˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7  ถัดไป
เศร้าจัง ระบายหน่อย
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อย่าเศร้าเลย มาซบอกพี่นี่มา


_________________


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อ่อยเขาไปเลยค่ะ ไม่ต้องแคร์ภาพลักษณ์ใดๆทั้งงั้น พลาดแล้วจะเสียใจนะคะ
ให้เขาได้รู้ค่ะ ว่าเธอชอบอะไร ยังไง เป็นเพศอะไร

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
HalO_Of_AngelS พิมพ์ว่า:
อีดอก เรื่องเยอะค่ะจะเอาก็เอาถ้าอยากได้
ถ้าคิดว่าไม่ได้ไม่มีทางก็ตัดใจค่ะอีตุ๊ด
หรือถ้าทำใจเป็นเพื่อนด้วยก็เอาแค่เป็นเพื่อน
ไปหาความอบอุ่นจากผู้ชายที่เค้าอยากได้ผู้ชายเป็นแฟนสิค้ะ
เป็นตุ๊ดต้องฉลาดค่ะอีดอก


มึงอ่านขนาดนี้ยังไม่รู้หรอ ว่ากูอยากได้ !! แต่เอาไม่ได้ 5555 T 3 T
ุ่ถ้าตัดใจไปหา ค.อบอุ่น จากคนอื่นง่ายๆ กุไม่อดหลับอดนอน มานั่งพิมเรื่องห่าๆ เสร่อๆ แบบนี้หรอก

ชิซุกะจัง พิมพ์ว่า:
ไม่รู้จะแนะนำไรดี ขอเล่าเรื่องของตัวเองละกัน คนก่อนหน้าของเราเป็นคนแรกในชีวิตที่เรารู้สึกบางอย่างกับเค้าตั้งแต่แรกเห็น
คือคนอื่นๆที่ผ่านมามันจะแบบคบกันไปซักพักแล้วค่อยรู้สึกอะ แต่คนนี้ไม่[/size]


แบบตัดใจทั้งที่ยังอยู่ห้องเดียวกันนี่หรอ เราชื่นชมเลยอ่ะ T_T
ตั้งแต่อ่านคอมเม้นชีเน่ ก็ตั้งใจแล้วว่าจะทำให้มีความสุขที่สุด แบบเพื่อนก็ได้ เดี๋ยวเขาก็ไปแล้ว

น้องจุก พิมพ์ว่า:
กะเทยเป็นเพศที่หลงรักใครง่ายๆจริงๆ

ถ้าจะบอกว่าอบ่าไปรักใครง่ายๆก็พูดยากอ่ะนะ เพราะใจมันบังคับกันไม่ได้


T__T so true

J-Mayer พิมพ์ว่า:
อย่าเศร้าเลย มาซบอกพี่นี่มา


หนูมีคนชอบแล้วค่ะ พี่ไม่ได้อ่านหรอ .__.

Pussy พิมพ์ว่า:
อ่อยเขาไปเลยค่ะ ไม่ต้องแคร์ภาพลักษณ์ใดๆทั้งงั้น พลาดแล้วจะเสียใจนะคะ
ให้เขาได้รู้ค่ะ ว่าเธอชอบอะไร ยังไง เป็นเพศอะไร


นี่อ่อยแล้วนะคะ 5555 แบบเขาชวนก็ทำเป็นเ่ล่นตัว ไม่ไปหรอก ออกมานั่งอ่อย โอ้ยย สุดทุกวิธี
กลัวถ้าเ้ขารู้ เขาจะเกลียดน่ะสิ TT


_________________
Too Little Too Late :[
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อย่าเล่นตัวมากสิคะเธอ เดี๋ยวเขาไม่เอาขึ้นมาจะยุ่งเราต้องยอมไปก่อน
พอกินแล้วก็ค่อยมาคิดทีหลังว่าจะเก็บไว้หรือโยนทิ้ง

แนะนำให้มองตาเขาบ่อยๆค่ะ ถ้าเขากินได้เขาจะเขิน หรือขำ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
แหม เราก็เหมือนเทอว์เลยแหละ เจอที่เรียนพิเศษนี่แหละ เค้าแอบมองเรา พยายามคิดว่าเค้าไม่ได้มองแล้วนะ แล้วก็ชอบเดินตามเรา เราก็พยายามไม่คิดไปเอง ตอนนี้ผ่านช่วงนั้นมาแล้วไม่ได้เจอเค้าแล้วจ้าย์


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชิซุกะจัง พิมพ์ว่า:
ไม่รู้จะแนะนำไรดี ขอเล่าเรื่องของตัวเองละกัน คนก่อนหน้าของเราเป็นคนแรกในชีวิตที่เรารู้สึกบางอย่างกับเค้าตั้งแต่แรกเห็น
คือคนอื่นๆที่ผ่านมามันจะแบบคบกันไปซักพักแล้วค่อยรู้สึกอะ แต่คนนี้ไม่

เราเจอเค้าตอนเปิดเทอมที่คละห้องใหม่ ตอนแรกเราก็ไม่กล้าไปยุ่งไรกับเค้าอะนะ แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไรเหมือนเธอ
เพราะเค้าก็ไม่ได้มาคุยไรกะเรา เราก็แค่หาจังหวะคุย ถามนู่นนิดนี่หน่อย นิดเดียวก็ฟินละ

แต่ต่อมา ไม่รู้จะด้วยพรหมลืขิตหรืออะไรก็ตามนะ กลายเป็นว่าเรากะเค้ามีอะไรคล้ายๆกันหลายอย่าง
เช่นถนัดเรื่องเดียวกัน ชอบฟังเพลงดูหนังเหมือนกัน ไรประมาณนั้น เค้าก็เลยเริ่มมาตีสนิทกะเรา
เริ่มจากเค้าเป็นคนแอดเอ็ม แอดเฟสมา แล้วก็คุยกันในเอ็ม ในเฟสบ่อยๆ คุยกันแบบบ้าๆบอๆอารมณ์เข้าใจกันสองคน
ที่โรงเรียนก็สนิทกันมากขึ้น แบบไปไหนมาไหนกันเยอะขึ้น ต่อมมโนของเราก็พัฒนาตามไปเรื่อย
และด้วยความที่มีไรคล้ายกันหลายอย่าง เราก็ยิ่งมโนไปเอง คือคิดไปเองว่าเป็นแฟนกันแล้วแหละ
แบบฟังเพลงรักแล้วเคลิ้มตามอย่างงั้นเลย แต่ในความเป็นจริงก็ทำตัวเป็นเพื่อนปกติ

