\"เจ้าสร้อยมาลา\" ประกาศขายอัญมณีช่วยพระสงฆ์ เจ้าสร้อยมาลา อินทร์เอี่ยม ณ จำปาสัก อดีตเจ้าลาวผู้สืบสายโลหิต เจ้าผู้ครองเมืองหลวงพระบางชั้นที่ 6 ประกาศขายผ้าไหมโบราณอายุกว่า 200 ปี พร้อมอัญมณีที่เป็นมรดกตกทอดรวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท เพื่อระดมทุนช่วยเหลือพระภิกษุ สามเณรจากประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม ภูฏาน เนปาล เข้ามาศึกษาในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
ปิดหีบสมบัติเจ้าย่า
เจ้าสร้อยมาลา บอกว่า ผ้าไหมโบราณทุกผืน อัญมณีทุกชิ้น ล้วนทรงคุณค่า เพราะแต่ละชิ้นมีที่มาที่ไปแตกต่างกัน ที่ผ่านมามีชาวต่างประเทศรวมถึงชนชั้นสูงที่ทราบข่าวพยายามติดต่อขอซื้อผ้า ไหมโบราณในราคาผืนละหลายแสนบาทแต่ไม่เคยคิดจะขาย แต่เมื่อได้พิจารณาถึงความจริงแห่งชีวิตที่หนีไม่พ้น 'เกิด แก่ เจ็บ ตาย' จึงเปลี่ยนใจ ด้วยหวังว่าการตัดสินใจคราวนี้จะทำประโยชน์ให้ส่วนรวมมากที่สุด
ผ้าไหมโบราณที่เปิดหีบประกาศขาย มีทั้ง ผ้าซิ่นยกทองและผ้าเบี่ยง หรือ 'สไบ' ที่ทำจากเส้นใยทองคำและเงินแท้ มีอายุระหว่าง 100-200 ปี จำนวน 2 หีบ ร่วม 1,000 ผืน ผ้าโบราณแต่ละผืนมีมูลค่า 10,000-20,000 บาท รวมถึงผ้าไหมทอใหม่ อายุ 60-80 ปี อีกจำนวนหนึ่ง ราคาตั้งแต่ 1,000-50,000 บาท ทั้งหมดนี้รวมแล้วมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
ในบรรดาผ้าทอที่เจ้าสร้อยมาลาตัดใจ เปิดหีบขาย มีผ้าทอทรงคุณค่าหลายชิ้น ทั้ง 'ผ้าพระพุทธเจ้า' เป็นผ้าแขวนอายุกว่า 200 ปี เดิมเคยแขวนในอุโบสถในพระราชวังหลวงพระบาง ผ้าทอผืนนี้ถักทอด้วยเส้นไหมลวดลายรูปจำลองพระพุทธองค์และสาวก เบื้องล่างเป็นรูปเจดีย์พระธาตุหลวง ศาสนสถานสำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของชาติ
ผ้าพระพุทธเจ้าผืนนี้ถือเป็นวัตถุอัน ทรงคุณค่าทางศาสนา โดยตกทอดมาพร้อมกับบทสวดโบราณ ที่เชื่อกันว่าผู้ใดได้กราบไหว้ผ้าผืนนี้เหมือนกับได้กราบไหว้บูชาพระเกตุ แก้วจุฬามณีบนแดนสวรรค์ และยังเชื่อกันว่าผู้ที่อ่านบทสวดโบราณนี้จะมีสุขภาพแข็งแรงอายุยืน ปรารถนาสิ่งใดเป็นมงคลจะสำเร็จโดยง่าย
นอกจากนี้ยังมี 'ซิ่นยกเงิน' และ 'ซิ่นยกทอง' อีกหลายสิบผืน ซึ่งทั้งหมดถูกพิสูจน์แล้วว่า เส้นไหมที่ถักทอทำมาจากเงินและทองคำแท้ จึงทำให้มีน้ำหนักค่อนข้างมาก โดยซิ่นยกเงินและยกทอง คนลาวจะใช้สวมใส่ในพิธีสำคัญโดยเฉพาะงานมงคลทุกประเภท
