10. Deep In My Heart/I Will Be There/I'll Never Stop Loving You : Baby One More Time
ก่อนหน้านี้ก็จัด10อันดับของมารายห์ แครี่ย์ไปเรียบร้อยแล้วนะคะซึ่งกระแสตอบรับก็ดีเกินคาด แค่3-4วันคนอ่านก็ดิฉันก็ส่งอีเมลล์มานำเสนอศิลปินในดวงใจกันใหญ่แต่ไปๆมาๆไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิงดลใจคน20-30คนให้รีเควสต์มาเหมือนกันรึเปล่านะคะเพราะผลสรุปออกมาเป็นเอกฉันท์ว่าทั้ง30ท่านต้องการให้ดิฉันเขียนถึง "บริทนีย์ สเปียรส์" ด้วยกันทั้งหมด ซึ่งนับว่าแปลกมากเนื่องจากปกติต้องมีชื่อของคริสทิน่า มาดอนน่าไม่ก็สาวๆแถวๆนี้แซมๆมาแต่งวดนี้ดูเหมือนว่าคนอ่านของดิฉันหลายท่านจะคิดถึงและจับตามองการกลับมาของเจ้าหญิงเพลงพ็อพนางนี้มากเป็นพิเศษ จะว่าไปก็เข้าทางดิฉันพอดีเลยค่ะเพราะว่าส่วนตัวก็คิดถึงและอยากเขียนอะไรถึงบริทนีย์อยู่พอดี ว่าแล้วก็ขอเริ่มต้นกับอันดับ10ซึ่งเป็น3เพลงพ็อพน่ารักๆใสๆจากอัลบั้มชุด Baby One More Time เริ่มด้วย Deep In My Heart เพลงพ็อพเต้นรำสดใสน่ารักๆที่แซมด้วยลูกเล่นของความเป็น เอ่อ ทีนพ็อพดิสโก้แบบประมาณอารมณ์งานพรอมไฮสคูลอะไรประมาณนั้นซึ่งบริทนีย์ก็สามารถตีโจทย์เพลงได้แตกเป็นเสี่ยงๆและนำเสนอออกมาได้ในชนิดที่ต้องบอกว่าอยู่ในขั้น "สมบูรณ์แบบ" ด้วยความเป็นทีนพ็อพบับเบิ้ลกัมที่สมพ็อพ อารมณ์ที่หวานกระจ่างใส ท่อนฮุคที่ติดหูชะงัดแบบทันทีทันใดอันจะดูเหมือนฉาบฉวยแต่ขอโทษนะคะลืมได้ยากมากๆ ส่วนตัวขิอยกให้เป็นหนึ่งในแทร็คมาสเตอร์พีซตลอดกาลของอัลบั้มชุดแรกของเธอเลยทีเดียว เช่นเดียวกับ I Will Be There ที่เป็นเพลงทีนพ็อพแบบพ็อพอเมริกันช่วงยุค90แท้ๆเลยน่ะค่ะ ดีพอที่สามารถจะดึงไปประกอบเป็นซาวนด์แทร็คในซีรียส์วัยรุ่นไม่ก็ภาพยนตร์ทีนดราม่าเก๋ๆเป็นอารมณ์ที่วัยรุ่นที่เจริญเติบโตตามวัยแบบปกติทุกท่านจะต้องสามารถสัมผัสได้แน่นอน ปิดท้ายอันดับ10กับ I'll Never Stop Lovin' You พ็อพบัลลาดโชว์พลังเสียงสไตล์ทีนดิว่าที่บริทนีย์ร้องได้เพราะขาดใจ (จำได้ว่าเมโลดี้เพลงนี้โดนศิลปินไทยก็อปมาด้วยแหละคะ เพลงดังพอสมควรด้วยนะแต่จำไม่ได้อ่ะว่าใครก็อปมาแฟนๆบริทนีย์ช่วยดิฉันจับตัวหน่อยเร้วววว หึหึหึ)
9. Mannequin : Circus