จนผ่านมาเรื่อยๆอารมณ์เจ้าเข้าเจ้าของมันก็เริ่มออกมาอะ ประมาณว่างอน น้อยใจเค้ามากขึ้นเวลาเห็นเค้าไปคุยสนิทสนมกะคนอื่นอะไรประมาณนั้นก็จะน้อยใจ แต่ก็บอกเค้าไม่ได้ บอกใครก็ไม่ได้ ก็เลยต้องเจ็บอยู่คนเดียว
ช่วงแรกๆก็ยังมีง้อๆกันได้ แต่ต่อไปมันก็เป็นอีกเรื่อยๆ พอน้อยใจก็จะไม่อยากคุยแล้วทำตัวน่ารำคาญใช่ปะ ก็ยิ่งห่างเหินกันมากขึ้น แล้วเค้าก็เป็นคนที่ชอบคิดมาก ขี้งอนเหมือนกันอะ คือเค้าไม่ได้งอนเรา แต่เวลาเราทำเมืนๆหรือเหวี่ยงใส่เค้า
เค้าก็จะคิดมากแล้วก็จะไม่คุยด้วยกลับ
มันก็จะเป็นแบบนี้ คุยกันน้อยลงๆ เวลาคุยก็เหมือนมีอะไรมาคั่นกลาง ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม

จนครั้งสุดท้ายที่เราทะเลาะกันแรงมาก
คือตอนนั้นเราตกลงกันว่าจะไปเที่ยวที่นึง แล้วเค้ามาบอกทีหลังว่าไปไม่ได้ แต่เรามารู้จากเพื่อนอีกคนว่าเค้าไปกับเพื่อนกลุ่มอื่น
เราก็โมโหมาก ถามๆเค้าว่าทำไมถึงโกหก แล้วก็โทรไปเคลียร์ประมาณนั้น แต่คุยซักพักก็โดนตัดสายทิ้ง
อารมณ์ตอนนั้นมันแบบถาโถมเข้ามาเยอะแยะมากอะ มันทั้งโกรธ ทั้งข้องใจที่เค้าโกหก โกรธที่โดนตัดสาย คับข้องใจในความสัมพันธ์ช่วงหลังที่ไม่เหมือนเดิม แล้วก็อึดอัดใจที่แสดงความรู้สึกออกมาได้ไม่เต็มที่และต้องเก็บเอาไว้ตลอด
ความคิดมันวิ่งพล่านจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว ส่งข้อความไปุถามเค้าว่าทำไมถึงตัดสายเค้าก็ตอบกลับมาว่าไม่ได้ตัดมันดับไปเอง

หลังจากนั้นเราก็ไม่คุยกะเค้า โชคดีที่เป็นช่วงปิดเทอมใหญ่พอดีเลยไม่มีโอกาสได้เจอเค้าต่อหน้าให้ตอกย้ำ
แต่ว่าช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้นเป็นอะไรที่ทรมานมาก แบบเหมือนหัวใจมันแตกสลาย (ก็คิดเองเออเองมาตั้งแต่แรกอะนะ) เราคิดว่าเค้าเป็นคนที่มีอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่นมาตั้งแต่แรก และหลังจากที่ได้เป็นเพื่อนสนิทกันก็มโนไปเองมาตลอดว่าเราเป็นอะไรกัน (ทั้งๆที่รู้ว่าจริงๆไม่ได้เป็น แค่คิดเล่นๆไปเองเฉยๆ) คิดว่ามีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายกัน คิดว่าเค้าเป็นคนพิเศษกว่าคนอื่นที่เคยผ่านมา แต่สุดท้ายเค้าก็โกหกและทำร้ายจิตใจเรา (ยังมโนอยู่)
อยู่ดีๆก็จะนึกถึงภาพเก่าๆของเรา ในไดอารี่ก็ยังมีเรื่องของเค้าเขียนไว้อยู่
เราเปิดเพลงอกหักฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก ร้องเพลง love takes time ซ้ำไปซ้ำมา ได้แต่หวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยาได้อย่างในเพลงจริงๆ

แต่แล้วทุกอย่างก็ผ่านไป พอเปิดเทอมใหม่เราก็เจอกับใครคนใหม่ Happy ที่ยังคบ (เป็นเพื่อนสนิท) ถึงปัจจุบันนี้
คนนี้ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรมากเหมือนคนที่แล้ว แต่คนนี้เป็นคนที่เข้าหาเราก่อน และเป็นจังหวะที่เรากำลังหวั่นไหวอยู่พอดี 555
เราก็เลยเป็นฝ่ายไปตีสนิทเค้า แล้วตอนนี้ก็เลยสนิทกัน
แต่ก็ยอมรับว่าคนนี้สู้กับคนที่แล้วไม่ได้เลยจริงๆในหลายอย่าง ยกเว้นเรื่องที่เป็นคนไม่ขี้งอนและไม่คิดมากเลย
อยู่ด้วยแล้วค่อนข้างสบายใจกว่า
พอเรางอนหรือทำเมืนเค้าก็ยังคุยกะเราเหมือนปกติ จนเราหายโกรธไปเอง
ตอนนี้เราก็ประมาณว่าถอยห่างจากความรักอะ คือกับคนปัจจุบันก็แอบมโนบ้างแต่ก็ไม่บ่อยแล้วก็ไม่จริงจัง
แล้วตอนนี้ก็กลับไปคุยกะคนก่อนหน้าแล้ว (เราบอกเค้าว่าลืมเรื่องเก่าๆแล้วกลับมาคุยกันเหมือนเดิมเถอะนะ)
แต่ก็ไม่สนิทกันแล้ว กลายเป็นพอเจอกันก็ทักที
แล้วก็เหมือนยังมีความรู้สึกบางอย่างมากั้นกลางระหว่างเรากับเค้าอยู่นิดนึง
มีบางครั้งที่ยังนึกถึงความหลัง ก็เสียใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

