จากเดือนเมษายน ถึงเดือนตุลาคม 2012 Lady Gaga (เลดี้กาก้า) นักร้องสาวชาวอเมริกันพร้อมด้วยคณะนักเต้นนักแสดงและวงดนตรีของเธอเปิดการแสดงคอนเสิร์ตตระเวนโลกรวม 30 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิคและยุโรป
เธอเริ่มเปิดการแสดงในเอเชียก่อนที่เกาหลีใต้วันที่ 27 เมษายน แต่การแสดงที่แต่งตัวไม่ปกปิดนักของเธอถูกบังคับโดยรัฐบาลเกาหลีใต้ให้เป็นการแสดงเฉพาะผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กๆห้ามดู
เมื่อเข้ามาที่อาเซียน คอนเสิร์ตแรกที่มะนิลา(Mall of Asia Arena, Manila, the Philippines) มีการประท้วงบ้างจากฝ่ายเคร่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก แต่การแสดงก็ผ่านไปได้อย่างราบรื่นทั้งสองวัน (21-22 พ.ค.)
คอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ (25 พ.ค. ณ ราชมังคลากีฬาสถาน) ก็ราบรื่นสนุกสนานมีผู้เข้าชมเกือบ 60,000 คน มีข่าวบางคนไม่ชอบที่ Lady Gaga ให้สัมภาษณ์เมื่อเดินทางมาถึงกรุงเทพฯว่าจะไปซื้อนาฬิกา Rolex ปลอม และมีบางเสียงไม่สบายใจเมื่อเธอใส่ชฎาไทยแสดงบนเวที ก็เป็นเพียงปฏิกิริยาเรื่องปลีกย่อยพอเป็นสีสันข่าวเท่านั้น โดยทั่วไป ทั้ง Lady Gaga และคนไทย ล้วนตื่นเต้นสนุกสนานพอใจกับคอนเสิร์ตมโหฬารครั้งแรกของเธอในประเทศไทยครั้งนี้
Lady Gaga พูดบนเวทีชื่นชมประเทศไทยและคนไทยที่ต้อนรับเธออย่างคึกคักอบอุ่นและเสรี พร้อมกับกล่าวพาดพิงปัญหาการประท้วงที่ฟิลิปปินส์ว่า:
I am not the creature of your government
หมายความว่า เธอไม่ใช่ตัวอะไรที่เป็นเสมือนสัตว์เลี้ยงของรัฐบาล
ผู้ที่ไปชมคอนเสิร์ตมาเล่าว่าถ้อยคำภาษาที่เธอใช้บนเวทีนั้นฉะฉานชัดแจ้งกว่า จับความได้ทำนองว่า: Im not a woman. Im not a man. Im not the fuckin creature of your fuckin government ฟังดูเหมือนจะเป็นคำหยาบ แต่การใช้ภาษาทำนองนี้ปัจจุบันเป็นภาษาที่ใช้ในบทภาพยนตร์ Hollywood และนักแสดงอเมริกันมานานจนชินหรือเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นคนตรง พอๆกับที่คนไทยใช้ในภาษาไทยเพื่อแสดงความเป็นกันเองใกล้ชิดสนิทสนมกันมานานแล้วเช่นกัน ภาษาแบบนี้หากใช้เมื่อร้อยปีที่แล้วในสหรัฐอเมริกาก็ไม่ผ่านการเซ็นเซอร์เช่นกัน
สิ้นประโยคที่มีคำนำหน้าด้วยตัว f นี้ผู้ชมในสนามราชมังคลาฯก็เฮฮากันสุดเหวี่ยง
หลังความสำเร็จของคอนเสิร์ตที่กรุงเทพเพียงวันเดียว Lady Gaga ประกาศยกเลิกการแสดงที่จาการ์ตา ซึ่งกำหนดไว้ว่าจะแสดงในวันที่ 3 มิถุนายน ด้วยเหตุที่ว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยเพราะการประท้วงข่มขู่จากกลุ่มชาวมุสลิมหัวรุนแรง แนวร่วมปกป้องอิสลาม (Islamic Defenders Front - IDF) ทั้งๆที่ขายบัตรไปแล้วกว่า 50,000 ที่นั่ง Lady Gaga แสดงความเสียใจที่ต้องยกเลิกการแสดง และให้ความเห็นเชิงปรัชญาศาสนาว่า:
There is nothing holy about hatred (ความเกลียดชังกันไม่เห็นจะมีอะไรศักดิ์สิทธิ์)
คอนเสิร์ต Born This Way Ball ของ Lady Gaga ที่สิงค์โปร์ทั้งสามวัน (18,19,31 พฤษภาคม) ไม่มีปัญหาการประท้วงต่อต้านใดๆ
ต่อจากอาเซียนเธอก็จะเดินทางต่อไปเปิดการแสดงที่นิวซีแลนด์และออสเตรเลียอีกรวม 17 ครั้ง และในยุโรปอีก 29 ครั้ง