เริ่มต้นอันดับที่9กับ Mannequin แทร็คที่ส่วนตัวแล้วดิฉันคิดว่าดีที่สุดในอัลบั้ม Circus (จะว่าไปอัลบั้มนี้น่าเสียดายนะเพลงดีๆที่จะตัดโปรโมทเป็นซิงเกิ้ลก็มีเยอะอยู่อย่าง Kill The Light,Shattered Glass,Blurแล้วก็Unusual You T T รวมถึงเสียดายที่อีเจ๊บริทมันไม่ยอมเล่นเพลงนี้ในทัวร์ล่าสุดด้วย....อยากดูอ่ะ!) สำหรับภาคดนตรีเพลงนี้เป็นอิเล็คโทรนิคแด๊นซ์เข้มข้นหนักหน่วงสไตล์อาร์แอนด์บีเทคโนซึ่งก็เป็นดนตรีฟิวชั่นที่ศิลปินหลายท่านนิยมหยิบมาเล่นในยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นมาดอนน่า,ไคลีย์ มิโน้ก,จัสติน ทิมเบอร์เลค หรือ แม้แต่คริสทิน่า อากิเลร่าเองในงานชุดล่าสุด โดยเสน่ห์ของบริทนีย์ในเพลงนี้อยู่ที่การบีบเอาความเป็นแด๊นซ์-พ็อพในสายเลือดของเธอพัฒนาขึ้นไปเล่นกับซาวนด์Futuristicทั้งจากการหลอมจิตวิญญาณของน้ำเสียงเข้ากับสรรพสำเนียงโรโบติคสไตล์ดาร์คอัลเทอเนทีฟ (ดาร์คอัลเทเนทีฟนี่ถ้าคิดไม่ออกลองคิดถึงตัวอย่างที่ง่ายที่สุดก็เช่น Poker Face ของเลดี้กาก้าน่ะค่ะที่ผสานสำเนียงหุ่นยนต์เข้าดกับดนตรีแรงๆจำพวกอิเล็คโทรนิคหรือเทคโนแล้วตบด้วยท่วงทำนองของความเป็นเออร์บัน ประมาณนี้)รวมถึงวัฒนธรรมแฟชั่นจากธีมรันเวย์ที่โดดเด่นมากๆในเพลงนี้ นับว่าเป็นตัวแทนที่ดีที่สุดเพลงหนึ่งถ้าจะหานิยามของเพลงอิเล็คโทรพ็อพเต้นรำที่มีความเป็น Futuristic จริงๆ
ปิดท้ายอันดับที่9ด้วย Break The Ice แทร็คที่สะท้อนตัวตนและจิตวิญญาณของบริทนีย์ออกมาได้กระจ่างชัดเจนที่สุด.....แม้ว่าในขณะนั้นเธอจะตกอยู่ในมรสุมชีวิตที่มืดหม่นและโหดร้ายที่สุดก็ตาม
8. State Of Grace : Blackout (Un-Released)
สำหรับดิฉันบริทนีย์จัดเป็นหนึ่งในศิลปินที่เป็นเอกในแง่ของ "การคัดเพลงดีๆออกจากอัลบั้มอย่างน่าเสียดาย" ตัวอย่างที่สนับสนุนแนวคิดนี้ได้ดีที่สุดก็คงไม่พ้น State Of Grace ที่เธออัดเสียงในช่วงอัลบั้ม Blackout ซึ่งหลุดจากการคัดเลือกในส่วนของ Final Cut ไปอย่างน่าเสียดาย ปกติก็ได้ยินเพลงดีๆของเธอหลายเพลงที่โดนโยนออกนอกอัลบั้มไปชนิดเป็นปกติอยู่แล้วเพียงแต่กับเพลงนี้มันเป็นอะไรที่ "เกินไป" ส่วนตัวไม่เข้าใจบริทนีย์เหมือนกันนะคะว่าคิดอะไรอยู่เนื่องจากการตัดเพลงนี้ออกจากอัลบั้มมันเปรียบเสมือนการตัดความเป็นมาสเตอร์พีซของอัลบั้ม Blackout ที่สมควรจะสมบูรณ์แบบกว่านี้ไปอีกหนึ่งระดับ แม้ว่าแฟนตัวจริงบางท่านจะบอกว่าอิเล็คโทรพ็อพกึ่งบัลลาดสวยๆติดมนตร์เสน่ห์ของแอมเบี้ยนท์เย็นๆลอยละล่องชวนขนลุกแบบนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการจากบริทนีย์ แต่ดิฉันในฐานะผู้ฟังที่ติดตามบริทนีย์มานานและรอคอยที่จะได้ฟังเพลงที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชวนตะลึงจากเธอทั้งในแง่ของภาคเนื้อหาที่ลุ่มลึกและภาคดนตรีที่ทรงพลังปฏิเสธไม่ลงว่ารู้สึกเศร้าที่เห็นเธอตัดโอกาสที่จะนำแทร็คที่แสดงให้เห็นถึงการระเบิดศักยภาพทางความเป็นศิลปินของเธอได้เด่นชัดที่สุดเข้าสู่ผลงาน แต่กลับไปเลือกเพลงจำพวก Hot As Ice/Toy Soldier/Ooh Babyอะไรพวกนี้เข้่าอัลบั้มแทน อนิจจา กรรมอะไรหนอที่มันช่างบังตาเธอได้ถึงขนาดนี้
ในฐานะศิลปินหญิงที่ถูกครหามากที่สุดในโลก Gimme More นับว่าเป็นซิงเกิ้ลและเพลงที่บริทนีย์ สเปียรส์สมควรจะภูมิใจมากที่สุดไม่แพ้Baby One More Time ซิงเกิ้ลแรกที่ส่งเธอขึ้นไปเป็นดาวจรัสแสงบนฟากฟ้าของอุตสาหกรรมดนตรีพ็อพจวบจนวินาทีนี้เลยทีเดียว ในวินาทีที่เธอถูกมรสุมชีวิตลูกใหญ่ถาโถม จมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความมืดหม่นและเป็นช่วงเวลาที่หลายคนจับตารอคอยที่จะเหยียบย่ำซ้ำเติมและมอบรอยยิ้มให้แก่ความพ่ายแพ้และล้มเหลวในการใช้ชีวิตของเธอ บริทนีย์กลับใช้วิกฤติที่ต้องผจญอยู่กับวงกตแห่งความทุกข์ทรมานทางจิตใจนั้นสร้างซิงเกิ้ลที่เป็น "มาสเตอร์พีซ" ที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการรอบด้านทั้งทางดนตรี เนื้อหา จิตวิญญาณและการเติบโตในฐานะศิลปินที่สมบูรณ์แบบที่สุดจากบรรดาซิงเกิ้ลเปิดตัวทั้งหมดที่เราทุกคนเคยได้รับจากเธอตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา
5. Me Against The Music (Feat. Madonna) : In The Zone
มีหลายคนถามดิฉันว่า "คิดว่าอัลบั้มไหนของบริทนีย์ที่ดีที่สุด?" ....อันนี้ตอบยาก คือถ้าดีสุดในแง่ของความเพราะขอตอบ "Britney" ในแง่ของพัฒนาการตอบ "Circus" แต่ถ้าในเรื่องของความแรงในแง่ของการเป็นที่ยอมรับให้ "Oops! I Did It Again" แต่ถ้าพิจารณาความแรงด้านเนื้อหาและดนตรีคงหนีไม่พ้น "Blackout" อย่างไรก็ตามส่วนตัวขอบอกว่าชอบ "Baby One More Time" ที่สุดค่ะ หึหึหึ ท้ายที่สุดคำว่าดีที่สุดในที่นี้คงหนีไม่พ้น "การนำเสนอเนื้องานออกมาได้อย่างเป็นที่ครบถ้วน ลงตัว น่าตื่นตาตื่นใจและมีวิวัฒนาการในตัวเองแบบก้าวกระโดดอย่างถึงขีดสุดทั้งภาคดนตรี เนื้อหาและความเป็นศิลปิน" เอาให้ง่ายกว่านั้นคำว่า "มาสเตอร์พีซ" คงจะเป็นคำสั้นๆที่แทนความหมายของคำว่าดีที่สุดได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบที่สุด และถ้าพิจารณาในจุดนี้คิดว่าคงไม่มีงานชุดไหนของเธอที่จะเหมาะสมมากไปกว่า