ศาลอาญายกฟ้อง"สนธิ-เจิมศักด์-ชัยอนันต์" หมิ่น "ทักษิณ-พรรคไทยรักไทย" แฉ ปฎิญญาฟินแลนด์ ยุทธ์ศาสตร์เปลี่ยนแปลงประเทศ ชี้ เป็นการติชมโดยสุจริตในฐานะนักวิชาการและสื่อสารมวลชน
วันนี้(25 มี.ค.)เวลา 09.30 น.ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 704 ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่อ.1818/2549 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคไทยรักไทย มอบอำนาจให้นายนพดล มีวรรณะ ผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย , นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว.กทม. , นายชัยอนันต์ สมุทวณิช , นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ และคอลัมนิสต์ , บริษัทไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด ผู้ให้บริการโทรทัศน์ระบบ ดาวเทียม ASTV , นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล, นายพชร สมุทวณิช, นายขุนทอง ลอเสรีวานิช กรรมการ บ.ไทยเดย์ ฯ , บริษัท แมเนจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด ( มหาชน), น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ ผู้บริหารแผนฟื้นฟู บมจ.แมเนเจอร์ และนายปัญจภัทร อังคสุวรรณ ผู้ดูแลเว็บไซต์แมเนเจอร์ เป็นจำเลยที่ 1-11 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นด้วยการโฆษณา
สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 24 -28 พ.ค.49 พวกจำเลยได้ร่วมกันจัดเสวนาเรื่องปฎิญญาฟินแลนด์ยุทธศาสตร์ครองเมืองของไทย รักไทย ซึ่งถ่ายทอดสดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ASTV และเว็บไซต์ผู้จัดการ หมิ่นประมาทโจทก์ว่าต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระ มหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไปสู่การปกครองในระบอบทักษิณโดยมุ่งหมายเข้าบริหารประเทศตามปฏิญญาฟินแลนด์
อย่างไรก็ตามในชั้นไต่สวนมูลฟ้องศาลเห็นว่าโจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็น ว่า น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ ผู้บริหารแผนฟื้นฟู บมจ.แมเนเจอร์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 10 มีส่วนรู้เห็นกับการจัดเสวนาตามฟ้องแต่อย่างใด จึงพิพากษายกฟ้องและจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 10 ออกจากสารบบความและมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1-9 และ 11 จากนั้นศาลได้นัดสืบพยานโจทก์และจำเลย กระทั่งฟังคำพิพากษาในวันนี้
ศาลวิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์ที่ 1 เป็นผู้บริหารประเทศ ขณะที่โจทก์ที่ 2 เป็นพรรคการเมืองใหญ่เป็นรัฐบาล มีอำนาจในการออกนโยบายในการบริหารประเทศและถือเป็นบุคคลสาธารณะจึงเป็นปกติ ที่ประชาชนมีการติดตามการทำงาน ซึ่งในการเสวนาดังกล่าว จำเลยที่ 1,2,3และ4 ซึ่งเป็นนักคิดนักวิชากการและสื่อสารมวลชน ได้แสดงความคิดเห็นว่า การดำเนินนโยบายของโจทก์อาจส่งผลกระทบต่อประเทศชาติซึ่งเป็นการตรวจสอบการทำ งานของรัฐบาล แม้จะมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมไปบ้าง แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติตามสิทธิที่ประชาชนพึ่งมี การกระทำของจำเลยที่ 1-4 จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท และเมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1-4 ไม่เป็นการหมิ่นประมาท จำเลยที่ 5-9 และ 11 จึงไม่มีความผิดไปด้วย พิพากษายกฟ้อง
ภายหลังนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวที่ตนเองและแกนนำพันธมิตรฯตกเป็นผู้ต้องหาในคดีก่อความวุ่นวายที่หน้า รัฐสภาว่า ในวันที่ 30 มี.ค.แกนนำทั้ง 20 คนจะเข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนอย่างแน่นอน และยืนยันว่าจะไม่มีการนำประชาชนไปปะทะกัน เพราะเชื่อว่าการชุมนุมของเสื้อแดงน่าจะยุติลงก่อนวันทที่ 30 มี.ค.
ผู้สื่อข่าวถามถึงการจัดตั้งพรรคการเมือง นายสนธิกล่าวว่า ตอนนี้เป็นแค่การโยนหินถามทาง โดยล่าสุดได้สอบถามจากกลุ่มพันธมิตรที่อเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการจัดตั้งพรรคการเมือง โดยในวันที่ 24 พ.ค.จะมีการหารือและข้อสรุปกันอีกครั้ง
ส่วนเรื่องการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีการพาดพิงผู้ใหญ่ในบ้านเมือง นายสนธิกล่าวว่า "เป็นการโยนขี้เข้ามาในวงข้าว" และเป็นยุทธวิธีในการใส่ร้ายป้ายสีเก่าๆของอดีตนายกรัฐบมนตรี
ลิ้มรอดแล้วววววววววววว
_________________