กับคนปัจจุบันเราก็ไม่คิดถึงอนาคตอะ ยอมรับว่ารู้สึกกับเค้าบ้างแต่เราก็คบกันเป็นเพื่อนสนิทไปเรื่อยๆ
ช่วงแรกๆอาจจะอยู่ด้วยกันบ่อยมากแต่ก็พยายามไม่คิดอะไร จนตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยเหมือนช่วงแรกแต่ก็ยังสนิทอยู่
คือรักษาระยะห่างอะไม่ให้ใกล้หรือไกลไป ก็มีความสุขอยู่กับปัจจุบันดี อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นก็ช่างมัน

สรุปคือ ไม่รู้เธอจะคิดเหมือนกันรึเปล่า แต่จากที่เราเคยผ่านมา เราคิดว่าเมื่อไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ต้องเจ็บอยู่ดี
ถ้าเป็นเรานะก็ทำความรู้จัก คบๆกันไปเถอะ คือไปคุย เป็นเพื่อนกับเค้าแล้วไม่คิดอะไร
ความคิดมันห้ามยาก พอเวลาต้องหักห้ามใจมันก็เจ็บนิดนึง แต่พอมีความสุขมันก็มีความสุขนะ
ถ้าเธอมั่นใจว่าจะไม่คิดไปเองมากก็ไม่ค่อยเจ็บหรอก แล้วยังได้คบกับเค้าเป็นเพื่อนไปด้วย
แต่ถ้าเธออยากจะตัดใจซะแต่ตอนนี้ มันก็ย่อมเจ็บ แต่ในที่สุดก็จะหาย ยิ่งถ้าไม่ได้เจอกันก็ยิ่งหายเร็ว
ส่วนอนาคตหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่อาจรู้ได้

พล่ามมาซะยาว แบบว่ามันอัดอั้นมานานไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง ขอมาเล่าที่นี่ละกันนะคะ ถ้ายาวไปก็ sorry โนะ Very Happy


ปล. คนก่อนๆที่เราเคยแอบชอบ ปัจจุบันนี้ก็คุยกันได้แบบเพื่อนปกติที่ไม่มีความรู้สึกพิเศษอะไรเลย แปลกใจตัวเองเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าคนทั่วไปเวลาเลิกกันแล้วต่อมาจะรูั้สึกแบบนี้รึเปล่า
ก็มียกเว้นแค่คนที่เราเล่าถึงนี่แหละที่เวลาจะคุยยังรู้สึกหมางเมิน ไม่แน่ใจ ไม่อยากคุยอยู่นิดนึง แต่ส่วนตัวแล้วเราคิดว่าเป็นเพราะนิสัยคิดมากและทิฐิของเราทั้งคู่


ถ้าใส่หน้าปก คำนำ สารบัญ เชิงอรรถ กลายเป็นรายงานได้เลยค่ะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
พระนางแมรียา พิมพ์ว่า:
ชิซุกะจัง พิมพ์ว่า:
ไม่รู้จะแนะนำไรดี ขอเล่าเรื่องของตัวเองละกัน คนก่อนหน้าของเราเป็นคนแรกในชีวิตที่เรารู้สึกบางอย่างกับเค้าตั้งแต่แรกเห็น
คือคนอื่นๆที่ผ่านมามันจะแบบคบกันไปซักพักแล้วค่อยรู้สึกอะ แต่คนนี้ไม่

เราเจอเค้าตอนเปิดเทอมที่คละห้องใหม่ ตอนแรกเราก็ไม่กล้าไปยุ่งไรกับเค้าอะนะ แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไรเหมือนเธอ
เพราะเค้าก็ไม่ได้มาคุยไรกะเรา เราก็แค่หาจังหวะคุย ถามนู่นนิดนี่หน่อย นิดเดียวก็ฟินละ

แต่ต่อมา ไม่รู้จะด้วยพรหมลืขิตหรืออะไรก็ตามนะ กลายเป็นว่าเรากะเค้ามีอะไรคล้ายๆกันหลายอย่าง
เช่นถนัดเรื่องเดียวกัน ชอบฟังเพลงดูหนังเหมือนกัน ไรประมาณนั้น เค้าก็เลยเริ่มมาตีสนิทกะเรา
เริ่มจากเค้าเป็นคนแอดเอ็ม แอดเฟสมา แล้วก็คุยกันในเอ็ม ในเฟสบ่อยๆ คุยกันแบบบ้าๆบอๆอารมณ์เข้าใจกันสองคน
ที่โรงเรียนก็สนิทกันมากขึ้น แบบไปไหนมาไหนกันเยอะขึ้น ต่อมมโนของเราก็พัฒนาตามไปเรื่อย
และด้วยความที่มีไรคล้ายกันหลายอย่าง เราก็ยิ่งมโนไปเอง คือคิดไปเองว่าเป็นแฟนกันแล้วแหละ
แบบฟังเพลงรักแล้วเคลิ้มตามอย่างงั้นเลย แต่ในความเป็นจริงก็ทำตัวเป็นเพื่อนปกติ

