสมอง

แบบว่า เมื่อไหร่ลาออกจาก Pharmacy ก็ขอให้ได้สมที่ใจคิดในเร็ววันน่ะ ถือว่า ลุงสงสารดีกว่า

เอ่อ สุดท้าย อยากให้หล่อนเปลี่ยนมารีวิวพวก Main Stream Rock อย่าง Coldplay หรือ

พวกเกาะอังกฤษที่ดังๆหน่อย ก็โอ น่ะ อันนี้ ก็ Suggust กันไป


แน่นอนสิคะโซลของจริงมันย่อมดีกว่าพวกที่พยายามจะกลายร่างเป็นโซลแน่นอนความเป็นโซลมันอยู่ในสายเลือดน่ะค่ะ อย่างที่อีเจ๊มาดามบอก (ชอบคำนี้มากๆ) เดี๊ยนจะตบกับอีเจ้าของฟาร์มาซีอยู่แล้วค่ะชาติไพร่หางานไม่ได้เด่วก็ไปเดินขาย...แถวพัฒน์พงษ์แม่งเลย หึหึหึ (ล้อเล่นย่ะ) เกิดอะไรกับหล่อนคะถึงมีแต่กามิกาเซ่อยู่ในหัว ส่วนเรื่องรีวิวเป็นเมนท์สตรีมร็อคเนี่ยมีแน่ค่ะบริทพ็อพก็รีวิวไปแล้วนี่ค่ะแต่ถ้าอยากอ่านอีกได้ค่ะเด่วจัดให้ หึหึหึหึ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Da Nastina พิมพ์ว่า:
พิม (ลุงนีล) พิมพ์ว่า:
นอนยัน และนั่งยัน ว่าดีกว่า อัลบั้ม Wannabe Soul ของนักร้องบางคนน่ะ







ปล ตอนนี้ เรื่องเพลง ลุงไม่ค่อยอยากคุยกับหล่อนมากน่ะ พอดี ตอนนี้ มีแต่ Kamikaze ในสมอง

แบบว่า เมื่อไหร่ลาออกจาก Pharmacy ก็ขอให้ได้สมที่ใจคิดในเร็ววันน่ะ ถือว่า ลุงสงสารดีกว่า

เอ่อ สุดท้าย อยากให้หล่อนเปลี่ยนมารีวิวพวก Main Stream Rock อย่าง Coldplay หรือ

พวกเกาะอังกฤษที่ดังๆหน่อย ก็โอ น่ะ อันนี้ ก็ Suggust กันไป


แน่นอนสิคะโซลของจริงมันย่อมดีกว่าพวกที่พยายามจะกลายร่างเป็นโซลแน่นอนความเป็นโซลมันอยู่ในสายเลือดน่ะค่ะ อย่างที่อีเจ๊มาดามบอก (ชอบคำนี้มากๆ) เดี๊ยนจะตบกับอีเจ้าของฟาร์มาซีอยู่แล้วค่ะชาติไพร่หางานไม่ได้เด่วก็ไปเดินขาย...แถวพัฒน์พงษ์แม่งเลย หึหึหึ (ล้อเล่นย่ะ) เกิดอะไรกับหล่อนคะถึงมีแต่กามิกาเซ่อยู่ในหัว ส่วนเรื่องรีวิวเป็นเมนท์สตรีมร็อคเนี่ยมีแน่ค่ะบริทพ็อพก็รีวิวไปแล้วนี่ค่ะแต่ถ้าอยากอ่านอีกได้ค่ะเด่วจัดให้ หึหึหึหึ


แบบว่า ฟังพวก Kamikaze น่ะ ไม่รู้หลอ ออกจะดังแถมเริ่ดกว่าบริทนี่ย์อีก อออิอิอิอิอิอิอิอิ


เอาเป็นว่า รีเควส Coldplay อันใหม่เลยแล้วกัน ไหวไหมเอย อิอิ

Happy Happy Happy Happy Happy Happy Happy Happy Happy


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com