In The Zone ซึ่งหลายแทร็คได้ระเบิดศักยภาพทางดนตรีหลายๆด้านของบริทนีย์ออกมาในระดับที่หลายๆคนไม่เคยคาดถึงว่าเธอจะทำได้เลยทีเดียว หนึ่งในแทร็คอันเป็นตัวแทนที่ดีเหล่านั้นคือ Me Against The Music ซิงเกิ้ลแรกที่เธอร่วมงานกับมหาราชินีแห่งวงการดนตรีพ็อพอย่าง มาดอนน่า ซึ่งก็นับว่าเป็นความน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมากที่เราได้เห็นการจับมือรวมพลังกันของสุภาพสตรีแถวหน้าแห่งอุตสาหกรรมดนตรีจากสองยุคเป็นการหลอมรวมกันได้อย่างลงตัวระหว่างกลยุทธ์ทางการตลาด การใช้ชื่อเสียงเล่นกับความสนใจของมวลชนเข้ากับการฉายแววพัฒนาการทางดนตรีของเจ้าหญิงเพลงพ็อพที่แม้ว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงเออร์บัน แด๊นซ์-พ็อพอาร์แอนด์บีเต้นรำง่ายๆอันเป็นที่นิยมตามชาร์ตเพลงฝั่งมะกันในยุคนั้นหากแต่พอจับบริทนีย์กับมาดอนน่ามาชนกันความฉาบฉวยเหล่านี้กลายเป็นอะไรที่มีมิติยิ่งขึ้นไปโดยปริยาย....แม้ว่าซิงเกิ้ลนี่จะไม่ประสบความสำเร็จบนอันดับเพลงเท่าที่ควรหากแต่ก็เป็นหนึ่งในการร่วมงานครั้งที่สำคัญที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนวัฏจักรแห่งดนตรีสากลและวัฒนธรรมกระแสหลัก
Breathe On Me/Touch Of My Hand/Early Mornin' : In The Zone
นับว่าเป็นการยืนยันข้อสรุปของดิฉันที่กล่าวด้านบนได้อย่างดีนะคะสำหรับอันดับนี้ เนื่องจากทั้ง3เพลงที่หยิบมานี่เป็นอะไรที่แบบต้องบอกว่าเป็น "มาสเตอร์พีซ" ทางการนำเสนอดนตรีของบริทนีย์ชนิดที่ถ้าไม่ตั้งแง่ก็จะไม่มีใครหน้าไหนปฏิเสธได้เลยว่า In The Zone เป็นงานที่เธอกลับมาพร้อมกับพัฒนาการ ความเปลี่ยนแปลง ความทะเยอทะยานและแรงขับดันในฐานะศิลปินที่เติบโตขึ้นของแท้เริ่มจาก Breathe On Me มาแนวพ็อพแทรนซ์หลอนๆลอยละล่องสุดเซ็กซี่นับว่าเป็นหนึ่งในเพลงเต้นรำที่มีสกุลรุนชาติที่สุดของบริทนีย์สำหรับดิฉันเลยทีเดียว เช่นเดียวกันกับ Touch Of My Hand ที่จับเอามิติของดนตรีเทคโนมาผสานเข้ากับแบ็คกราวน์ดาวน์เทมโพบีทหนืดๆแล้วจังหวะด้วยดนตรีอิเล็คโทรพ็อพเจือแด๊นซ์-เฮ้าส์อ่อนๆคลอเคลียไปกับความสวยงามบนท่วงทำนองเวิลด์มิวสิคพื้นเมืองจากเสียงสังเคราะห์เครื่องสาย เริ่ด! ปิดท้ายด้วย Early Mornin' กับแนวดีพเฮ้าส์เทคโนเย็นยะเยือกลอยๆงามสง่าสไตล์โมบี้ย์....มีศิลปินพ็อพหญิงที่เป็นพ็อพจ๋าๆไม่กี่คนหรอกนะคะที่ทำเพลงได้ถึงระดับนี้เท่าที่เห็นก็มีเจ๊แม่ เจ๊ไคย์ อีติ๊ (Bionic ถึงจะแป๊กแต่ลองฟัง Elastic Love,BobbleHeadแล้วก็Birds Of Preyจะเห็นว่าอีนี่บ้าพอนะคะ เสียอย่างเดียวเจ้าของงานสะเปะสะปะไปนิด)แล้วก็มีบริทนีย์เนี่ยแหละที่เห็นว่าลองจับเพลงอิเล็คโทรนิคแบบนี้จริงๆแล้ว.......เหอๆๆๆๆ ไม่มีใครกล้าสู้