จนผ่านมาเรื่อยๆอารมณ์เจ้าเข้าเจ้าของมันก็เริ่มออกมาอะ ประมาณว่างอน น้อยใจเค้ามากขึ้นเวลาเห็นเค้าไปคุยสนิทสนมกะคนอื่นอะไรประมาณนั้นก็จะน้อยใจ แต่ก็บอกเค้าไม่ได้ บอกใครก็ไม่ได้ ก็เลยต้องเจ็บอยู่คนเดียว
ช่วงแรกๆก็ยังมีง้อๆกันได้ แต่ต่อไปมันก็เป็นอีกเรื่อยๆ พอน้อยใจก็จะไม่อยากคุยแล้วทำตัวน่ารำคาญใช่ปะ ก็ยิ่งห่างเหินกันมากขึ้น แล้วเค้าก็เป็นคนที่ชอบคิดมาก ขี้งอนเหมือนกันอะ คือเค้าไม่ได้งอนเรา แต่เวลาเราทำเมืนๆหรือเหวี่ยงใส่เค้า
เค้าก็จะคิดมากแล้วก็จะไม่คุยด้วยกลับ
มันก็จะเป็นแบบนี้ คุยกันน้อยลงๆ เวลาคุยก็เหมือนมีอะไรมาคั่นกลาง ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม

จนครั้งสุดท้ายที่เราทะเลาะกันแรงมาก
คือตอนนั้นเราตกลงกันว่าจะไปเที่ยวที่นึง แล้วเค้ามาบอกทีหลังว่าไปไม่ได้ แต่เรามารู้จากเพื่อนอีกคนว่าเค้าไปกับเพื่อนกลุ่มอื่น
เราก็โมโหมาก ถามๆเค้าว่าทำไมถึงโกหก แล้วก็โทรไปเคลียร์ประมาณนั้น แต่คุยซักพักก็โดนตัดสายทิ้ง
อารมณ์ตอนนั้นมันแบบถาโถมเข้ามาเยอะแยะมากอะ มันทั้งโกรธ ทั้งข้องใจที่เค้าโกหก โกรธที่โดนตัดสาย คับข้องใจในความสัมพันธ์ช่วงหลังที่ไม่เหมือนเดิม แล้วก็อึดอัดใจที่แสดงความรู้สึกออกมาได้ไม่เต็มที่และต้องเก็บเอาไว้ตลอด
ความคิดมันวิ่งพล่านจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว ส่งข้อความไปุถามเค้าว่าทำไมถึงตัดสายเค้าก็ตอบกลับมาว่าไม่ได้ตัดมันดับไปเอง

หลังจากนั้นเราก็ไม่คุยกะเค้า โชคดีที่เป็นช่วงปิดเทอมใหญ่พอดีเลยไม่มีโอกาสได้เจอเค้าต่อหน้าให้ตอกย้ำ
แต่ว่าช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้นเป็นอะไรที่ทรมานมาก แบบเหมือนหัวใจมันแตกสลาย (ก็คิดเองเออเองมาตั้งแต่แรกอะนะ) เราคิดว่าเค้าเป็นคนที่มีอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่นมาตั้งแต่แรก และหลังจากที่ได้เป็นเพื่อนสนิทกันก็มโนไปเองมาตลอดว่าเราเป็นอะไรกัน (ทั้งๆที่รู้ว่าจริงๆไม่ได้เป็น แค่คิดเล่นๆไปเองเฉยๆ) คิดว่ามีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายกัน คิดว่าเค้าเป็นคนพิเศษกว่าคนอื่นที่เคยผ่านมา แต่สุดท้ายเค้าก็โกหกและทำร้ายจิตใจเรา (ยังมโนอยู่)
อยู่ดีๆก็จะนึกถึงภาพเก่าๆของเรา ในไดอารี่ก็ยังมีเรื่องของเค้าเขียนไว้อยู่
เราเปิดเพลงอกหักฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก ร้องเพลง love takes time ซ้ำไปซ้ำมา ได้แต่หวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยาได้อย่างในเพลงจริงๆ

แต่แล้วทุกอย่างก็ผ่านไป พอเปิดเทอมใหม่เราก็เจอกับใครคนใหม่ Happy ที่ยังคบ (เป็นเพื่อนสนิท) ถึงปัจจุบันนี้
คนนี้ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรมากเหมือนคนที่แล้ว แต่คนนี้เป็นคนที่เข้าหาเราก่อน และเป็นจังหวะที่เรากำลังหวั่นไหวอยู่พอดี 555
เราก็เลยเป็นฝ่ายไปตีสนิทเค้า แล้วตอนนี้ก็เลยสนิทกัน
แต่ก็ยอมรับว่าคนนี้สู้กับคนที่แล้วไม่ได้เลยจริงๆในหลายอย่าง ยกเว้นเรื่องที่เป็นคนไม่ขี้งอนและไม่คิดมากเลย
อยู่ด้วยแล้วค่อนข้างสบายใจกว่า
พอเรางอนหรือทำเมืนเค้าก็ยังคุยกะเราเหมือนปกติ จนเราหายโกรธไปเอง
ตอนนี้เราก็ประมาณว่าถอยห่างจากความรักอะ คือกับคนปัจจุบันก็แอบมโนบ้างแต่ก็ไม่บ่อยแล้วก็ไม่จริงจัง
แล้วตอนนี้ก็กลับไปคุยกะคนก่อนหน้าแล้ว (เราบอกเค้าว่าลืมเรื่องเก่าๆแล้วกลับมาคุยกันเหมือนเดิมเถอะนะ)
แต่ก็ไม่สนิทกันแล้ว กลายเป็นพอเจอกันก็ทักที
แล้วก็เหมือนยังมีความรู้สึกบางอย่างมากั้นกลางระหว่างเรากับเค้าอยู่นิดนึง
มีบางครั้งที่ยังนึกถึงความหลัง ก็เสียใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

กับคนปัจจุบันเราก็ไม่คิดถึงอนาคตอะ ยอมรับว่ารู้สึกกับเค้าบ้างแต่เราก็คบกันเป็นเพื่อนสนิทไปเรื่อยๆ
ช่วงแรกๆอาจจะอยู่ด้วยกันบ่อยมากแต่ก็พยายามไม่คิดอะไร จนตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยเหมือนช่วงแรกแต่ก็ยังสนิทอยู่
คือรักษาระยะห่างอะไม่ให้ใกล้หรือไกลไป ก็มีความสุขอยู่กับปัจจุบันดี อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นก็ช่างมัน