ปรากฏการณ์ประท้วงจากชาวมุสลิมหัวรุนแรงในอินโดนีเซียสะท้อนความไม่พร้อมของอินโดนีเซียในการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เพราะประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนที่คาดหว้งนั้นจะเป็นสังคมที่เอื้ออาทรต่อกัน ยอมรับสนับสนุนและส่งเสริมความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมเพื่อการอยู่ร่วมประชาคมกันอย่างสงบและสันติ การแสดงร้องรำทำเพลงของ Lady Gaga เป็นการแสดงทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งจากสังคมตะวันตกที่ยอมรับได้นานแล้วในเรื่องการแต่งกายลีลาท่าทางและสำนวนภาษาที่ใช้ประกอบการแสดง ขณะเดียวกันก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมบันเทิงที่ถือได้ว่า Lady Gaga ประสพความสำเร็จสูงสุดในอุตสาหกรรมบันเทิงในโลกวันนี้
Lady Gaga มีผู้ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter มากถึง 24,928,586 คน (ข้อมูลวันที่ 30 พ.ค.) คิดเป็นจำนวนประชากรเกือบเท่ากับจำนวนประชากรมาเลเซียทั้งประเทศ (28 ล้านคน), เป็น 5 เท่าของประชากรสิงคโปร์ (5 ล้าน), เป็น 4 เท่าของประชากรลาว (6 ล้าน), เกือบ 2 เท่าของประชากรกัมพูชา (14 ล้าน) หากเปรียบผู้ชมคอนเสิร์ตเป็นพลเมืองผู้เสียภาษีอากรให้กับ รัฐเลดี้กาก้า /Gagaland เฉพาะคืนที่เธอเปิดการแสดงในกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา Lady Gaga ควรจะมีรายได้อย่างน้อย 240 ล้านบาท (คำนวนจากค่าบัตรเข้าชมราคา 1,500 - 7,000 บาท คิดราคาเฉลี่ย 4,000 บาท x ผู้ชม 60,000 คน) ในปีที่แล้ว (2011) Lady Gaga ทำรายได้จากการแสดง $227.4 ล้าน จากการแสดง 200 ครั้ง (http://en.wikipedia.org/wiki/The_Monster_Ball_Tour) คิดเป็นเงินไทยประมาณ 8,822 ล้านบาท ดูจากข้อมูลโดยประมาณแล้วพบว่าคอนเสิร์ต Lady Gaga จะมีผู้ชมระหว่างต่ำหว่าหมื่นถึง 30,000-40,000 คน การแสดงในประเทศไทย และการแสดงที่ยกเลิกไม่แสดงในอินโดนีเซียมีผู้ชมสูงสุดเป็นสถิติโลกของ Lady Gaga เท่าๆกับคอนเสิร์ต 3 ครั้งของเธอในอังกฤษและเยอรมนี เมื่อปีที่แล้ว ที่มีผู้ชม 50,000-60,000 คน มีครั้งเดียวที่ Mexico City ที่มีผู้ชมสูงที่สุดถึง 111,060 คน
ข้อมูลที่ประมวลมาสะท้อนว่า Lady Gaga เป็นปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ทางวัฒนธรรมที่พลเมืองอาเซียนตอบรับในวิถีทางที่แตกต่างกัน มีทั้งที่รับได้อย่างเต็มใจมั่นใจ มีทั้งที่รับอย่างระมัดระวัง และมีที่รับไม่ได้ในระดับชาติ ตัวอย่างของปฏิกิริยาในอินโดนีเซียสะท้อนว่าชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่รับวัฒนธรรม Lady Gaga และพร้อมที่จะจ่ายภาษีอากรให้กับรัฐ Gagaland ถึงกว่า 50,000 คน ปัญหาของอินโดนีเซียคือรัฐบาลอินโดนีเซียก็รับวัฒนธรรมตะวันตกและ Lady Gaga ได้ เพราะอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา ไม่ได้ประกาศให้ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติแต่อย่างใด แต่พลเมืองอินโดนีเซียกลุ่มเล็กๆหัวรุนแรงกลับรับไม่ได้ และแสดงความรุนแรงในการต่อต้าน ทำหใ้ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นที่เป็นคนกลุ่มใหญ่มากกว่า