3. Don't Let Me Be The Last To Kow : Oops! I Did It Again
1. That's Where You Take Me/When I Found You/I Run Away : Britney
สำหรับอันดับหนึ่งเพื่อนสาวของดิฉันหลายๆท่านที่ได้รู้ผลก่อนถึงกับตบอกด้วยความช็อคว่าอีแนสทิน่าบ้ารึเปล่า ด้วยความที่เป็นแค่3เพลงเพราะๆของบริทนีย์ที่หลายๆคนเลือกที่จะมองข้ามและไม่แน่ใจเสียด้วยซ้ำนะคะว่าตอนนี้ยังจะมีคนจำสามเพลงนี้ได้สักกี่คน อย่างไรก็ตามสำหรับดิฉันเป็นสามเพลงของบริทนีย์ที่ไม่เคยลืมมาจนถึงวันนี้ เป็นสามเพลงที่ส่วนตัวขอยกให้เป็นไฮไลท์เด็ดที่สุดของบริทนีย์ที่เหนือชั้นกว่าไฮไลท์เด็ดทุกงานและที่สำคัญที่สุดเป็นสามเพลงของบริทนีย์ที่ทำให้ดิฉันรู้สึกสงบเยือกเย็นและดำดิ่งลงไปสัมผัสในก้นบึ้งที่ลึกที่สุดของหัวใจได้เริ่มจาก That's Where You Take Me มิดเทมโพอาร์แอนด์บีพ็อพน่ารักๆกระฉึกกระฉักสไตล์เจเน็ตที่มีทีเด็ดบนเมโลดี้สะอาด กระจ่าง สวยใจสมกับจิตวิญญาณของคำว่า "พ็อพ" บวกด้วยภาคเนื้อหาที่มีทัศนะด้านความรักแลดูสุขุมมีมิติที่ลึกและเข้มข้นยิ่งขึ้น When I Found You เป็นอดัลท์คอนเทมโพลารีย์พ็อพบัลลาดอันเรียบง่ายหากแต่ชนะใจด้วยน้ำเสียงหวานใสไพเราะของบริทนีย์ (ทรงพลังมั้ย?ไม่นะ แต่ถึงอารมณ์และมีเสน่ห์ในตัวสุดๆ) เช่นเดียวกับภาคเนื้อหาอันสวยหรูคมคายประดุจบทกวีฟังแล้วกรีแทงความรู้สึกอันแสนสุขที่สุด เป็นหนึ่งในบัลลาดของบริทนีย์ที่ภาคเนื้อหาสวยที่สุดเลยทีเดียว ปิดท้ายกับ I Run Away กรีดกรายด้วยการผสานเครื่องสายแบบเมนทส์ตรีมบัลลาดออเครสตร้าเข้ากับเสียงสังเคราะห์หลอนๆลอยสไตล์แอมเบี้ยนท์ได้อย่างลงตัว มีทีเด็ดบนท่อนคอรัสสุดไพเราะติดหูสุดๆ.....เป็นสามเพลงที่ย้อนกลับไปฟังทีไรแล้วจะรู้สึกรักบริทนีย์มากขึ้นทุกที
เข้าร่วม: 07 Jun 2009
ตอบ: 26855
ที่อยู่: YAMAPI's Home
โห อัลบั้มแรกเลยหรือค่ะ ส่วนตัวอัลบั้มแรกปลื้มแบบจิงๆจังๆแค่3เพลงคือ born to make u happy,sometimes 'n' i'll never stop loving uแค่นี้เอง
แต่oopsนี้ชอบเยอะน่ะ ทั้งwhat u see is what u get,don't let me be the last to know,lucky,one kiss from u,girl in the miror,u got it all,heart แต่รักและชอบมากที่สุดต้อง when ur eyes say it แบบเพลงป็อปแบบฉบับทีนป็อปอาร์แอนด์บี ที่หวานจนเลี่ยนเลยทีเดียว ถ้ามีแฟนอยู่ใกล้คงเยิ้มละลายไปเลย