สรุปคือ ไม่รู้เธอจะคิดเหมือนกันรึเปล่า แต่จากที่เราเคยผ่านมา เราคิดว่าเมื่อไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ต้องเจ็บอยู่ดี
ถ้าเป็นเรานะก็ทำความรู้จัก คบๆกันไปเถอะ คือไปคุย เป็นเพื่อนกับเค้าแล้วไม่คิดอะไร
ความคิดมันห้ามยาก พอเวลาต้องหักห้ามใจมันก็เจ็บนิดนึง แต่พอมีความสุขมันก็มีความสุขนะ
ถ้าเธอมั่นใจว่าจะไม่คิดไปเองมากก็ไม่ค่อยเจ็บหรอก แล้วยังได้คบกับเค้าเป็นเพื่อนไปด้วย
แต่ถ้าเธออยากจะตัดใจซะแต่ตอนนี้ มันก็ย่อมเจ็บ แต่ในที่สุดก็จะหาย ยิ่งถ้าไม่ได้เจอกันก็ยิ่งหายเร็ว
ส่วนอนาคตหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่อาจรู้ได้

พล่ามมาซะยาว แบบว่ามันอัดอั้นมานานไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง ขอมาเล่าที่นี่ละกันนะคะ ถ้ายาวไปก็ sorry โนะ Very Happy


ปล. คนก่อนๆที่เราเคยแอบชอบ ปัจจุบันนี้ก็คุยกันได้แบบเพื่อนปกติที่ไม่มีความรู้สึกพิเศษอะไรเลย แปลกใจตัวเองเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าคนทั่วไปเวลาเลิกกันแล้วต่อมาจะรูั้สึกแบบนี้รึเปล่า
ก็มียกเว้นแค่คนที่เราเล่าถึงนี่แหละที่เวลาจะคุยยังรู้สึกหมางเมิน ไม่แน่ใจ ไม่อยากคุยอยู่นิดนึง แต่ส่วนตัวแล้วเราคิดว่าเป็นเพราะนิสัยคิดมากและทิฐิของเราทั้งคู่


ถ้าใส่หน้าปก คำนำ สารบัญ เชิงอรรถ กลายเป็นรายงานได้เลยค่ะ


Laughing


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชิซุกะจัง พิมพ์ว่า:
ไม่รู้จะแนะนำไรดี ขอเล่าเรื่องของตัวเองละกัน คนก่อนหน้าของเราเป็นคนแรกในชีวิตที่เรารู้สึกบางอย่างกับเค้าตั้งแต่แรกเห็น
คือคนอื่นๆที่ผ่านมามันจะแบบคบกันไปซักพักแล้วค่อยรู้สึกอะ แต่คนนี้ไม่

เราเจอเค้าตอนเปิดเทอมที่คละห้องใหม่ ตอนแรกเราก็ไม่กล้าไปยุ่งไรกับเค้าอะนะ แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไรเหมือนเธอ
เพราะเค้าก็ไม่ได้มาคุยไรกะเรา เราก็แค่หาจังหวะคุย ถามนู่นนิดนี่หน่อย นิดเดียวก็ฟินละ

แต่ต่อมา ไม่รู้จะด้วยพรหมลืขิตหรืออะไรก็ตามนะ กลายเป็นว่าเรากะเค้ามีอะไรคล้ายๆกันหลายอย่าง
เช่นถนัดเรื่องเดียวกัน ชอบฟังเพลงดูหนังเหมือนกัน ไรประมาณนั้น เค้าก็เลยเริ่มมาตีสนิทกะเรา
เริ่มจากเค้าเป็นคนแอดเอ็ม แอดเฟสมา แล้วก็คุยกันในเอ็ม ในเฟสบ่อยๆ คุยกันแบบบ้าๆบอๆอารมณ์เข้าใจกันสองคน
ที่โรงเรียนก็สนิทกันมากขึ้น แบบไปไหนมาไหนกันเยอะขึ้น ต่อมมโนของเราก็พัฒนาตามไปเรื่อย
และด้วยความที่มีไรคล้ายกันหลายอย่าง เราก็ยิ่งมโนไปเอง คือคิดไปเองว่าเป็นแฟนกันแล้วแหละ
แบบฟังเพลงรักแล้วเคลิ้มตามอย่างงั้นเลย แต่ในความเป็นจริงก็ทำตัวเป็นเพื่อนปกติ

จนผ่านมาเรื่อยๆอารมณ์เจ้าเข้าเจ้าของมันก็เริ่มออกมาอะ ประมาณว่างอน น้อยใจเค้ามากขึ้นเวลาเห็นเค้าไปคุยสนิทสนมกะคนอื่นอะไรประมาณนั้นก็จะน้อยใจ แต่ก็บอกเค้าไม่ได้ บอกใครก็ไม่ได้ ก็เลยต้องเจ็บอยู่คนเดียว
ช่วงแรกๆก็ยังมีง้อๆกันได้ แต่ต่อไปมันก็เป็นอีกเรื่อยๆ พอน้อยใจก็จะไม่อยากคุยแล้วทำตัวน่ารำคาญใช่ปะ ก็ยิ่งห่างเหินกันมากขึ้น แล้วเค้าก็เป็นคนที่ชอบคิดมาก ขี้งอนเหมือนกันอะ คือเค้าไม่ได้งอนเรา แต่เวลาเราทำเมืนๆหรือเหวี่ยงใส่เค้า
เค้าก็จะคิดมากแล้วก็จะไม่คุยด้วยกลับ
มันก็จะเป็นแบบนี้ คุยกันน้อยลงๆ เวลาคุยก็เหมือนมีอะไรมาคั่นกลาง ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม

จนครั้งสุดท้ายที่เราทะเลาะกันแรงมาก
คือตอนนั้นเราตกลงกันว่าจะไปเที่ยวที่นึง แล้วเค้ามาบอกทีหลังว่าไปไม่ได้ แต่เรามารู้จากเพื่อนอีกคนว่าเค้าไปกับเพื่อนกลุ่มอื่น
เราก็โมโหมาก ถามๆเค้าว่าทำไมถึงโกหก แล้วก็โทรไปเคลียร์ประมาณนั้น แต่คุยซักพักก็โดนตัดสายทิ้ง
อารมณ์ตอนนั้นมันแบบถาโถมเข้ามาเยอะแยะมากอะ มันทั้งโกรธ ทั้งข้องใจที่เค้าโกหก โกรธที่โดนตัดสาย คับข้องใจในความสัมพันธ์ช่วงหลังที่ไม่เหมือนเดิม แล้วก็อึดอัดใจที่แสดงความรู้สึกออกมาได้ไม่เต็มที่และต้องเก็บเอาไว้ตลอด
ความคิดมันวิ่งพล่านจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว ส่งข้อความไปุถามเค้าว่าทำไมถึงตัดสายเค้าก็ตอบกลับมาว่าไม่ได้ตัดมันดับไปเอง

หลังจากนั้นเราก็ไม่คุยกะเค้า โชคดีที่เป็นช่วงปิดเทอมใหญ่พอดีเลยไม่มีโอกาสได้เจอเค้าต่อหน้าให้ตอกย้ำ
แต่ว่าช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้นเป็นอะไรที่ทรมานมาก แบบเหมือนหัวใจมันแตกสลาย (ก็คิดเองเออเองมาตั้งแต่แรกอะนะ) เราคิดว่าเค้าเป็นคนที่มีอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่นมาตั้งแต่แรก และหลังจากที่ได้เป็นเพื่อนสนิทกันก็มโนไปเองมาตลอดว่าเราเป็นอะไรกัน (ทั้งๆที่รู้ว่าจริงๆไม่ได้เป็น แค่คิดเล่นๆไปเองเฉยๆ) คิดว่ามีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายกัน คิดว่าเค้าเป็นคนพิเศษกว่าคนอื่นที่เคยผ่านมา แต่สุดท้ายเค้าก็โกหกและทำร้ายจิตใจเรา (ยังมโนอยู่)
อยู่ดีๆก็จะนึกถึงภาพเก่าๆของเรา ในไดอารี่ก็ยังมีเรื่องของเค้าเขียนไว้อยู่
เราเปิดเพลงอกหักฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก ร้องเพลง love takes time ซ้ำไปซ้ำมา ได้แต่หวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยาได้อย่างในเพลงจริงๆ

แต่แล้วทุกอย่างก็ผ่านไป พอเปิดเทอมใหม่เราก็เจอกับใครคนใหม่ Happy ที่ยังคบ (เป็นเพื่อนสนิท) ถึงปัจจุบันนี้
คนนี้ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรมากเหมือนคนที่แล้ว แต่คนนี้เป็นคนที่เข้าหาเราก่อน และเป็นจังหวะที่เรากำลังหวั่นไหวอยู่พอดี 555
เราก็เลยเป็นฝ่ายไปตีสนิทเค้า แล้วตอนนี้ก็เลยสนิทกัน
แต่ก็ยอมรับว่าคนนี้สู้กับคนที่แล้วไม่ได้เลยจริงๆในหลายอย่าง ยกเว้นเรื่องที่เป็นคนไม่ขี้งอนและไม่คิดมากเลย
อยู่ด้วยแล้วค่อนข้างสบายใจกว่า
พอเรางอนหรือทำเมืนเค้าก็ยังคุยกะเราเหมือนปกติ จนเราหายโกรธไปเอง
ตอนนี้เราก็ประมาณว่าถอยห่างจากความรักอะ คือกับคนปัจจุบันก็แอบมโนบ้างแต่ก็ไม่บ่อยแล้วก็ไม่จริงจัง
แล้วตอนนี้ก็กลับไปคุยกะคนก่อนหน้าแล้ว (เราบอกเค้าว่าลืมเรื่องเก่าๆแล้วกลับมาคุยกันเหมือนเดิมเถอะนะ)
แต่ก็ไม่สนิทกันแล้ว กลายเป็นพอเจอกันก็ทักที
แล้วก็เหมือนยังมีความรู้สึกบางอย่างมากั้นกลางระหว่างเรากับเค้าอยู่นิดนึง
มีบางครั้งที่ยังนึกถึงความหลัง ก็เสียใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

กับคนปัจจุบันเราก็ไม่คิดถึงอนาคตอะ ยอมรับว่ารู้สึกกับเค้าบ้างแต่เราก็คบกันเป็นเพื่อนสนิทไปเรื่อยๆ
ช่วงแรกๆอาจจะอยู่ด้วยกันบ่อยมากแต่ก็พยายามไม่คิดอะไร จนตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยเหมือนช่วงแรกแต่ก็ยังสนิทอยู่
คือรักษาระยะห่างอะไม่ให้ใกล้หรือไกลไป ก็มีความสุขอยู่กับปัจจุบันดี อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นก็ช่างมัน

สรุปคือ ไม่รู้เธอจะคิดเหมือนกันรึเปล่า แต่จากที่เราเคยผ่านมา เราคิดว่าเมื่อไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ต้องเจ็บอยู่ดี
ถ้าเป็นเรานะก็ทำความรู้จัก คบๆกันไปเถอะ คือไปคุย เป็นเพื่อนกับเค้าแล้วไม่คิดอะไร
ความคิดมันห้ามยาก พอเวลาต้องหักห้ามใจมันก็เจ็บนิดนึง แต่พอมีความสุขมันก็มีความสุขนะ
ถ้าเธอมั่นใจว่าจะไม่คิดไปเองมากก็ไม่ค่อยเจ็บหรอก แล้วยังได้คบกับเค้าเป็นเพื่อนไปด้วย
แต่ถ้าเธออยากจะตัดใจซะแต่ตอนนี้ มันก็ย่อมเจ็บ แต่ในที่สุดก็จะหาย ยิ่งถ้าไม่ได้เจอกันก็ยิ่งหายเร็ว
ส่วนอนาคตหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่อาจรู้ได้