อ้างความเป็นผู้เคร่งครัดในศาสนาอิสลามอย่างไม่ยอมผ่อนปรนหรือปรับตัวให้เข้ากับโลกที่ผันแปรไปแล้ว ความรุนแรงของคนกลุ่มน้อยในอินโดนีเซียนั้นอ้างหลักศาสนาตามการตีความของตนเองแล้วนำค่านิยมนั้นไปบังคับใช้กับผู้อื่นที่ตีความต่างกันและกระทบผู้ที่อยู่นอกวัฒนธรรมอิสลามของตน ยังผลให้ชาวอินโดนีเซียได้รับผลกระทบเชิงลบไปทั้งประเทศ รัฐบาลอินโดนีเซียก็เสียชื่อ ชาวมุสลิมอินโดนีเซียที่รับวัฒนธรรมตะวันตกได้ก็หม่นหมองใจ คนที่มิได้นับถือศาสนาอิสลามในอินโดนีเซียก็หวั่นวิตกในสิทธิเสรีภาพของตนเอง
รัฐบาลอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนเมื่อปีที่แล้ว (2011) ประกาศคำขวัญว่า ASEAN Community in a Global Community of Nations โดยหวังจะนำพาอาเซียนไปสู่ประชาคมโลก หากจะทำเช่นว่าได้ประชาชนอินโดนีเซียก็ต้องปรับตัวเข้าสู่ประชาคมโลกให้ได้ด้วย
บทเรียนนี้ย้อนกลับมาที่สังคมไทยในบริบทการเมือง ในสองปีที่ผ่านมาพลเมืองไทยก็แสดงความไม่พร้อมในการเข้าสู่ประชาคมโลกในเรื่องการแสดงออกทางประชาธิปไตย อันปรากฏให้เห็นอย่างสะเทือนความรู้สึกเมื่อการชุมนุมประท้วงทางการเมืองนำไปสู่ความรุนแรงสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินสาธารณะ และยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการทำลายความก้าวหน้าของประชาคมอาเซียนไปด้วยอย่างมาก ในปี 2008-2011 ชาติอาเซียนอื่นก็หวั่นไหวและไม่สบายใจกับปรากฏการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยที่สะท้อนการขาดวุฒิภาวะและวินัยพลเมืองด้านประชาธิปไตยอย่างที่พลเมืองอาเซียนอื่นห่วงใยและหวั่นวิตกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 20 เมื่อเดือนเมษายน 2012 ที่พนมเปญ มาเลเซียเสนอความคิดให้พลเมืองอาเซียนเรียนรู้ที่จะมีความคิดแบบเดินสายกลาง จึงได้ผลักดันเอกสารเป็นหลักคิดขั้นต้นว่าด้วยการให้อาเซียนสร้างขบวนการเดินสายกลางแห่งโลก เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า ASEANs Concept Paper on Global Movement of Moderates เอกสารนี้เสนอแนวคิดให้อาเซียนไปร่วมกันคิดต่อว่าจะทำอย่างไรมิให้อาเซียนมีพลเมืองที่คิดและกระทำการอันรุนแรงสุดขั้ว ไม่ว่าจะด้วยเรื่องศาสนา การเมือง หรือเรื่องอื่นใด ความคิดเดินสายกลางคือทางออกที่อาเซียนมองเห็นว่าทั้งอาเซียนและทั้งโลกจะต้องเรียนรู้ที่จะร่วมกันสร้างโลกมั่นคงปลอดภัยสงบและสันติ ให้เป็นโลกที่น่าอยู่อาศัยไปอย่างยั่งยืน มาเลเซียเสนออาเซียนให้เร่งกระบวนการเจรจาหารือกันเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างอารยธรรม (Inter-Civilizational Dialogue) พลเมืองต่างศาสนา ต่างนิกาย ต่างอารยธรรมกันต้องไม่คิดรุนแรงต่อกัน หากแต่ควรที่จะหันมาทำความรู้จักรักสามัคคีกัน
อินโดนีเซียและไทยมีภาระที่จะต้องวิวัฒนาการพลเมือง สังคม วัฒนธรรม และการเมือง ให้เข้าสู่มาตรฐานอาเซียนและมาตรฐานโลกให้เร็วเร่งด่วนที่สุด
ปี 2015 การสร้างประชาคมอาเซียนจะเป็นไปตามเป้าหมายมากน้อยเพียงไร ประชาชนไทยและอินโดนีเซียจะเป็นตัวแปรสำคัญ
สมเกียรติ อ่อนวิมล
ขอขอบคุณ thailandlovesladygaga ที่กระซิบบอก
_________________