ส่วนอัลบั้ม3นี้ชอบทุกเพลง แต่ตอนนี้ปลื้มlet me beมาก คือฟังแล้วได้ใจไปสุดๆ ซาวด์ประมาณโยกนิดๆ แบบพอมีจริตเก๋ๆ แต่ถ้าเอาแบบที่สุดของอัลบั้มก็ต้องoverprotectedใครว่าโหลยังไงแต่รีพูดได้ว่ามันล้ำมากๆ
BO บีทหนัก แล้วซาวด์แบบดาร์คมากๆ ประมาณเปิดแล้วซ่องแตกเลยแบบนี้ เอาใจกระเทยสุดฤทธิ์ แต่ไม่ถูกจริตกับรีเลย เต่เพลงที่ชอบโดดๆจากอัลบั้มก็picec of me,radar(ต้องเข้าใจโน๊ะ? ว่าเพลงนี้มันติดหูที่สุดแล้วในอัลบั้ม แล้วท่อนที่แผด on my radar,got u on my radarคือฟังแล้วสะใจมาก+55555 มีร้องla la laก่อนจบอีกเก๋สุดฤทธิ์)แล้วก็เพลงที่ดีดที่สุด+55 ก็ooh ooh babyชอบดนตรีอ่ะ แบบมีเสียงเครื่องสายหรือปี่อะไรไม่รู้ด้วย เก๋มาก
สุดท้ายCCเพลงอัลบั้มที่brightมากๆ เมื่อเทียบกับboถึงซาวด์จะอ่อนลง แด้ความติดหูคืนมาแทน แทร็คที่ดีที่สุดสำหรับรีคือunusual u ส่วนแทร็คที่ชอบเยอะมากๆ ทั้งwomanizer,circus,shattered glass,mannequin,phonography,rock me in(เหมือนปอมๆเชียร์ดีอ่ะ)
ส่วนแทร็คในเกรทเทส ฮิต(2อันเลย+มิกซ์ด้วย)ก็ต้อง and then we kiss แบบอิเล็กโทรนิก้า ป็อปแดนซ์ เฮาส์ลอยๆ+จังหวะดิสโก้ ได้อารมณ์มากๆ
_________________
Wed Aug 25, 2010 3:47 pm
nini FF>>Member ระดับเริ่ด
เข้าร่วม: 07 Jun 2009
ตอบ: 26855
ที่อยู่: YAMAPI's Home
รีว่าเพลง u got it all คล้ายๆเพลงพลาดของพี่ดาอะค่ะ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า???
ที่ชอบจริงๆและรักจนมาถึงทุกวันนี้คือ From The Bottom Of My Broken Heart (มีความหลังกับเพลงนี้นิดหน่อย) ร้องออกมาได้บาดลึกดี ชอบ ส่วนเพลงอื่นๆก็ตามเท่าที่ได้ยินก็ชอบบ้างไม่ชอบบ้าง มีที่อัลบั้มล่าสุดฟังทั้งอัลบั้มแล้วชอบ Unusual You มาที่สุด และ(ไม่น่าเชื่อว่าจะชอบเพลงนี้) If U Seek Amy เพราะมันดูกะโหลกกะลา แต่ส่วนตัวเป็นคนชอบเนื้อเพลงฮาๆ และเพลงนี้ก็ใช่ด้วย แต่เห็นด้วยกับเจ๊เลยว่าหลายรอบแล้วที่มีเพลงดีๆในอัลบั้มแต่ไม่ยักกะโปรโมตทั้งๆที่บางทีเพลงนั้นมันก็มีองค์ประกอบของความเป็นซิงเกิ้ลได้ค่อนข้างสูงนะ ครับผม!!!
_________________ April fighting! + angel Sojin�
Wed Aug 25, 2010 8:03 pm
ผู้รู้ IT AGAIN FF>>Member ระดับเริ่ด
เข้าร่วม: 26 Dec 2008
ตอบ: 31239
ที่อยู่: ในใจของทุกคน