พล่ามมาซะยาว แบบว่ามันอัดอั้นมานานไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง ขอมาเล่าที่นี่ละกันนะคะ ถ้ายาวไปก็ sorry โนะ Very Happy


ปล. คนก่อนๆที่เราเคยแอบชอบ ปัจจุบันนี้ก็คุยกันได้แบบเพื่อนปกติที่ไม่มีความรู้สึกพิเศษอะไรเลย แปลกใจตัวเองเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าคนทั่วไปเวลาเลิกกันแล้วต่อมาจะรูั้สึกแบบนี้รึเปล่า
ก็มียกเว้นแค่คนที่เราเล่าถึงนี่แหละที่เวลาจะคุยยังรู้สึกหมางเมิน ไม่แน่ใจ ไม่อยากคุยอยู่นิดนึง แต่ส่วนตัวแล้วเราคิดว่าเป็นเพราะนิสัยคิดมากและทิฐิของเราทั้งคู่


อ่านได้ครึ่งหนึ่ง เดียวกลับมาอ่านต่อค่ะ

Laughing



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
พระนางแมรียา พิมพ์ว่า:
ชิซุกะจัง พิมพ์ว่า:
ไม่รู้จะแนะนำไรดี ขอเล่าเรื่องของตัวเองละกัน คนก่อนหน้าของเราเป็นคนแรกในชีวิตที่เรารู้สึกบางอย่างกับเค้าตั้งแต่แรกเห็น
คือคนอื่นๆที่ผ่านมามันจะแบบคบกันไปซักพักแล้วค่อยรู้สึกอะ แต่คนนี้ไม่

เราเจอเค้าตอนเปิดเทอมที่คละห้องใหม่ ตอนแรกเราก็ไม่กล้าไปยุ่งไรกับเค้าอะนะ แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไรเหมือนเธอ
เพราะเค้าก็ไม่ได้มาคุยไรกะเรา เราก็แค่หาจังหวะคุย ถามนู่นนิดนี่หน่อย นิดเดียวก็ฟินละ

แต่ต่อมา ไม่รู้จะด้วยพรหมลืขิตหรืออะไรก็ตามนะ กลายเป็นว่าเรากะเค้ามีอะไรคล้ายๆกันหลายอย่าง
เช่นถนัดเรื่องเดียวกัน ชอบฟังเพลงดูหนังเหมือนกัน ไรประมาณนั้น เค้าก็เลยเริ่มมาตีสนิทกะเรา
เริ่มจากเค้าเป็นคนแอดเอ็ม แอดเฟสมา แล้วก็คุยกันในเอ็ม ในเฟสบ่อยๆ คุยกันแบบบ้าๆบอๆอารมณ์เข้าใจกันสองคน
ที่โรงเรียนก็สนิทกันมากขึ้น แบบไปไหนมาไหนกันเยอะขึ้น ต่อมมโนของเราก็พัฒนาตามไปเรื่อย
และด้วยความที่มีไรคล้ายกันหลายอย่าง เราก็ยิ่งมโนไปเอง คือคิดไปเองว่าเป็นแฟนกันแล้วแหละ
แบบฟังเพลงรักแล้วเคลิ้มตามอย่างงั้นเลย แต่ในความเป็นจริงก็ทำตัวเป็นเพื่อนปกติ

จนผ่านมาเรื่อยๆอารมณ์เจ้าเข้าเจ้าของมันก็เริ่มออกมาอะ ประมาณว่างอน น้อยใจเค้ามากขึ้นเวลาเห็นเค้าไปคุยสนิทสนมกะคนอื่นอะไรประมาณนั้นก็จะน้อยใจ แต่ก็บอกเค้าไม่ได้ บอกใครก็ไม่ได้ ก็เลยต้องเจ็บอยู่คนเดียว
ช่วงแรกๆก็ยังมีง้อๆกันได้ แต่ต่อไปมันก็เป็นอีกเรื่อยๆ พอน้อยใจก็จะไม่อยากคุยแล้วทำตัวน่ารำคาญใช่ปะ ก็ยิ่งห่างเหินกันมากขึ้น แล้วเค้าก็เป็นคนที่ชอบคิดมาก ขี้งอนเหมือนกันอะ คือเค้าไม่ได้งอนเรา แต่เวลาเราทำเมืนๆหรือเหวี่ยงใส่เค้า
เค้าก็จะคิดมากแล้วก็จะไม่คุยด้วยกลับ
มันก็จะเป็นแบบนี้ คุยกันน้อยลงๆ เวลาคุยก็เหมือนมีอะไรมาคั่นกลาง ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม

จนครั้งสุดท้ายที่เราทะเลาะกันแรงมาก
คือตอนนั้นเราตกลงกันว่าจะไปเที่ยวที่นึง แล้วเค้ามาบอกทีหลังว่าไปไม่ได้ แต่เรามารู้จากเพื่อนอีกคนว่าเค้าไปกับเพื่อนกลุ่มอื่น
เราก็โมโหมาก ถามๆเค้าว่าทำไมถึงโกหก แล้วก็โทรไปเคลียร์ประมาณนั้น แต่คุยซักพักก็โดนตัดสายทิ้ง
อารมณ์ตอนนั้นมันแบบถาโถมเข้ามาเยอะแยะมากอะ มันทั้งโกรธ ทั้งข้องใจที่เค้าโกหก โกรธที่โดนตัดสาย คับข้องใจในความสัมพันธ์ช่วงหลังที่ไม่เหมือนเดิม แล้วก็อึดอัดใจที่แสดงความรู้สึกออกมาได้ไม่เต็มที่และต้องเก็บเอาไว้ตลอด
ความคิดมันวิ่งพล่านจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว ส่งข้อความไปุถามเค้าว่าทำไมถึงตัดสายเค้าก็ตอบกลับมาว่าไม่ได้ตัดมันดับไปเอง