ผ้าอีกกลุ่มหนึ่งที่มีที่มาน่าสนใจคือ 'ผ้าเวียนลอง' หรือ ผ้าคลุมพระศพของกษัตริย์และเจ้านาย หากมีการตายเกิดขึ้นผ้าเวียนลองจะถูกนำคลุมบนโลงศพ ซึ่งผ้าเวียนลองในครอบครองของเจ้าสร้อยมาลามีลวดลายหลากหลายซึ่งทุกผืนจะมี ความพิเศษคือ จะมีลวดลายเฉพาะของแต่ละตระกูล เช่น ลายช้างสามเศียร ลายครุฑ โดยทุกผืนอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี
นอกจากนี้ยังมีผ้ากั้นห้องเจ้าสาว หรือ 'ผ้ากั้ง' อายุกว่า 100 ปี ผ้ากั้งนี้เจ้าสาวจะเป็นผู้ถักทอ ใช้กั้นประตูห้องเจ้าสาวเพื่อให้เจ้าบ่าวเปิดเข้าไปในพิธีแต่งงาน มีทั้งลายนก หนู และ คชสีห์
ส่วนอัญมณีโบราณ ประกอบไปด้วยแหวนทองประดับอัญมณีทั้งเครื่องเพชร พลอย ทับทิม ปิ่นมรกต สร้อยข้อมือกำไล นพเก้า ไพลิน อีกจำนวนมาก ทั้งหมดมีอายุกว่า 100 ปี และเป็นสมบัติตกทอดที่มีคุณค่าทางจิตใจ โดยเฉพาะแหวนนาคราช แหวนนาคราชรัดเหยื่อ ซึ่งทำจากทองคำฝังด้วยเพชรบนลวดลายนาคราช และ ปิ่น มรกต ซึ่งตกทอดมาจากเจ้าย่า ทั้งหมดนี้รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
"เงินที่ได้มาในครั้งนี้ จะนำไปจ่ายเป็นค่าเทอมให้กับพระนักศึกษาจากประเทศลุ่มน้ำโขงกว่า 200 รูป รูปละ 1,500 บาท รวมกับค่าอาหารกลางวันและ อุปกรณ์การศึกษา"
คาดว่ากองทุนทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ก่อนนี้จะเริ่มต้นที่ 600,000 บาท จากนั้นจะทยอยระดมทุนอีกเพื่อช่วยเหลือพระธรรมจาริกที่ออกไปเผยแพร่พุทธ ศาสนายังพื้นที่ห่างไกล โดยทั้งหมดนี้จะตั้งเป็นกองทุนโดยมีคณะกรรมการที่ได้รับการยอมรับจากสังคม เมืองเชียงใหม่ ร่วมกันทำงาน
นอกจากนี้เจ้าสร้อยมาลาซึ่งเคยเข้ารับ การผ่าตัดมะเร็งเต้านม ยังตั้งใจเจียดรายได้ส่วนหนึ่งจัดซื้อเสื้อชั้นในให้แก่ผู้ต้องขังหญิงใน ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ด้วยเพราะผ่านประสบการณ์แห่งความเจ็บปวดจากโรคร้ายมาก่อน และทราบดีว่าผู้ต้องขังส่วนใหญ่ขาดทุนทรัพย์ที่จะซื้อเสื้อชั้นในมาใส่จน เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งเต้านมสูง
อดีตเจ้าลาวผู้ถูกขนานนามว่า 'แม่พระ' ของบรรดาพระนักศึกษา ทิ้งท้ายว่า มูลค่าราคาที่ตั้งขึ้นมาเป็นเพียงสิ่งสมมุติที่เหมาะสมกับคุณค่าของวัตถุ แต่ทั้งหมดจะกลับถูกนำกลับไปจรรโลงศาสนาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
คลิกเข้าไปดูเลยนะครับ มันโพสเป็นวิดีโอไม่ได้
มีทั้งเครื่องเพชร เครื่องทอง ผ้าไหมทองทองคำ ทอเงิน เยอะแยะไปหมด
ใจบุญมากๆครับ
_________________