หลังจากนั้นเราก็ไม่คุยกะเค้า โชคดีที่เป็นช่วงปิดเทอมใหญ่พอดีเลยไม่มีโอกาสได้เจอเค้าต่อหน้าให้ตอกย้ำ
แต่ว่าช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้นเป็นอะไรที่ทรมานมาก แบบเหมือนหัวใจมันแตกสลาย (ก็คิดเองเออเองมาตั้งแต่แรกอะนะ) เราคิดว่าเค้าเป็นคนที่มีอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่นมาตั้งแต่แรก และหลังจากที่ได้เป็นเพื่อนสนิทกันก็มโนไปเองมาตลอดว่าเราเป็นอะไรกัน (ทั้งๆที่รู้ว่าจริงๆไม่ได้เป็น แค่คิดเล่นๆไปเองเฉยๆ) คิดว่ามีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายกัน คิดว่าเค้าเป็นคนพิเศษกว่าคนอื่นที่เคยผ่านมา แต่สุดท้ายเค้าก็โกหกและทำร้ายจิตใจเรา (ยังมโนอยู่)
อยู่ดีๆก็จะนึกถึงภาพเก่าๆของเรา ในไดอารี่ก็ยังมีเรื่องของเค้าเขียนไว้อยู่
เราเปิดเพลงอกหักฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก ร้องเพลง love takes time ซ้ำไปซ้ำมา ได้แต่หวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยาได้อย่างในเพลงจริงๆ

แต่แล้วทุกอย่างก็ผ่านไป พอเปิดเทอมใหม่เราก็เจอกับใครคนใหม่ Happy ที่ยังคบ (เป็นเพื่อนสนิท) ถึงปัจจุบันนี้
คนนี้ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรมากเหมือนคนที่แล้ว แต่คนนี้เป็นคนที่เข้าหาเราก่อน และเป็นจังหวะที่เรากำลังหวั่นไหวอยู่พอดี 555
เราก็เลยเป็นฝ่ายไปตีสนิทเค้า แล้วตอนนี้ก็เลยสนิทกัน
แต่ก็ยอมรับว่าคนนี้สู้กับคนที่แล้วไม่ได้เลยจริงๆในหลายอย่าง ยกเว้นเรื่องที่เป็นคนไม่ขี้งอนและไม่คิดมากเลย
อยู่ด้วยแล้วค่อนข้างสบายใจกว่า
พอเรางอนหรือทำเมืนเค้าก็ยังคุยกะเราเหมือนปกติ จนเราหายโกรธไปเอง
ตอนนี้เราก็ประมาณว่าถอยห่างจากความรักอะ คือกับคนปัจจุบันก็แอบมโนบ้างแต่ก็ไม่บ่อยแล้วก็ไม่จริงจัง
แล้วตอนนี้ก็กลับไปคุยกะคนก่อนหน้าแล้ว (เราบอกเค้าว่าลืมเรื่องเก่าๆแล้วกลับมาคุยกันเหมือนเดิมเถอะนะ)
แต่ก็ไม่สนิทกันแล้ว กลายเป็นพอเจอกันก็ทักที
แล้วก็เหมือนยังมีความรู้สึกบางอย่างมากั้นกลางระหว่างเรากับเค้าอยู่นิดนึง
มีบางครั้งที่ยังนึกถึงความหลัง ก็เสียใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

กับคนปัจจุบันเราก็ไม่คิดถึงอนาคตอะ ยอมรับว่ารู้สึกกับเค้าบ้างแต่เราก็คบกันเป็นเพื่อนสนิทไปเรื่อยๆ
ช่วงแรกๆอาจจะอยู่ด้วยกันบ่อยมากแต่ก็พยายามไม่คิดอะไร จนตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยเหมือนช่วงแรกแต่ก็ยังสนิทอยู่
คือรักษาระยะห่างอะไม่ให้ใกล้หรือไกลไป ก็มีความสุขอยู่กับปัจจุบันดี อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นก็ช่างมัน

สรุปคือ ไม่รู้เธอจะคิดเหมือนกันรึเปล่า แต่จากที่เราเคยผ่านมา เราคิดว่าเมื่อไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ต้องเจ็บอยู่ดี
ถ้าเป็นเรานะก็ทำความรู้จัก คบๆกันไปเถอะ คือไปคุย เป็นเพื่อนกับเค้าแล้วไม่คิดอะไร
ความคิดมันห้ามยาก พอเวลาต้องหักห้ามใจมันก็เจ็บนิดนึง แต่พอมีความสุขมันก็มีความสุขนะ
ถ้าเธอมั่นใจว่าจะไม่คิดไปเองมากก็ไม่ค่อยเจ็บหรอก แล้วยังได้คบกับเค้าเป็นเพื่อนไปด้วย
แต่ถ้าเธออยากจะตัดใจซะแต่ตอนนี้ มันก็ย่อมเจ็บ แต่ในที่สุดก็จะหาย ยิ่งถ้าไม่ได้เจอกันก็ยิ่งหายเร็ว
ส่วนอนาคตหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่อาจรู้ได้

พล่ามมาซะยาว แบบว่ามันอัดอั้นมานานไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง ขอมาเล่าที่นี่ละกันนะคะ ถ้ายาวไปก็ sorry โนะ Very Happy


ปล. คนก่อนๆที่เราเคยแอบชอบ ปัจจุบันนี้ก็คุยกันได้แบบเพื่อนปกติที่ไม่มีความรู้สึกพิเศษอะไรเลย แปลกใจตัวเองเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าคนทั่วไปเวลาเลิกกันแล้วต่อมาจะรูั้สึกแบบนี้รึเปล่า
ก็มียกเว้นแค่คนที่เราเล่าถึงนี่แหละที่เวลาจะคุยยังรู้สึกหมางเมิน ไม่แน่ใจ ไม่อยากคุยอยู่นิดนึง แต่ส่วนตัวแล้วเราคิดว่าเป็นเพราะนิสัยคิดมากและทิฐิของเราทั้งคู่


ถ้าใส่หน้าปก คำนำ สารบัญ เชิงอรรถ กลายเป็นรายงานได้เลยค่ะ





_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 5 จาก 7
ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com